60 ปี Jeep#4 (1945-1952)
 (7/1/2549)

ที่มา Jeep 60 Year (ได้รับมอบจาก ศูนย์สุขุวิม 59 )
ผู้แปล คุณ K6 JUC # 25 (สมนึก ยุติธรรม)
ผู้คีย์ข้อมูลและสแกนภาพ ผบ.สส.คุณ K6 JUC # 25 (สมนึก ยุติธรรม)

----------------------------------------------------------------------------

Jeep ฉลอง ปีที่ 60 เริ่ม 1941 ตำนานที่ไม่สามารถหยุดยั้ง
Chapter four 1945 to 1952
ก่อน ญี่ปุ่นจะโจมตี Pearl Harbor JEEP ได้เข้ามามีส่วนร่วมตลอดมา Canaday ได้รับรู้เหตุการณ์เหล่านี้ตลอดมา และได้ให้ I.B Hazleton วาดรูป รถ JEEP 24 รูปในเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสนามรบที่อบอวลไปด้วยฝุ่นมากมาย แล้วใช้รูปในการโฆษณาจุดเด่นคื่อเครื่องยนต์ทำให้ชาวอเมริกันเริ่มมีไอเดียเรื่อง “บริษัทจี๊ป”
สำหรับ JEEP ที่เหลือมาจากสงครามของกองทัพที่จะทำอย่างไรนั้น Willys มีคำถามที่มากกว่านั้นคือทำอย่างไรเมื่อหมดสัญญากับกองทัพสหรัฐ Brook Steven มีความคิดว่าจะให้ชื่อว่ารถแห่งชัยชนะ นาย Canaday รู้ว่า Willys นั้นแข็งแกร่งพอสำหรับตลาด 4WD ในปี 1948 Willys มีความมั่งคั่งทั้งแบรนด์เอนกประสงค์, รถปิกอัพ, รถบรรทุก, ซีดาน
ฟอร์ดหมดสัญญากับรัฐบาลเดือนกรกฎาคม 1945 โมเดล CJ-2A เป็นรุ่นแรกหลังสงครามเรื่องจุดเด่นคือมีที่บังคับที่ปิดน้ำฝนอัตโนมัติ, รีโมท เติมน้ำมันด้วย บูค สตีเวน เป็นผู้ออกแบบรถรุ่นใหม่ของ Willys เขาสร้างรถเอนกประสงค์รุ่นแรกขึ้นมาสำเร็จในปี 1946 ส่วนมากรถรุ่นใหม่จะเน้นแบบที่ง่ายต่อการผลิตในแง่ของวัสดุต่าง ๆ ที่นำแบบมาใช่แบบที่ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงจากรุ่น 1943 หลัก ๆ คือ อัตราส่วนของเกียร์ทำให้ขับเคลื่อนเกียร์ต่ำได้ดีขึ้น ปรับปรุงหม้อน้ำให้เย็นลง, คลัชแข็งแรงมีคุณภาพมากขึ้น, กันสะเทือน, ที่นั่งนุ่มสบายอำนวยความสะดวกให้คนขับ
JEEP CJ – 2A มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “ UNIVERSAL” เป็นรถเมืองคันแรกซึ่งคนขับชื่นชอบซึ่งมีผลถึงโมเดลต่อ ๆ ไปของ Willys
1948 JEEP เปลี่ยนไปหลายอย่างสำหรับ STATION WAGON คือขับเคลื่อน 4 ล้อ, เครื่องยนต์ 6 สูบ ภายในที่นั่งปลอดภัย กว้างขึ้นแต่สียังเหมือนเดิม และเขายังเพิ่มรถ Station Sedan และสีด้านนอกสีเดียว JEEP ปัจจุบันยังคงใช้เครื่องยนต์ “ L mad go - Devil “ อยู่ Wheelbase 80 นิ้ว ราคาในปี 1945 $USD 1090+ Tax $USD 46.53
หลังจากนั้น JEEP เริ่มเข้าไปมีบทบาทในฟาร์มเหมาะสมกับงานต่าง ๆ มากมายหลายอย่าง เช่น เก็บเกี่ยวผลผลิต, ลากจูง, เก็บข้าวสาลี,หลังสงครามนี้เสนอโดย New Hudson และมีการทดสอบใน Florida ใช้เก็บเกี่ยวส้ม, องุ่น ข้อดี คือ ขนาดที่เล็กสามารถเคลื่อนตัวไประหว่าง 2 แถวของต้นไม้ได้ใน Arkansas เกี่ยวข้าวได้รวมถึงใน Washington ฟาร์มใน New York ที่ภูมืศาสตร์เป็นภูเขาใน Maryland ของรถที่วิ่งได้ 4 ไมล์ / ชม. 10 ชม. / วัน โดยเครื่องไม่ร้อนและมีแรงหนุนที่ช่องรอบต่ำ สำหรับเครื่องรถแทรกเตอร์โดยเฉพาะเวลาขับช้า ๆ เวลาเจอน้ำ, ล้อไม่ฟรี, ใช้ตัดหญ้าในสนามกอล์ฟได้
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Jeep CJ-2A ได้พัฒนาสำหรับประชาชนทั่วไปได้ใช้งาน
Jeep ได้เริ่มผลิตรถ เอนกประสงค์ขึ้นใช้งานสำหรับครอบครัว ท่องเที่ยว
ในปี 1950 Willys ได้ใส่เครื่อง Hurricane 72 กำลังม้า


หลังสงครามโลก มีการเปลี่ยน Jeep เป็นรถเอนกประสงค์ ขนาดใหม่ขึ้น แรงม้ามากขึ้น เครื่องยนต์ 6 สูบ เป็นรุ่นปี 1948 ( ดังในภาพ เป็น The Victory car ) By 1948 the Willys stable included the first all-steel wagon, a pickup, truck, a sedan delivery, and the playful Jeepster


ในปี 1948 ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็น Jeep Station Wagon ที่ทำเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ ทำเป็น four-wheel drive และอื่น ๆ อีกมากมาย
Brook Steven ผู้ออกแบบ Jeep Station Wagon
Brook เล่าให้ฟังถึงคนจากฟอร์ด Sorenson และ Barney Roose เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท และดูแลด้านวิศวกรรม พร้อมด้วยลูกทีมจากนั้นมาก็ได้มีการก่อกำเนิดของ Willys S6/66 ซึ่งด้านหน้ามีกันชนเหล็กด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ เพื่อทำให้คนจำจี๊ปได้

Jeep Model M38 Jeepster สีแดง กับดำ Two – tone ที่สวยอีกแบบหนึ่ง

CJ-2A สีแดงสดใส.....ได้มีคนใช้ CJ-2A อย่างแพร่หลาย สิ่งหนึ่งที่ผู้คนชอบของรถรุ่นนี้คือ ได้ดัดแปรงมาเป็นรถดับเพลิง เป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานในชนบท และสามารถเข้าไปได้ทุกที่โดยเฉพาะบนถนนที่ขรุขระมาก ๆ ซึ่งรถชนิดอื่นไม่สามารถวิ่งบนถนนเช่นนั้นได้ CJ ยังสามารถเข้าไปในที่รถสูบน้ำธรรมดาเข้าไปไม่ได้.....แต่ CJ ทำได้....

CJ –2A เป็น Model ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด Willys ดึง trend ของรถเพื่อประโยชน์แห่งการค้าทางศตวรรษและได้จดทะเบียน “ JEEP” เป็นชื่อทางการของ Willys – Overland Crop CJ-2A ยังคงขายมาจนปี 1949 ราคาอยู่ที่ 1,270 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับปิคอัพ Chevrolet (ขนาด ½ ตัน) ต้นปีเดียวกันนั้น CJ-3A ก็ก่อกำเนิดขึ้นราคาเท่ากันกับ 2A แต่ติดกันที่ windshield, transmission & transfer case ห้องผู้โดยสารกว้างสบายหลังคาสูง 64 ถึง 66 3/8 Willys ต้องขาดทุน 900,000 US Dollar เพราะรายได้ในฟาร์มต่าง ๆ ลดลงประมาณ 1949 – 1950 รถบรรทุก CJ ก็ตกรุ่นอย่างรวดเร็ว แต่รถ station wagon กลับตีตื้นขึ้นได้ 1 ใน 3


ศตวรรษและได้จดทะเบียน “ JEEP” เป็นชื่อทางการของ Willys – Overland Crop CJ-2A ยังคงขายมาจนปี 1949 ราคาอยู่ที่ 1,270 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับปิคอัพ Chevrolet (ขนาด ½ ตัน) ต้นปีเดียวกันนั้น CJ-3A ก็ก่อกำเนิดขึ้นราคาเท่ากันกับ 2A แต่ติดกันที่ windshield, transmission & transfer case ห้องผู้โดยสารกว้างสบายหลังคาสูง 64 ถึง 66 3/8 Willys ต้องขาดทุน 900,000 US Dollar เพราะรายได้ในฟาร์มต่าง ๆ ลดลงประมาณ 1949 – 1950 รถบรรทุก CJ ก็ตกรุ่นอย่างรวดเร็ว แต่รถ station wagon กลับตีตื้นขึ้นได้ 1 ใน 3


รูปแบบ สุดสวยของ JEEPSTER ซึ่งเป็นฝีมือการสร้างของ Brooks Steven ได้ออกจำหน่ายใน April, 3, 1948
ปี 1959 – 60 สร้างแบบใหม่คือ “ Jeepster” เพิ่ม tonneau หลัง drop door / fvolved Excalibar ช่วง 46-50
Jeep wagon มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวจนกระทั่งเป็นที่นิยมกันมากเมื่อ sorenson กลับไป Phil Wright ก็มาแทน
Hennry J คือ รุ่นบุกเบิกของรถรุ่นเล็ก
แหนบกันกระเทือนหน้าที่เป็นของ “ Willys – Overland” คิดโดย Borney Roose ที่คุณภาพใกล้กันกับ “ Planar ซึ่งเป็นรุ่นที่เขาพัฒนาขึ้นมาสำหรับรุ่น Studebauer ในกลางยุคศตวรรษที่ 30 และจานจ่ายที่มีประสิทธิภาพที่เรียกว่า “ Planadyne”
รถ 2 ประตู 7 ที่นั่ง ที่นั่งคนขับเลื่อนไม่ได้ พื้นเรียบเสมอตั้งแต่ที่นั่งคนขับถึงด้านหลัง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ครัช 8.5 นิ้ว ระบบเกียร์ T-96 Warner, Whoopedbead ด้านหลังทำจาก Spicer แคม leverstevening จาก Ross ระบบเบรคไฮโดรลิก Bendix
ปกติแล้ว Jeep station wagon จะเป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ขายได้ 6,534 คัน ครึ่งปีหลังของปี 1946 – 1947 ขายได้ 27,515 คัน Willys จึงผลิตเพิ่มแต่ขาดวัสดุในการทำโดยเฉพาะแผ่นเหล็ก รุ่นหรูได้เกิดขึ้นในปี 1948 “ Station Sedan “ เป็นรูปค้ายหอย Shell เป็นรุ่น 2 เฉดสี ออกมาสวยและเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดความสนใจ
ข่างดีแห่งปีคือ รถรุ่นใหม่ของ Barney Roose ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ “ Jeepster “ สร้างด้วย Brook Steven ออกขาย 3 เมษายน 1948
1949 Jeep Station Wagon 4 WD เกิดขึ้นเพิ่มเป็น 6 สูบ เป็น Station Sedan ถูกลงแต่ขายไม่ได้มากจึงถูกตัดออกจากตลาดในปี 1950 และกลางปีรุ่น 4 สูบพร้อมขายสำหรับผู้ต้องการ Station Wagon Willys จึงได้มีส่วนร่วมในตลาดรถ ดูจากประวัติศาสตร์ย้อนกลับไป
1910 ทำรถบรรทุกขนส่งของ
1912 ทำรถบรรทุกขนาด 1 ตัน
1913 รถ ¾ ตัน ของ Willys ออกสู่ตลาด
1915 ผลิตรถรุ่นเล็ก ๆ ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ
1922 รถบรรทุก Overland Series 4, 27 แรงม้า ขายในราคาที่ถูกที่สุดในตลาด ราคา 450 เหรียญเท่านั้น 4 ต่อมาได้ใช้เครื่องเป็น 30 แรงม้า ราคาลดเหลือ 395 เหรียญ
1927 รถบรรทุก “ Whippet” 134.2 Cubic เครื่องเดียวกับรุ่นที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 , 6 สูบ, 4 สูบ ได้หายไปจาก Whippet
1932 ใน Willys 77 ออกมาเป็นรถสำหรับโดยสารเป็น 4 bangar
1935 ปีนี้เป็นรถ Pick-up และ cab ได้กำไร + + 7 %
1946 104 นิ้ว Jeep Station Wagon โดรงรถ 2 x 2 เครื่อง “ Go – dent “ เครื่อง 4 สูบ
1947 รถบรรทุกขนาด 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ Wheel base 118 นิ้ว หนัก 3431 ปอนด์
1949 รถบรรทุก 4x2, ¾ ตัน โครง 118 นิ้ว เข้าสู่การผลิต
1950 เปลี่ยนแบบของรถบรรทุก 72 แรงม้า เครื่องยนต์ Hurricane
1951 รถบรรทุก 72 แรงม้า เครื่อง Compressor Hurricanes 4 สูบ
Jeepster รุ่น tow-tone ซึ่งเข้ามาแทนที่ M38 แต่โครงสร้างใกล้กันมากต่างกันที่ตัวถัง โครงรถและเครื่องยนต์กันน้ำ 24 โวลต์ และ design F . head ใหม่ , ถังเชื้อเพลิง, ระบบฟอกอากาศ
1952 “ Sedan Delivery” มีการพัฒนาหลายอย่างเช่นหนังโครเมี่ยมและระบบกันสะเทือนด้านหลัง, จานล้อโครเมี่ยม, ยางสีขาว
1950 Willys ได้ทำ CJ-3A แล้วพัฒนามาเป็น M38 N38A1 ( สำหรับทหาร) และสุดท้ายพัฒนาเป็น CJ5
ยอดขายของ “Jeepster “
1949-1950 ลงในแคตตาล็อกแต่ผลิตได้แค่ 19,132 คันแล้วหยุด เพราะยังไม่ได้รับความนิยมด้วยเหตุที่ว่า
-มันไม่ใช่รถสปอร์ตและรถครอบครัว
-หลัง 1948 ขายได้แค่เพียงช่วงเดียว
-คนที่ต้องการ 4 WD มากกว่า
ปี 1949 – 1952 M38 S ขายได้ 60,000 คัน ได้กว่า 35,000 $US / ปี แต่ในสงครามเกาหลีรถสำหรับ 12,069 $US ในช่วงปี 1952

1953 Willeys – Overland ได้กลับสู่ตลาดของรถโดยสารรถน้ำหนักเบาเป็นเอกลักษณ์ หนัก 2,600 ปอนด์ Wheelbase 108 นิ้ว Aero – Willys ขายได้ 31,000 คัน แต่ Willys พยายามจะขายให้ได้ 42,000
คัน ช่วงหลังราคาของอุปกรณ์ต่าง ๆ แพงมีผลกระทบทางการเงินของเขาอย่างมาก
ใน MC โมเดล เข้ามาแทนรุ่น MB ถ้าเทียบรุ่นรถเมือง CJ-3A เทียบได้กับ M38 / MC มีขนาดเท่ารถเมืองเป็น
ของทหารมาก่อนค่อนข้างหนัก กันน้ำระบบไฟ 24 โวลต์ซึ่งจากเดิมเป็น 6 โวลต์
vent tube ช่องลมติดกับเครื่องยนต์ , transmission v , จานจ่ายและน้ำยาแอร์ ส่วนประกอบเหล่านี้จะทำให้ จี๊ป
สมบูรณ์ MC ถูกผลิตมากกว่า 60,000 คันระหว่างปี 1949 และ 1952 และระหว่างปี 1950 ที่เกาหลีเหนือบุกใต้นั้นจุดประกายให้จี๊ปเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามอีกครั้ง
CJ-2A เป็นรุ่นที่ฮิตมากและขับเคลื่อน 4 ล้อ ลุยมาก


Jeep Model WAC (รูปบน) และ M38 A1 (รูปล่าง) สำหรับใช้ในการทหาร

 













Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net      วันจันทร์,5 ธันวาคม 2565 (Online 1124 คน)