WeekendHobby.com


อัปสราและโคปุระ สี่วันในเสียมเรียบ
baron
จาก von Richthofen
118.103.170.80
อาทิตย์ที่ , 30/12/2550
เวลา : 22:18

อ่านแล้ว = 65486 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ไปเขมรงวดนี้เดินปราสาทหินเสียสมใจอยาก ของสวยๆเต็มไปหมดของบ้านเราที่บอกว่าสวยพอเอามาเที่ยบกับที่นี่กลายเป็นของพื้นๆไปเลย


ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปให้ปราณีตสมใจอยากเลยกลายเป็นนิ้วสายฟ้ากดไม่ยั้ง แถมยังทำจนกล้องหลุดมือตกกระแทกทางเดินหินจนคิดว่าพังไปแล้วเพราะเล็นส์มันเบี้ยวหน้ากล้องยุบหงิกไปหมดไปหมด แต่พอเอามือจับบิดเล็นส์บิดให้หายคดกลับเข้าที่ก็ถ่ายต่อได้แม้ว่ามันจะรวนไม่ยอมทำงานเป็นระยะก็ยังดีกว่าไม่มีกล้องใช้เลย

เอาไว้ผมกลับกรุงเทพฯแล้วจะลงรูปแบบเต็มๆให้ดูกัน ตอนนี้เอาแบบแก้ขัดไปก่อน ใครบอกว่าเน็ตเขมรช้า ที่เสียมเรียบมี Wireless LAN ใช้ทั้งเมืองผมนอนพิมพ์บนเตียงนอนได้เลย เร็วกว่ากรุงเทพฯเสียอีก






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 11 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

คำตอบที่ 301
       ลาก่อนปราสาทพิมานอากาศ คราวหน้าจะมาใหม่

ผมดินต่อไปยังลานหน้าพระราชวัง ลานช้างและลานพระเจ้าขี้เรื้อนโดยไม่ใช้รถ เดินเรื่อยๆเพื่อดูดซับบรรยากาสของนครธมที่ยังรักษาสภาพป่าเหมือนครั้งที่ฝรั่งค้นพบเมื่อร้อยกว่าปีเอาไว้โดยไม่ตัดไม้ใหญ่ทิ้ง

ผมขัดใจจริงที่ประวัติศาสตร์บอกว่าฝรั่ง นายอองรี มูโอต์ค้นพบนครวัดนครธม แต่ที่จริงแล้วนครวัดนครธมไม่ได้หายไปไหนคนแถวนี้ก็รู้ก็เห็นอยู่ก่อนนายอองรี มูโอต์จะได้มาพบ พระจอมเกล้ายังคิดจะชลอนครวัดมากรุงเทพฯเสียด้วยซ้ำไปทรงมีพระราชดำริก่อนนายอองรีจะพบตั้งเจ็ดปี






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.49.70 อังคาร, 22/1/2551 เวลา : 23:24   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 18925

คำตอบที่ 302
       วันนี้เอาเท่านี้ก่อนครับ

พรุ่งนี้จะพาไปลานพระราชวังและลานพระเจ้าขี้เรื้อนต่อครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.49.70 อังคาร, 22/1/2551 เวลา : 23:31   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 18926

คำตอบที่ 303
       เป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เหนื่อยเลย....ขอบพระคุณมากครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

a_anan จาก a_anan 124.121.45.15 พุธ, 23/1/2551 เวลา : 04:12   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 18936

คำตอบที่ 304
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree พุธ, 23/1/2551 เวลา : 07:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 18940

คำตอบที่ 305
       ขอบพระคุณมากครับอาจารย์



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก นิธิ 203.113.0.203 พุธ, 23/1/2551 เวลา : 12:21   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 18944

คำตอบที่ 306
       กลายเป็นกระทู้ประจำสัปดาห์ไปแล้วจากการที่ผมเริ่มเฉื่อยจากหลายๆเรื่อง วันนี้พอมีเวลาเอาเป็นว่าผมพาเดินต่อครับ

ผมเดินออกจากพิมานอากาศได้สักพักก็ถึงบารายข้างวัง จากรูปแบบแล้วน่าจะเป็นบารายเลี้ยงคนทั้งวังโดยบารายอันนี้มีความวิจิตรกว่าหลายๆที่ตรงที่มีรูปแกะสลักสวยงามตลอดขอบบาราย


วันนั้นไม่มีคนเดินผมที่นี่ผมกับรุจเลยยึดบารายป็นของตัวเองไปเกือบครึ่งชั่วโมง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 17:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19898

คำตอบที่ 307
       นครเจินละ ปี พ.ศ. 1838 ปีที่คณะราชทูตจีน สมัยราชวงศ์หงวน เดินทางไปถึง ในสมัยพระเจ้าศรินทรวรมัน โจวต้ากวาน คณะทูตจีน บันทึกเรื่องราวปีที่อยู่ในเจินละว่า เคยเห็นขบวนพระเจ้าแผ่นดินเสด็จออกนอกพระราชวังสี่ห้าครั้ง


ต่อไปด้วยเป็นถ้อยคำสำนวนจีน เขียนโดยโจวต้ากวาน แปลไทยโดยคุณเฉลิม ยงบุญเกิด จากหนังสือชื่อ บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 17:40   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19900

คำตอบที่ 308
       มีกองทหารแน่นขนัดนำหน้า ขบวนธงทิวและขบวนดุริยางค์ตามมาข้างหลัง หญิงชาววังตั้งแต่ 300 ถึง 500 คน นุ่งผ้ายกดอก ผมประดับดอกไม้ มือถือเทียนเล่มใหญ่ รวมกันเป็นขบวนหนึ่งโดยเฉพาะแม้จะเป็นเวลากลางวันแสกๆ ก็จะจุดเทียนนั้น


ยังมีขบวนหญิงจากวังทั้งหมดเชิญเครื่องราชูปโภค ทำด้วยเงินและทองคำ และพระเครื่องที่ตกแต่งมีลักษณะต่างๆ กัน ยังมีชาววังถือหอกกับโล่ เป็นทหารฝ่ายใน เป็นอีกขบวนหนึ่งโดยเฉพาะ มีรถเทียมแพะ รถเทียมม้า ประดับประดาด้วยทองคำทั้งสิ้น


พวกขุนนางและเจ้านายขึ้นช้างอยู่เบื้องหน้า เห็นสัปทนสีแดงนับจำนวนไม่ถ้วนต่อมา ก็เป็นพระมเหสีและพระสนม บ้างก็นั่งสีวิกา บ้างก็นั่งเกวียน บ้างก็ขึ้นช้าง บ้างก็ขี่ม้า มีกลดประดับทองคำร้อยกว่าคันเบื้องหลังก็คือ พระเจ้าแผ่นดินประทับยืนอยู่บนหลังพระคชาธาร พระหัตถ์ถือพระขรรค์กายสิทธิ์

งาของพระคชาธารสวมปลอกทองคำ มีฉัตรสีขาวประดับทองคำ 20 กว่าคัน ล้วนแต่ด้ามทำด้วยทองคำทั้งสี่ด้านห้อมล้อมด้วยช้างมากมายแน่นขนัด และมีทหารม้าคอยรักษาพระองค์ผู้ที่ยืนชมพระบารมีอยู่เบื้องหน้า จะต้องคุกเข่าลงกับพื้นกระทำเบญจางคประดิษฐ์ มิฉะนั้นจะถูกพนักงานจับกุมตัว"






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 17:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19902

คำตอบที่ 309
       มีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วเป็นเรื่องน่าตกใจพอสมควรถ้าไม่เคยรู้ธรรมเนียมฮินดูมาก่อน ธรรมเนียมนี้ยังมีในบางเผ่าของอัฟริกา หรือแม้กระทั่งชนที่ราบสูงบางกลุ่มในเมืองไทนก็ยังมีอยู่ในเวลานี้

ธรรมเนียมนี้คือธรรมเนียมเบิกพรหมจรรย์ พิธีทำลาย พรหมจารี ดรุณี

คนจีนแบบโจวต้ากวานได้ยินแล้วคงตกใจ และที่แปลกคือบุคคลที่ให้ได้รับเกียรติ์ให้เบิกพรหมจรรย์คือพระในพุทธศาสนา


ใช่แล้วครับ พระเปิดซิงเด็กงัย พูดง่ายๆไม่ต้องแปล พ่อแม่จะเชิญพระที่ตนนับถือมาเปิดซิงลูกตัวเอง เรื่องเป็นอย่างไรลองติดตามอ่านกันครับ

รูปน้องจรเข้ที่ขอบบารายไม่เกี่ยวกับเรื่องพระเปิดซิงเด็ก ไม่ต้องตีความให้มากมาย คนขอมนับเอาตัวตะกวดเป็นสัตว์ชั้นสูงอย่างหนึ่ง

รอเดี๋ยวครับ ขอพักก่อนแล้วจะมาเล่าเรื่อง เบิกพรหมจรรย์ พิธีทำลาย พรหมจารี ดรุณี ต่อตอนค่ำๆครับ








 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 17:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19903

คำตอบที่ 310
       ผมจะเอาบทความในหนังสือเขียนโดยโจวต้ากวาน แปลไทยโดยคุณเฉลิม ยงบุญเกิด จากหนังสือชื่อ บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละมาให้อ่านช่วงนี้โดยเอารูปสลักที่ขอบบารายมาประกอบไปด้วยครับ


เบิกพรหมจรรย์" พิธีทำลาย พรหมจารี ดรุณีนครธม เมื่อ ๗๐๐ ปีมาแล้ว...


เมื่อชาวบ้านให้กำเนิดลูกหญิง ผู้ที่เป็นบิดามารดามักไม่เว้นที่จะอวยชัยให้พรว่า ขอให้เจ้ามีคนต้องการ ต่อไปในภายหน้าขอให้เจ้ามีผัวร้อยคนพันคนเถิด ลูกสาวของครอบครัวที่มั่งมีศรีสุขที่มีอายุได้ ๗ ถึง ๙ ขวบ และที่อายุได้ ๑๑ ขวบ สำหรับครอบครัวที่ยากจนจะต้องให้พระภิกษุหรือดาบสทำพิธีทำลายพรหมจารี เรียกว่า "เจวิ้นถาน" ( )

ทุกๆ ปีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองจะเลือกเอาวันใดวันหนึ่งของเดือนซึ่งตรงกับเดือนที่ ๔ ของจีน ป่าวประกาศให้ทราบว่า ครอบครัวใดในประเทศนี้ที่มีบุตรีซึ่งจะเข้าพิธีเจวิ้นถานนั้นจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อน แล้วเจ้าหน้าที่จะให้เทียนเล่มใหญ่ไปล่วงหน้า ๑ เล่ม และขีดสลักเทียนเป็นที่หมายไว้ ๑ แห่ง นัดหมายให้จุดเทียนตอนพลบค่ำของคืนวันนั้น พอลามลงมาถึงที่หมายไว้ก็ได้เวลาประกอบพิธีเจวิ้นถาน






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:34   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19912

คำตอบที่ 311
       ก่อนถึงกำหนดล่วงหน้า ๑ เดือน หรือครึ่งเดือน หรือ ๑๐ วัน บิดามารดาจะต้องเลือกพระภิกษุหรือดาบสรูปใดรูปหนึ่ง สุดแล้วแต่จะอยู่วัดหรืออาศรมแห่งใด พระภิกษุหรือดาบสมักจะมีขาประจำของตนอยู่ พระภิกษุที่ดีมีคุณธรรมสูงนั้นบ้านขุนนางหรือคหบดีมักจะจองตัวไว้ล่วงหน้า ส่วนพวกที่ยากจนก็ไม่มีเวลาว่างที่จะไปเลือกได้ ครอบครัวขุนนางและคหบดีถวายพวกเหล้า ข้าวสาร ผ้า แพร หมาก เครื่องเงินหนักถึงร้อยหาบ มีมูลค่าเท่ากับสิ่งของคิดเป็นเงินเมืองจีนสองสามร้อยตำลึง ของถวายที่น้อยกว่านั้นก็สามสี่สิบหาบ หรือสิบยี่สิบหาบสุดแต่ครอบครัวจะมั่งมีหรือยากจน

ฉะนั้นครอบครัวที่ยากจนต้องรอจนเด็กอายุ ๑๑ ขวบ จึงจะเริ่มดำเนินการเข้าพิธี นับเป็นเรื่องที่กระทำได้ลำบาก มีผู้เสียสละเงินทองให้เด็กหญิงจนๆ เพื่อได้เข้าพิธีเจวิ้นถาน เรียกว่าเป็นการทำบุญ เนื่องจากในปีหนึ่งๆ พระภิกษุรับเด็กหญิงเข้าพิธีได้เพียงคนเดียว เมื่อท่านยอมรับนิมนต์ผู้ใดไว้แล้ว ก็ไม่ยอมรับนิมนต์ผู้อื่นอีก






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:36   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19913

คำตอบที่ 312
       ในคืนนั้นเขาจัดการเลี้ยงใหญ่ และมีดนตรีด้วย เป็นการรวมญาติและเพื่อนบ้าน นอกประตูปลูกเป็นร้านสูง บนร้านวางพวกตุ๊กตาดินปั้นเป็นรูปคนและสัตว์ ที่วางสิบกว่าตัวก็มี สามสี่ตัวก็มี สำหรับครอบครัวที่ยากจนก็ไม่มีเลย แต่ละอย่างนี้เป็นไปตามเรื่องที่มีมาแต่โบราณ ครบเจ็ดวันแล้วก็ยกเอาออกไป

พอตกค่ำเขาก็นำคานหาม กลด และดนตรีไปรับพระภิกษุมา ใช้ผ้าแพรพรรณสีต่างๆ สร้างเป็นศาลาขึ้น ๒ หลัง หลังหนึ่งให้เด็กหญิงนั่งอยู่ อีกหลังหนึ่งให้พระภิกษุนั่ง ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าปากเขาพูดว่ากระไร เพราะเสียงดนตรีและเสียงกลองอึกทึกเซ็งแซ่ คืนวันนั้นไม่ห้ามทำเสียงอื้ออึง

ข้าพเจ้าได้ยินว่าเมื่อถึงเวลาพระภิกษุและเด็กหญิงก็เข้าไปในห้อง พระภิกษุใช้มือทำลายพรหมจารีด้วยตนเอง แล้วนำเอาเยื่อพรหมจารีนั้นใส่ลงในเหล้า เขายังเล่ากันอีกว่า บิดามารดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านต่างแต้มเหล้านั้นที่หน้าผากของตนทุกคน บางคนก็ว่าทุกคนใช้ปากชิมดู บ้างก็ว่าพระภิกษุประกอบเมถุนกรรมกับเด็กหญิง บ้างก็ว่าไม่เป็นความจริงดังว่านั้นเลย โดยเหตุที่เขาไม่ยอมให้คนจีนรู้เห็น ข้าพเจ้าจึงไม่ทราบเรื่องที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:38   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19914

คำตอบที่ 313
       พอใกล้รุ่งอรุณเขาก็เอาคานหาม กลด กลอง และดนตรีส่งพระภิกษุกลับวัด ต่อมาภายหลังจะต้องเอาผ้าขาวไปไถ่ตัวเด็กจากพระภิกษุไม่เช่นนั้นเด็กหญิงจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพระภิกษุตลอดไป และจะแต่งงานกับผู้ใดไม่ได้ ที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเป็นปีติงหยิวศักราชต้าเต๊อะ เดือนสี่ คืนหกค่ำ (๒๘ เมษายน ค.ศ. ๑๒๙๗)

ก่อนวันพิธีบิดามารดาและเด็กหญิงจะนอนด้วยกัน หลังวันพิธีแล้วจะเฉดออกนอกห้อง จะไปไหนมาไหนก็ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องบังคับคอยระวังกันแล้ว







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:40   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19915

คำตอบที่ 314
       เกี่ยวกับการมีสามีและการมีภรรยา แม้จะมีประเพณีรับผ้าไหว้ ก็เป็นเพียงแต่การกระทำลวกๆ พอเป็นพิธี หญิงชายส่วนมากได้เสียกันมาแล้วจึงได้แต่งงานกัน ตามขนบธรรมเนียมและประเพณีของเขาไม่ถือเป็นสิ่งที่น่าละอายและก็ไม่ถือเป็นเรื่องประหลาดด้วย

ในคืนวันประกอบพิธีเจวิ้นถานในตรอกในซอกเดียวกันนั้น อาจมีครอบครัวที่ทำพิธีเจวิ้นถานจำนวนสิบกว่าครอบครัว ในนครนั้นคนที่ไปรับพระภิกษุหรือดาบสเดินสวนกันขวักไขว่อยู่บนท้องถนน ไม่มีที่ไหนเลยที่จะไม่มีเสียงกลองและเสียงดนตรี


คัดแล้วตัดตอนจัดย่อหน้าใหม่จากหนังสือ-บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ โดย เฉลิม ยงบุญเกิด แปลจากต้นฉบับภาษาจีนของโจวต้ากวาน





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19916

คำตอบที่ 315
       ผมเดินมาสุดบารายใหญ่ถึงบารายเล็ที่อยู่ติดกันก็จบเรื่องพิธีแปลกๆของขอมพอดี

บารายเล็กนี้คาดว่าเป็นของคนทั่วไปใช้เพราะเป็นขอบเรียบไม่สลักวิจิตพิศดารเหมือนที่อยู่ติดกัน บารายอันนี้อยู่ในสภาพดีมากยังไม่ชำรุดอะไรเลยเหมือนกับสร้างมาแล้วไม่มีใครใช้แต่ที่จริงแล้วเป็นของที่คนใช้กันมาตลอดตั้งเกือบพันปีที่แล้ว

บางเรื่องบอกว่าบารายทั้งสองนี้ใช้แยกเพศชายหญิง และสระใหญ่เป็นของกษัตริย์ใช้


สุดบารายก็เป็นซุ้มประตูทิศเหนือของเขตวังพอดี จำได้ไหมครับผมพาเข้าซุ้มประตูทิศใต้เข้าเขตวังแล้วเดินไปปราสาทพิมานอากาศ แล้วออกมาบารายทิศเหนือ แล้วออกซุ้มประตูทิศเหนือ สงสัยจะจำไม่ได้เพราะผมพาเดินมาสองสัปดาห์ที่แล้ว





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 22:51   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19917

คำตอบที่ 316
       ซุ้มประตูวังทิศเหนือสวยกว่าทิศใต้ที่ผ่านมา ที่ผมบอกว่าสวยเพราะเหลือสภาพดีมากกว่าซุ้มทางทิศใต้ด้านใกล้ปราสาทบาปวน

กำแพงด้านนี้ยังอยู่ในสภาพดีเหมือนเมื่อเกือบพันปีก่อน พื้นที่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในสภาพเมืองที่มีคนอยู่ ยังมีวังสวยงามจนกระทั่งเจ้าสามพระยาบกทัพมาตีขอมจนย่อยยับไป หลังจากนั้นเมืองนี้ก็ถูกทำลายไปจนอยู่ในสภาพที่เห็น ไม่มีอีกแล้วปราสาททองคำที่โจวต้ากวานเขียนเล่าไว้

ผมถึงบอกว่าอดีตเป็นบทเรียนของปัจจุบัน บางครั้งคนชั้นหลังก็เสียใจในสิ่งที่คนรุ่นก่อนทำ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:05   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19918

คำตอบที่ 317
       ความสวยงามที่ยังเหลืออยู่ถึงคนรุ่นเราเพียงเท่านี้

โจวต้ากวานยังรู้ด้วยว่า ทุกวันพระเจ้าแผ่นดิน จะเสด็จมาโดยพระราชยานทองคำคันเล็ก ออกว่าราชการวันละสองครั้ง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:10   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19919

คำตอบที่ 318
       ศิลปะคแล็งที่ปาดหินเหมือนเนยอ่อนๆ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:21   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19920

คำตอบที่ 319
       เห็นศิลปะสองสมัยอยู่ที่เดียวกันไหมครับ เนื่องจากวังที่เขตนครธมนี้มีการใช้งานต่อเนื่องมาหลายร้อยปีจึงมีการสร้างเสริมของเดิมตลอดเวลาจึงเป็นการผสมระหว่าง บาปวน บายอน บาแค็ง







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19921

คำตอบที่ 320
       ทับหลังกับซุ้มประตูคนละยุคแต่อยู่ด้วยกันอย่าสวยงามไม่ขัดตา นี่อย่างไรที่ผมบอกว่าซุ้มด้านนี้สวยสมบูรณ์กว่าซุ้มด้านใต้






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19922

คำตอบที่ 321
       ดูไม่ออกเลยใช่ไหมครับว่าผ่านการบูรณะมาแล้วไม่เหมือนเมืองมรดกโลกของเราที่รื้อลงมาก่อใหม่จนเหมือนสร้างจากของปลอมทั้งชิ้น

ผมเสียดายของบ้านเราจริงๆ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:32   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19923

คำตอบที่ 322
       ให้ดูซุ้มประตูด้านลานพระราชวังที่เดินลอดออกมาแล้ว สวยงามมากครับ สวยสมบูรณ์กว่าด้านบารายเสียอีก





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:35   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19924

คำตอบที่ 323
       อีกด้านผมอดเอามาให้ดูไม่ได้ ขนาดแค่ซุ้มประตูวังนะนี่ ถ้าเป็นวังจะขนาดไหน คนกลุ่มสุดท้ายที่ได้เห็นวังในสภาพสมบูรณ์คือทัพพระเจ้าสามพระยาที่เข้ามาตีขอมแล้วทำลายวังลง

เสียดายไม่หาย ความจริงเจ้าเมืองขอมตอนนั้นเป็นของเชื้อสายพ่อขุนผาเมืองที่เข้าไปยึดอำนาจกลายเป็นคนของเราเองนั่งเมืองขอมไปนานแล้วตามที่ผมเคยเล่าให้ฟังเมื่อหลายหน้าก่อน







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:41   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19926

คำตอบที่ 324
       ผมเดินออกจากกำแพงวังหลวงแล้วครับ กำลังจะเดินไปลานช้างและลานพระเจ้าขี้เรื้อน หันไปมองประตูวังอีกครั้งสั่งลา

ลาก่อนวังหลวงไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกหรือเปล่า แต่หวังว่าจะได้มาอีกครั้ง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:45   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19928

คำตอบที่ 325
       วันนี้เอาเท่านี้ก่อนครับ เอาไว้ผมพาไปเดินดูของสวยต่อ

เห็นจำนวนหน้าแล้วหนักใจ ผมเดินจากเช้ายังไม่ถึงเที่ยงวันแรกของนครธมเลยซัดไป 11 หน้าแล้ว เดินครบสี่วันรวมนครวัดที่เป็นรูปชุดใหญ่น่าจะกระฉุดไปไม่ต่ำกว่าหกสิบหน้า

เชื่อหรือยังว่าว่าทริปนี้ผมได้รูปมาจากสองกล้องวันละพันกว่ารูป



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.215.63 ศุกร์, 1/2/2551 เวลา : 23:50   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19929

คำตอบที่ 326
       คนโบราณ ทำได้ไง แทบจะเรียกได้ว่า แกะสลักหินทุกก้อนที่นำมาใช้เลยนะครับเนี่ย.......



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

a_anan จาก a_anan 124.121.46.61 เสาร์, 2/2/2551 เวลา : 05:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19930

คำตอบที่ 327
       วันนี้ผมจะพาไปเดินต่อที่ลานหน้าวังหลวง ลานนี้สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่7 อีกแล้ว
กษัตริย์เขมรพระองค์นี้ยิ่งใหญ่จนบดบังกษัตริย์พระองค์อื่นจนมิดไปหมด ศ.เซเดส์ ได้ศึกษาเรื่องอันมืดมิดของกษัตริย์พระองค์นี้ตลอดโดยเอาจารึกต่างๆมาประสานกันทีละจารึกจนได้เป็นประวัติที่เกือบเต็มทั้งชีวิต

หินที่เห็นกองอยู่เป้นส่วนหนึ่งของปราสาทที่รอการบูรณะครับ






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.48.30 พุธ, 13/2/2551 เวลา : 22:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 20799

คำตอบที่ 328
       แต่อย่างไรก็ตามประวัติบางช่วงของพระองค์ได้แสดงให้เห็นถึงเงื่อนงำของการเขียนเรื่องสมัยก่อนพระองค์ขึ้นมาใหม่เหมือนกับต้องการความชอบธรรมบางอย่างซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการครองราชโดยไม่ชอบธรรมของพระองค์


ระหว่างทางที่เดินไปลานช้างก็มีหินที่นำลงมารอประกอบใหม่วางกองอยู่บางชิ้นสวยแม้จะยังไม่ประกอบเป็นชิ้นสมบูรณ์ เรียกว่าสวยด้วยตัวเองเลยก็ว่าได้ครับ






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.48.30 พุธ, 13/2/2551 เวลา : 22:29   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 20800

คำตอบที่ 329
       ศ.เซเดส์ ได้ยกย่องว่าพระองค์ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรขอม ในอดีต ปัจจุบันและอนาคตก็ยังไม่มีใครเทียบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่เซเดส์เสนอผลงานของเขาออกมาในช่วงทศวรรษที่ 1930 และเราจะได้เห็นต่อไปว่าในรัชสมัยของพระองค์นั้นมีความเร้นลับ และมีสิ่งที่ขัดแย้งกันหลายอย่าง


หินอีกก้อนระหว่างทางสวยมากจนอดถ่ายภาพเก็บไม่ได้





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.48.30 พุธ, 13/2/2551 เวลา : 22:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 20801

คำตอบที่ 330
       ในที่สุดผมกับรุจก็เดินมาถึงลานช้างหรือลานดำเร็ยที่เป็นลานหน้าวังของพระเจ้าชัยวรมันที่7

ลานนี้เหมือนสนามหลวงของบ้านเราที่ใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เรียกว่าลานพระเจ้าขี้เรื่อนก็ได้อีกชื่อเพราะมีรูปปั้นนั่งชันเข่าของกษัตริย์องค์หนึ่งที่มีไลเค็นเกาะจนดูเป็นคนขี้เรื้อนปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พนมเป็น

แต่รูปดังกล่าวไม่น่าจะเป็นกษัตริย์น่าจะเป็นพระยมเจ้าแห่งความตายมากกว่าเพราะมีเขี้ยวที่มุมปากสอดคล้องกับการใช้ลานวังหลวงในกิจการงานบางงานที่เป็นอวมงคลเหมือนบ้านเรา






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.48.30 พุธ, 13/2/2551 เวลา : 22:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 20802

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 11 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันพฤหัสบดี,18 ธันวาคม 2557 (Online 1315 คน)