ทริปเร่งด่วนทริปนี้เป็นทริปสั้น
ๆ ที่คั่นรายการให้กับพวกเราบางคนที่ทนความเย้ายวนหรือเสียงเรียกร้องจากป่าลึกไม่ไหวใน
ช่วงที่ต้องรอเวลาสำหรับทริปใหญ่สิ้นเดือน.. พี่เข้มโทรมาชวนผม หลังจากที่ตกลงกันเบื้องต้นถึงที่หมายกับ
พี่ณรงค์และพี่รสไว้เรียบร้อย แล้ว โดยที่จุดหมายครั้งนี้ พวกเราจะตั้งใจไปเริ่มต้นที่
หน่วยแม่น้ำน้อย ไทรโยคใหญ่ แล้วมุ่งมั่นเข้า ..กุยละว้า หรือ สายลำห้วยแม่น้ำน้อย
ก่อนที่จะมารวมกับ ห้วยแม่น้ำเลาะที่ลัดเลาะมาจากโป่งใหญ่ที่พวกเราเคยไปมาแล้ว..
พวกเรานัดเจอกับพี่แดง (เต่าดอย) ที่นครชัยศรี เหมือนเช่นเคยทุกครั้งที่
พวกเรามุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี คราวนี้เจ้าหนูขาวได้จอดพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
โดยผมรับหน้าที่เป็นเนว์คู่ใจให้กับพี่เข้ม ที่ควบ เจ้าม้าขาว ไปในทริปนี้..
ทริปนี้จัดได้ว่าเป็นทริปเล็ก ๆ อีกทริปหนึ่งที่จัดขึ้นโดยฉุกเฉินจึงทำให้กลุ่มเราไปกันเพียง
3 คันเท่านั้น โดยที่คืนแรกนี้พวกเรามุ่งหน้าสู่ รีสอร์ทที่สวยงามกลางป่าเขา
ด้วยบรรยากาศแสนสวยริมแควน้อย หรือ รีสอร์ท วังนกแก้วปาร์ควิว ที่บริหารงานโดยคุณ
อาร์ท ที่ต้อนรับขับสู้พวกเราเป็นอย่างดีแม้พวกเราจะไปถึงตอนเกือบเช้าแล้วก็ตามที
เช้าตรู่พวกเราต่างพากันตื่นเต้นงงงวยกับรีสอร์ทแห่งนี้ที่จัดไว้สวยงามมากจนนึกไม่ถึง
โดยเฉพาะบ้านพักบนแพริมน้ำแคว
ที่จัดได้สวยเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง
อาหารเช้าวันนี้ของ พวกเราจึงสดชื่นกันเป็นพิเศษกับบรรยากาศอันแสนสวย
พร้อมทั้งตกปากรับ คำกับเจ้าของว่า วันหลังจะแวะเวียนมาอีก.. หลังจากเคลื่อนขบวนกันออกไปที่ไทรโยคใหญ่
เพื่อทำการขออนุญาติ ให้เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นขบวนน้อย ๆ ในทริปนี้ก็ย้อนกลับมาเข้าทาง
ถ้ำดาวดึง แล้วเลียวซ้ายลัดเลาะขึ้นไปตามสันเขาที่มีทิวทัศน์เปิดโล่ง
มองได้สุดลูกหูลูกตา โดยพวกเราใช้เวลาไม่นานนัก หลังจากวิ่งไปตามป่าสักก่อนที่จะถึงหน่วยที่ทำการแม่น้ำน้อย..
โดยทริปนี้พวกเราได้รับความอนุเคราะห์ ให้ผู้นำทางเป็นหนุ่มน้อย
หน้าตาคมคายเป็นผู้นำทางสู่ กุยละว้า ในวันนี้
กุยละว้า.. เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยย่อยแม่น้ำน้อย..
โดยเป็นอีกสายน้ำหนึ่งที่ไหลมาจากป่าเขาลวก
ด้านบนก่อนที่จะมารวมกันกับ
สายน้ำเลาะ ที่ไหลมาจากโป่งใหญ่ บริเวณนี้ แต่ก่อนมีเป็นเส้นทางชักลากไม้เก่าที่ถูกปล่อยรกร้างมานานแล้ว
จนปัจจุบันจัดได้ว่าเป็นเส้นทางที่ยากขนาด 2 -3 ดาวถึงแม้ในช่วงหน้าแล้งแบบนี้
" เมื่อสองสามวันก่อน พวกผมเจอ.. เลียงผา.. บริเวณโขดหินด้านบนนะครับ
" เสียงบอกเล่าจาก หนุ่มน้อยพิทักษ์ป่าบอกกับพวกเราอย่างภาคภูมิในความสมบูรณ์ของป่าแถบนี้
เมื่อพวกเราเริ่มเข้าสู่เส้นทาง กุยละว้า ในช่วงแรก สภาพเส้นทางเป็นดินร่วนซุยและค่อนข้างเปียกชื้นจากฝนใน
2 -3 วันที่ผ่านมา เส้นทาง เริ่มปีนป่ายขึ้นไปตามสันเขาขึ้นไปเรื่อย
ๆ บางช่วงเป็นร่องลึกจากสายน้ำกัดเซาะ บางช่วงก็เป็นป่าไผ่ที่ล้มขวางทางอยู่เป็นจำนวนมาก
ผมและ หนุ่มน้อย พิทักษ์ป่าต้องลงมาฟัน กิ่งไผ่ที่ล้มขวางเส้นทางอยู่เกือบตลอดเส้นทางในช่วงแรกที่เป็นป่าไผ่
เรียกได้ว่าเส้นทางกุยละว้า นี้คงไม่มีกลุ่มไหนเข้ามาในระยะนี้มาก่อนแน่
ที่น่าแปลกสำหรับผมกับกุยละว้าในทริปนี้คือ ..ไก่ป่า.. ที่จัดได้ว่าชุกชุมมาก
มีไห้เห็นได้เกือบตลอดเส้นทาง บางครั้งเมื่อเราเข้าใกล้พวกเขาแล้วก็ตามทีก็ยังไม่ได้บินหนีไปไหนไกล..
จากคำบอกเล่าของ หนุ่มน้อย พิทักษ์ป่าว่า .. มีหลายคนที่พยายามนำไก่ป่าไปเลี้ยงเป็นไก่บ้านตั้งแต่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ
สุดท้ายก็เลี้ยงไว้ไม่อยู่เพราะมันจะหนีเข้าป่าในที่สุด
" ขนาดเอาไข่มันมาให้ไก่บ้านฟักให้ พอมันโตขึ้นมามันก็บินหนีเข้าป่าอีกแหละครับ..ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
" นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกทีเดียว กับสัตว์ตัวเล็ก
ๆ
แบบนี้ที่มีสัญชาติญานป่าอยู่เต็มตัวเลยทีเดียวแม้จะถูกนำออกมาตั้งแต่ยังเป็นไข่ไก่แท้
ๆ
ด้วยระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรจากปากทาง ลัดเลาะไปตามป่าไผ่ที่รกชัฎ
บนร่องทางที่สลับไปมาจากผลพวงของน้ำเซาะ บางช่วงเป็นหลุมลึกที่ผมก็ต้องลงมาดูลายน์ให้กับม้าขาวบ้างเป็นครั้งคราว
จนเรียกได้ว่าทริปนี้น่าจะไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น จนเมื่อเกือบจะ ถึงจุดหมายอยู่แล้ว
ก็ได้ยินเสียงพี่รงค์วิทยุบอกมาว่า " ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุ
ม้ากระโดดไหลลงมาชนกับเต่าดอย กำลังกู้กันอยู่ "
ผมและพี่เข้มจอดรถและวิ่งย้อนกลับไปดูก็พบว่า รถของพี่รงค์ที่จอดอยู่ได้ไหลลงมากระแทกกับเต่าดอยที่จอดอยู่ในหล่มด้านล่างและ
แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้เต่าดอยและม้ากระโดดไหลต่อไปด้วยกันก่อนที่จะหยุดนิ่งด้วยการขวางตัวของเต่าดอย
โดยทั้งสองคัน ห่างจากไหล่เขาด้านซ้ายเพียงแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น
!!! หลังจากรวบรวมสติกันและตรวจสอบความเสียหายกันในเบื้องต้น เสียงหัวเราะก็
เริ่มเข้ามาแทนที่ บางคนให้รอประกันเข้ามาดูสถานที่เกิดเหตุ แต่หลายคนทักท้วงว่าถ้ารอประกันเข้ามา
อาจจะต้องออกไปช่วยกู้ประกัน ที่จะเข้ามาอีก พวกเราเลยเคลื่อนขบวนกันต่อ
ซึ่งอีกเพียงอึดใจเดียว เราก็มาถึงริมเวิ้งน้ำสายธารใส กลางป่าลึก
ที่น้ำใสเสียจนมองเห็น ปลา แวกว่ายไปมา พืชจำพวกเฟิร์น และผักกูดขึ้นอยู่เต็มริมน้ำสองตลิ่ง
ลานกางเต็นท์ของเราเป็นลานโล่งร่มรื่นติดริมสายธาร เรียกได้ว่า สวยงาม
เลยทีเดียวสำหรับ กุยละว้า นี้.. พวกเราต่างบนถึงเพื่อน ๆ บูรพาที่ไม่ได้มาด้วย
ผมนึกถึงหลาน ๆ ตัวเล็ก ๆ เมื่อเห็นลำธารสวย สะอาด และใสที่มองเห็นทรายละเอียดสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นสีทองไหว
ๆ อยู่ใต้สายน้ำ
พวกเราพักผ่อนกันในยามบ่ายกันอย่างสุขสบาย บางคนนอนผูกเปลใต้เงาไม้ใหญ่อย่างสบายอารมณ์
เสื่อ หมอน ถูกนำมากาง นอนเล่นบริเวณแคมป์พัก บางคนก็ลงไปแหวกว่ายในสายธารใสที่อยู่ถัดลงไปข้างล่าง
ผมกับพี่รงค์และเจ้าน้ำตาล พากันเดินเที่ยวป่า ลัดเลาะย้อนสายน้ำขึ้นไปทางต้นน้ำ
เรียกได้ว่า ป่าแถบบนี้ดูสมบูรณ์ว่าด้าน โป่งใหญ่แม่น้ำเลาะเลยทีเดียว
ทริปนี้จัดได้ว่าเป็นทริปพักผ่อน กันจริง ๆ ตัวไม่เปื้อนโคลน สายวินช์ไม่ต้องลาก
ปากไม่ต้องตะโกน ทำให้พวกเราพากันพักผ่อนกัน อย่างเต็มที่ ผักกูดกำใหญ่ริมลำธาร
นำมาผัดน้ำมันหอยจัดเป็น เมนูที่ขาดไม่ได้สำหรับบรรยากาศแบบนี้ หลายคนเริ่มดื่มเครื่องดื่มรู้ใจ
กันตั้งแต่ตะวันยังไม่ลับยอดไม้ หรือเป็นเพราะ หมูมะนาว กับแกล้มรสเด็ดจากฝีมือพี่
ตุ๋มก็ไม่รู้ที่ทำให้ทุกคนเจริญอาหารกันเป็นพิเศษ
เรื่องราวที่ผ่านมาของวันนี้โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุเมื่อตอนบ่ายถูกหยิบยกมาหยอกล้อกันสนุกสนาน
ดาวเต็มฟ้า เมื่อมองผ่านยอดไม้ ขึ้นไปมองเห็นเดือนสว่างฟ้าที่ทำให้ป่ากุยละว้าคืนนี้สวยเหลือเกิน
ผมและเพื่อน ๆ ดื่มกินกันไม่ดึกนักก็เข้านอนกันเพราะตั้งใจกันว่า
พรุ่งนี้ถ้าช่วงขาออกไปไม่มีอะไร พวกเราจะแวะเข้าไปที่โป่งใหญ่กัน..
เสียงนกร้องและเสียงขับขานไพรในยามเช้าปลุกผมขึ้นมาสำผัสอากาศที่เย็นสบายและสดชื่นแต่เช้าตรู่
กลิ่นกาแฟหอมฉุย และ
เสียงกระทะผัดจานร้อน
ทำให้หลาย ๆ คนหิวขึ้นมาทันที ข้าวต้มกับ กับข้าวรสเด็ด ฝีมือพี่ตุ๋มไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวัง
หนำซ้ำก่อนเคลื่อนขบวนออกมายังมี แตงโมเย็น ๆ หวานฉ่ำเรียกกำลังวังชากลับมาให้กระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม
เพียงแค่สาย ๆ พวกเราก็ ย้อนกลับมาที่หน่วยย่อย แม่น้ำน้อยเพื่อจะเข้าสู่
โป่งใหญ่กันอีกครั้ง เส้นทางโป่งใหญ่ในวันนี้วิ่งสบาย ๆ ไม่มีปัญหาอะไร
ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นาน พวกเราก็เข้ามาถึง ห้วบที่ 5 หรือโป่งใหญ่
แม่น้ำเลาะนั่นเอง ร่มไม้ริมลำธารเป็นสถานที่จุดพักสำหรับเรา ในการทำ
อาหารกลางวันอย่าง ง่าย ๆ และก็อีกครั้งที่ พวกเราหลาย ๆ อ้อยอิ่งและดื่มด่ำกับสายธารแม่น้ำเลาะ
พี่เข้มถึงกับเอา สน๊อกเกิลผิวน้ำ มาดำดูปลาที่แวกว่ายอยู่ น่าแปลกและหลาย
ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า สายน้ำนี้มี " ปลาปักเป้า "
อยู่ด้วย.. น้องพิทักษ์ป่าเล่าว่า เมื่อก่อนเส้นทางแถวนี้สามารถวิ่งทะลุกันได้หมดไม่ว่าจะเป็น
เขาลวก บ้องตี้ เต่าดำ แต่ตอนนี้เส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้ถูกปิดตัวลงหมดแล้ว
ซึ่งนั่นเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้ป่าได้ฟื้นตัวและสามารถรวมเป็นป่าผืนใหญ่มากขึ้นได้อีกหนทางหนึ่ง
ก่อนจากกันสำหรับทริป สั้น ๆ และแสนสบายทริปนี้ ขอฝากบรรดานักเดินทางถึง
กฎระเบียบใหม่ของกรมป่าไม้ว่าด้วยเรื่อง งดนำโฟม เข้าป่าด้วยครับ
ถือเป็นการช่วยเหลืออนุรักษ์ธรรมชาติอีกวิธีการหนึ่งครับ สำหรับทริปนี้
สวัสดีครับ


สวัสดีครับ
หนูขาว 17 มีนาคม 2546