อังคาร,9 มิถุนายน 2569
รวมทริป ตกปลา
อันดา อันดามัน
เช้าวันใหม่ “เอ๋ะ โย น้ำดื่มหมดแล้วนะ เราไม่มีน้ำกินกันแล้ว ทำไงดี” พี่พนมเอยปากถาม เมื่อ รั้สึกว่าน้ำที่ทางคนเรือเตรียมมาจะหมด “ไม่ใช่น้ำอย่างเดียวนะ อะไรๆ ก็หมด นี่เขาเตรียมอาหารให้ยังไง ถึงไม่พอกิน นี่ขนาดเรามากันแค่ 6 คนเองนะ” พี่ซิงเสริม นายชนบทถึงกับอึ้ง กับเหตุการณ์นี้ แล้วเราจะทำกันยังไง? มันเป็นคำถาม ที่ทุกคนต้องการคำตอบ
สามพี่น้องลุยดงกุเรา
เสียงเล่ากล่าวขาน ของเกมส์การตกปลากุเราด้วยการ Jigging ชักนำให้ 3 คนพี่น้อง ผู้หลงใหลในเกมส์ตกปลาเป็นชีวิตจิตใจ ตัดสินใจชักชวนกันมาลงเรือ ไต๋เปี๊ยก แหลมฉบัง
ยุทธการหักเขี้ยวฉลาม
กลางดึกสงัดคืนหนึ่ง ชายฉกรรณ์นับไปนับมาได้สิบคนถือฤกษ์สะดวก ยกขบวนเคลื่อนพลออกจาก บ้านใคร บ้านมัน สู่พื้นที่นัดหมาย ณ จังหวัดระนอง
กุเลาเกมส์คนวัยมันส์
สายลมผสานกับแสงแดดยามอาทิตย์ใกล้จะลาลับฟ้า พัดโชยหอบเอากลิ่นอายน้ำเค็มไล้โลมเลียผิวกาย บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ปลายสะพานปลา สายตาเพ็งมองออกไปยังท้องทะเลที่กว้างไกล ท่าทีสงบนิ่งจิตใจเคลิ้มลอยกับธรรมชาติที่อยู่เบื้องหน้า
เมษาพาเพลิน
อุณหภูมิในช่วงเดือนเมษายน ที่สุดแสนจะร้อนแรง เสียจนตับแล็บ บางท่านคงจะไปเดินตากแอร์เย็นฉ่ำตามห้างสรรพสินค้า บางหลายคนคงไปตากอากาศตามชายทะเลรับลมเย็น ที่โชยพัด ชุ่มชื้นสบายใจ แต่สำหรับนักแสวงหาความสุขจากท้องทะเล
รางวัลชีวิต
เรื่องราวการผจญภัยของนักตกปลากลุ่มนี้ยังไม่จบ ยังมีต่ออีก โปรดติดตามอ่านในเล่มหน้า รางวัลชีวิต ที่หลายคนถวิลหาเพื่อมอบให้กับตัวเอง มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่า ตัวเราต้องการจะมอบอะไรให้เป็นรางวัลชีวิต สำหรับคนตกปลาแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องราวการตกปลาที่ประทับใจสักครั้งหนึ่ง หรือคุณว่าไง เรือโอเชี่ยนวันระนอง 1
กุเราเกมส์พันธ์ดุ
เหล่ามัจฉา “หนวดพราหมณ์” ถึงเวลาเริงร่าจับคู่สืบสายสร้างเผ่าพันธ์ ณ สันดอน ใต้ท้องน้ำ ปากอ่าวไทย ณ พื้นน้ำแห่งนี้ อุดมไปด้วยปลาเล็กปลาน้อยมากมาย มาหากินแพลนตลอน จึงเป็นการเชิญชวนปลาหมึก เวียนว่ายเข้ามาจับกิน เกิดเป็นห่วงโซ่อาหาร
วังสีทอง
กัปตันนุ เริ่ม ‘ตีวน’ บังคับเรือวนรอบหา เชื้อปลาที่ระดับความลึก 200 เมตร ก่อนจะร้องสั่งน้าเหน่ง ให้ทิ้งสมอ “น้าเหน่งทิ้งหมอเลย เอ้าทิ้ง” เสียงสมอตกน้ำดัง ‘ตูม’ กัปตันนุปล่อยให้เรือไหลอิสระ
วาฮู นักวิ่งน้ำลึก
‘วาฮู ชื่อนี้นักตกปลาบ้านเรานิยมเรียกตามแบบฝรั่งที่นิยมเรียกชื่อมัน ด้วยรูปพรรณที่มีลักษณะคล้ายปลาอินทรี บางคน จึงขนานนามมันว่า ‘อินทรีน้ำลึก’
ปลอบขวัญที่กำพวน
ถึงแม้ความฝันที่จะไปสตูลจะแตกสลาย เฮียอรุณ ก็ยังมีทริบ 'ปลอบขวัญที่กำพ่วน'ไว้คอยรักษาหัวใจที่บอบช้ำ "สตูลเราจะไปกันเมื่อไหร่ก็ได้ เอาไว้ฤดูกาลหน้าเราค่อยไปกัน เรือตกปลาที่ยินดีต้อนรับคนไทยมีเยอะแยะ ไป" เฮียอรุณกล่าว
อยากอัดไอ้หลาม
เกรงว่าจะเป็นภัย ต่อความมั่นคงของ กองเรือตกปลาในอนาคต ทางกองกำลังต่อต้านภัยพิบัติจากปลา จึงมีมติให้เรียกตัวเหล่าขุนพลผู้กล้า มารายงานตัวที่กองกำลังหน่วยล่าสวาท เพื่อรับคำบัญชา ปฏิบัติภารกิจนี้ โดยใช้ชื่อภารกิจนี้ว่า ‘ยุทธการถล่มวังสีทอง’
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี 4
วันสังสรรค์ มาถึงผู้คนมากมาย ทยอยเดินทางมาสู่ ร้านอาหารริมทะเล ที่อยู่ริมสะพานเทียบเรือแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อลงทะเบียนแจ้งชื่อ เข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ เสียงแซวกระเซ้าเหย้าแหย่ หยอกล้อ ของเพื่อนๆ ที่แซวกันไปแซวกันมา ผสมผสานกับเสียงเฮฮา ดังไม่ขาดสาย เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
บุกวังสีทองตะลุมบอนเก๋าถ่าน
“ทำไมมันไม่ไปไหนเลยฟ่ะ รึ มันจะติดหินวะ” โกเพชรสีหน้าเริ่มแสดงความไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตนเองอัดอยู่ “ติดหินชัวร์ แล้วโกเพชร” หลายคนลงความเห็น สีหน้าโกเพชรจากที่เคยหึกเหิม เปลี่ยนไปทันที “อ้ายหลานระยำ หลอกให้ตูอัดหินตั้งนาน ดู่ ดู มันทำลุงมันด้าย” โกเพชรสบถเสียงดังลั่น เมื่อรู้ตนเองโดนหลายหลอกให้อัดหินจนเหนื่อย
รวมดาวกระจุยตะลุยเบอร์ม่าแบลงค์
“อ้ายเอก เอ็งแน่ใจแล้วนะที่จะไปตกปลากับคนเมืองพวกนั้น ข้ากลัวเหลือเกินว่าเอ็งจะเข้ากับพวกเขาไม่ได้” โกเพชร ถามหลานชายด้วยความกังวล อดห่วงหลานชายไม่ได้ ที่จะต้องไปลงเรือตกปลา กับกลุ่มชายแปลกหน้า ซึ่งไม่เคยรู้จักมักจี่ กันมาก่อน “ทำไงได้ละลุง กลัวมันก็กลัวแต่ผมรับปากพี่หมูเขาไปแล้ว” เอกตอบ
ท่องไปกับเรือตะวันแดง
“มันปลาอะรายหว่า ทามมัย มันมีลายข้างตัวด้วยวะ” พอได้เห็นหน้าตามันถนัดตา เท่านั้นแหละบรรดาไทยมุงก็แตกฮือ “แว๊กกกก...ไอ้เหานี่หว่า บอกแล้วว่าอย่าแตะคัน ก็ไม่เชื่อ เห็นยังความขลังของพี่ แม้แต่อินทรีมันยังกลายเป็นไอ้เหาไปได้เลย ก๊ากกกก..ขำวุ่ย ไอ้เหากินสายลอย”
สานสัมพันธ์คนตกปลา
“เมย์เดย์ เมย์เดย์” แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกฉุกเฉิน ร้องขอความช่วยเหลือดังแทรกขึ้นมา “ทราบ ใครพูดเมย์เดย์เมื่อกี้ บอกมาเลยว่าเป็นอะไร” เสียงนักตกปลาท่านหนึ่ง ร้องถามไปทางวิทยุ “ไต๋เดช ครับไต๋เดช ไต๋เดชเมาเรืออวกโชว์แขกไปแล้วครับ ” สมาชิกทีมปากเกร็ดตอบมา “อ้าวไต๋เมาเรือสะแล้ว แล้วใครจะขับเรือละนี่ ฮ่า! ”
หน้า 1 | 2