| มิตรภาพไร้พรมแดน
ตอน.ยุทธการถล่มวังสีทอง
วันที่ 15 - 19 ก.พ.50
เรือ Ocean One Ranong ไต๋นุ ระนอง
ผู้ร่วมทริบ
1.พี่เหนี่ยว 2.พี่ชาญ 3.คุณโฟ 4.พี่ซิง 5.ไก่ก่อสร้าง 6.คุณบรรจง 7.คุณเล็ก ศรีราชา 8.เฮียอรุณ 9.เต้ แว่น 10.กริชอรุณ 11.ตึ๋งพนัส
ราพาร่าอำพรางตัว
ข่าวสารจากสายไม่ค่อยจะลับ (เพราะโทรแจ้งไปทั่ว) รายงานมาตามเสียงโทรศัพท์ แจ้งให้หน่วย ล่าสวาท ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจ ที่ถูกตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยมีเป้าหมายหลัก ตามใจตูข้าเป็นใหญ่ แจ้งมาว่า บัดนี้ กองกำลังฝ่ายข้าศึก ที่พอจะทราบสายพันธ์ กำลังรวบรวม ซ่องสุม กำลังพลจำนวนมาก อยู่ที่ ดอนตะวันแดง รายงานจากสายผู้นี้ ยังระบุอีกว่า ฝ่ายข้าศึกที่กำลังซ่องสุมรวบรวมกำลังพลอยู่นี้ มีขนาดใหญ่โตมาก และขยายปริมาณมากขึ้นทุกวัน เกรงว่าจะเป็นภัย ต่อความมั่นคงของ กองเรือตกปลาในอนาคต ทางกองกำลังต่อต้านภัยพิบัติจากปลา จึงมีมติให้เรียกตัวเหล่าขุนพลผู้กล้า มารายงานตัวที่กองกำลังหน่วยล่าสวาท เพื่อรับคำบัญชา ปฏิบัติภารกิจนี้ โดยใช้ชื่อภารกิจนี้ว่า ยุทธการถล่มวังสีทอง
กลางดึกสงัด กองกำลังหน่วยสวาท ถือฤกษ์สะดวก ยกขบวนเคลื่อนพล ออกจากกองบัญชาการ สู่พื้นที่หมาย ณ จังหวัดระนอง โดยมีผู้พันเหนี่ยว เป็นผู้บัญชาการรบ นำไพร่พลจำนวนพอกะเทินหรือประมาณ 1 ขยุ้ม อาวุธยุทโธปกรณ์ถูกขนขึ้นยานพาหนะจนเต็มพิกัด ก่อนที่จะเคลื่อนตัวสู่ที่หมายในยามราตรีกาล สองฝากฝั่งทางตลอดเส้นทางการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ไม่มีเหตุใดๆ มาขัดขว้างหน่วยล่าสวาท จนกระทั้งเดินทางมาถึงจังหวัดระนอง เมื่อยามฟ้าสาง แสงดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงร่ำไรจับขอบฟ้า และจากนี้ไป หน่วยสวาทจะต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางจากทางบกเป็นทางน้ำ เพื่อสู่จุดหมายแหล่งกบดานของฝ่ายข้าศึก เสียงผู้พันเหนี่ยวตะโกนเรียกพลดังลั่น เมื่อเดินทางมาถึงท่าเรือ ทุกคนเตรียมพร้อม ขนอาวุธ และ สัมภาระ ลงเรือโดยไว ปฏิบัติ สิ้นเสียงผู้พันเหนี่ยวทุกคนรีบปฏิบัติตามทันที ชั่วเพียงพริบตา สัมภาระ ต่างๆ ที่อยู่บนรถก็ถูกเคลื่อนย้ายมากองพะเนินบนเรือแทน เมื่อทุกอย่างพร้อม เสียงเครื่องยนต์ขนาด 275 แรงม้าก็ครางกระหึ่ม หน่วยล่าสวาท มาร่วมตัวบนชั้นสองของเรือ Ocean One เพื่อรับฟังแผนการ จู่โจมในภารกิจครั้งนี้ สหายโย ผมอยาก Trolling จะเริ่มลากสาย Trolling ได้เมื่อไหร่ครับ เสียงสหายต้นหลิวที่ส่ออาการกระหืดกระหาย กว่าใครเพื่อน ร้องถามขึ้นเมื่อเรือเริ่มเคลื่อนตัวสู่ท้องทะเล เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ให้ผ่านการทำเอกสารที่เกาะสองไปก่อนแล้วค่อยลากสาย โย ชนบท กล่าว ก่อนจะเริ่มซักซ้อมแผนการของภารกิจครั้งนี้ เราจะถึงที่หมายประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง พอพ้นหัวเกาะนี้ใครที่กระหายอยากจะซ้อมมือลงสาย Trolling ก็ได้แต่ลงไม่เกิน 3 สายนะ
สิ้นเสียง โย ชนบท สหายต้นหลิว ที่รอโอกาส นี้มานานรีบขานรับทันที ผมขอลงไอ้ม่วงแสบ สหายบรรจง กับผู้พันเหนี่ยวจะเอาตัวไหนลงมาสู้กับผมครับ ผู้พันเหนี่ยวไม่รอช้า ตอบรับคำท้าของสหายต้นหลิวทันที ผมเอา อีเขียวซ่าส์ ลงไปสู้แล้วกัน แล้วจะรู้สึก ว่าอีเขียวซ่าส์ ของผมมันจะซ่าส์แค่ไหน แล้วสหายบรรจงละ จะเอาตัวไหนมาสู้กันครับ ผู้พันเหนี่ยวหันหน้ามาถามสหายบรรจง ในขณะที่สหายบรรจงกำลังมะงุมมะงาหรา ประกอบอุปกรณ์ TIAGRA 50 WLRSA ตัวใหญ่พอๆ กับหม้อหุงข้าว สหายบรรจง ระสายตาจากรอกตัวยักษ์ แล้วเงยหน้าหันไปทางสหายเล็กศรีราชาก่อนจะปรึกษาคู่หู ว่า เราจะเอาตัวไหนไปสู้กับเขาดีละสหายเล็ก สหายเล็กศรีราชา ครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะดู คู่ต่อสู้แต่ละคน ฝีมือไม่ธรรมดา เอาอะไรดีละ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปลาพม่ามันชอบแบบไหน ถามสหายโย ชนบทดีกว่า จะเอาตัวไหนดี สหายเล็ก ศรีราชา หันมาถามโย ชนบท เป็นตัวช่วยสุดท้าย เอาหัวเจ๊ต สีชมพู หวานแหว๋ว ลงไปสู้ เลยสหายบรรจง คราวที่แล้ว เหยื่อตัวนี้เด็ดสุดๆ เดี๋ยวป๊าด เดี๋ยวป๊าด โดนไปหลายตัว โย ชนบท กล่าวพร้อมกับหยิบเหยื่อเจ๊ต ที่ได้มาจาก ท่านหมูโอเชี่ยนยื่นให้ ลงขันคนละ 300 นะ กองเชียร์ใครจะถือหางใครก็เลือกได้เลย ปลาฉวยของใครก่อนรับไปเลย ปลาอะไรก็ได้ ไม่เน้น ผู้พันเหนี่ยว เสนอกติกา ให้ทราบ ในขณะที่สหายบรรจง กำลัง มะงุมมะงาหรา งุ่มง่าม ประกอบชุดสายหน้า สหายต้นหลิว กับผู้พันเหนี่ยว รีบฉวยโอกาสนี้ ปล่อยไอ้ม่วงแสบและอีเขียวซ่าส์ ลงน้ำทันที แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสหายต้นหลิว ที่กำลังปล่อยสายส่งไอ้ม่วงแสบ ไปได้ไม่ทันไร ก็ยกคันตะวัด นี่แน่ ไอ้ม่วงแสบผมทำงานแล้ว ยังลงสายไม่เสร็จเลย ฮ่า ฮา เสียงสหายต้นหลิว ดีใจจนสุดจะยับยั้ง อาราย ผมยังไม่ได้ลงสายเลย แบบนี่ไม่ยุติธรรมนี่หว่า ตัวนี้ไม่นับ เอาตัวใหม่ เสียงสหายบรรจงโวยวายเป็นการใหญ่ ในที่สุดสหายต้นหลิวก็ลาก อินทรี ไซร์งามขึ้นเรือได้เป็นผลสำเร็จ เย้.....มื้อเที่ยงนี้มีปลากินแล้วพวกเรา เสียงดีใจสุดพรรณนาของบรรดากองเชียร์ ดังขึ้นก่อนที่นายเท้ง กะลาสีประจำเรือ จะเอาตะบอกมาเผ่นกระบาล อินทรีตัวนั้น โป๊ก เสียงดังฟังหนักแน่น
ขณะที่ขุนพลอาวุธหนักกำลังเสียดายกับปลาเก๋าลูกหมู ตัวแรกที่พึ่งจะหลุดไป ทางหัวเรือ พี่เปี๊ยก กำลังเกิดอาการ โยกโย้ โยกหยก อาการเฉกเช่นเดียวกับนายตั้มเมื่อครู่นี้ เอ้า มาเลย มาเจอกับข้านี่ มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน พี่เปี๊ยกปลาเมิน สำเนียกเสียงสบถ ออกมาอย่างคนสะใจ ภาพที่เราเห็นพี่เปี๊ยกปลาเมิน กำลังพันตูกับปลาเก๋าลูกหมู เข้าให้แล้ว ตาเปี๊ยกปลาเมิน เปลี่ยนไปแล้ว วุ้ย ปลาไม่เมินพี่เปี๊ยก แล้วละพี่น้อง ฮ่า! นายโยชนบท ส่งเสียงแซว เมื่อดูอากัปกิริยาและประเมินสถานการณ์ ของพี่เปี๊ยกแล้ว ถ้าฟ้าไม่แกล้ง โชคไม่เข้าข้าง โอกาสที่พี่เปี๊ยกปลาเมิน จะได้ปลาตัวนี้มันมีมากเหลือเกิน แต่แล้วชะตาฟ้าลิขิต ชีวิตของ เปี๊ยกปลาเมิน ยังคงอยู่คู่ ฉายา ปลาเมิน ต่อไป เมื่อเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันเกิดขึ้น โผ๊ละ เสียงแปลกประหลาด ไม่ค่อยคุ้นหู ดังมาจากมือพี่เปี๊ยก ทุกสายตาหันไปมองยังจุดกำเนิดเสียง สิ่งที่เห็นก็คือ ปลายคันเบ็ดส่วนที่หักไหลลู่ตาม สายเอ็น จมลงสู่น้ำอย่างรวดเร็ว เฮ้ย คันเบ็ดตูหักแล้ว พี่เปี๊ยกปลาเมิน ตกตะลึงกับสิ่งไม่คาดฝันเมื่อคันเบ็ดอันเป็นสุดที่รัก ต้องมากลายสภาพหักเป็นสองท่อน ปลายังอยู่ นี่พี่เปี๊ยก รีบอัดต่อเลยพี่ พี่เปี๊ยกปลาเมิน ปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว มือกำคันเบ็ดออกแรงงัด ในขณะที่ปลาตัวต้นเหตุ ออกแรงวิ่งไม่หยุด มันไม่ปล่อยโอกาสให้เป็นพี่เปี๊ยกได้เก็บสายบ้างเลย ในที่สุดสายที่ตึง ก็ขาดสะบั้น เป็นไปตามคาดหมาย เย้.....ดีใจจัง พี่ตู คันก็หัก สายก็ขาด ปลาก็ไม่ได้ สุดยอดเลยพี่ตู ฮะ ฮ่า! เสียงตะโกนแซวออกมาด้วยความสะใจ เอ้า...มีคนใจดีทำปลาหลุดไปแล้ว ป่านนี้ไอ้ตัวที่หลุด มันไปบอกเพื่อนมันหมดแล้วละใจดีเหลือเกิน คนนี้ ฮะ ฮา ฮ่า! พี่ซิง ได้ทีแซวซ้ำไปอีกดอก สถานการณ์ของพี่เปี๊ยก ตอนนี้ โดนสะจน ย่ำแย่กว่าตอนถูกปลาอัด เสียอีก
จากนี้ไปอีกหลายชั่วโมง กว่าจะถึงหมาย หน่วยผู้กล้านักล่าจากแดนสยาม ทยอยกันเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นช่ำ คงเหลือ แต่ผู้กล้าแดนตายไม่กี่คนที่ทรหดอดทน ไม่ยอมหลับยอมนอนนั่งเฝ้าฟังเสียงรอกร้อง หนึ่งในนั้นก็คือสหายต้นหลิวผู้หืดกระหาย ประมาณ 3 โมง กว่า เราจะผ่านชายร่อง ที่นั้นจะมีโอกาสได้ซ้อมมือกันอีกครั้ง แต่จากนี้ไปอีกเกือบ 4 ชั่วโมง นอนพักเอาแรงกันก่อนดีกว่า โย ชนบทบอก สมาชิกที่ถ่างตาเฝ้า สายTrolling ไม่ยอมพักยอมผ่อน แต่ก็ไร้ผล เขายังคงเป็นมนุษย์เหล็กไม่ยอมนอนอยู่ดี กระทั้งตะวันบ่ายแก่ๆ สมาชิกเริ่มทยอยกันตื่นนอน ด้วยความสดชื่น ร่างกายพร้อมที่จะผจญกับศึกใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าในอีกไม่นาน อ่า.....ได้นอนสักตื่น ค่อยยังชั่วหน่อย นี่มันกี่โมงแล้วนี่ โย ชนบท ตื่นขึ้นมาก็เอ่ยปากถามนายเก๋ ผู้คุมเรือ ในขณะที่มือขวาคว้าขวดน้ำ แล้วเทน้ำลงบนฝ่ามือลูบหน้าลูบตาเรียกความสดชื่น ให้คืนกลับสู่ร่างกาย จะ 4 โมงเย็นแล้วพี่โย เย็นนี้จะกินอะไรกันดี ครับ นายเก๋ กล่าวก่อนจะถามต่อ อื่ม...เอาอะไรก็ได้จัดมาเลยกินได้หมดแหละ เออ! นี่เรากำลังจะเข้า เขตร่องน้ำแล้วอ่ะ ดิ บ๊ะ งั้นต้องรีบไปลงสาย Trolling สะหน่อย เผื่อจะเจอตัว แบบคราวที่แล้ว โย ชนบท กล่าวจบ ก็งัดเอาเหยื่อ BONITA สีส้มหลังดำ ในนาม มะระกอ ขึ้นมาเข้าสายหน้า 150 ปอนด์ เอาหม้อหุงข้าวของสหายบรรจง นี่ละวะ สหายเล็กเตรียมตัวโดนของใหญ่ไว้ได้เลย เหยื่อตัวนี้ลีลาส่ายก้นมันออดอ้อนดีนัก ปลาเห็นต้องผวาเข้ามางาบทุกที โย ชนบทกล่าว ในขณะที่กำลังปล่อยสายออกจากรอกตัวยักษ์ แล้วก็จริงอย่างที่คาดไว้ เมื่อเรือแล่นผ่าน สันดอน ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 300 กว่าเมตร ปลายคันก็โน้มลงตามแรงกระชาก ก่อนที่ หม้อหุงข้าว จะคำรามเสียงดังกึกก้องสนั่นลำเรือ กร๊อดดดด แต่แล้วเหมือนฟ้ากั่นแกล้ง ตดยังไม่สิ้นกลิ่นเหม็น ชั่วเพียงเสี้ยวเวลานั้น คันเบ็ดก็ดีดตัวคืนกลับสู่ตำแหน่งเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ๋ะ....สงสัยมันจะงาบไม่ติดเบ็ด เก็บเหยื่อขึ้นมาดูดีกว่า ว่ายังอยู่ดีหรือเปล่า ไม่ใช่โดน แดร๊ก หายไปทั้งยวงสะละ ฮา! สหายเล็ก ศรีราชาเปรย แบบติดตลก นี่ไง มีฟันปลาหักติดตัวเหยื่อมาด้วย ฮะ ฮา ฮ่า ไอ้ปลาตัวนี้ฟันหล่อ สะแล้ว สหายเล็กศรีราชา เพ่งมองซี่ฟันเล่มใหญ่ ในสมองครุ่นคิด ก่อนจะเปรยเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา ขนาดฟันยังใหญ่ขนาดนี้ แล้ว ตัวมันจะใหญ่ขนาดไหน เฮอะ! ไม่อยากจะคิดเลย
แม้จะพลาดโอกาส ประลองกำลังกับสัตว์ใหญ่ที่แอบมาทักทายเหยื่อลาก แต่ก็ไม่ทำให้หน่วยล่าสวาทเกิดความท้อถอย หรือบั่นทอนกำลังใจ ของพวกเขาให้ลดน้อยถอยลงแม้แต่น้อย การลากสายยังคงดำเนินต่อไป กระทั้งดวงตะวันลาลับฟ้า ก็ไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นใดๆ เกิดขึ้น เหล่าขุนพลผู้กล้า บางคนเริ่มแสดงอาการเซื่องซึม เหนื่อยล้าจากการเดินทาง จึงงีบหลับพักเอาแรง ในขณะที่เรือกำลังคืบคลานเคลื่อนตัวเข้าใกล้แหล่งชุมนุมของเหล่าข้าศึกเข้าไปทุกขณะ อีกในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ก็จะถึงที่หมายแล้ว หัวใจสหายต้นหลิวเริ่มเต้นถี่ไม่เป็นจังหวะ ด้วยความตื่นเต้นที่เข้ามาครอบงำจิตใจ เขาจึงไม่อาจจะข่มตาให้หลับลง แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าสักเพียงใด เขาจึงลุกขึ้นเดินไปเดินมา เหมือนหนูติดจั่น หยิบอาวุธ ขึ้นมาลูบคลำ คล้ายประหนึ่งว่ากำลังลูบไล้เรืองร่าง อันเปลือยเปล่าของดรุณีวัยแรกรุ่นก็มิปาน เฮอะ.....เมื่อไหร่มันจะถึงสะทีว้อย รอจนเหงือก จะแห้งตายอยู่แล้ว เสียงรำพึงรำพัน คล้ายคนใกล้จะบ้า ดังเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปาก ที่เปิดเผยอเพียงเล็กน้อย
เวลา 3 ทุ่มครึ่ง เรือ Ocean One เบาเครื่องลง นั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุ ว่าการเดินทางใกล้ถึงที่หมายแล้ว เหล่านักรบผู้หืดกระหายต่อการศึก ดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอน ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องพักผ่อน ต่างไปคว้าอาวุธหนัก ขึ้นมาประจำกายเตรียมพร้อมที่จะต่อกรกับฝูงข้าศึกใต้ท้องทะเลลึก ซึ่งพวกเขาไม่รู้แม้แต่น้อย ว่าข้าศึก จะเป็นสัตว์น้ำสายพันธ์ใด และตัวมันจะใหญ่โตขนาดไหน ณ เวลานั้น ในมโนจิต ต่างอธิฐานเพียงต้องการให้แท่งตะกั่ว ลักษณะเหมือนปลา (เหยื่อ Jig) โดนปลางาบเท่านั้น เอ้า....เร็ว ผู้พันเหนี่ยว ปลาเข้าแล้ว ลงเหยื่อกันได้เลย ระดับ 55 ถึง 65 เมตรครับ เสียงนายเก๋ตะโกนบอกระดับตำแหน่งของข้าศึก ที่ปรากฏกายในจอ Sounder เสียงนั้นมันกระตุ้นต่อมฮึกเหิม แก่ผู้ที่ได้ยินเป็นยิ่งนัก สหายเล็ก สหายตึ๋ง สหายบรรจง รีบส่งอาวุธตะกั่ว ติดเบ็ดลงไปเล่นงานหน่วยลาดตระเวนของมันก่อนเลย เสียงผู้พันเหนี่ยว ตะโกนสั่งหน่วยสอดแนม ให้รีบเล่นงานกองปลาลาดตระเวนที่แหวกว่าย อยู่ระดับกลางน้ำ ส่วนตัวหัวโจกนั้นคงจะกบดานอยู่ระดับพื้นด้านล่างแน่ สิ้นเสียงสั่งการจากผู้พันเหนี่ยว หน่วยสอดแนม ส่งเสียง เฮ ดังลั่น ไชโย ถึงสะที รอเวลานี้มาแล้ว ลุย เล้ยยย ฮะ ฮ่า ฮา เสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้อง ประหนึ่งเหมือนทหารกล้าออกสู่สนามรบ หน่วยจู่โจม เตรียมพร้อม รอฟังสัญญาณเข้าโจมตี เสียงบัญชาการรบ ที่เฉียบขาดจากผู้พันเหนี่ยว ยานพาหนะลอยน้ำ บัดนี้ได้เคลื่อนตัวมาลอยลำอยู่เหนือดินแดนฝ่ายข้าศึกแล้ว สหายเต้แว่น สหายต้นหลิว สหายไก่โจมตี เสียงผู้พันเหนี่ยวสั่งการให้หน่วยจูโจมเข้าโจมตีประจัญบานกับข้าศึก
เหล่าพลรบ ทิ้งบอม อาวุธหนักลงไปต่อกรกับข้าศึก ทันที ที่ได้ยินสัญญาณจากผู้พันเหนี่ยว ผู้นำการรบในครั้งนี้ เมื่อเหยื่อจิ๊กดำดิ่งลงสู่น้ำได้ระดับที่ข้าศึกอยู่ เหล่าผู้กล้าก็เริ่มแสดงลีล่าส่ายเอวกระดกก้น งึก งึก มือข้างที่ถนัดกำด้ามฟอร์กิ๊ฟ แล้วงัดขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับมืออีกข้าง ที่กุมมือหมุนทำหน้าที่หมุนกว้านแขนรอกเก็บสาย อย่างเป็นจังหวะ แต่ละคนต่างแสดงลีลา กันสุดฤทธิ์ ไม่ช้าไม่นาน เฉลยศึกตัวแรก ก็ถูกจับกุมโดยละม่อม อึ๊บ....เสร็จตูละ เจ้าตัวนี้ อื๊บบบบ ดีดดิ้น ดีจังว้อย.... เสียงดีใจดังออกมาจากปาก สหายต้นหลิว เมื่อปลายสายเกิดแรงต่อต้าน และขัดขืนดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ การต่อสู้ระหว่างคนกับปลาบรรเลงขึ้นแล้ว ไม่นานนัก หน่วยลาดตระเวนของข้าศึกก็ถูกสหายต้นหลิวจับกุมขึ้นมาได้สำเร็จ เฮ้ย นี่มันปลาอะไรละเว้ย ทำไมหน้าตามันหน้าเกลียด ออกจะทุเรศอย่างนี้วะ สหายต้นหลิว สบถเสียงด้วยความตกใจ กับสิ่งที่ตนเองตกขึ้นมาได้ เวง...เอ่ย เวง จริงๆ นี่ มันปลาปีศาจนี่หว่า ซวยแล้วมัยละอีตาต้นหลิวดันทะลึ่งไปตกเอาปลาปีศาจขึ้นมาได้ โย ชนบท กล่าวเมื่อเห็นรูปพรรณ ของเชลยศึกตัวนั้น เสร็จกัน หมายนี้ ถ้ามีไอ้ปลาปีศาจ ปลาอื่นไม่มีแล้ว เก็บอาวุธ ย้ายหมายดีกว่า กัปตันนุ กล่าวเมื่อเห็นว่า ถ้าขืนอยู่ต่อไป กองรบทั้งกองมีสิทธิ์ โดนเจ้าตัวนี้ทำลายอาวุธ (กัดเหยื่อ Jig ขาด) พังพินาศเป็นแน่ สหายต้นหลิว ทีหน้าทีหลังอย่าไปเอามันขึ้นมาอีกละ แค่ตัวแรกก็ต้องรีบเผ่นแล้ว ฮะ ฮา ฮ่า สหายบรรจงกล่าว หน่วยล่าสวาทจำเป็นต้องถอนกำลัง ถอยทัพอย่างไม่เป็นท่า เพียงแค่ด่านแรกก็เสียท่าต่อฝ่ายข้าศึกเสียแล้ว ผู้พันเหนี่ยวต้องเรียกพลมาปรับขบวนกลยุทธ์กันใหม่ ในขณะที่เรือ Ocean One c]joสู่ด่านหน้าก่อนถึงวังปลาสีทอง อีกประมาณ 3 ไมล์ เราจะถึงด่านหน้าวังสีทอง เราต้องจัดการกองพันปลาโอ และกองร้อยเยลโลฟิล ของข้าศึกให้ได้มากที่สุด จำไว้ ผู้พันเหนี่ยว แจงแผนการ ให้เหล่าผู้กล้าทราบ ไม่ช้าไม่นานเรือ Ocean One ก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ด่านหน้าของข้าศึก เตรียมตัวให้พร้อม ส่งอาวุธเบา ชุดเล็ก 60 กรัม ลงไปเล่นงานมันเลยสหายข้า โย ชนบท ชี้แนะ ก่อนจะส่งอาวุธเบา เหยื่อ Jig ขนาด 60 กรัมลงน้ำ
ป๊าบ เข้าให้เสร็จ ละ 1 สหายตึ๊ง สบถเสียงอย่างดัง เมื่ออาวุธของเขาสำแดงอานุภาพ อึ๊บ ผมก็โดนแล้ว ฮะ ฮา เสร็จเราอีก 1 แล้ว สหายเต้แว่น กล่าว การต่อสู้ประจัญบาน อุบัติขึ้นรอบลำเรือ กองพันปลาโอลาย และกองร้อยเยลโลฟิล ถูก หน่วยล่าสวาทจัดการตัวแล้วตัวเล่า แต่ยิ่งเวลาผ่านเนินนานไป ดูเหมือนจำนวนข้าศึกจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น มันส่งหน่วยสนับสนุนมาช่วยพวกมันแล้ว พวกเรา ดูโน้น สิ กระโดด โชว์ตัวขู่พวกเราด้วย ผู้พันโฟ หนึ่งในสหายศึกที่ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาตลอดกล่าว เมื่อฝูงข้าศึกกระโดดโชว์ตัวรอบลำเรืออันเป็นที่ตั้งมั่นของกองรบหน่วยล่าสวาท ข้าศึกล้อมพวกเราแล้ว รีบส่งอาวุธออกไปเด็ดหัวไอ้ตัวหัวโจ๊กที่โดดน้ำอยู่ปลายชายไฟเลยเร็ว นายเก๋ กล่าวด้วยเสียงระร่ำระลัก สหายตึ๋ง สหายเต้แว่น สหายไก่ก่อสร้าง ส่งระเบิดหัวตะกั่วออกไปยังเป้าหมายโดยเร็ว ผู้พันเหนี่ยว บัญชาการรบสั่งหน่วยจู่โจมทั้ง 3 นาย ออกไปต้านรับมือกับข้าศึกที่อาจหาญแสดงตัวอย่างไม่กลัวตาย จ๋อม จ๋อม เสียงเหยื่อจิ๊กรูปทรงประหลาดตกกระทบน้ำ สหายตึ๋ง และสหายเล็กศรีราชา โรยสายปล่อยอาวุธให้ดำดิ่งลงสู่เป้าหมายเบื้องล่าง พอคาดคะเนได้ระยะ ทั้งสองคนก็ทำการจุดฉนวนระเบิด ด้วยการ โยกเอวส่ายก้นเป็นจังหวะ ด๊องแด๋ง ไม่นานนัก สหายตึ๋ง ก็ได้รับแรงกระชากอย่างรุนแรง และหนักหน่วงจากปลายสาย จนแทบไม่อาจจะต้านพละกำลังจากแรงกระชากนี้ได้ แต่ด้วยความชำนาญและถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้สหายตึ๋ง รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ปรับสภาพเกมส์แก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด โอ๊ะ โอ โอ๋ อาวุธผมมันทำงานแล้ว ตัวใหญ่เอาเรื่องเสียด้วย เสียงสหายตึ๋ง กล่าวไม่ค่อยจะเป็นสำเนียง เกมส์การต่อสู้ยืดเยื้อ ออกไปนานหลายนาที ไม่นานนัก สหายตึ๋งที่อาศัยประสบการณ์ ก็สามารถ จับกุมไอ้ตัวหัวโจ๊กที่กระโดดน้ำโชว์ตัวได้เป็นผลสำเร็จมันคือ ด๊อกทูธทูน่า ไซร์ 17 กิโลกรัม เยี่ยมมากสหายตึ๋ง จัดการกับพวกมันต่อไป ตัวก่อการร้ายยังเหลืออยู่อีกหลายตัว ผู้พันเหนี่ยวกล่าวชื่นชมพลพรรค อึ๊บ ของผมก็โดน เข้าให้แล้ว ครับผู้พัน แต่เอ๋ะ พวกเราหายไปไหน หนึ่งคนครับ สหายเล็กศรีราชากล่าวพร้อมกับเกิดความสงสัยขึ้นเมื่อไม่เห็นสหายต้นหลิว ออกมาต่อกร ต้านรับกับฝูงปลา ที่เปรียบเสมือนเป็นข้าศึกในการรบครั้งนี้
เมื่อกี้ เห็นสหายต้นหลิวเอาเบ็ดเกี่ยวปลาโอตัวใหญ่เดินไปด้านหลังท้ายเรือ โน้น ครับ สหายบรรจงกล่าวต่อไปว่า ไม่รู้เอาอาวุธอาร์พีจี ลูกหนำเลียบ (ปลาโอ) ไปทำอะไรนะครับ โย ชนบทเมื่อได้ยินสหายบรรจงกล่าวเช่น แสดงอาการตกใจขึ้นมาทันที ตายห่ะ! นี่สหายต้นหลิวคิดทำการบรรลัยแล้วละสิ พวกเรา ต้องรีบไปห้ามโดยเร็ว ชักช้าจะเสียการใหญ่แน่แล้ว โย ชนบทเอ่ยจบ ก็รีบเดินมาท้ายเรือ และสิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตาของเขาอยู่ในขณะนี้ก็คือ ภาพของสหายต้นหลิวกำลังส่งอาวุธหนัก จรวดอาร์พีจี ลูกหนำเลียบ ลงไปทำลายรังข้าศึกที่อยู่ด้านล่าง เดี๋ยวก่อนสหายต้นหลิว นี่ท่านกำลังคิดการทำเรื่องใดอยู่รึ โย ชนบทเอ่ยปาก ถามสหายต้นหลิว ข้ากำลังส่งอาร์พีจีลงไปจัดการฐานที่มั่น ซึ่งมีแม่ทัพ ฟันคม ที่ว่ายอยู่ด้านล่าง ข้าอยากลองปะทะกำลังกับมันสักตั้ง สหายต้นหลิวตอบ เฮ้ย ...ท่านทำอย่างนั้นไม่ได้นะสหายต้นหลิว โย ชนบทกล่าวต่อไปว่า ถ้าท่านจัดการกับแม่ทัพฟันคมแล้ว พวกเราจะพากันบรรลัยหมด มันจะส่งพลพรรค เข้ามาจัดการเขมือบ อาวุธของพวกเรา พังพินาศย่อยยับหมดแน่ๆ ท่านรีบเก็บอาวุธของท่านขึ้นมาก่อนเถอะ โย ชนบทกล่าวยังไม่ จบประโยค อาวุธอาร์พีจีของสหายต้นหลิวก็ทำงานขึ้นทันที ช้าไปแล้วครับท่าน โย ชนบท ไอ้หัวปลี ของผมมันทำงานแล้ว เห็นมั๊ย ฮะ ฮ่า เล่นของใหญ่สะด้วยสิ สหายต้นหลิว กล่าว ด้วยสีหน้า ที่แสดงออกมาด้วยความดีใจจนสุดบรรยาย แต่สีหน้าของ โย ชนบท กลับแฝงด้วยความหวาดวิตก แล้วสิ่งที่โย ชนบท หวาดวิตกก็เกิดขึ้น เมื่อสหายต้นหลิว ส่งอาวุธลูกหนำเลียบ (ปลาโอตัวเขือง) ลงไปหลอกล่อ ฉลามร้ายที่แหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง ก็พากันตื่นตัวปรี่เข้ามารุมกัดทึ่ง อาวุธ ที่เหล่าสหายคนอื่น เฮ้ย ผมโดนของใหญ่เข้าให้แล้ว งัดไม่ขึ้นเลย มันพาหนีอย่างเดียว ทำไงดี เกิดเหตุใดขึ้น ทำไมพวกเราหลายคนงัดข้าศึกไม่ขึ้นกันเลย เสียงเอ็ดตะโรดังขึ้นระงม เกิดความโกลาหลกับหน่วยล่าสวาท
หลายคนโดนฉลามร้ายงับเหยื่อลากวิ่งไม่ยอมหยุด ก็จะใครเสียอีกละที่ไปปลุกให้มันตื่น ก้ออีตาต้นหลิวนี่ไง ที่แอบหย่อนระเบิดอาร์พีจีลงไปรังควานมันอ่ะเด่ะ เป็นไงละความบรรลัยมาเยือนเลย สหายบรรจงกล่าว ในขณะที่ สหายต้นหลิว กำลังเพลิดเพลินกับการต่อสู้กับ ฉลามร้าย ซึ่งเปรียบเสมือน แม่ทัพ ของฝูงปลาข้าศึก แต่เพื่อนๆ อีกหลายคนก็ต้องเสียอาวุธสายหน้าไปกับปากปลาฉลามร้าย เออ ดูดิ มันจะสู้ได้สักกี่น้ำ ตูจะคอยสมน้ำหน้าคนตอนที่มันหมดแรงหอบซี่โครงบาน ฮะ ฮา ฮ่า ผู้กองซิง ปลาทราย กล่าวเย้ยหยัน ในขณะเดียวกันนั้นเอง อาวุธทุ่นระเบิดที่ปักคากระบอก อยู่หน้าสหายเล็กศรีราชา ก็แสดงอาการไหวตัวแสดงว่าข้าศึกหลงกลติดกับดักเข้าให้แล้ว เอ้า สหายเล็กจัดการสะ เจ้าของอาวุธ ที่อยู่หน้าเจ้า กำลังง้วนกับ แม่ทัพของข้าศึกอยู่ท้ายเรือนู้น ผู้กองซิง ปลาทรายกล่าว อารัยเนี่ย สหายต้นหลิวท่านใช้อาวุธถึง 2 อันเชียวรึนี่ สหายเล็กศรีราชา กล่าวก่อนจะรับหน้าที่เป็นมือสังหารจำเป็น กระชากคันออกจากกระบอกจัดการกับข้าศึกฟันหมา หรือด๊อกทูธ ไซร์ใหญ่ เกือบ 10 กิโล ขึ้นมาได้ ข้างฝ่ายสหายต้นหลิว ที่กำลังสนุกสนานกับฉลามร้าย บัดนี้ปรากฏเม็ดเหงื่อไหลท่วมตัว ในขณะที่สหายคนอื่นๆ ต่างเก็บอาวุธขึ้นเก็บ เพราะไม่อาจจะเสี่ยงไปต่อกรกับฝูงฉลามร้ายได้ คงปล่อยให้สหายต้นหลิวเพลินกับสิ่งที่ตนเองฝันหาไปเพียงลำพัง เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง สายเอ็น 50 ปอนด์ที่ทำงานอย่างหนักเกิดพิกัด ก็มิอาจจะต้านทานพละกำลังของฉลามร้ายต่อไปได้ จึงขาดสะบัน เป็นเสร็จสิ้นการต่อสู้ ที่ยืดเยื้อมานานนับชั่วโมง เฮอะ ขาดไปได้ก็ดี ที่หน้าที่หลัง อย่าแอบหย่อนลูกหนำเลียบ ลงไปล่อฉลามอีกนะ สหายต้นหลิว ปลาอื่นมันจะพากันหายหัวหนีไปหมด จะพากันอดทั้งลำเรือ เสียงนายเก๋ กล่าว ต่อไปอีกว่า ป่ะเก็บอาวุธ เถอะ ย้ายไปหมายใหม่ ข้างล่างไอ้หลามป่วนหมดแล้วละหมายนี้ เสียงเครื่องยนต์เรือ คำรามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็เดินทางมาถึงด่านชั้นที่ 2 ของข้าศึก ที่แห่งนี้เราเรียกมันว่า ดอนทูน่า
[หน้า 2 ] [กลับสู่หน้าเมนูหลัก] |