WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


ศึกตำนานออฟโรดผจญภัยนานาชาติ The 27th Borneo Safari International Off-Road Challenge Event 2017
แรดบิน
จาก แรดบิน
IP:110.168.4.211

อังคารที่ , 6/3/2561
เวลา : 14:01

อ่านแล้ว = 5078 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ศึกตำนานออฟโรดผจญภัย “ บอร์เนียวซาฟารี อินเตอร์เนชั่นแนล ออฟโรด ชาลเลนจ์ อีเวนท์ 2017 “รัฐซาบาห์ เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย The 27th Borneo Safari International Off-Road Challenge Event 2017 Sabah Borneo Malaysia!






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 (30 Question per Page) คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า(Page) 5 จาก(From) >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  
21  22  23  

คำตอบที่ 121
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:23   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33649

คำตอบที่ 122
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33650

คำตอบที่ 123
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:26   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33651

คำตอบที่ 124
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:27   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33652

คำตอบที่ 125
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:29   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33653

คำตอบที่ 126
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:29   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33654

คำตอบที่ 127
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:31   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33655

คำตอบที่ 128
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:32   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33656

คำตอบที่ 129
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !
George Anthony tinker competition manager





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33657

คำตอบที่ 130
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:35   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33659

คำตอบที่ 131
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33660

คำตอบที่ 132
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:39   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33661

คำตอบที่ 133
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:40   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33662

คำตอบที่ 134
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:41   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33663

คำตอบที่ 135
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33664

คำตอบที่ 136
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:43   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33665

คำตอบที่ 137
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:45   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33666

คำตอบที่ 138
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:47   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33667

คำตอบที่ 139
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 13:49   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33669

คำตอบที่ 140
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33670

คำตอบที่ 141
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:26   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33671

คำตอบที่ 142
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:27   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33672

คำตอบที่ 143
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33673

คำตอบที่ 144
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:29   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33674

คำตอบที่ 145
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:32   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33675

คำตอบที่ 146
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33676

คำตอบที่ 147
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:34   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33677

คำตอบที่ 148
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:35   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33678

คำตอบที่ 149
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33679

คำตอบที่ 150
       31st October 2017 (Tuesday)
Day 3 – The Uphill Battle
The greatest challenge in this year’s route begins for the leading vehicles in the main convoy. The scout group will be attempting to make the first climb to the top of the hill which is only about 2.5 km long. Due to the continuous heavy rain since the last two months, the terrains are rated extremely hardcore and challenging. The slippery condition means that all vehicles must winch all the way to the top of the hills.
There will be no SS in this route and Team A must focus to reach the next campsite which is located at the highest peak at an elevation of more than 300 meter abovethe sea level. The weather is expected to be cooler at night so participants are advised to pack sufficient warm clothing. Fresh water may be hard to find so brace yourself for limited cleaning and washing.
Finally, Team B is expected to start entering the hardcore section on Day 3 and they are expected to set up campsite near to Limpagok River.
วันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายน กลุ่ม A เริ่มต้นเรียงแถวเข้าป่าลึก เป็นเส้นทางออฟโรด ลากไม้ซุงเก่า บนภูเขาป่าธรรมชาติดงดิบสูงชัน ต้นไม้รกชัดไร้ผู้คนเข้ามามากกว่ายี่สิบปี อุปสรรคนั้นยิ่งมีมากมายจากสาเหตุฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเกือบทุกวัน ต้องขึ้นลงทางชันยาวอันตรายเสี่ยงลงเหว , ร่องลึกตัววี,ร่องลึกยาว, ทางลื่นเละเทะผจญทะเลโคลนลึกหนืดเหนียว, ทางโค้งหักศอกอันตราย และบางจุดมีดินถล่มไหลลงมาจากภูเขา ทำให้รถยนต์เกิดจราจรติดขัด เคลื่อนที่ไปไม่ได้ เดินทางอย่างยากลำบาก รถยนต์บางคันวิ้นช์พัง เครื่องยนต์หรือช่วงล่างพังกระจาย จึงยิ่งผ่านเข้าไปได้อย่างช้ามากๆ รถยนต์หลายคันต้องตั้งแคมป์ค้างแรมข้างทางบนภูเขา จนถึงริมฝั่งแม่น้ำลิมปาก็อก(Limpagok River) ซึ่งเป็นบริเวณที่ทีมแข่งขันซึ่งอยู่หน้าสุด เดินทางมาได้ไกลมากที่สุดในป่าลึกเพียงประมาณ 4.5 ก.ม. ตลอดเวลาสองวันสองคืนทุกทีมและทุกคนต้องนอนบนโคลนเลนเละเทะ กลางสายฝนที่กระหน่ำมาเป็นระยะๆอย่างหนัก
The competitor groups were the first group to passing madness muddy pass กลุ่มนักแข่งเดินทางฝ่าช่องโคลนคลั่งเป็นกลุ่มแรก !





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แรดบิน จาก แรดบิน พฤหัสบดี, 8/3/2561 เวลา : 15:38   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 33680

      

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ(30 Question per Page) ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า (Page)5 จาก(From) >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  
21  22  23  



website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่



Loading...
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net      วันอาทิตย์,15 กันยายน 2562 (Online 1290 คน)