WeekendHobby.com


อาก้า กับ M16

จาก อบต
210.1.50.210
อังคารที่ , 8/8/2549
เวลา : 23:21

อ่านแล้ว = 283892 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ระหว่างปืนอาก้า กับ M16 ชนิดไหนร้ายแรงกว่ากันครับอยากทราบข้อมูลรายละเอียด


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 2 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  

คำตอบที่ 31
       ขอโทษครับพี่ คำก้อน คนอ้วนเสื้อแดงนั่นใช้เจ้า art อะป่าวครับพี่ พอดีผมเป็นเพื่อนเค้าอะไม่ยักรู้ว่าเข้ามาเล่นในนี้อะครับ


จาก wut(FUC014) 58.8.152.253 พุธ, 23/8/2549 เวลา : 23:04

-----------------------------------------------------
ใช่ครับ..แต่ที่นี้นานๆเข้ามาครับ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

คำก้อน จาก คำก้อน 210.4.139.129 ศุกร์, 25/8/2549 เวลา : 08:49   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25809

คำตอบที่ 32
       M16A1 = AK47

M16A2 = AK74
น่าจะเหมาะเปรียบคู่กันได้กว่า

ใครกดก่อนย่อมได้เปรียบ จริงใหมครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Ha 5 5 203.121.131.31 ศุกร์, 25/8/2549 เวลา : 17:54   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25831

คำตอบที่ 33
       เอ็ม.16 เอ 1 ถ้ายิงเป็นออโต้ กด 1 ครั้ง กระสุนจะออกมา 3 นัด เท่านั้น คุณจะต้องกดออโต้ถึง 10 ครั้งกระสุนจะออกมาทั้งหมด 30 นัด/1ซองกระสุน
-----------------------------------------
เอ็ม16 เอ1 มีสามคลิก
บนสุดเซฟ
กลาง ยิงทีละนัด(ยน.)
ล่างยิงชุด(ยช.) อันนี้กดได้เรื่อยจนหมดกแม็ก


**********************************
และเมกาได้ผลิตปืนเล็กกล เอ็ม.249 มินิมิ
--------------------------------------
minimi made in Belgium





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.34.206 เสาร์, 26/8/2549 เวลา : 15:15   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25842

คำตอบที่ 34
       เพิ่งเห็นว่า คนติดตามตอบแล้ว โทษที
เอาเป็นว่า ขอสนับสนุนคนติดตามเรื่องกระสุน มินิมี่ ดังข้างล่างครับ

แล้ว M 249 มินิมิ นี่ของเบลเยี่ยมครับกระสุนที่ใช้สามารถใช้กับขนาด 5.56 ได้ทุกรุ่นละครับ

อีทีนี้ ขอเพิ่ม เติมลิง้ค์สำหรับมินิมี่ครับ

http://world.guns.ru/machine/mg17-e.htm



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.34.206 เสาร์, 26/8/2549 เวลา : 15:19   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25843

คำตอบที่ 35
       เวลาสู้กัน จนท.ตาย 5 ผู้ก่อการร้ายตาย 1 เจ็บ 2 ยึดอาวุธ ผกค.ได้ AK47 2 กระบอก

แล้วอะไรร้ายกว่ากัน

จาก ผกค 203.113.55.200 พุธ, 23/8/2549 เวลา : 23:09
*******************************

เอามาเป็นบรรทัดฐานไม่ได้หรอกครับ
กรณีการปะทะกัน มันอยู่ในเงื่อนไข ของการปะทะว่า ปะทะ เพราะถูกซุ่มโจมตี โจมตี อะไรหลายอย่าง
หากเป็นการซุ่มโจมตีแล้ว ฝ่ายซุ่มย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอ และฝ่ายซุ่มจะเป็นฝ่ายเลือกสมรภูมิ อาทิ จะซุ่มจุดไหน วางกำลังเช่นไร ในภูมิลำเนานั้น
กล่าวง่ายๆ มีสิทธิเลือกชัยภูมิที่ได้เปรียบ

ฝ่ายถูกซุ่มโจมตี แค่เดินมาถึงจุดนั้น...เพื่อที่รู้ว่าถูกซุ่มโจมตี แล้วก็เริ่มต่อสู้ ป้องกันตัว






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก submachine 124.121.122.97 อาทิตย์, 27/8/2549 เวลา : 15:09   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25871

คำตอบที่ 36
       ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะครับ ในความรู้อันน้อยนิดของผม

ฟันธงครับว่าสภาพโดยรวมในการรบ อ้าก้าได้เปรียบทุกกรณี
เหตุผล เกิดจากสงครามครับ ครั้งแรกอเมริกาพยายามสนับสนุนสงครามโดยเรียกตัวเองว่าพันธมิตร ทำสงครามกับฝ่ายที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์ แล้วก็เที่ยวสนับสนุนอาวุธที่ว่านี้คือ M16 ไปยังประเทศต่างๆ ในช่วงแรกทำเอาฝ่ายคอมมิวนิสต์สพึงกลัวไปทั่วจึงได้สร้างเจ้า อาก้าขึ้นมาใช้ โดยวัตถุประส่งค์ต้องเหนือกว่าทุกด้าน เช่น นำกระสุนของ m16 มายิงได้(หากจำเป็นจริงจริง) แต่ในทางกลับกัน M16 ยิงกระสุนอ้าก้าไม่ได้ (กระสุน M16 ใส่ในรังเพลิง อ้าก้าได้เพราะเล็กกว่า แต่กระสุนอาก้าใส่ในรังเพลิง M16 ไม่ได้เพราะกระสุนใหญ่กว่ารังเพลิง เหมือปืน.357 ยิงกระสุน .38 ได้ แต่ ปืนขนาด.38 ยิงกระสุน .357 ไม่ได้ ) ทนทานกว่า สมบุกสมบันได้มากกว่า เป็นต้น และเหตุผลอื่นๆอีกหลายประการ เอาเป็นว่า อาก้าผลิตออกมาเพื่อพิชิต เจ้า M16 ครับ และเพื่อการรบนอกแบบครับ หวังผลการทำลายล้างมากกว่า เรื่องนำหนักกระสุนไม่ใช่ข้ออ้างของการนำไปใช้ในส่งครามครับคือขนาดน้อยก่วานำไปได้มากกว่า แต่ขนาดใหญ่กว่านำไปได้น้อยกว่า ถ้าโดนยิงไอ้ขนาดเล็กย่อมหยุดยั้งได้น้อยก่วา ไอ้ขนาดใหญ่ย่อมหยุดยั้งได้มากกว่า หมายความว่าโดนอาก้านัดเดียวตายไม่มีโอกาสลุกขึ้นมายิงได้อีก แต่โดน M16 แล้วอาจลุกขึ้นมายิงได้อีก (แล้วจะมีการส่งกำลังบำรุงไปทำไมหละ ไอ้ ป.ต่างๆ เนี๊ยะ)
ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก chai_kabpom 203.147.50.65 จันทร์, 28/8/2549 เวลา : 13:12   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25911

คำตอบที่ 37
       เอ....???? ข้อมูลที่ว่า ปืนอาก้าซึ่งใช้กระสุนขนาด 7.65 มม. จะเอากระสุนขนาด 5.56 มม.มาใช้ได้ เป็นข้อมูลจากตำราไหนครับ ผลต่างห่างกันตั้ง 2.09 มม. แถมปลอกกระสุนก็ยาวไม่เท่ากัน ใส่ได้ก็จริงแต่รับประกันว่า ใช้ยิงไม่ได้แน่ๆครับ
ที่เปรียบเทียบเรื่องปืน.357 ใช้กระสุน .38 ยิงได้น่ะถูกต้องเพราะขนาดหัวกระสุนมันเท่ากันเป๊ะ แต่เรียกให้ต่างกันเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นเอามาเปรียบกันไม่ได้แน่ๆ
ไอ้เรื่องนัดเดียวใครจะอยู่ใครจะไปนี่ ถ้าดูข่าวเมื่อวันสองวัน ที่ผู้ก่อการดักยิงถล่มจนนายทหารระดับพันเอกเสียชีวิต มีทหารได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกระสุนปืนอาก้าถึง 5 นาย แต่ละคนโดนเข้าไปคนละ 2-3 นัดแต่ไม่ตาย
ผมเชื่อว่าตำแหน่งที่โดน เช่นต้นขา ถ้าเป็นกระสุน 5.56 ของปืน M.16 ล่ะก็ขาขาดไปแล้วครับ นี่ดีว่าเป็น 7.65 ของปืนอาก้าเลยแค่ขาหัก ผมว่าของผมอย่างนี้ล่ะ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก สมีเฒ่า 202.44.7.68 จันทร์, 28/8/2549 เวลา : 13:52   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25916

คำตอบที่ 38
       ผมว่าถ้าจะเทียบเรื่องใครแรงกว่ากัน มันมีองค์ประกอบหลายอย่างนะครับ เอาแค่ประสิทธิภาพในการหยุดยั้งเป้าหมายก่อนละกัน เรามักจะคิดว่ากระสุนไรเฟิลหยุดคนได้ดีกว่ากระสุนของปืนพก แต่ในปฏิบัติแล้วกระสุนปืนพกกลับหยุดยั้งคนได้ดีกว่ากว่ากระสุนปืนไรเฟิลครับ ถามว่าเพราะอะไรคำตอบคือหน้าตัดและการกระจายพลังงานจลน์ให้แก่เป้าหมายครับของกระสุน เอาง่ายๆในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่อเมริกายกกองทัพเข้าตีเกาะไซปัน เกาะกวม พวก GI มักจะเจอทีเด็ดของพวกพี่ยุ่นเสมอคือพอเอา M1 Garand ,BAR แล้วก็เจ้า Springfield ซึ่งใช้กระสุนขนาด .30-06 ยิง พบว่ามักจะหยุดพวกทหารญี่ปุ่นที่วิ่งเข้ามาชาร์จไม่ได้ทำหรือไม่ก็เวลาก่อนตาย พี่ยุ่นแกก็จะควักเอาดาบซามูไรไม่ก็ดาบปลายปืนขึ้นมาแทงสวนกลับอีก ทำให้ทหาร GI ล้มตายกันแบบไม่ค่อยคุ้มเลยคือยิงพี่ยุ่นตาย 1 ก็เจอฟันสวนกลับตายตกตามกันไปอีก 1-2 คนประจำ แต่กับเจ้าปืนกลมือ Thomson แล้วก็ปืนพก Colt M1911 ซึ่งใช้กระสุน .45 กับยิงแค่นัดสองนัดพี่ยุ่นแกก็ล้มลงนอนตายทันที หรือถึงไม่ตายก็จุกจนลุกไม่ขึ้น ตอนท้ายๆพวก GI เลยเลือกที่จะใช้ปืนกลทอมสันกันมากกว่าปืนไรเฟิลอัตโนมัติ จนสุดท้ายในปี 1950 กองทัพสหรัฐฯต้องเลิกการใช้กระสุน .30-06 แล้วเอากระสุน .308 Winchester (7.62x51 mm. NATO) เข้าประจำการแทน





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 61.7.162.42 อังคาร, 29/8/2549 เวลา : 19:24   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26003

คำตอบที่ 39
       แต่ระหว่าง M16 กับ AK-47 ในเรื่องความทนทานและไว้วางใจได้ในขณะการรบ ปืน AK-47 ได้ภาษีดีกว่าครับ เพราะไม่ต้องดูแลรักษามาก ขอแค่คอยหมั่นหยอดน้ำมันตรวจตราดูสลักต่างๆให้เข้าที่เข้าทางก็ใช้การได้ดีแล้ว ขนาดพวกผมเคยเจอปืน AK-47 แบบขึ้นสนิมทั้งกระบอกแล้วก็ลำกล้อง พอเอามาหยอดน้ำมันนิดหน่อยกลับยิงได้แบบทีเดียวหมดแม็กเลย ทั้งๆที่มันใช้ระบบ Gas Operation แบบเดียวกับ M16 ซึ่งถ้าเก่าขนาดนี้ไม่น่าจะยิงออกได้แต่ปืนของเฮีย Mikhail T.Kalashnikov ทำได้ แล้วผมก็ไม่ค่อยเห็นปืน AK-47 ขัดลำกล้อง ต่างจาก M16 นี่ขนาดดูแลรักษาดีๆยังต้องมีรายการขัดลำกล้องให้เจอประจำ ยิงเป็น 100 นัดขึ้นไปนี่ AK-47 ยังไม่ขัดลำกล้องเลยแต่ถ้าเป็น M16 เจอไป 1-2 ครั้งแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน อาจะเป็นเพราะเขม่าเข้าไปในท่อนำแก๊สมากไปจนไปอุดตันก็ได้ (ปืน M16 ที่ใช้เป็น M16-A2 นะครับ) แล้วก็ใช้กระสุนแบบใหม่แกะกล่องเลยด้วย ในขณะที่เจ้า AK-47 เอากระสุนแบบเก่าเก็บมายิงทิ้งยิงขว้างกันเลย เพื่อจะเอาปลอกไปบรรจุดินปืนใหม่ ส่วนเรื่องกลุ่มกระสุนนั้นต้องยอมรับว่ายังไง M16 ก็ต้องดีกว่า AK-47 เพราะมันเล็งยิงประณีตได้ กลุ่มกระสุนแต่ประมาณ 2 นิ้วในระยะ 100 เมตร แต่พี่ AK-47 บานเป็น 4-5 นิ้วไปโน่น เดาว่าอาจเป็นเพราะลมพัดแรงหรือบางทีลำกล้องปืนมีปัญหาก็ได้



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 61.7.162.42 อังคาร, 29/8/2549 เวลา : 19:39   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26005

คำตอบที่ 40
       ต้องขอบคุณในเกร็ดประวัติศาสตร์การรบนะครับ ปืนกล Browning ที่เรียกย่อๆว่า" บาร์" นี่เห็นในหนังสมัย อัลคาโปน ครองเมือง มันใช้กระสุนขนาดใหญ่จริงๆ แต่เพิ่งรู้ว่าหยุดซามูไรไม่อยู่
แต่เรื่องกระทู้ที่ถามในประเด็น "ความร้ายแรง"ของปืนสองชนิด ผมว่าน่าจะหมายถึงความร้ายแรงของ"กระสุน"มากกว่าระบบกลไกของปืนนะครับ
เพราะปืนทั้งสองชนิดก็เป็นไรเฟิลจู่โจมที่มีระบบการยิงแบบฟูลออโตฯเหมือนๆกัน อัตราการยิงก็พอๆกัน(600-750 นัด/นาที) ความทนทานไม่น่าจะเป็นหัวข้อในการเปรียบเทียบเรื่องความร้ายแรง
แต่ถ้าถามว่าระหว่างปืนแก๊ตเตอร์ลิ่ง 6 ลำกล้องที่ใช้กระสุนขนาด .223 กับ ปืนกลหนักที่ใช้กระสุนขนาด .50 นี่ใครร้ายแรงกว่ากัน ผมว่าระบบของตัวปืนจะมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มากนะครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก สมีเฒ่า 202.44.7.68 พุธ, 30/8/2549 เวลา : 09:59   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26017

คำตอบที่ 41
       งง..แล้วทำไม่ทหารถึงใช้ AK-47 ไปปิดบัญชีดำ และโจรใต้ต้องมาปล้น M16



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก งง... 58.147.102.227 ศุกร์, 1/9/2549 เวลา : 23:24   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26176

คำตอบที่ 42
       ถึงคุณสมีเฒ่าครับ
ปืน BAR นี่ชื่อเล่นเขาคือ "Browning" นะครับ ส่วนปืนที่พวกแก็งมาเฟียอิตาลีอัลคาโปนนิยมใช้กันคือ "ปืนกลมือทอมสัน" นะครับหรือที่เรียกกันว่า "Tommy Gun" นั่นละครับ ปืนกลมือทอมสันใช้กระสุนขนาด .45 ACP ที่เรากันทุกวันนี้ละครับ โดยพวกนี้นิยมใช้คู่กับแมกกาซีนแบบ Drum 100 นัดครับ เพราะเอาไว้ยิงกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามครับ
ส่วนเรื่องปืนกลแกตลิงนั้น ผมว่าถ้ายิงใส่คนขนาด .223 ก็อยู่แล้วละครับ หรือเอาแค่ .308 (7.62 NATO)ก็พอแล้ว เพราะถ้าขนาด .50 (12.7 มม.)ละก็ผมไม่อยากคิดเลยว่าถ้าคนที่โดนยิงโดนเข้าไป 10 กว่านัดศพจะเละไม่มีชิ้นดีขนาดไหน เพราะ .50 นี่เขาเอาไว้ยิงพวกรถยานเกราะกับพวกเครื่องบินนะครับ แถมกระสุนขนาดยิ่งใหญ่เท่าไหร่การยิงต่อเนื่องยิ่งช้าลงเท่านั้นเพราะถ้ารัวมากไปลำกล้องกับตัวปืนจะสะสมความร้อนในรังเพลิงจนระเบิดได้ครับ แต่กับปืนแกตลิงนั่นมันมีดีตรงที่ลำกล้องมันหมุนได้นี่ละครับ ลำกล้องเลยไม่ต้องรับภาระหนักมาก เลยทำให้มันสามารถยิงรัวได้ถึง 12,000 นัด/นาทีเลยครับ (ผมไม่รู้ว่ากองทัพสหรัฐฯมันโม้รึเปล่า เพราะปืนกลฟาลังซ์ที่มันติดตั้งบนเรือบรรทุกเครื่องบินมัน ใช้กระสุนตั้งขนาด 20 มม. ซึ่งไม่น่าจะรัวได้ถึงขนาดนั้น ถ้าขนาด .50 ก็พอเชื่อแต่ก็น่ากังขาอยู่ดี แต่ถ้า Mini Gun ที่ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์ผมเชื่อว่าได้ เพราะใช้อย่างมากแค่ขนาด 5.56 มม.กับ 7.62 มม.เองครับ)





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.175.57 เสาร์, 2/9/2549 เวลา : 16:30   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26193

คำตอบที่ 43
       "คำตอบที่ 41
งง..แล้วทำไม่ทหารถึงใช้ AK-47 ไปปิดบัญชีดำ และโจรใต้ต้องมาปล้น M16"
ก็เอ็ม 16 อเมริกาเขายกให้เราฟรีๆไงครับในช่วงตอนสงครามเวียดนาม เพราะเขาเห็นอาวุธเราแล้วมันไม่ไหว เอา M1 Carbine หรือ M1 Garand ไปยิงสู้กับปืนอาก้ามันจะไหวไหมละครับ เขามีทีตั้ง 30 นัด/แมก เรามีแค่ 8 นัด/คลิปหรือแมกเอง เจอยิงตายก่อนตอนเปลี่ยนแมกพอดี แล้วหลังจากนั้นเราก็เลยใช้ต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เรียกว่าจะมีใช้อย่างอื่นบ้างก็คือเอชเค 33 นี่ละครับ นี่ละทำไมทหารเราถึงไม่ใช้อาก้า แต่ยังมีที่ใช้อาก้าก็คือพวกทหารพรานครับ ซึ่งช่วงนั้นพวก พคท. ออกมามอบตัวกันเยอะเราก็เลยเอาปืนอาก้าที่ปลดมาจากพวกนั้น เข้าประจำการในหน่วยทหารพรานเสียเลยจะได้ไม่เสียของด้วย
ส่วนเรื่องโจรใต้ทำไมต้องปล้นปืนเอ็ม 16ก็ถ้าในค่ายที่ปล้นมีปืนอาก้า มันก็เอาไปด้วยละครับ เพราะไอ้พวกอาเจะห์กับไอ้พวกเวรนี่มันเอาหมดขอให้มีมาเหอะ ขนาดปืนลูกซองมันยังเอาเลย คิดดูก็ละกัน



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.175.57 เสาร์, 2/9/2549 เวลา : 16:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26194

คำตอบที่ 44
       "คำตอบที่ 36
ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะครับ ในความรู้อันน้อยนิดของผม

ฟันธงครับว่าสภาพโดยรวมในการรบ อ้าก้าได้เปรียบทุกกรณี
เหตุผล เกิดจากสงครามครับ ครั้งแรกอเมริกาพยายามสนับสนุนสงครามโดยเรียกตัวเองว่าพันธมิตร ทำสงครามกับฝ่ายที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์ แล้วก็เที่ยวสนับสนุนอาวุธที่ว่านี้คือ M16 ไปยังประเทศต่างๆ ในช่วงแรกทำเอาฝ่ายคอมมิวนิสต์สพึงกลัวไปทั่วจึงได้สร้างเจ้า อาก้าขึ้นมาใช้ โดยวัตถุประส่งค์ต้องเหนือกว่าทุกด้าน เช่น นำกระสุนของ m16 มายิงได้(หากจำเป็นจริงจริง) แต่ในทางกลับกัน M16 ยิงกระสุนอ้าก้าไม่ได้ (กระสุน M16 ใส่ในรังเพลิง อ้าก้าได้เพราะเล็กกว่า แต่กระสุนอาก้าใส่ในรังเพลิง M16 ไม่ได้เพราะกระสุนใหญ่กว่ารังเพลิง เหมือปืน.357 ยิงกระสุน .38 ได้ แต่ ปืนขนาด.38 ยิงกระสุน .357 ไม่ได้ ) ทนทานกว่า สมบุกสมบันได้มากกว่า เป็นต้น และเหตุผลอื่นๆอีกหลายประการ เอาเป็นว่า อาก้าผลิตออกมาเพื่อพิชิต เจ้า M16 ครับ และเพื่อการรบนอกแบบครับ หวังผลการทำลายล้างมากกว่า เรื่องนำหนักกระสุนไม่ใช่ข้ออ้างของการนำไปใช้ในส่งครามครับคือขนาดน้อยก่วานำไปได้มากกว่า แต่ขนาดใหญ่กว่านำไปได้น้อยกว่า ถ้าโดนยิงไอ้ขนาดเล็กย่อมหยุดยั้งได้น้อยก่วา ไอ้ขนาดใหญ่ย่อมหยุดยั้งได้มากกว่า หมายความว่าโดนอาก้านัดเดียวตายไม่มีโอกาสลุกขึ้นมายิงได้อีก แต่โดน M16 แล้วอาจลุกขึ้นมายิงได้อีก (แล้วจะมีการส่งกำลังบำรุงไปทำไมหละ ไอ้ ป.ต่างๆ เนี๊ยะ)
ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยครับ"
คืออยากจะบอกว่าปืนอาก้าหรือ AK-47มันเปิดสายการผลิตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 แล้วนะครับ แต่ปืนเอ็ม 16 เริ่มผลิตตอนปีค.ศ .1965 โดยปืนอาก้าจริงๆนั้น สิบเอกมิคาอิล คาลาชนิคอฟออกแบบไว้ตั้งแต่ปีค.ศ.1941 แล้วตอนที่แกถูกส่งไปรบที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กหรือสตาลินกราดในตอนนั้นละครับ แล้วแกได้เห็นปืนกลมือ MP32 กับปืนไรเฟิลอัตโนมัติ MP44 (Sturmgewehr 44 หรือ STG 44)ของกองทัพเยอรมันเข้า แกก็คิดว่าเพราะกองทัพโซเวียตยังใช้ปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อนรุ่นเก่าคือปืน Mausin-Nagant อยู่ซึ่งผลิตมาตั้งแต่สมัยตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กับช่วงปฏิวัติรัสเซีย (อยากรู้ว่าปืน Mausin-Nagant มันเป็นแบบไหน รูปร่างหน้าตายังไง ดูได้ในหนังเรื่อง "Enemy At The Gate กระสุนสังหารพลิกโลก" ที่พระเอกถือแล้วก็ใช้ติดกล้องเล็งหรือไม่ก็ในเกม Call of Duty ครับ)เลยมีส่วนทำให้แพ้สงครามแทบทุกสมรภูมิ แกเลยกลับมาคิดค้นและประดิษฐ์ปืนไรเฟิลอัตโนมัติเพื่อกองทัพแดงอันเกรียงไกรของโซเวียตขึ้นมาบ้าง โดยได้แบบมาจากปืน MP44 นั่นละครับ

ตอนแรกในสงครามเกาหลีนั้น สหรัฐฯยังคิดว่าปืนของตนคือ M14 ซึ่งพัฒนามาจากปืน M1 Garand แต่ใช้กระสุนขนาด 7.62x51 มม. ความจุ 20+1 นัด กับปืน AR-15 ซึ่งเริ่มมีการสั่งซื้อเข้ามาหลังจากที่มีการทดสอบให้กองทัพสหรัฐฯได้ดูแล้ว ทำให้สหรัฐฯมั่นใจว่าปืนของตนเป็นปืนที่มีอานุภาพดีที่สุดแล้ว แต่ที่ไหนได้พอมาเจอปืน AK-47 ของโซเวียตเข้าตะลึงเลยครับ ทั้งความจุของแมกที่มากกว่าตั้ง 30 นัด/แมก แถมยังทนทานต่อทุกสภาพอากาศอีก ไหนจะอัตราการยิงที่มากกว่าและแม่นยำกว่าอีก ในขณะที่ปืนเออาร์ 15 มีปัญหาเรื่องลำกล้องแตกร้าวบ้าง ไหนจะปืนเอ็ม 14 ที่ชอบเจอปัญหาปืนติดขัดเมื่อเจอสภาพฝนตกหรืออากาศเปียกชื้นเข้าไปอีก เล่นเอากองทัพสหรัฐฯเสียเส้นไปเลยครับ แต่ยังดีว่าพี่แกยังมีพวกปืนใหญ่ รถถังกับเครื่องบินช่วยสนับสนุนอยู่เลยยันกับกองทัพจีน+เกาหลีเหนือไหว พอสงครามจบก็มีสังคายนาเรื่องปืนประจำกายกับปืนกลประจำหมู่กันใหญ่ จนในที่สุดก็ได้ปืน M16A1 ซึ่งพัฒนามาจากปืน AR-15 เป็นอาวุธประจำกายทหาร แล้วก็ได้ปืนกล M60 ซึ่งพัฒนาและดัดแปลงมาจากปืน MG42 ของกองทัพเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าเป็นปืนกลระดับหมู่ครับ

ในรูปข้างล่างคือปืน MP44 (Sturmgewehr 44 หรือ STG 44) ครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.173.112 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 00:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26212

คำตอบที่ 45
       ส่วนอันนี้คือปืน MG42 ครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.173.112 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 00:30   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26213

คำตอบที่ 46
       ปืน MP44 ใช้กระสุนขนาด 7.92x31 mm. นะครับ ส่วนรูปอันล่างต่อไปนี้คือปืน Mausin-Nagant ของโซเวียต ซึ่งถือได้ว่าเป็นปืนที่สหภาพโซเวียตภูมิใจมากในประสิทธิภาพของมันครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.173.112 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 01:06   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26214

คำตอบที่ 47
       ส่วนอันนี้แบบติดกล้องครับ ผมชอบมากตอนที่ Jude Law หรือ Vassili Zaitsev ในเรื่อง Enemy At The Gate ตอนท้ายเรื่องที่พรเอกคือวาสิลีเล็งปืนมอชินนาเก้นยิงไปที่ตาของพ.อ.โคนิกมากเลยครับ ผมว่าปืนกระบอกนี่ดูสวยและดุดันดี สวยกว่าปืน KAR-98 ติดกล้องของผู้พันโคนิกเสียอีก





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.173.112 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 01:13   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26215

คำตอบที่ 48
       ลูกหลานของปืนอาก้าอีกรุ่นก็มีนะครับ คือปืนกล RPD กับ RPK ซึ่ง RPD จะเป็นอาวุธปืนกลประจำกองร้อย ส่วน RPK จะเป็นปืนกลระดับหมู่ครับ สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้

รูปข้างล่างนี้คือปืน RPD นะครับ ใช้ Drum ในการบรรจุกระสุนขนาด 7.62x39 mm. แต่ปัจจุบันเห็นว่าเปลี่ยนมาใช้ขนาด 7.62x54 mm. R (ตัว R คือโค้ดที่บอกว่ากระสุนรุ่นนี้มีเข็มขัดรัดโคนปลอกกระสุน ซึ่งกระสุนขนาด 7.62x54 mm. R นี้จะใช้กับปืนไรเฟิลซุ่มยิง SVD Dragonav ของกองทัพโซเวียตด้วยครับเพราะสามารถยิงหวังผลในระยะ 600 เมตรลงมาได้ครับ)เพราะยิงในระยะไกลได้แม่นยำและเสถียรกว่าแบบ 7.62x39 mm. แบบเดิม





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก คุณKalashnikov Jr. 203.153.172.168 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 18:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26242

คำตอบที่ 49
       ส่วนนี้คือปืน RPK ใช้ได้ทั้งแมกกาซีนยาว 100 นัดหรือแบบดรัม-แมกกาซีน 100 นัดอย่างในรูปก็ได้ ระยะยิงหวังผลก็พอๆกับปืน AK-47 ละครับ เพราะใช้กระสุนขนาด 7.62x39 มม.เหมือนกัน แต่ก็มีอีกแบบที่ใช้กระสุนขนาด 5.45x39 มม.ของปืน AK-74 ด้วยนะครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก คุณKalashnikov Jr. 203.153.172.168 อาทิตย์, 3/9/2549 เวลา : 19:02   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26243

คำตอบที่ 50
       Large capacity drum magazine for 5.45mm RPK-74 Kalashnikov light machine gun.
Designed for 5.45mm cartridge feeding.
It features a radial arrangement of cartridges
with bullet tips toward the magazine center and along a spiral from floor plate to follower.

Characteristics Magazine capacity, rds 90
Weight, g 1,100
Height, mm 120
Dia, mm 145



Large capacity arc-shaped magazine.
Designed for 7.62mm cartridge feeding.
It features a double-row cartridge arrangement follower and floor with four-row cartridges arrangement.
Between the floor and the follower there is a
delta-shaped zone to re-arrange cartridges from the four-row arrangement to the double-row.

Cartridges are arranged relative to each other on a checkerboard order.
Characteristics Magazine capacity, rds 60
Weight, g 600
Height, mm 210
Width, mm 50



Large capacity semi-round magazine.
The cartridges are arranged in double-row checkerboard order.
There is a loop in the magazine front part to couple it with the barrel. In the rear part there
is a follower with a catch for the magazine release lever.
Characteristics Magazine capacity, rds 100
Weight, g 1,100
Height, mm 240
Lenght, mm 495

จากhttp://kalashnikov.guns.ru/models/ka202.htmlครับ







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:30   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26272

คำตอบที่ 51
       ข้างบน มีทั้งแบบ90นัด
แบบ60นัด
และ100นัด ตามลำดับครับ
ขออภัยที่ไม่มีเวลาแปล



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:32   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26273

คำตอบที่ 52
       เอารูปเดิมมาย่อให้เล็กหน่อย





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:38   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26274

คำตอบที่ 53
       เอ็ม16 ก็มีเบต้าแม็ก สำหรับ100นัดครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:41   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26275

คำตอบที่ 54
       เบต้า แม็กแบบใสก็มี

(ผู้ที่ใช้ แม็กบรรจุเยอะๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ไม่ต้องกลัวว่าจะทนแรงรีคอล์ยต่อเนื่องไม่ไหว)





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:45   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26277

คำตอบที่ 55
       อีกรูปสำหรับเอ็ม16ใส่เบต้าแม็ก





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:49   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26279

คำตอบที่ 56
       เบต้าแม็ก นอกจากใช้กับ M16/ M4แล้ว
ยังใช้ได้กับ ปืนSteyr Aug / HK G36 / HK 33/53 / HK MP5 (ขนาด9มม.) และอีกหลายตัวครับ

ดูได้ที่http://www.arizonagunrunners.com/Products/betacocmag/body_betacocmag.html ครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

submachine จาก submachine 203.156.32.102 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 12:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26280

คำตอบที่ 57
       เอ้า....สนุกกันใหญ่ ว่ากันนัวเนียไปหมดเลย ข้อมูลล้นจอแย้ว!!!!
เรื่องปืน BAR ในสมัยอัลคาโปนนี่ ผมยืนยันนะครับว่า ตำรวจและผู้ร้ายก็ใช้ดวลกันไม่น้อยหน้าเจ้า ทอมมี่ ซักเท่าไหร่ สองผัวเมีย บอนนี่ กับ คไลด์ ก็โดนรุมส่องด้วยปืนนานาชนิดของตำรวจ วึ่งมี BAR และ ลูกซองปั๊ม รวมอยู่ด้วยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก สมีเฒ่า 202.44.7.67 จันทร์, 4/9/2549 เวลา : 16:56   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26292

คำตอบที่ 58
       แมกกาซีนปืน M4/M16 แบบความจุ 100 นัดรูปก้นหอยก็มีนะครับ แต่เท่าที่ศึกษามากับสอบถามมาจากพวกที่เคยไปฝึกคอบร้าโกลด์กับพวกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ เขาบอกเลยว่าพวกทหารสหรัฐฯมันไม่ใช้แมก 100 นัดแบบนี้หรอกครับ เพราะถ้าจะเอาปืน M16/M4 ใส่แมกกาซีนยาวและหนักแบบนี้ไปรบ สู้เอาแมกกาซีนมาตรฐาน 30 นัดมามัดผ้าเทปกลับหัวท้ายดีกว่า ชุดนึงก็เท่ากับ 60 นัดแล้ว หรือไม่ก็ใส่คลิปแบบเสียบได้ 3 แมกแค่นี้ก็เท่ากับมี 90 นัดแล้ว ซึ่งมันก็เปลี่ยนแมกได้เร็วกว่า แถมเอาไปได้ตั้ง 7-8 ซองหรือมากกว่านั้นก็ได้ถ้าแบกไปไหว ไหนขณะที่ไอ้แมกดรัมแค่อันเดียวก็หนักจะแย่แล้ว หรือไม่งั้นก็เอา M249 (5.56 NATO) กับ M240 (7.62 NATO)ไปเลยความแม่นยำกับอัตราการยิงดีกว่ากันเยอะเลยนะครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.169.150 อังคาร, 5/9/2549 เวลา : 10:43   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26326

คำตอบที่ 59
       รูปล่างนี่คือปืน M240 ครับ ในช่วงเหตุการณ์ยิงถล่มมัสยิดกรือ ลองสังเกตให้ดีจะเห็นปืนกระบอกนี้อยู่ด้วยครับเซะ กองทัพบกสั่งซื้อเพราะตอนนี้ปืน M60 ก็เก่ามากแล้ว ได้มาตั้งแต่ตอนสงครามเวียดนาม กองทัพเกรงว่าใช้ๆไปจะมีรายการปืนระเบิดใส่หน้าแหกเลยทยอยสั่งซื้อมาทดแทนเรื่อยๆพร้อมกับปืน M249 ด้วย

ปืน M240 กระสุนขนาด 7.62 NATO เหมือนกับ M60 ทุกอย่างแต่ตัวปืนน้ำหนักเบากว่าสามารถถือไปมาได้สะดวกกว่าครับ ส่วน M249 เราจะเอามาแทนปืน M16 ติดขาทรายกับ M60 ในกรณีออกลาดตระเวนเป็นหมู่ครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.169.150 อังคาร, 5/9/2549 เวลา : 10:50   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26328

คำตอบที่ 60
       เอาละครับผมจะฟันธงละนะว่าใครแรงกว่า ในคู่เอก M16 VS. AK-47 หลังจากออกอ่าวออกทะเลมานานแล้ว

ผมฟันธงให้ M16 เป็นฝ่ายชนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องประสิทธิภาพการหยุดยั้งคน เราจะไม่กับกระสุนล่าสัตว์ขนาด .300 ขึ้นไปนะครับ เพราะคนเป็นสัตว์หนังบาง กระสุนไม่ต้องอานุภาพแรงมากนัดเดียวก็ร่วง แล้วเพราะเหตุใด M16 จึงชนะ AK-47 คำตอบคือการกระจายพลังงานจลน์เข้าสู่บาดแผลของหัวกระสุนไงครับ นี่ละหัวใจของกระสุนปืนอันนี้ล่ะ ยังจำเรื่องกระสุน .30-06 ในกระทู้ที่ 38 ได้ไหมครับ นั่นละสาเหตุ ในช่วงหลังปีค.ศ. 1945 ตอนนั้นสหรัฐฯคิดว่ากระสุน .30-06 มันมีความเร็วต่ำไป อำนาจการหยุดยั้งเลยไม่มากพอ ทั้งที่กระสุนขนาด .30-06 เองมีความเร็วต้นตั้ง 2,750 ft./s (838.2 m/s) ซึ่งความเร็วขนาดนี้สามารถล้มกวางตัวเต็มวัยได้แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงหยุดยั้งคนอย่างทหารญี่ปุ่นไม่ได้ จนปีค.ศ.1950 กองทัพสหรัฐฯจึงเริ่มนำกระสุนขนาด .308 Winchester (7.62x51 mm. NATO ความเร็วต้น 2,800 ft/s (853.4 m/s)) เข้าประจำการ โดยนำมาใช้กับปืน M14 (ดูรูปข้างล่าง M14 ใส่แมกกาซีนมาตรฐาน 20 นัด หร้อมติดตั้งกล้องเล็ง)ซึ่งปรับปรุงและพัฒนามาจากปืน M1 Garand ให้สามารถยิงอัตโนมัติได้ และปืนกล M60 ตามลำดับ แต่กองทัพก็พบว่าปืน M14 มีปัญหาทั้งเรื่องความแม่นยำ ทั้งแรงรีคอยล์ที่เยอะมากจนไม่สามารถเล็งต่อเนื่องได้ทันถ้ายิงในโหมดอัตโนมัติ แล้วก็พบว่าประสิทธิภาพก็ไม่ดีไปกว่ากระสุน .30-06 กันเลย เนื่องจากกระสุน .308 Win ยิงโดนเป้าหมายแล้วมักจะทะลุออกหลัง ทำให้เป้าหมายวิ่งชาร์จมาถึงตัวคนยิงได้อยู่ดี แต่แล้วสหรัฐก็พบว่าปืน AR-15 ซึ่งใช้กระสุนขนาด .223 Remington (5.56x45 mm. NATO) กลับมีประสิทธิภาพสูงกว่ามากทั้งเรื่องการหยุดยั้งเป้าหมาย ทั้งเรื่องน้ำหนักในการนำกระสุนสำรองไป (ปืน M14 ถ้าใช้แมก 20 นัด จะเอาไปได้แค่ 4-5 แมก แต่ถ้าเป็น AR-15 ใช้แมก 30 นัดเอาไปได้ถึง 7-8 แมก/คนเลยครับ) แต่ก็อย่างที่บอก AR-15 มีปัญหาเรื่องลำกล้องแตกร้าวบ่อย ก็เลยยังมีการสั่งซื้อมาไม่มากจนเมื่อโคลต์ซื้อแบบพิมพ์เขียวปืน AR-15 จากบ.อามาไลต์ไป โคลต์ก็ได้นำปืน AR-15 มาปรับปรุงเสียใหม่ทั้งเรื่องลำกล้องเอย ระบบปฏิบัติการของปืนเอย แล้วก็เรื่องวัสดุที่ใช้ทำปืนจนออกมาเป็นปืน M16A1 ในปีค.ศ. 1965 แล้วก็เริ่มเข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯในช่วงสงครามเวียดนามทันที โดยตัวกระสุน .223 เรมิงตันนั้นมีข้อดีคือ เมื่อยิงโดนเป้าหมายแล้วเปลือกทองแดงหุ้มตัวแกนไส้ตะกั่วจะฉีกออกพร้อมกับวิ่งทะลุทะลวงแบบตีลังกาบ้าง หรือไม่ก็วิ่งซิกแซกบ้างไปด้วย ทำให้พลังงานจลน์ของตัวลูกกระสุนไม่เสียเปล่า เพราะมีการถ่ายเทพลังงานให้เป้าหมายเต็มที่ พร้อมกับการอัดคลื่น Shockwave แรงสูงเข้าไปในแผลด้วย ทำให้คนที่โดนน้อยรายที่จะรอด ซึ่งหลังจากสหรัฐฯพบหลักการนี้ก็ได้มีการเอามาปรับปรุงกระสุน .308 Win จนใช้การได้ดีด้วย

ส่วนกระสุนของปืนอาก้านั้น ต้องยอมรับอย่างว่าแรงจริงแต่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเลย เพราะเขาลืมหลักการแบบกระสุน .223 เรมิงตัน นั่นคือต้องถ่ายเทพลังงานจลน์ให้แก่เป้าหมายด้วยไม่ใช่แค่ยิงแล้วฝังในเท่านั้น ไม่งั้นหยุดคนไม่ได้ แต่ยังไงผมก็ชอบอาก้ามากกว่าอยู่ดีแหละมันออกแบบมาดูมีศิลปะและคลาสสิกมากกว่า M16 เยอะ อิๆ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Kalashnikov Jr. 203.153.171.93 พุธ, 6/9/2549 เวลา : 10:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 26387

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 2 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันพฤหัสบดี,24 เมษายน 2557 (Online 1344 คน)