อาทิตย์,20 กรกฎาคม 2551
 
[ Home ]

 
+ รายงานทริป

+ รูปหน้า1
+ รูปหน้า2
+ รูปหน้า3

 

คลิตี้ล่าง Return
20-12 กค. 45

มาอ่านคนที่ 4611
เขียนความเห็นเกี่ยวกับทริปนี้ได้ที่นี่

  
" จะไปกันอีกเหรอ จะไหวหรือ… คลิตี้นะ เห็นเค้าว่ากันว่าตอนนี้เส้นทางมันโหดมากเลยนะ " เสียงโน้มน้าว และ ทัดทานทั้งจากภายใน และ ภายนอกกลุ่ม ถึงความโหดร้ายของเส้นทางน้ำตกคลิตี้ล่าง ช่วงหน้าฝนที่เป็นเส้นทางสายอมตะอีกเส้นทางหนึ่ง ของบรรดาชาวออฟโรดทั้งหลาย แต่ก็อีกนั่นแหละ ในสำนึกของนักเดินทางอย่างพวกเรา ในการค้นหารางวัลอันมีค่าจากการเดินทาง ที่ไม่มีข้อจำกัดตามแบบฉบับของพวกเราในครั้งนี้ คือ เส้นทางความสวยงามของน้ำตก " คลิตี้ล่าง " ยามหน้าฝนเช่นนี้ !!! ที่ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปี…

พวกเราชาวบูรพาฯเริ่ม ออกเดินทางกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 19 ก.ค. กันก่อน 4 คัน นำทีมโดย พี่ณรงค์ (ม้ากระโดด) กระรอกดำ หนูขาว และ พี่แดง Terrano โดยการนัดหมายพักแรมกันที่ น้ำพุร้อนหินดาด ที่เดิม ที่พวกเรามักจะมาหยุดพักกันก่อนที่จะเริ่มทริปในแต่ละครั้ง โดยมี พี่โชติ LN106 /พี่โภช SR5 และ นายหนุ่ม LN106 จากกลุ่มเมืองชลออฟโรดที่มาสมทบด้วยอีกหนึ่งคัน …ในช่วงบ่าย และนายหนอนกับรถคันใหม่ กบแดง(ดำ) ที่ยกแหนบไว้เหนือเพลา พร้อมยางก.ไก่แกะดอก และเครื่อง 4s ที่เพิ่งลงมาใหม่สดๆ แค่เส้นทางบ้านห้วยเสือไปจนจบที่ บ้านทุ่งเสือโทนก็เป็นเส้นทางที่ทำให้พวกเราประสบปัญหากันซะแล้ว เพราะบรรดารถบรรทุกหิน และรถของการไฟฟ้า คันใหญ่ที่เข้าไปวางเสาไฟแรงสูงเพื่อรองรับโรงไฟฟ้าในระยะอันใกล้ นั้นได้ทำให้เส้นทาง ดินลูกรังนั้นกลายสภาพเป็นพื้นผิวดวงจันทร์โดยปริยาย โดยพวกเราชุดแรก ไปถึงป้ายปากทางเข้าอีก 7 กิโลเมตรถึงน้ำตกคลิตี้ล่างก็ตอนเที่ยงพอดิบพอดี..

หลังอาหารเที่ยงอย่างง่าย ๆ ผ่านพ้นไป พวกเราก็เริ่มแยกขวาเข้าสู่เส้นทางสายนี้ โดยทันที โดยกำหนดให้ กบแดง(ดำ) เป็นคันแรกเพื่อทดสอบหลังจากพึ่งเอาออกมาจาก อู่เมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง โดยช่วงปลักแรกหลังป้ายบอกทาง นั้นมีเส้นให้เบี่ยงออก จากทางหลักที่เป็นร่องลึก ทางตรง ที่มองดูแล้วเหมือนกับบึงน้ำดีดีนี่เอง โดยการสำรวจความลึก ของบึง น้ำด้านล่า งของพี่ณรงค์ และ พี่แดง แจ้งผลว่าดินด้านล่างแค่ ระดับน้ำ แค่นี้เอง ทำให้นายหนอนนั้นตัดสิ้นใจ ลองความสูงของเจ้ากบด้วยขนาด ยาง 32" ที่วางแหนบเหนือเพลา โดยเลือกเส้นทางตรงที่ดูเหมือน กับว่าจะไม่มีใคร อยากจะเลือกใช้กันนัก … เสียงคำราม บรืน บรืน จากเครื่องยนต์ 1800 cc ที่ดังขึ้นพร้อมกับ การเคลื่อนตัวเข้า สู่ปลักแรกนี้ท่ามกลางสายตา ของพวก เราทั้งหมดที่มองเห็น …อุปสรรคครั้งแรกของนายหนอน หลังจากทำรถคันนี้ เสร็จมาหมาด ๆ … ตูมมมมมมม !!! … นายหนอนพา เจ้ากบแดง(ดำ) กระโดดเข้าหาปลักนี้ด้วยแรงส่งเต็มที่ ภาพที่พวกเราเห็นก็คือ กระจังหน้าของ เจ้ากบที่ สูงขนาดหน้าอก ของผมนั้นได้หายลงไปในโคลนโดยทันที โดยทิ้งไว้แต่ท่อนท้าย ที่ชี้เด่เท่านั้นที่ ยังไม่ได้ลงมาในร่องเสียด้วยซ้ำ !!!! ครับด้วยความลึกประมาณ เมตรครึ่งของร่องนี้ถึงกับทำ ให้โคลนทะลักทะลายเข้ามาในห้องโดยสาร อย่างรวดเร็วจนถึงระดับหน้าแข้งของนายหนอน บึงน้ำถูกวัดระดับจากเนว์ฯจำเป็นแล้ว ทั้งตรงร่องกลาง และ ส่วนทางขึ้น แต่ลืมวัดในส่วนทางลงไปซะได้ กว่าที่ผมจะรีบนำเจ้าหนูขาวไปกระชากเจ้า กบแดง(ดำ) ถอยหลังให้ขึ้นมา…….


เส้นทางคลิตี้ล่างได้ต้องรับพวกเราเพียงแค่ 10 เมตรแรกเท่านั้นเอง… พวกเราที่เหลือรวมทั้งนายหนอน จึงต้องเลือกไปใช้อีกลายน์หนึ่งที่อ้อมปลักนี้ ไป โดยอุปสรรคที่ผ่านมาถึงกับทำให้พวกเราต้องหยุด รถลงมาวัดระดับความลึกของร่องล้อกันแทบทุกปลัก เลยทีเดียว สภาพเส้นทางคลิตี้ล่างตอนนี้มีมากมายเหลือเกิน ลายน์ใหม่ที่ทำขึ้นเพื่ออ้อมร่องลึกต่างๆ มีให้เห็นกันเกือบทุกแอ่ง เรียกได้ว่าเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว นับจากเดือนที่แล้วที่พวกเรามากัน แต่วันนี้มีทางใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อหลบหลีกอุปสรรคที่เปรียบ เสมือนเป็นกับดักที่พร้อมเสมอที่จะหยุดเจ้าล้อโตทั้งหลาย พวกเราใช้ทักษะ และทีมเวอร์ค ที่ค่อนข้างดี ในการวางแผนเพื่อพิชิตอุปสรรคในแต่ละครั้ง เราแบ่งเป็นชุด ชุดละ 2 คันเพื่อ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องมาสาละวนกัน ในคันเดียวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ชุดแรก จะคอยวิทยุบอกลายน์ และอุปสรรคให้ชุดที่ตามมาตลอดเวลาเรียกได้ว่าเราทำเวลา กันได้ดีมากในช่วงกิโลเมตรแรกทั้ง ๆ ที่เส้นทางเรียกได้ว่าถ้าเผลอเป็นได้วินช์กันตลอดเลยทีเดียว… เส้นทางกิโลเมตรที่สองเริ่มทักทาย เราด้วยแอ่งโคลนขนาดใหญ่ที่มีระดับลึก จนถึงดวงไฟหน้ารถ ที่ยาวประมาณ 20 เมตรเห็นจะได้ ถึงกับทำให้พวกเราต้องวินช์กันเกือบทุกคัน ก่อนที่จะเริ่มขึ้นเนินเขาเล็ก ๆ ที่มีร่องแคบและหินคมอยู่ในร่อง ที่พร้อมเสมอจะระเบิด ล้อทุกคนที่คิดจะกระโจนผ่าน… ชุดแรกนั้นเป็นคาริเบียนทั้ง 3 คันโดยที่มี ม้ากระโดดเป็น เสมือนพี่ใหญ่ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือน้องเล็กๆ เชกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา


เส้นทางคลิตี้ล่างเป็นเส้นทางที่ราบในหุบเขา ที่ไม่ค่อยมีเนินสูงชันเท่าไรนัก แต่ด้วย ความที่เป็นเส้นทางอมตะที่ บรรดาชาวออฟโรดต่างพากันมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสายทำให้ ร่องลึกนั้น บางร่องถึงกับหยุดเจ้าม้ากระโดด และ ยาง Simax 34" ด้วยความลึกขนาดฝา กระโปรงเลยทีเดียว !!!!! ยิ่งลึกเข้าไปเท่าไร วินช์ก็ถูกลากออกมาใช้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จน ทำให้พี่แดงที่ทริปนี้รับอาสาเป็นเนว์ฯให้ถึงกับเดินเซ ไป เซมาเลยทีเดียว แสงแดดที่เลือนหายไปกับ กาลเวลาที่ลุล่วงจนถึงตอนค่ำก็พาพวกเราทั้งหมดเข้าสู่ที่ทำการของเจ้าหน้าที่ คลิตี้ล่างในตอนพลบค่ำรวมเวลา 7 ชั่วโมงพอดิบพอดีกับ 7 กิโลเมตรที่พึ่งผ่านมา


คืนนั้นริมลำธารช่างเป็นบรรยากาศที่ผมไม่อาจลืมไปอีกนาน อาหารอร่อยจากฝีมือ พี่ตุ๋ม เครื่องดื่มเย็น ๆ ที่หลากหลาย และมิตรไมตรีที่มากมาย ทั้งจากลุงอะโพ่ เจ้าบ้านและมิตรสหายในกลุ่มบูรพาที่ พร้อมใจกันร้องเพลง Happy Birth Day กับเค๊กที่ แอบซื้อหามา ทำให้ผมถึงกับ ขนลุก และน้ำตาคลอเลยทีเดียวเมื่อสิ้นเสียงเพลงและควัน เทียน.... เสียงหัวเราะต่อกระซิบ เสียงหยอกเย้าต่อความ และ บทประสบการณ์จากวันนี้ทั้งวัน ถูกนำมาสนทนากันอย่างครื้นเครง อย่างกับว่าพวกเราไม่เคยพบหน้าค่าตากันมานาน พวกเราเข้านอนกันในยามดึก เพื่อรองรับความลำบาก ในเส้นทางวันพรุ่งนี้อีกต่อไป….


บรรยากาศดี ๆ ในยามเช้าทำให้พวกเราตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและแจ่มใส โดยหลัง จากทำธุระส่วนตัวและ ทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย พวกเราก็เคลื่อนขบวนเพื่อไปสำผัสความสวยงามของน้ำตกคลิตี้ล่างกัน จากที่พักประมาณเพียงแค่ 1 กิโลเมตรแรกก็พาพวกเรามา ถึงลานจอดรถริมลำธารที่บรรยากาศ น่าพักแรมอีกเหมือนกัน สายลำห้วยคลิตี้ล่างที่มีระดับน้ำ ค้อนข้างมาก แต่มีความใสไม่ขุ่นมัวนั้นทำให้พวกเรา
หลายคนถึงกับอุทานถึงความสวยของสายน้ำ อันตราย (ตะกั่ว) สายนี้ บริเวณที่จอดรถเดินต่อไปอีกแค่ 20 เมตรก็จะถึงทางลงเขาเพียง เล็กน้อยเท่านั้นก็จะเจอกับสายน้ำที่ไหลกระเซ็นซ่าน แผ่กว้างยาวสาดลงสู่แอ่นน้ำเบื้องล่าง ที่ก่อให้เิกิดเสียงน้ำ และลำอองน้ำพริ้วทั่วไปในสายลม … เส้นทางที่นำโดย ลุงอะโพ่ พาพวกเราลัดเลาะไปตามแก่งหิน หน้าผา และ ข้ามลำห้วยด้วยระยะทางไม่ไกลนัก แต่เส้น ทางก็ทำให้พวกเรา ต่างพากันสำลัก ในความสวย ของน้ำตกคลิตี้ล่างที่มีให้เห็นเรียงราย อยู่รอบตัวเรา มุมสวย ๆ ต่าง ๆ ถึงกับทำให้พวกเราร้อนตะโกนแข่งกับเสียงน้ำ ต่างชักชวน กันถ่ายรูปสวย ๆ อย่างเอ็ดอึง ละอองน้ำที่กระเซ็นซ่านผ่านสายลม เกิดเป็นฝอยล่องลอย ไปตามอากาศทำให้พวกเรารู้สึกเย็นสบาย และชุ่มโชกไปตาม ๆ กัน จนบางคนถึงกับอดใจ ไม่ไหวที่ต้องโผเข้าหาความสดชื่นและสวยงามจากสายน้ำตกที่เทลงมาจากหน้าผาด้านบน


พวกเราใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกกันหลายชั่วโมงก่อนที่จะจากมาอย่างอาลัยอาวรณ์ จนเกิดความขัดแย้ง ในใจกับใครหลาย ๆ คนที่บ่นเข็ดเขี้ยวกับเส้นทางแต่ต้องมาติดใจความ สวยงามที่ปลายทางยามนี้ ว่า… จะกลับมาอีกหรือไม่… ซึ่งแน่นอนคำตอบพวกเรา ต่างออกมาในทิศ ทางเดียวกันว่า.. เราจะกลับมาอีกทุกปี จนกว่าโรงไฟฟ้าจะมาแทนที่

หลังจากร่ำลา ลุงอะโพที่ บอกเส้นทางกลับทางหมู่บ้านอีกเส้นทางหนึ่งโดยเป็นคน ละเส้นทางเมื่อขามา โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดเลาะ ผ่านเรือกสวน ไร่นาของชาวบ้าน เป็นระยะ เป็นเส้นทางแห้งสลับเนินเขา ที่ไม่สูงชันมากนัก ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเราก็มาออกที่ หมู่บ้านคลิตี้โดยอย่างสะดวกสบาย…


บทสรุปสุดท้ายของการเดินทางในทริปนี้เป็นความพร้อมและความรอบคอบในการ วางแผนพิชิตอุปสรรคต่าง ๆ ทีมเวอร์กและจิตใจของคน ในกลุ่มที่ทำให้ความลำบากของเส้นทางคลิตี้ล่างหน้าฝนยามนี้เป็นเส้นทางที่สนุกสนาน และเป็นทริปในใจของใครอีกหลายคน ไปอีกนาน ความสวยงามงามจากน้ำตก เปรียบเสมือนรางวัลที่ธรรมชาติ หยิบยื่นให้กับเรา ให้สมกับความเพียรพยายามในการบากบั่นเข้าไปหา… น้ำตกคลิตี้ล่าง… สุดยอดเลยยยย.!!!!!


สำหรับทริปนี้ของพวกรา…สวัสดีครับ
หนูขาว
22 กค 45



เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นเลยครับ

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (9/2/2550)

 ความเห็น: คริตี้ ผมไปมาเเล้วคับ ไม่เหงจะโหดเเบบนี้เลย ลายก้อไม่ลึก{2ปีที่เเล้ว}

 ชื่อ: โต๊ส เด็ก ปทุม  (12/12/2548)

 ความเห็น: ชอบออฟโรดที่สุดในโลก ถึงจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ อยากเป็นเพื่อนกับคนออฟโรดบ้างจังค่ะ คุยกันบ้างนะค่ะ ที่ n_kanwara@hotmail.com

 ชื่อ: kanwara  (23/7/2548)

 ความเห็น: อยากไปเที่ยวด้วยจัง

 ชื่อ: อิ๋ม (ลำปาง)  (23/7/2548)


ความเห็น :     
 
ชื่อ :   

 


Home | Bicycle | Offroad | Fishing | Radio Control | GPS Corner | Second hand | Member area
Copyright © 2000, www.WeekendHobby.com, All right reserved.

Contact Webmaster