จันทร์,24 พฤศจิกายน 2551


ถ้ำผานางแอ่น ทิ้งออฟโรดมาผจญภัยแทน
27-28 เมย. 45
visitor 1619
สอบถามเส้นทาง หรือแสดงความคิดเห็นคลิ๊กที่นี่

ดูรูปทั้งหมดคลิ๊กที่นี่

     สายลมเย็นยามเช้าของผื่นป่าทุ่งใหญ่นเรศวรยามเช้าตรู่ที่พัดผ่านเข้ามาในตัวรถทำให้พวกเรารู้สึกตื่นเต้น อย่างเสียไม่ได้ เมื่อนึกถึงครั้งที่พวกเราชาว บูรพาออฟโรดมาติดอยู่กลางป่า ถ้ำผานางแอ่นอยู่ 3 วัน 4 คืน ในตอนนั้น ผิดกันกับครั้งนี้ที่พวกเรา เลือกมาช่วงที่ฝนห่างฟ้า เพื่อที่จะได้เข้าไปชม ความงดงามอันบริสุทธิ ที่ยังคงรอพวกเราเข้าไปไปสัมผัสในครั้งนี้ พวกเราเลือกเดินทางเข้าทางสามแยกพุทโธในเขตอำเภอ ทองผาภูมิ โดยแวะขออนุญาติเจ้าหน้าที่ก่อน ณ ที่ทำการอุทธยานแห่งชาติลำคลองงู บริเวณหมู่บ้านห้วยเสือ ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนมายังหน่วยทำการย่อย (ชั่วคราว) บ้านเขาพระอินทร์ สิ่งแรกที่สร้างความประหลาดใจ ให้กับพวกเราคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพทางเข้าจาก ป่าไผ่รกชัฎเมื่อปีกลาย กลับกลาย มาเป็นที่ทำการราบเตียน ที่ถูกแผ้วถาง อย่างดี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่มีมากขึ้นนับจากความสวยงามของถ้ำผานางแอ่น ได้แพร่ กระจายออกไป พวกเราได้ปฎิบัติตามคำแนะนำ ของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ โดยตกลงที่จะหยุดพักแรมกันตรงที่ ทำการนี่เอง

 

     การมาเยี่ยมเยียนของพวกเราได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดีจาก หัวหน้าหน่วย (ย่อย) นามว่า คุณ สถิรวุฒ เกตุแก้ว หรือ พี่หนุ่ม ชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ทีน่าเกรงขามที่มักเจือรอยยิ้มที่มุมปากเสมอ พี่หนุ่มเล่าว่า "นักท่องเที่ยวมากันเยอะ นับตั้งแต่นิตยสาร ATG ฉบับล่าสุดได้ตีพิมพ์ออกไป" พี่หนุ่มนับเป็น คนไทยในกลุ่ม แรก ๆ ที่ร่วมสำรวจถ้ำในเขตอุทธยานแห่งชาติลำคลองงูร่วมกับ ดีน สมาร์ต หรือ นักวิชาการชาว ต่างชาติ ของกรมป่าไม้ "ถ้ำที่สำรวจพบในพื้นที่ของลำคลองงูมีเยอะมาก แต่มีบางถ้ำเท่านั้นที่เราเปิด สำหรับการท่องเที่ยว อย่าง ถ้ำเสาหิน ถ้ำนกนางแอ่นและถ้ำใหญ่ ที่เราได้ปรึกษากับดีนแล้ว (ดีน สมาร์ต) ว่าการท่องเที่ยวจะ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับถ้ำ หรือถ้าจะเกิดขึ้นบ้างก็ต้องน้อยมาก…" " ..แต่ถ้ำบางถ้ำ เราก็ไม่ได้เปิดสำหรับ การท่องเที่ยวเพราะมีความเห็นจากดีนว่า ถ้ำนั้นเปราะบางเกินไป…" หัวหน้าสราวุฒิ กำลังพูดถึง ถ้ำน้ำตก และถ้ำหลอด (คัดลอกจากบทสนทนาของหัวหน้า สราวุธ กับ นิตยสาร ATG )

     พวกเราตกลงกันว่าจะเริ่มต้นด้วยการเข้าถ้ำผานางแอ่นก่อน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่พวกเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมคือ การท่องเที่ยวในครั้งนี้ไม่เหมือนกับ การท่องเที่ยวตาม อุทธยานแห่งชาติทั่ว ๆ ไปที่พวกเราเคยผ่านมา คือ ที่นี่นับเป็นสถานที่มีความเปราะบางทางระบบนิเวศน์มาก ที่ยังคงความสวยงาม อันบริสุทธ์ิอยู่มาก อาจเป็น เพราะความลำบากในเส้นทางที่จะเข้าไปสำผัส หรือความ อันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความสวยงามนั้น… เด็ก ๆ และ ผู้ใหญ่ที่ไม่มีเสื้อชูชีพ จึงไม่ได้รับอนุญาติให้ เข้าถ้ำโดยเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ เจ้าหน้าที่ที่ชำนาญพื้นที่แล้วก็ตาม…

 

 

     หลังจากอาหารเที่ยงอย่างง่าย ๆ เรียบร้อยแล้ว พวกเราชาวบูรพาเคลื่อนขบวนรถเข้าไปในป่าอีก ประมาณ 4 กิโลเมตร โดยจอดรถกันบริเวณลานกว้าง ที่พวกเราเคยมาติดกันอยู่ที่นี่ ขบวนเดินเท้าย่ำป่าของ ชาวบูรพาเริ่มเดินทางต่อลึก เข้าไปโดยการนำของพี่หนุ่ม ป่าไผ่รอบตัวยามนี้ออกสีน้ำตาลแห้ง เพราะไฟป่า ที่มีให้เห็นเป็นวงกว้าง บรรยากาศร้อนอบอ้าว ของเที่ยงวันนั้น ทำให้พวกเราหลายคนเริ่มออกอาการกันไป หลายคนแสดง ให้เห็นถึงความพร้อมของร่างกายว่า แต่ละคนมีมาขนาดไหนกัน พวกเราหลายคนเอ่ยปากพูด ถึงความหลังในเส้นทางนี้เมื่อผ่าน จุดที่พวกเรา เคยติดกันเป็นวัน ๆ เพียงแต่สภาพเส้นทางตอนนี้กลับแห้ง จนนึกไม่ถึงว่ามันเคยสร้างความหฤโหด กับเราได้ถึงขนาดนั้น จะมีก็เพียงร่องล้อลึก ๆ ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่เป็น ระยะ ๆ เลยเส้นทาง ที่พวกเราเคยเข้ามาพักแรม พี่หนุ่มก็เริ่มพา พวกเรา ตัดขึ้นภูเขาสูงชันที่มีเพียงรอยทาง เท้ากว้างเพียงแค่ให้วางเท้า ลัดเล ะไปตาม หน้าผาหิน ที่สลับกับป่าไผ่ และเถาวัลย์ที่คดเคี้ยวตามก้อนหิน บนหน้าผา ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มกับการเดินป่า ที่ร้อนอบอ้าว กลางเที่ยงวันที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมาย เนินแล้ว เนินเล่า ที่ลัดเลาะผ่านหน้าผา ที่มองลึกลงไปข้างล่าง แล้วมีแต่ ตาย กับ ตาย อย่างเดียวถ้าไม่ระวัง พลาดพลั้งหล่นลงไป มาถึงตอนนี้ไม่ไช่ข้อห้ามที่เกินจริงเลยถ้าเราจะพาเด็ก ๆ มาด้วย เวลาที่ทอดนานขึ้นกับ อุปสรรคทางเท้าที่ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้กับนักเดินทางอย่างเรา ถึงกับทำให้หลาย ๆ คนออกอาการเหมือน กับยอมแพ้ในความหฤโหดของเส้นทางเดินป่านี้    " ทางนี้ยังไม่เท่าไหร่นะครับ ถ้าไปถ้ำเสาหินนะ โหดกว่านี้อีก หลายเท่านัก " เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกกับพวกเรา เมื่อเห็นพวกเรา เริ่มที่จะหยุดพักกันบ่อยครั้งขึ้น

      หลังจาก เราผ่านป่าไผ่ที่ทรุดโทรมด้วยไฟป่า ผ่านร่องเขาที่มีม่านเป็นรากไม้ใหญ่ที่แผ่ลงมาโดยที่ตัวลำต้นนั้นยึดตัว อยู่บนยอดหน้าผา ที่ต้องมองขึ้นไปจนคอตั้งบ่าถึงจะได้เห็นลำต้นนั้น เราก็ได้ยินสายน้ำไหลอยู่เบื้องล่างที่ยัง คงปิดบังเราไว้ด้วยป่าเขียวขจี ของพรรณไม้นา ๆ พันธ์ที่ยังคงความสด ความสดชื่น จากสายน้ำ ที่ยังคงไหล ซัดเซาะตามโขดหินแม้จะเป็นหน้าแล้งอย่างนี้ก็ตาม

     หลังจากหยุดพักบริเวณเวิ้งหน้าผาใหญ่จนหายเหนื่อยแล้ว พี่หนุ่ม ก็พาเราลัดเลาะปีนลงไปตามโขด หินเพื่อลงไปสัมผัสสายน้ำเย็นข้างล่าง โดยบริเวณนี้จะเป็นจุดที่พวกเราจะเริ่มลอยตัวไปตามสายน้ำ บริเวณนี้เป็นช่องที่เกิดการยุบตัวของเพดานถ้ำลำคลองงูที่ทำให้เกิดโพรง หรือปากถ้ำขนาดมหึมาที่สูงไม่ต่ำ กว่า 50 เมตร โดยนับเป็นช่องยุบตัวของ คาสท์วินโด (Karsts Window) ที่ 3 และ 4 โดยมีนกนางแอ่น หลายพันตัวบินฉวัดเฉวียนไปมาบริเวณเพดานถ้ำอย่างน่าอัศจรรย์ ความร้อนอบอ้าว และเหงื่อที่ชุ่มโชกของ พวกเราถูกลบล้างด้วย ลำธารสายน้ำเย็นใสสะอาด ที่ทำให้พวกเราทุกคนหายเหนื่อย จากเดินป่ามานับ ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากบันทึกภาพบริเวณคาสท์วินโดที่ 3 และ 4 แล้ว พี่หนุ่ม และเจ้าหน้าที่ ก็ให้พวกเรา สำรวจตรวจตราความเรียบร้อย ของเสื่้อชูชีพอีกครั้งก่อนที่เรา จะเริ่มลอยตัว เข้าถ้ำข้างหน้า โดยใช้สายลำธาร สายนี้เป็นเสมือนเส้นทางลำเลียงมนุษย์ตัวจ้อย ให้เข้าหาความยิ่งใหญ่ ของธรรมชาติที่รอเราอยู่เบื้องหน้า

 

 

     เสียงหัวเราะสดชื่น และเสียงหยอกล้อของพวกเราที่มีรอยยิ้มเปื้อนอยู่เต็มใบหน้าของทุกคนยิ่งทำให้ พวกเรามั่นใจยิ่งขึ้นว่า ทริปปนี้คงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน พี่หนุ่มเริ่มลอยตัวเข้าถ้ำก่อนโดยเอนหลังแล้วยกเท้าชี้ไป ข้างหน้าให้สายน้ำพัดพาเราไปตามลำธาร โดยมีร่องน้ำเป็นตัวกำหนดทิศทาง เสียงหัวเราะ เสียงขำขันในท่า ทางต่าง ๆ ของพวกเราเอ็ดอึง ไปทั้งคุ้งน้ำอย่างสุดจะควบคุม ความสุขสนาน ความสดชื่นฉ่ำเย็นจากสายน้ำ ทำให้เรามีความสุขกันแทบสำลัก กันเลย ทีเดียวจนสายน้ำพาเรามาที่หน้าถ้ำอีกถ้ำหนึ่งหรือ คาสท์วินโดที่ 4 ซึ่งข่มขวัญพวกเราให้หยุดมองหน้ากัน ด้วยความเชี่ยวกราก ของสายน้ำที่ไหลผ่านซอกหินกว้างประมาณ 2 เมตรนั้น พี่หนุ่มดึงเอาเชือกขดใหญ่ที่พกมา มัดกับแง่งหินก้อนใหญ่ใกล้ตัว แล้วพยักหน้าให้พี่เจ้าหน้าที่อีกคน หนึ่งลอยตัวไปตามเชือก ผ่านสายน้ำเชียวกราก เพื่อไปดักอยู่ที่โขดหิน อีกฝากหนึ่ง โดยมีเดิมพันเป็นร่องน้ำเชี่ยว ที่ถ้าไปผิดทางก็จะถูกพัดพา ให้หายไปในหลืบถ้ำอันมืดมิดนั้น !!! หลังจากที่พี่หนุ่มสาธิต การลอยตัวพร้อมกับ ยึดเชือกเพื่อบังคับเส้นทาง ให้พวกเราดู จนถึงอีกฝั่งหนึ่ง ถึงกับทำให้เราหลายคน หันมามองหน้ากัน เหมือนมี คำถามขึ้นในใจว่า … ถึงขนาดนี้เลยหรือ (วะ) เอางัยเอากันไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว แต่ด้วยความเชี่ยวชาญ ของพี่หนุ่มและเจ้าหน้าที่อีกสองท่านก็พาเราผ่านอุปสรรคนี้มาได้อย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่ามาถึงตอนนี้พวกเรา ถึงบอกตัวเองในใจว่า "เอาวะ สู้ตาย โว๊ยวันนี้ ถึงไหน ถึงกัน " พร้อมกับนึกหลอกตัวเองว่ายังคงเป็นวัยรุ่นที่ พร้อมจะผจญภัยทุกรูปแบบในเส้นทางข้างหน้า ( Download ภาพเคลื่อนไหวจุดนี้ คลิ๊กที่นี่ MPG1 , MPG2 ) ผ่านจุดนั้นมาพวกเราต่างเดิน ไปตามโขดหินตะปุ่มตะปั่ม ด้วย ความระมัดระวังเรียกได้ว่าถ้าพลาด ก็แข้งขาหักเอาง่าย ๆ จนเมื่อใกล้จะมาถึงทางออกจากถ้ำหรือ คาสท์วินโดว์ที่ 5 พวกเราข้างหน้าทุกคนหยุดเดินหน้ากันหมดเพื่อดูอะไรบางอย่างทางด้านขวามือ พร้อมกับเสียงพึมพำเหมือนเจอะเจออะไรบางอย่าง ที่สามารถดึงจิตใจ ของพวกเขาให้ละความสนุกสนานจาก สายน้ำเมื่อครู่ได้ จนเมื่อพวกเราเดินเข้ามาในระยะ สายตาก็หมดความสนใจในเรื่องอื่นๆ อีกต่อไปในเมื่อ.....

     ภาพเบื้องหน้าของพวกเราถึงกับทำให้พวกเรารู้สึก ขนลุก สั่นไปทั้งกาย และตั้งคำถาม กับตัวเองว่า ..เราฝันไปหรือปล่าว… สิ่งที่มนุษย์ตัวเล็กกระจ่อยร่อยอย่างพวกเราเห็นคือ …. หน้าผาสูงขนาดมหึมาที่ทั้งสูงและ กว้างเกินขีดความสามารถของกล้องเลนซ์วายด์ใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะเก็บภาพความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่เกิดจากการไหลของสายน้ำที่ เต็มไปด้วยคราบหินปูนที่ย้อยออกมา เป็นม่านแพรไพร ให้มีลักษณะคล้ายน้ำตก ขนาดใหญ่ทีต่างกันตรงที่น้ำตกนี้ทำด้วยหินแทนที่จะเป็นน้ำ…

Flow Stone หรือ น้ำตกหินปูน บริเวณ คาสท์วินโดว์ที่ 5 ทำให้พวกเราทุกคนต่างหยุดนิ่ง และตะลึงงันในความยิ่งใหญ่และสวยงาม ของธรรมชาติแห่งลำคลองงูแห่งนี้ … ระยะทางมากกว่า 400 กิโลเมตจากบ้าน กับเดินป่าอย่างหฤโหดกันอีกแค่ 2 ชั่วโมงนั้นช่างเทียบไม่ได้กับความคุ้มค่า ในการมาเผชิญหน้ากับสิ่งมหัศจรรย์ตรงนี้ และภาพที่พวกเราเห็นกับตาตรงนี้ก็เป็นภาพเดียวกันกับภาพหน้าปก ของนิตยสาร Advanced Thailand Geographic ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2545 นั่นเอง !!!

พวกเราจากตรงนั้นมาด้วยอาการคล้ายคนที่กำลังฝัน อย่างไม่เชื่อ กับตัวเอ งว่าเราได้เห็นอะไรมาเมื่อสักครู่ โดยมีเสียงกดชัตเตอร์ อันถี่ยิบของกล้องนา ๆ ชนิดของพวกเราอย่างไม่ต้องนับเลยทีเดียว … ยังครับยังไม่ทัน ได้ตั้งตัวก็เดินมาเจอน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 เมตรทีี่ออกมาจาก ซอกหน้าผาอย่างน่าอัศจรรย์นัก ที่ บริเวณด้านหน้าถ้ำหรือคาสท์วินโดว์ที่ 5 !!!

       นี่มันอะไรกันเนี่ย พวกเรามาอยู่ที่ไหน ??? ทำไมธรรมชาติถึงหยิบยื่นรางวัลความ สวยงามอันบริสุทธ์ได้ มากมายถึงขนาดนี้ พวกเราโผเข้าหาน้ำตกนั้น อย่างสนุกสนานและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทุกข์ ความกังวล หรือจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ถูกทำให้ลืมไปหมดสิ้นด้วยความงดงามของลำคลองงู ในผืนป่าทุ่งใหญ่ นเรศวรแห่งนี้ !!!

    หลังจากดื่มด่ำกับความสวยงามและสดชื่นจากตรงนั้นมาแล้ว พี่หนุ่มก็พาเราล่องสายธารต่อเข้าไปยัง คาสท์วินโดที่ 6 หรือถ้ำต่อไปนั่นเอง มาถึงตอนนี้ร่องน้ำที่พวกเราต้องล่องต่อไป เป็นทางยาวและลึกมาก (บางช่วงมาก กว่า 50 ฟุต ) เลยทีเดียว ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการผจญภัย และยังต้องลอยตัว ในสายน้ำนิ่งและเย็นกว่า 50 เมตร ผ่านช่องเขาที่มีภาพปล่อง อากาศที่ปกคลุมด้วยไม้ใหญ่ และความสมบูรณ์ของพรรณไม้ทำให้เรา ลอยตัวด้วยเสื้อชูชีพอย่างไม่รู้เบื่อเลย จนออกมาที่ปลายถ้ำ สุดท้ายพวกเราก็มาขึ้นฝั่งที่ปากทางออกหรือคาสท์วินโดว์ที่ 6 ก่อนที่สายน้ำ ที่เราล่องมานั้น จะพัดหายเข้าไปในถ้ำที่เสมือนกับ ประตูปิดกั้นมิให้มนุษย์ผู้ใดได้ย่างกรายเข้าไป

     พวกเราเดินทางกลับที่จอดรถท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งทำให้พวกเราอดนึกใน ใจว่าถ้าฝนตกตอนที่เราล่องสายน้ำเบื้องล่างนั้นพอดี จะทำยังไรกับสายน้ำป่าที่ไม่เคยปราณีใครๆ ทั้งสิ้น

ค่ำคืนนั้นเป็นมื้อค่ำที่พิเศษสุดอีกหนึ่งวันที่พวกเราไม่มีวันจะลืมเลือน เหล้า ยา ปลา ปิ้ง เรื่องเล่า ต่าง ๆ กับมิตรสหายที่รู้ใจในบรรยากาศแห่งขุนเขา ทำให้พวกเรามีความสุขเป็นพิเศษ โดยมีคำมั่นสัญญากับตัวเองว่า เราจะกลับมา จะกลับมา รอพวกเราก่อนนะ ถ้ำเสาหิน ที่สูงที่สุดในโลก สำหรับทริปนี้สวัสดีครับ

หนูขาว
30 เมษายน 2545


ข้อแนะนำการเดินทาง

ด้วยความเชียวกรากของสายน้ำ จึงเปิดให้เที่ยวเพียง 2 เดือนคือ เดือน มีนาคม และ เมษายน
ผู้เดินทางควรเตรียมการให้พร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อเดินป่า กับ ปีนป่ายบนเขาสูงชัน อย่างน้อย 3 กิโลเมตร (ถ้ำผานางแอ่น) และ 6 กิโลเมตร สำหรับ ถ้ำเสาหิน ไ่ม่แนะนำสำหรับ เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ที่ร่างกายไม่แข็งแรง
เตรียมเสื้อชูชีพ อุปกรณ์ส่องสว่าง หมวกนิรภัย และ เต้นท์ไปด้วย เพราะถ้าถ้าไม่มีเสื้อชูชีพก็อดเข้าโดยเด็ดขาด ด้วยเพราะอุทธยานแห่งชาติ ลำคลองงูนี้พึ่งจัดตั้ง จึงไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง
ด้วยข้อจำกัดของจำนวนเจ้าหน้าที่ควรแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้า ไปที่ อุทธยานแห่งชาติ ลำคลองงู ตู้ ปณ4 ปณจ. ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี


เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นเลยครับ

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (13/12/2550)

 ความเห็น: เห็นแล้วสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 ชื่อ: fame  (13/12/2550)

 ความเห็น: สวยมากๆอยากไปจังเลย

 ชื่อ: เจี๊ยบ  (3/2/2549)

 ความเห็น: สวยม๊ากมาก อยากจะไปบ้างจังเลย แต่ได้แค่ฝันเอง เสียดายจัง

 ชื่อ: กิ๊ฟ  (20/1/2549)

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (7/1/2549)

 ความเห็น: อยากไปผจญผัยเหมือนในเองอังกอร์ 2 ที่พวกพี่ทีมงานละครช่อง7 เขานำพาพี่วี พี่พิ้งกี้ พี่พลอย ไปถ่ายทำละครเรื่องอังกอร์ 2 หนูติดตามละครเรื่องอังกอร์มาตั้งแต่ภาคแรกแล้วคะ อยากให้มีภาคต่อต่อไปเรื่อยเรื่อย หนูชอบเพลงหนึ่งเดียวในหัวใจ

 ชื่อ: กระแต  (19/12/2548)

 ความเห็น: รบกวนหน่อยค่ะ อยากถามว่าถ้าจะไปพักที่ไหนดี ที่เดินใกล้ที่สุด แล้วตอนไปจอดรถไว้ที่ไหนค่ะ

 ชื่อ: อยากไป  (27/4/2547)

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (12/7/45)

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (12/6/45)

 ความเห็น: เห็นภาพแล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศการของเดินทางที่ไม่ราบรื่นเท่าไหร่กับเพื่อนๆ ที่ลำคลองงูมันประทับใจมาก ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปอีกครั้ง

 ชื่อ: ริสา  (12/6/45)

 ความเห็น:

 ชื่อ:   (12/6/45)

 ความเห็น: แหม Harry Potter แอบมาเข้าเวปนี้ด้วยเหรอ สงสัยไปไหน มาไหน ต้องเตี๊ยมกันให้ดีละ ... คนใกล้ตัวซะด้วย ลองเข้าไปอ่าน เวปบอร์ดอื่น ๆ ดูยัง ไม่ใช่มีแต่ 4WD นะเช่น MTB Fishing RC หรือแม้กระทั้ง ปืน รับรองเข้าเวปนี้ไม่มีเหงา

 ชื่อ: หนูขาว  (9/5/45)

 ความเห็น: อ่านรายงานทริปของหนูขาวแล้ว เห็นภาพของพวกเราเลย ดีมากครับ เราน่าจะท่องเที่ยวในแนวนี้กันให้มากขึ้นอีก

 ชื่อ: หมึกแดง  (9/5/45)

 ความเห็น: พึ่งเข้ามาเยี่ยมชม web ครั้งแรกหลังจากเห็นชื่อ web site ติดท้าย 4WD หลายครั้ง เขียนบันทึกการเดินทางได้ยอดเยี่ยมครับ อ่านแล้วมรู้สึกสนุก เหมือนได้ร่วมเดินทางไปด้วย ไม่ยักรู้ว่า วิศวกร ก็สร้างสรรค์ งานเขียนได้ดี ขนาดนี้

 ชื่อ: ็HP - Harry Potter  (9/5/45)

 ความเห็น: เราเกือบได้เจอกันแน่ะ เราเป็น 1 ในชุดของ TKT เขียนบันทึกการเดินทางดีจังเลย ขอชมเชย ยิ่งมีประกอบภาพ แถมมีภาพวิดีโออีก โอ่โฮ ทำให้คิดถึงมากขึ้นไปอีก อยากกลับไปเที่ยวอีกครั้ง บอกตัวเองเหมือนกันว่าต้องกลับไปอีกแน่ๆๆ ขอบคุณคุณหนูขาวเป็นพิเศษ ที่ทำให้เรามีบันทึกการเดินทางทริปวิเศษสุดไว้ในแฟ้มของเราอีกทริปหนึ่ง เป็นทริปที่ประทับใจอีกหนึ่งในดวงใจ ถ้าคุณหนูขาวเป็นคนทิศบูรพา เราก็เป็นคนทิศบูรพาเหมือนกัน ไว้จัดทริปบูรพาสัญจรดีกว่า (สำหรับคนชอบท่องเที่ยวอย่างเรา)

 ชื่อ: ส้มจีน  (6/5/45)

 ความเห็น: เขียนได้เยี่ยม เก็บภาพสวยๆได้ยอด ไปอีกเมื่อไรครับ จะขอไปด้วย แต่ขอเวลา ฟิตตัวสักปีครับ

 ชื่อ: jeep 4206  (3/5/45)

 ความเห็น: หนูขาว ทุ่งตู้รถไฟไง สนมั๊ย เดินป่า 2 วันถึง หน้าฝนกำลังสวยเลย ลำบากดี ติดต่อที่ทำการสวนห้อมได้เลย เค๊าจะพาเราเดินไป เอาของกินเครื่องนอน แบกไปเองด้วย นอนเปลสนาม สนม๊ะ แต่ต้องมีแรงหน่อยนะ

 ชื่อ: แมวเหมียว  (3/5/45)

 ความเห็น: มีแรงเชียร์แบบนี้ จะรีบสำรวจหาทริปสวย ๆ มาฝาก อีกครับ

 ชื่อ: หนูขาว  (2/5/45)

 ความเห็น: เยียมยอดไปเลยครับ ตามอ่านมาตั้งแต่ใน TKT เลยได้มาเยี่ยม web นี้เป็นหนแรก ทำให้อยากไปแกะรอยพวกคุณทันทีเลย แต่ต้น พ.ค. แล้ว สงสัยจะไม่ให้ไปถ้ำแล้ว เศร้า

 ชื่อ: อินเดียน่า จุ่น  (2/5/45)

 ความเห็น: อ่านรายงานทริปของนายบีแล้วชวนขนลุก (ยอดเยี่ยม) ทั้งการบรรยาย และภาพประกอบ. ถ้ามีโอกาสกลับไปอีกแน่นอน ไม่ว่าจะสักกี่ครั้งก็ตาม.

 ชื่อ: ไตรภพ  (2/5/45)

 ความเห็น: หนูขาว เขียนรายงานทริป เจ๋งขึ้นเรื่อยๆ... คราวหน้าขอไปกับบูรพาฯ อีกครับ...

 ชื่อ: คันนำหน้าคลอสคันทรี่...  (2/5/45)

 ความเห็น: ...เยี่ยมครับ...ทริปนี้ภาพสวยๆ เยอะจริงๆ ....เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย (แต่ไม่รู้ร่างกายจะไหวอ๊ะป่าว ) ...หนูขาว ทำได้เยี่ยมอีกแล้วครับ อ่านแล้วเพลินเหมือนเดิม กะจะเลิกซื้อหนังสือท่องเที่ยวเลยดีกว่า...ฮ่าๆ หรือว่า พี่บี หันไปเป็นนักเขียนดีกว่ามั๊ง พี่.... อิๆ

 ชื่อ: นายโท  (1/5/45)

 ความเห็น: ...เยี่ยมครับ...ทริปนี้ภาพสวยๆ เยอะจริงๆ ....เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย (แต่ไม่รู้ร่างกายจะไหวอ๊ะป่าว ) ...หนูขาว ทำได้เยี่ยมอีกแล้วครับ อ่านแล้วเพลินเหมือนเดิม กะจะเลิกซื้อหนังสือท่องเที่ยวเลยดีกว่า...ฮ่าๆ หรือว่า พี่บี หันไปเป็นนักเขียนดีกว่ามั๊ง พี่.... อิๆ

 ชื่อ: นายโท  (1/5/45)

 ความเห็น: ต้องขอขอบคุณ ATG ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ให้พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม และเจ้าหน้าที่อุทยานที่น่ารักทุกคน รวมทั้งกลุ่มบูรพาที่นำภาพสวยๆมาฝากให้ดู มีโอกาสจะกลับไปอีกครั้งเหมือนกันครับ

 ชื่อ: ปู กำหมุน  (30/4/45)

 ความเห็น: ยังงัย ๆ ผมก็ต้องกลับไปอีกแน่ ปีหน้าเจอกัน

 ชื่อ: หนูขาว  (30/4/45)

 ความเห็น: แหม ตอนพาเราไป ไม่ยักกะเป็นแบบนี้ เหนื่อยแสนเหนื่อย 4วัน5คืน(รวมเวลากู้รถด้วย) พอทริปนี้เอารูปสวยๆมาเย้ย ให้อิจฉาซะอีก ฝากไว้ก่อนเถอะบูรพา

 ชื่อ: IGUANA  (30/4/45)

 ความเห็น: ซู๊ตหยอด...น่าอิจฉาจัง...ขอบคุณผู้ร่วมทางทุกคน...ที่ทำให้ทริปนี้สู่สายตาชาวประชา...ข้าขอคาระวะ

 ชื่อ: นาย MOP  (30/4/45)

 ความเห็น: นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้เลยครับ ขอให้กำลังใจกลุ่มบูรพาที่ฝ่าฟันเอาภาพสวยๆ และคำบรรยายสุดเฉียบเหมือนได้ไปด้วยตัวเอง มาฝากชาวWEBที่ไม่มีโอกาศไปสัมผัส แหมถ้ามีตังค์จะส่งทีมบูรพาไปสำรวจป่าอเมซอนอะ เขาว่ามันส์สุดขั้วเลยครับ

 ชื่อ: BRAVO [GRAND JEEP]  (30/4/45)

 ความเห็น: สนุกดีครับ เปลี่ยนบรรยากาศจากOffroad มาเป็นการผจญภัยบ้าง มันส์ทีเดียวเลยแหล๊ะ ใครมีโอกาสน่าลองไปดูนะครับ แต่อย่าลืมติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า พร้อมฟิตร่างกายให้พร้อมด้วยนะครับ

 ชื่อ: นายหนอน  (30/4/45)

 ความเห็น: อยากไปอีกนะ ไปเมื่อไหร่บอกด้วย

 ชื่อ: แมวเหมียว  (30/4/45)


ความเห็น :     
 
ชื่อ :   

 


Home | Bicycle | Offroad | Fishing | Radio Control | GPS Corner | Second hand | Member area
Copyright © 2000, www.WeekendHobby.com, All right reserved.

Contact Webmaster