การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ด้วยการ ไหว้พระนอน ในโครงการ ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีวัดจำนวนมากเป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย และล้วนเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวและไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร แต่ในครั้งนี้ จะขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดที่มี พระนอน หรือที่เรียกว่า พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอยู่มากกว่า 9 วัด ให้ได้สักการบูชา เสริมสิริมงคลแก่ชีวิตพร้อมรับแต่สิ่งดี ๆ ในโครงการ ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนี้
1. พระนอนวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา
วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่ทางด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม เป็นวัดโบราณเดิมชื่อ "วัดเสื่อ" มีวิหารพระพุทธไสยาสน์ อยู่ติดกับพระเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งพระวิหารนี้สร้างขวางกับแนวพระอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์เป็นศิลปะแบบอยุธยา ประกอบด้วยศิลาเป็นท่อนๆ นำมาเรียงต่อกันแล้วสลักเป็นองค์พระมีขนาดยาว 14.2 เมตร แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระมหาธาตุ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวิหารพระนอนขึ้นในวัดแล้วอัญเชิญพระพุทธไสยาสน์จากวัดมหาธาตุมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้
ถ้าใครได้มาสักการะ จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและประสบความโชคดี
การเดินทาง เมื่อเข้าเกาะเมืองลงสะพานปรีดี ถึงไฟแดงเลี้ยวขวาตรงไปสุดถนนถึงถนนสายหนึ่งจะมีป้ายบอกไปวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ซึ่งมีทางเข้า 2 ทาง คือ บริเวณตำบลหัวรอ ด้านหน้าติดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม ส่วนทางเข้าวัดอีกทางบริเวณถนนสายหนึ่ง หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 3525 1518,0 3525 1680
2. พระนอนวัดสามวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ในพงศาวดาร เรียกว่า วัดสามพิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยาตอนต้น แต่พุทธลักษณะคล้ายได้รับอิทธิพลแบบสุโขทัย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดสามวิหาร เนื่องจากแต่เดิมมีทั้งหมด 3 วิหาร คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลือเพียง 2 วิหาร คือ วิหารพระนอน และวิหารพระนั่ง เท่านั้น สันนิษฐานว่าสถานที่สำคัญต่างๆ ของวัดนี้ ถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดแห่งหนึ่งที่พม่าเลือกเป็นชัยภูมิในการตั้งฐานทัพ เมื่อครั้งยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุง
ถ้าใครได้สักการะจะได้รับความเมตตามหานิยม
การเดินทาง ตั้งอยู่ที่บ้านคลองบางขวด ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยาจากสี่แยกวัดราชประดิษฐานตรงไปตามทาง เส้นทางวัดอินทราราม เพนียดคล้องช้าง จากวัดอินทรารามไปประมาณ 900 ม. วัดสามวิหารจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ โทรศัพท์ 0 3525 2361
3. พระนอนวัดโลกยสุธา อำเภอพระนครศรีอยุธยา
พระพุทธไสยาสน์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา และเป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยสมเด็จพระ นครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ.1995 องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน ขนาดยาว 42 ม. สูง 8 ม. มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับความเมตตามหานิยม
การเดินทาง วัดตั้งอยู่ใกล้เจดีย์พระศรีสุริโยทัย ใช้เส้นทางถนนหลังพลับพลาตรีมุข (ถนนเลียบคลองท่อ) ในบริเวณพระราชวังโบราณ ผ่านวัดวรโพธิ์ และวัดวรเชษฐาราม
4. พระนอนวัดธรรมิกราช อำเภอพระนครศรีอยุธยา
วัดที่สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต่อมา มีการสร้างพระวิหาร ซึ่งตามประวัติกล่าวว่า สร้างโดยพระมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เนื่องจากทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากพระราชธิดาทรงหายจากอาการประชวรแล้ว จะสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ถวาย องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน มีความยาวประมาณ 12 เมตร กลางฝ่าพระบาททำตามคติมหาปุริสลักษณะ โดยทำเป็นรูปจักรปูนปั้นนูนออกมาจากฝ่าพระบาทตามความงามของคติช่าง นอกเหนือจากชมความงามขององค์พระนอนแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมนำน้ำพระพุทธมนต์ในพระวิหารนี้กลับไปบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องจากเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้เมตตามหานิยม มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากพระพุทธไสยาสน์นี้สร้างขึ้นด้วยอานิสงส์แห่งแรงอธิษฐาน
การเดินทาง วัดตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง บนถนนอู่ทอง ตั้งอยู่ติดกับวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางได้สองเส้นทางคือถนนนเรศวรเข้าทางหลังวัด และถนนอู่ทองเข้าทางหน้าวัด
5. พระนอนวัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา
เป็นวัดที่มีเจดีย์ทรงระฆังองค์ใหญ่ สัญลักษณ์แห่งชัยชนะขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดิมชื่อสำนักสงฆ์ป่าแก้วที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง องค์ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาพระวิหารให้เป็นพระอารามใน พ.ศ. 1900 โดยพระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดป่าแก้ว ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในศึกยุทธหัตถี โดยทรงพระราชทานนามว่า เจดีย์ชัยมงคล พร้อมกันนั้น ได้ทรงโปรดฯ ให้สร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ เพื่อเป็นที่ถวายสักการะและบูชาพระปฏิบัติกรรมฐาน ปัจจุบัน วิหารแห่งนี้หลงเหลือเพียงเสาสองต้นและกำแพงบางส่วนหลังองค์พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รู้ถึงการอภัยทาน และได้เมตตามหานิยม
การเดินทาง วัดตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา เลี้ยวซ้ายตรงเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ โทรศัพท์ 0 3524 4193
6. พระนอนวัดพนมยงค์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
วัดพนมยงค์ หรือวัดแม่นมโยง เป็นนามของแม่นมของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ปฎิบัติดี มีใจสัตย์ซื่อและยึดถือคุณธรรมในการดำเนินชีวิต เมื่อหมดอายุขัยลงพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น จึงได้โปรดเกล้าฯให้สร้างวัด อุโบสถและวิหารพระนอนองค์ใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของกรุงเก่า ริมคลองเมือง เยื้องหน้าโรงเรียนประตูชัย ตำบลท่าว่าสุกรี สันนิษฐานว่าสร้างพระนอนองค์ใหญ่ทำด้วยปูนปั้นสวยงาม พุทธลักษณะคล้ายศิลปะสมัยสุโขทัย เพราะพระศกท่านคล้ายก้นหอยขม และเข้าใจว่าแม่นมยงค์น่าจะเกิดวันอังคารจึงได้สร้างพระนอนองค์ใหญ่ไว้ประจำวัด เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามของแม่นมยงค์
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับโชคลาภและหายจากการเจ็บป่วย
การเดินทาง ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของกรุงเก่า ริมคลองเมือง เยื้องกับโรงเรียนประตูชัย โดยใช้เส้นทางหลวงอยุธยา อ่างทอง วัดพนมยงค์อยู่ก่อนถึงวัดภูเขาทอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 035242135
. พระนอนวัดพุทไธศวรรย์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ราว พ.ศ.1896 ในบริเวณ เวียงเหล็ก หรือ เวียงเล็ก ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ประทับเดิมของพระองค์ ภายในบริเวณ มีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงผนังและกรอบหน้าต่างบางส่วน และองค์พระพุทธไสยาสน์ก่อด้วยอิฐถือปูน ซึ่งมีพุทธลักษณะพิเศษ คือ เป็นหนึ่งในพระพุทธไสยาสน์ของอยุธยาเพียงไม่กี่องค์ที่แสดงลักษณะการวางพระบาทเหลื่อม อันเป็นพุทธลักษณะคล้ายการนอนตะแคงของคนทั่วไป นอกจากนั้น พระพาหาและพระกรที่พับวางราบด้านหน้า ในลักษณะหงายพระหัตถ์เพื่อรองรับพระเศียรนั้น เป็นรูปแบบที่นิยมมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี อู่ทอง แตกต่างจากพระนอนในอิทธิพลศิลปะสุโขทัยที่พบในเขตเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งมักจะตั้งพระกรขึ้นและหงายพระหัตถ์รองรับพระเศียรอยู่บนพระเขนย จึงนับเป็นตัวอย่างในการศึกษาพุทธศิลป์ในสมัยอยุธยาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
การเดินทาง วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งใต้ ตรงข้ามกับเกาะเมือง ใช้เส้นทางสาย อยุธยา เสนา ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหาร เลี้ยวซ้ายไปทางวัดไชยวัฒนาราม จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไปจนถึงทางแยกเข้าวัดพุทไธศวรรย์ โทรศัพท์ 0 3524 2555
8. พระนอนวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ
เหตุที่เรียกว่าวัดสะตือนั้น เนื่องจากในอดีต มีต้นสะตือใหญ่อยู่บริเวณภายในวัด สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ในบริเวณวัดนี้เป็นสถานที่ที่คุณโยมมารดาของพระคุณเจ้าสมเด็จฯ เคยขึ้นจากเรือมาผูกอู่เปลเห่กล่อมลูกในวัดมี พระนอนองค์ใหญ่ หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย ที่นอกจากประชาชนจะมากราบไหว้บูชาแล้ว ยังนิยมมาบนบานขอพร เมื่อสำเร็จดังประสงค์แล้วมักแก้บนด้วยขนมจีน หรือว่าจ้างขบวนแตรวงแห่ไปรอบองค์พระ
ถ้าใครมาสักการะ ถือว่าจะแคล้วคลาดจากความชั่วร้าย และขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากตน พร้อมรับเมตตามหานิยม
การเดินทาง ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ เดินทางตามเส้นทางสายเอเชีย เจอป้ายนครหลวงเบี่ยงทางซ้ายลอดใต้สะพานบรรจบเส้นทางนครหลวง ท่าเรือ ตรงไปเจอวัดไม้รวก ผ่านวัดไม้รวกเจอทางแยกเลี้ยวขวา และตรงมาประมาณ 200 เมตร จะมีป้ายบอกทางไป วัดสะตือ โทรศัพท์ 0 3580 2620
9. พระนอนวัดไม้รวก อำเภอท่าเรือ
ชาวบ้านเรียกว่า วัดรวก เนื่องจากสันนิษฐานว่าบริเวณวัดนี้น่าจะปกคลุมไปด้วยป่า และต้นไผ่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมาบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 3 มีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ในเขตกำแพงแก้ว และยังมีพระพุทธรูปไม้สักแกะสลัก ลงรักปิดทองหลายองค์ ซึ่งในปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์พระมีความยาวขนาด 7 ม. นอกจากนี้ ยังมีวิหารเก่าแก่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย
ถ้าได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ประสบโชคดี สุขภาพแข็งแรง
การเดินทาง ตั้งอยู่ในเขตอ.ท่าเรือ เดินทางตามเส้นทางสายเอเชีย เจอป้ายนครหลวงเบี่ยงทางซ้ายลอดใต้สะพานบรรจบเส้นทางนครหลวง ท่าเรือ ตรงไปเจอวัดไม้รวก โทรศัพท์ 0 3534 1727 หรือ 08 7018 1162
10. พระนอนวัดสุวรรณเจดีย์ ตำบลบ้านขวาง อำเภอมหาราช
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เนื่องจากบริเวณวัดมีเจดีย์เก่าสมัยอยุธยา ภายในบรรจุพระพุทธรูปทองคำขนาดต่างๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ วัดสุวรรณเจดีย์ ภายในวิหารมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะพระพักตร์งดงามเป็นศิลปะสุโขทัยผสมอยุธยา พระเขนยเป็นลายแผงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นลายไทยทรงพุ่มแบบหนึ่งที่มีโครงภายนอกคล้ายดอกบัว ส่วนภายในตกแต่งด้วยลวดลายละเอียดประณีตงดงามยิ่งนัก ส่วนอีกองค์หนึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ประดิษฐานอยู่ในกุฏิหลังใหญ่ของวัด
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดี ประสบความสำเร็จสมปรารถนา
การเดินทาง วัดนี้ตั้งอยู่ ต.บ้านขวาง อำเภอมหาราช เดินทางตามเส้นทางสาย 3467 และจะมีป้ายบอกทางไปจังหวัดอ่างทอง เลี้ยวซ้าย ไปตามถนนสายดอนพุด อ่างทอง ประมาณ 20 กิโลเมตร วัดสุวรรณเจดีย์อยู่ทางด้านขวามือ วัดสุวรรณเจดีย์ เลขที่ 12 หมู่ 3 ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
11. พระนอนวัดพิกุลโสคันธ์ อำเภอบางบาล
วัดพิกุล อยู่ในอำเภอบางบาล เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา เล่ากันว่า วัดพิกุลไม่เคยเป็นวัดร้างเลย แม้สมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกก็ตาม วัดแห่งนี้เฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อหลวงพ่อปั้นเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก ท่านได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 ถวายพระนามว่า พระโสคันธ์ แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า หลวงพ่อโส เป็นพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ จึงนิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
ถ้าได้มาสักการะ จะประสบความโชคดีและประสบผลสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
การเดินทาง วัดนี้ตั้งอยู่อำเภอบางบาล เดินทางตามเส้นผ่านออกไปทางวัดกษัตราผ่านแยกวรเชษฐ์ เลี้ยวขวาวิ่งเข้าตัวอำเภอบางบาลตรงไป 12 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอบางบาล จะถึงวัดพิกุล หมู่ 2 ตำบลพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13250
12. วัดบางปลาหมอ อำเภอบางบาล
วัดบางปลาหมอ อยู่ในอำเภอบางบาล วัดบางปลาหมอ เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดประชุมญาติ เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 กลายเป็นวัดร้างไป ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงปู่สุ่น นอกจากเก่งในทางวิปัสสนาแล้วท่านยังเป็นพระที่มีวิชาในทางรักษาโรคด้วย ต่อมาชื่อวัดได้เพี้ยนไปกลายเป็น บางปลาหมอ จนปัจจุบัน ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงปู่สุ่นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด ในยุครัตนโกสินทร์ได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ ถวายนามว่า พระไสยาสน์มงคลสรรเพชญ์ แต่เดิมพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำน้อยถึงหน้าน้ำก็มักจะถูกน้ำท่วมเกือบทุกปี จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำวัดภาษีเจริญ ได้มาเห็นสภาพท่านจึงเป็นผู้นำชาวบ้านให้ช่วยกันชะลอพระนอนจากริมแม่น้ำขึ้นมายังที่ประดิษฐานปัจจุบัน การย้ายครั้งนั้นองค์เกิดเสียหาย ทำให้ได้ทราบว่า โครงสร้างภายในทำด้วยโอ่งจำนวนหลายสิบใบนำมาเรียงกัน เมื่อเคลื่อนย้ายโอ่งจึงแตกรักษาไว้ได้เพียงพระเศียร และพระกร ส่วนอื่นต้องก่ออิฐถือปูนขึ้นรูปใหม่ แล้วบุด้วยทองเหลืองเช่นที่เห็นทุกวันนี้
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดีเป็นสิริมงคล ทำการค้าร่ำรวย
การเดินทาง วัดนี้ตั้งอยู่อำเภอบางบาล เดินทางจากสี่แยกวรเชษฐ์ตรงไปอำเภอเสนา ข้ามสะพานแม่น้ำน้อย ผ่านแยกสีกุก 1 กิโลเมตร ป้ายวัดอยู่ขวามือเป็นวัดบางปลาหมอ หมู่ 6 ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สุดท้ายขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวไหว้พระนอน ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ให้และสามารถเป็นแรงผลักดันให้สามารถดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขต่อไป
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 6076-7 หรือที่เว็บไซด์ www.tourismthailand.org/ayutthaya
__________________________________