WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก
phumjai
จาก PhumJai
223.204.24.251
พฤหัสบดีที่ , 4/7/2556
เวลา : 20:37

อ่านแล้ว = 20046 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       งานเขียนอิงเรื่องจริงของ คิม ซากัสส์ ที่เคยลงในสมรภูมิ และรวมเล่มมาแล้วหลายครั้ง
เผยแพร่โดย หลังเขา ที่ siambbgun








 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  

คำตอบที่ 1
       ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 1

เหตุการณ์ทั้งหมดที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2514 หากว่าทุกคนไม่ลืมจนเกินไป ในปี 14 นี้เป็นปีที่ทางราชการ โดยเฉพาะทางทหารตั้งแผนยุทธการภูขวางเพื่อปราบปราม ผกค.(ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) ในเขตภูหินร่องกล้า การปฏิบัติอย่างรุนแรงในเขตภูหินร่องกล้าทำให้ ผกค.ส่วนหนึ่งทะลักออกไปทางภูค้อ ความจริงแล้วจะเรียกว่าทะลักจากทางภูหินร่องกล้าไปภูค้อก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ภูหินร่องกล้ากับภูค้อเป็นเขตติดต่อกัน การเดินทางของ ผกค. หรือ พคท.(พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) จากภูหินร่องกล้าเข้าสูประเทศลาว หรือจากประเทศลาวเข้ามา ต้องผ่านภูค้ออยู่แล้ว ภูค้อคือหน้าด่านแรกของ ผกค.จากนอกประเทศ

จากหลักฐานต่างๆ ทำให้เชื่อว่า ผกค.เริ่มใช้บริเวณภูหินร่องกล้าเป็นฐานที่มั่นมาตั้งแต่ปี 2507 แต่บริเวณภูค้อเริ่มมาตั้งแต่ปี 2502 ในตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเลยว่าภูค้อคือกองบัญชาการเขตงาน 515 และ 520 กองกำลัง พคท.เป็นฐานที่มั่นคงแข็งแรงที่สุดของ พคท.เขตภาคเหนือ ทุกครั้งที่ ผกค.ในเขตภูหินร่องกล้าต้องแตกถอนจะถอยมารวมกำลังกันที่เขาค้อ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาแผลหรือเพื่อการใดก็แล้วแต่ และในขณะเดียวกันการเสริมกำลังหรือการติดต่อกับคอมมิวนิสต์ในลาวก็จะใช้พื้นที่บริเวณเขาค้อเป็นช่องทางในการเคลื่อนไหวทุกครั้ง

การปฏิบัติการทางทหารในเรื่องของการปราบปรามในเวลานั้น ดุเหมือนจะมีการปราบปรามหนักในเขตพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จ.มุกดาหาร จ.ศรีสะเกษ จ.กาฬสิน เสียมากกว่า แต่ไม่มีใครทราบหรอกว่าในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเป็นเพียงการเคลื่อนไหวทางด้านมวลชนหรือการปฏิบัติการของหน่วยจรยุทธชุดเล็กๆเท่านั้น ส่วนขุมกำลังหรือกองบัญชาการใหญ่นั้นอยู่ที่ภูค้อหรือภูหินร่องกล้าต่างหาก ไม่มีใครคาดคิดจริงๆ

บางครั้งได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองว่าพบ ผกค.จำนวนกว่า 300 คนเคลื่อนไหวในเขตภูค้อ ใครได้ฟังก็หัวเราะ เท่านั้นไม่พอ หน่วยเหนือยังสั่งการอีกว่า ถ้า ผกค.มันมีมากจริงขอให้ถ่ายรูป แล้วใครล่ะ จะกล้าเข้าไปถ่ายรูป ผกค.ทั้ง 300 คนได้ ในขณะเดียวกันนับว่าเป็นยุทธวิธีอันลึกซึ้งของ ผกค. หรือ พคท. ที่จะไม่ใช้กำลังจำนวนมากเกินความจำเป็นเข้าต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้กำลังหลักของฝ่ายเจ้าหน้าที่เห็นจะมีก็แต่ ตชด.กับ อส.ที่อยู่ในฐานะชุดคุ้มครองหมู่บ้านเท่านั้น ด้วยยุทธวิธีตามแบบที่ ผกค.มันถนัดคือการเข้าโจมตีแบบโฉบฉวย การซุ่มโจมตี ซึ่งการปฏิบัติการของ ผกค.แบบนี้เป็นการรบเพื่อทำลายขวัญกำลังใจมากกว่าจะรบให้แตกหัก และผลก็คือความสำเร็จเป็นของฝ่าย ผกค.ทุกครั้งไป

การปะทะที่รายงานเข้าสู่ บก.ทัพภาค 2 ส่วนหน้าของทุกๆครั้งนั้น การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่คือพล็อตเหตุการณ์เหล่านั้นลงบนแผนที่สถานการณ์ พร้อมกับรายงานให้หน่วยเหนือทราบเท่านั้นเอง ไม่ได้มีปฏิบัติการตอบโต้แต่อย่างใด และในครั้งนี้ก็เช่นกัน

ภายในห้องยุทธการของ บก.ทัพภาค 2 ส่วนหน้า จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ยุทธการกำลังพล็อตแผนที่ยุทธการอย่างขะมักเขม้นภายใต้การควบคุมของเสธ.ฝ่ายข่าวเพื่อเตรียมการปรับแผนปฏิบัติระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับกองทัพภาคที่ 3 ต่อพื้นที่รอยต่อของทั้งสองกองทัพบริเวณ จ.เพชรบูรณ์ จ.เลย และ จ.น่าน

ความเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของ ผกค. ในพื้นที่ 3 จังหวัดระยะ 1 ปีที่ผ่านมา รวบรวมจากข่าวทุกกระแสที่ได้รับรายงานการขยายมวลชน การออกหาเสบียง การปะทะ พื้นที่ตั้งฐานที่มั่น พื้นที่อิทธิพล ช่องทางแทรกซึมระหว่างประเทศ เส้นทางการเคลื่อนย้ายและอื่นๆที่จำเป็น ทั้งหมดถูกบันทึกลงบนแผนที่ ช่วยให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงพื้นที่อันกว้างขวางของการเคลื่อนไหวของผกค.

เหตุการณ์ทั้งหมดต่างวาระต่างสถานที่กันจึงทำให้เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม ผกค.เพียงไม่กี่กลุ่ม และน่าจะเป็นการกระทำของพวกจรยุทธเสียมากกว่า ทั้งนี้และทั้งนั้นอยู่ที่การตัดสินใจตกลงใจสรุปสถานการณ์เป็นหน้าที่ของฝ่ายเสนาธิการทั้งสิ้น และไม่มีใครจะโต้แย้งได้

ในการบรรยายสรุปสถานการณ์วันนั้นพอสรุปได้ดังนี้

เมื่อ 4 มกราคม 2515 เวลา 04.00 ผกค.จำนวน 4 คน อาวุธครบมือเข้าโจมตีโฉบฉวยต่อที่ตั้งชุดคุ้มครองหมู่บ้านบ้านโคกก่อ พิกัด PV.479623 ผลปรากฏว่า อส.เสียชีวิต 1 นาย ตชด.บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ทราบผลเสียหายของฝ่าย ผกค.

เมื่อ 13 มกราคม 2512 เวลาประมาณ 12.00 น. ผกค.จำนวน 12 คน อาวุธครบมือ ไม่มีอาวุธหนัก ทำการซุ่มโจมตีขบวนยานยนต์ ของ นอภ.นาแห้ว จ.น่าน ที่บริเวณพิกัด PV.628493 ผลปรากฏว่า ยานพาหนะได้รับความเสียหายเล็กน้อย ไม่มีใครได้รับอันตราย คาดว่าการปฏิบัติการของกลุ่มผกค.ในครั้งนี้เป็นลักษณะของการข่มขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่มากกว่า

เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2512 ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองสายฟ้า.14 ว่าพบค่าย ผกค.ที่ภูการ้อง บริเวณพิกัด QV.671430 มี ผกค.ประมาณ 50 คน สหายสอนเป็นหัวหน้า ลักษณะของค่ายเป็นแบบฐานลอย ไม่มีการดัดแปลงที่ตั้งให้มั่นคงแข็งแรง ปัจจุบันคาดว่า ผกค.ค่ายแห่งนี้ได้โยกย้ายออกไปแล้ว

เมื่อ 4 เมษายน 2512 เวลาประมาณ 19.00 น. ผกค.จำนวน 16 คน สหายลุงสุวรรณเป็นหัวหน้า ทุกคนมีอาวุธครบมือ ได้ออกทำการปลุกระดมมวลชนและหาเสบียงที่บ้านหินเหิบพิกัด PV.191431บ้านพงดุ พิกัด PV.211435 ในการนี้มีชาวบ้านสมัครใจเข้าป่าร่วมขบวนการกับ ผกค.จำนวน 6 คน

เมื่อ 28 เมษายน 2512 เวลาประมาณ 13.00 น. ชุดคุ้มครองหมู่บ้านบ้านนาน้อย จำนวน 12 คน ประกอบด้วย ตชด. 6 คน และ อส. 6 คนออกลาดตระเวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของ ผกค. ได้เกิดการปะทะกับกลุ่ม ผกค. จำนวน 6 คน โดยบังเอิญบริเวณริมแม่น้ำเง็กที่พิกัด PV.151121 ผลปรากฏว่า ผกค.บาดเจ็บ 2 คน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เมื่อ 30 เมษายน 2512 เวลา 09.30 น. ฮ.ของกองทัพอากาศจำนวน 1 ลำ ถูก ผกค.จำนวนหนึ่งใช้อาวุธปืนเล็กยิงจากพื้นดินถูกลำตัว ฮ.เสียหายเล็กน้อย นักบินและเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องปลอดภัย

ภารกิจของ ฮ.ในครั้งนี้เพื่อไปรับคนป่วยที่ฐานบ้านม่วงฮ่อม ผกค.ที่เกาะฐานอยู่ห่างประมาณ 500 เมตร ทำการโจมตี ฮ.ในขณะร่อนลงต่ำ แต่นักบินสามารถหลบหลีกและปฏิบัติสามารถหลบหลีกและปฏิบัติภารกิจได้โดยสำเร็จ

เมื่อ 15 มิถุนายน 2512 เวลาประมาณ 20.00 น. ผกค.จำนวน 20 คน อาวุธครบมือ สหายรุ่งธรรมเป็นหัวหน้า ทำการสังหารกำนันพร ในบ้านพักที่บ้านโคกก่อ พิกัด PV.210300 เนื่องจากกำนันพรทำการขัดขวางและไม่ให้ความร่วมมือกับขบวนการของ ผกค. การปฏิบัติการของกลุ่ม ผกค.ในครั้งนี้ได้สร้างความหวาดเกรงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนประมาณ 10 ครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ที่อื่นเพื่อหลบหนีอิทธิพลของ ผกค.กลุ่มนี้

เมื่อ 20 มิถุนายน 2512 ชุดลาดตระเวนหาข่าวได้รายงานว่าพบ ผกค.จำนวน 55 คน อาวุธครบมือ เดินทางจากประเทศลาวเข้ามาในเขตไทยในพื้นที่ อ.นาแห้ว ไม่ทราบว่า ผกค.กลุ่มนี้จะเดินทางไปที่ใด ลักษณะของเส้นทางในการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ ผกค.ใช้เส้นทางเดินเท้าบนสันเขาซึ่งมีอยู่ทั่วไป โดยออกเดินทางกันทั้งกลางวันกลางคืน คาดว่า ผกค.ชุดนี้ เดินทางเข้ามาสมทบกับพรรคพวกที่บริเวณภูหินร่องกล้า

เมื่อ 30 มิถุนายน 2512 หน่วยได้ทำการตรวจค้นและจับกุมร้านประกอบชัย ซึ่งปกติเป็นอู่รับซ่อมเครื่องยนต์ในตลาด จ.น่าน การตรวจค้นพบอุปกรณ์สนับสนุน ผกค.ประเภทยารักษาโรค อาวุธและกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งผลจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และทราบว่าบุคคลนี้ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากต่างประเทศและดำเนินงานมาแล้วเป็นเวลาถึง 6 ปี

เมื่อ 4 กรกฎาคม 2512 ชุดลาดตระเวนหาข่าวของกองทัพภาค 2 ส่วนหน้าจำนวน 12 คน ได้ถูก ผกค.จำนวนประมาณ 30 คนอาวุธครบมือเข้าทำการโจมตีที่บริเวณพิกัด QV.781928 การปะทะครั้งนี้ฝ่ายเราเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน หลังจากถูกฝ่าย ผกค.พยายามปิดล้อมอยู่ประมาณ 48 ชม. ฝ่ายเราได้พยายามเล็ดลอดหลบหนีออกจากวงล้อมมาได้ พร้อมทั้งนำศพคนตายและคนเจ็บออกมาด้วย สำหรับผลเสียหายของฝ่าย ผกค. ไม่ทราบ

เมื่อ 6 ตุลาคม 2512 กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ได้สั่งชุดลาดตระเวนหาข่าวซึ่งจัดจากฝ่ายทหาร 2 ชุด ฝ่าย ตชด. 2 ชุด ทำการส่งลงที่พิกัด QV.101428,QV.482627,QV.957432 และ PV.674593 การปฏิบัติการครั้งนี้มีกำหนด 3 เดือน ปัจจุบันชุดปฏิบัติการทั้ง 4 ชุด ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่และได้รายงานข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง

14 ตุลาคม 2512 เวลาประมาณ 19.30 น. ผกค.ประมาณ 6 คน เข้าโจมตีโฉบฉวยต่อฐานชุดคุ้มครองหมุ่บ้านบ้านนาสว่าง พิกัด QV. 641120 นานประมาณ 10 นาที ผลปรกฏว่ากำลังฝ่ายเราเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 5 คน ขณะเกิดการปะทะชุดคุ้มครองหมู่บ้านบ้านนาสวรรค์ได้สั่งชุดปฏิบัติการพิเศษจำนวน 30 คน เดินทางโดยรถยนต์ 3 คันไปช่วย เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษเดินทางไปถึงบริเวณพิกัด QV.636117 ได้ถูก ผกค.จำนวนหนึ่งใช้อาวุธทำการซุ่มโจมตีชุดปฏิบัติการพิเศษเป็นเหตุให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษซึ่งมียศเป็น ร.ต.อ. เสียชีวิตพร้อมกำลังพลอีก 6 คนเสียชีวิต บาดเจ็บ 12 คน รถยนต์เสียหายใช้การไม่ได้ทั้ง 3 คัน หลังจากปฏิบัติการซุ่มโจมตีแล้ว ฝ่าย ผกค.ได้ถอนตัวไปโดยไม่ได้โจมตีซ้ำเติมต่อชุดปฏิบัติการพิเศษแต่อย่างใด

24 ตุลาคม 2512 เครื่องบินตรวจการณ์แอล-19 ของกองทัพอากาศขึ้นลาดตระเวณถ่ายภาพทางอากาศถูกยิงจากพื้นดินบริเวณพิกัด PV.991876 เครื่องบินถูกกระสุนบริเวณส่วนท้าย 2 จุด เครื่องไม่ได้รับความเสียหาย นักบินและช่างภาพปลอดภัย จากการตรวจรอยกระสุนแล้วเชื่อว่า ผกค.ใช้ปืนกลขนาด 12.7 มม. ทำการยิง

ในวันรุ่งขึ้น เครื่องบินได้ขึ้นทำการลาดตระเวณถ่ายภาพทางอากาศอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับการยิงต้านทานจากทางภาคพื้นดินอีกอย่างเดิม แต่นักบินสามารถใช้เทคนิคการบินหลบหลีกการยิงต้านทานของฝ่าย ผกค.จนได้ โดยที่เครื่องบินไม่ได้รับการเสียหายแต่อย่างใด และสามารถถ่ายภาพจนสำเร็จ จากการวิเคราะภาพถ่ายทางอากาศพบอาคารมุงหญ้าขนาด 6X12 เมตรจำนวน 3 หลัง สนามฝึกร่องเหลดและบังเกอร์จำนวนหนึ่ง จากภาพถ่ายคาดว่าบริเวณพิกัดดังกล่าวเป็นค่ายฝึกอีกแห่งหนึ่งของ ผกค. จากที่ตั้งแห่งนี้สามารถเดินทางติดต่อกับฝั่งประเทศลาวได้โดยใช้เวลาเดินประมาณ 5-6 ชม.เท่านั้น

เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2512 ชุดปฏิบัติการพิเศษจาก ตชด. จำนวน 36 นาย ทำการลาดตระเวณบริเวณภูยอดหญ้า PV.149521 เพื่อศึกษาภูมิประเทศ เส้นทางเคลื่อนย้ายของ ผกค. หาข้อมูลพื้นที่อิทธิพลของ ผกค.และหาที่ตั้งสำหรับการตั้งฐานที่มั่นของฝ่ายทหารและ ตชด.

ในระหว่างปฏิบัติภารกิจนั้นได้เกิดปะทะกับ ผกค.ในพื้นที่ การปะทะกินเวลานานถึง 3 วัน โดยที่ฝ่ายเราไม่สามารถสนับสนุนทางอากาศหรือการใช้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนได้เลยแม้แต่น้อย การสนับสนุนทางภาคพื้นกระทำได้หลังจากการปะทะผ่านไปแล้วถึง 7 วัน จากการเข้าเคลียร์พื้นที่ปรากฏว่า กองกำลังของชุดปฏิบัติการพิเศษทั้งหมด 36 คนเสียชีวิตหมด

เป็นที่น่าสังเกตุว่าการลำเลียงศพคนตายออกจากพื้นที่โดยทาง ฮ.นั้น ไม่ได้รับการขัดขวางหรือต่อต้านจากฝ่าย ผกค.ในพื้นที่เลย จึงพอจะคาดการณ์ได้ว่า ฝ่าย ผกค.ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยกำลังของฝ่ายตนมากนัก ทั้งนี้ฝ่าย ผกค. หรือ พคท.ตระหนักดีว่าหากฝ่ายตนเองเปิดเผยมากเกินไปแล้วย่อมจะต้องถูกฝ่ายรัฐบาลปราบปรามอย่างหนักได้

ต่อการปฏิบัติการของฝ่าย ผกค.ในครั้งนี้คาดว่า ผกค.จะต้องใช้กำลังไม่น้อยกว่า 100 คนและหลังจากตรวจสอบสภาพประชาชนในพื้นที่แล้วมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าประชาชนเหล่านั้นเป็นมวลชนของฝ่าย ผกค.ทั้งสิ้น

เมื่อ 8 พฤษจิกายน 2512 หลังจากเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณภูยอดหญ้านำศพกลับออกมาแล้ว 2 วัน หน่วยเราได้สั่งการให้เครื่องบินตรวจการณ์ แอล-19 ขึ้นทำการลาดตระเวณถ่ายภาพทางอากาศอีกครั้ง โดยมีกำหนด 2 วันคือวันที่ 8 และ 9 พฤษจิกายน การปฏิบัติการลาดตระเวณถ่ายภาพทางอากาศได้รับการต้านทานจาก ผกค.ทางภาคพื้นเป็นอย่างมาก คาดว่า ผกค.ใช้ ปตอ. ขนาด 12.7 มม. ไม่ต่ำกว่า 10 กระบอกจากจุดต่างๆรอบภูยอดหญ้าระดมยิง ซึ่งจาการระดมยิงของฝ่าย ผกค. ในวันแรก เครื่องบินที่ทำการลาดตระเวณได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่นักบินก็สามารถบินประคองเครื่องกลับมาลงสนามบินที่ จ.น่านได้ โดยที่นักบินและช่างภาพปลอดภัยดี สำหรับการลาดตระเวนในวันรุ่งขึ้นต่อบริเวณเดิม ยังถูกยิงต้านทานจากทางพื้นดินอีก คราวนี้เครื่องบินได้รับการเสียหายเล็กน้อย และสมารถถ่ายภาพได้มากพอสมควร จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายลัวพบว่ามีอาคารขนาดต่างๆ กว่า 50 หลังรอบบริเวณภูยอดหญ้า อาคารเหล่านี้มีการพรางเป็นอย่างดี ลักษณะของการปลูกสร้าง ลักษณะที่ตั้งไม่ใช่ลักษณะของหมู่บ้านประชาชนธรรมดา จึงเชื่อได้ว่าอาคารเหล่านี้ไม่ใช่บ้านเรือนของประชาชนแต่เป็นค่ายพักของพวก ผกค. นอกจากนั้นกลุ่มของอาคารค่ายพักทุกแห่งมีทางเดินถึงกันทั้งหมด รอบๆบรืเวณมีการขุดร่องเหลดและมีหลุมบังเกอร์ปืนกลขนาด 12.7 มม. อยู่เป็นระยะๆ จนสามารถต่อต้านการปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายเราได้เป็นอย่างดี

จากการวิเคราะห์ข่าวที่ได้รับรายงานจากหน่วยข่าว จากการวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการของ ผกค. และจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศที่ได้รับมาครั้งสุดท้าย ฝ่ายเราสมารถประเมินการได้ว่าบริเวณภูยอดหญ้าต้องเป็นแหล่งขุมกำลังใหญ่ของ ผกค.ที่ปฏิบัติการในเขตภาคเหนือของประเทศไทยในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของ ผกค.ในเขตเพชรบูรณ์ เลย และน่าน อยู่ในพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางกิโลเมตรนี้ทั้งสิ้น (กริดโซน PV.10,000 กม.2 และ QV.10,000 กม.2) เป็นที่เชื่อได้ว่าว่าศูนย์กลางกองบัญชาการของ ผกค. หรือ พคท.เขตภาคเหนือ จะต้องตั้งอยู่ที่บริเวณภูยอดหญ้านี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ พื้นที่อิทธิพลที่ฝ่าย ผกค.สามารถขยายอิทธิพลออกไปอีกจนครอบคลุมพื้นที่ภูค้อ ภูตะเคียนโง๊ะ ภูขัด ภูร่องกล้า ภูห้วยซาย และต่อทอดออกไปถึงฝั่งประเทศลาว

จากการติดตามข่าวสารมาโดยตลอดเชื่อว่า ผกค.สามารถเดินทางจากแนวชายแดนโดยเข้ามาทางด้านภูร่องกล้า แล้วอาศัยทางเดินตามสันเขาเข้าถึงภูค้อจะใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 วันเท่านั้นเอง และปัจจุบัน (ก่อนปี 2516) ผกค.ก็ยังคงใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักในการเคลื่อนที่ ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนภายในประเทศและเคลื่อนไปมาระหว่างไทย-ลาว



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 พฤหัสบดี, 4/7/2556 เวลา : 20:38   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19446

คำตอบที่ 2
       ศึกเขาค้อก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 2

ภายในห้องยุทธการนั้น เสธ.ฝ่ายข่าวกรองของกองทัพภาค 2 ส่วนหน้า กล่าวบรรยายสรุปให้คณะผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ ไม้ชี้ที่อยู่ในมือชี้ไปตามจุดต่างๆบนแผนที่อย่างคล่องแคล่วตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อน-หลั ตามวัน-เดือน-ปีที่เกิดเหตุการ การบรรยายสรุปเป็นไปการว่าปากเปล่าโดยที่คนบรรยายไม่ต้องหันมามองโผที่เตรียมรายละเอียดไว้แล้วเลยแม้แต่ครั้งเดียว แสดงถึงความชำนาญและความจำได้อย่างขึ้นใจ ทั้งนี้เนื่องจากผู้บรรยายสรุปได้มีการติดตามถานการณ์ด้านนี้มาโดยตลอดนั่นเอง

ในความคิดของผู้ร่วมฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในขณะนั้นต่างสับสนและลังเลว่ามันเป็นไปได้แน่หรือ ต่างคนต่างไม่เชื่อว่า พคท.จะมีขีดความสามารถขยายกำลังและมีขีดความสามารถถึงขั้นนี้ จากการประมาณการข่าวสารที่ได้รับมาแต่ละระยะนั้นไม่สามารถปะติดปะต่อกันได้เลย ข่าวสารที่ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวก็ดี จากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ก็ดี ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่ามี ผกค.อยู่ในพื้นที่จริง โดยเฉพาะการที่จะให้เชื่อว่ากองกำลัง ผกค.มีปืนกลขนาด 12.7 มม.ใช้ ตัวปืนอาจจะหามาได้ แต่กระสุนในปริมาณที่พอเพียงละ เหล่า ผกค.มันจะเอามาจากใหน ในความคิดแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในขณะนี้ทำให้ทุกคนต่างอ้ำอึ้งไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆออกมา

การถกแถลงและการโต้แย้งในเหตุผล ซึ่งต่างคนต่างถือความคิดของตนเองว่าถูกต้องเป็นใหญ่ ว่ากันเกือบตลอดทั้งวัน โดยประเด็นเดียวที่ว่าไม่มีใครเชื่อว่ามี ผกค.จำนวนมากจริงในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด และดูเหมือน เสธ.ฝ่ายข่าวกับเสธ.ฝ่ายยุทธการของกองทัพภาค 2 เพียง 2 คนเท่านั้นที่เชื่อว่ามี ผกค.จริง ทั้ง 2 จึงพยายามหาหลักฐานประกอบเหตุผลในคำอธิบาย ทั้งนี้โดยมีความมุ่งหมายที่จะให้หน่วยงาน 2 หน่วยงาน คือ กองทัพภาคที่ 2 กับกองทัพภาคที่ 3 สนธิกำลังประสานการปฏิบัติร่วมกัน แต่ในสถานการณ์ภายในห้องยุทธการที่เป็นห้องประชุมในตอนนี้ดูบรรยากาศไม่สดใสเท่าที่ควร

ท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ว่า ในสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครเชื่อเกี่ยวกับ ผกค.สักเท่าใดนัก หากคนนั้นไม่ได้พบเห็นด้วยตาตัวเองหรือสัมผัสด้วยมือตัวเอง ใครก็ตามที่รายงานว่าพบหรือว่ามีกองกำลังของ ผกค. เป็นจำนวน 50 คน 100 คน หรือ 200 คนขึ้นไป จะไม่ได้รับการเชื่อถือโดยเด็ดขาด แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นคนสร้างสถานการณ์เพื่อหลอกเอางบประมาณทันที โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ทำงานในห้องแอร์ วางแผนการรบในแผนที่ด้วยแล้วยิ่งไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด ปัจจุบันความคิดเหล่าได้หายไปหมดแล้วจากความคิดของผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่ในสมัยปัจจุบันก็คือผู้น้อยในสมัยนั้น ผู้ใหญ่ในปัจจุบันจึงเชื่อในรายงานต่างๆ เพราะตนเองเคยประสบมาก่อนเมื่อครั้งเป็นผู้น้อยนั่นเอง ดังนั้นการปฏิบัติการปราบปราม ผกค. ในทุกวันนี้จึงมักได้รับการเอาใจใส่ การสนใจวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดทุกครั้งไป การให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจได้รับการตอบแทนอย่างพอสมควรแก่อัตภาพ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ตายก็ตายไป ที่พิการก็พิการไป หากใครยังอยู่จะปราบปรามต่อหรือจะกลับไปทำงานที่หน่วยปกติก็ตามใจ

ด้วยเหตุนี้เองที่ทาง เสธ.ฝ่ายข่าวของกองทัพภาค 2 ส่วนหน้าพยายามที่จะยกเหตุผลต่างๆ มาประกอบคำอธิบายบรรยายสรุป โดยเฉพาะชุดปฏิบัติการลาดตระเวนหาข่าวจำนวน 4 ชุดที่เพิ่งส่งออกไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวสารที่หน่วยลาดตระเวนรายงานมาทุกๆระยะนี้พอจะเชื่อหรือไม่ว่าภูยอดหญ้าคือขุมกำลังใหญ่หรือเป็นกองบัญชาการใหญ่ในเขตภาคเหนือของ พคท.

วันนั้นค่ำแล้วของเดือนพฤศจิกายน ฤดูหนาวเริ่มมาเยือนดินแดนภาคอีสานที่หน้าแล้งจะร้อนกว่าภาคอื่นๆ และแน่นอนในหน้าหนาวกลับหนาวกว่าภาคอื่นๆอีกด้วย ชุดปฏิบัติการพิเศษภารกิจลาดตระเวนหาข่าวบริเวณภูยอดหญ้าโดยเฉพาะมีกำหนดเวลาปฏิบัติภารกิจ 1 เดือน ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษจำนวน 4 ชุดนี้เป็นชุดเสริมให้กับชุดที่ส่งออกไปเมื่อเดือนก่อน โดยมีความมุ่งหมายว่าการตรวจสอบพื้นที่สงสัยด้านหัวและท้ายจะทำให้ทราบลักษณะการเคลื่อนไหวของ ผกค.ในพื้นที่

ชุดปฏิบัติการพิเศษจำนวน 48 คน จัดกำลังเป็น 4 ชุด ชุดละ 12 คน โดย 2 ชุดแรกจัดจากฝ่ายทหารมีรหัส “เสือดำ” และ “เสือเหลือง”
ส่วนอีก 2 ชุด จัดจาก ตชด. มีรหัสว่า “เสือขาว” และ “เสือใหญ่”

การบังคับบัญชาทั้งหมดเป็นของเสือดำ กำลังทั้งหมดกำลังฟังคำสั่งคำชี้แจงจากเสธ.ฝ่ายข่าวเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของภารกิจและอื่นๆ เท่าที่ผู้สั่งการจะต้องชี้แจงให้ผู้ปฏิบัติทราบ รวมทั้งการซักถามกันจนเป็นที่เข้าใจอย่างแจ่มชัด หลังจากนั้นจึงเป็นการเตรียมการในหน้าที่ของแต่ละคน ทั้งของส่วนตัวและส่วนที่ต้องใช้ในการปฏิบัติภารกิจ

ไม่มีการกระโตกกระตากโวยวาย หรือตื่นเต้นดีใจเสียใจแต่อย่างใด จากบรรดานักรบทั้ง 48 คนนั้น สิ่งบรรจุในเป้หลังมีเครื่องแบบอะไหล่เพียงชุดเดียว ถุงเท้า 2 คู่ เสื้อยืดชั้นใน 1 ตัว กางเกงใน 2 ตัว ยาสีฟัน แปรง สบู่ไม่จำเป็น แผนที่เข็มทิศของหัวหน้าชุด มอร์ฟีนระงับปวดอยู่ที่หมอ วิทยุติดต่อพร้อมแผ่นผ้าสัญญาณ พลุส่องแสง ระเบิดควัน ระเบิดสังหาร เคลย์โมไมน์ ทีเอ็นที. เชื้อประทุไฟฟ้า สายไฟ เชือกสะดุดกับระเบิด เชือกเดินป่า กล่องยังชีพโบวี่มีดสังหาร และที่สำคัญที่สุดคือ อาวุธประจำกายพร้อมกระสุนเต็มอัตรา ฝ่ายทหารใช้เอ็ม.16 ฝ่าย ตชด.ใช้เอชเค 33 ซึ่งปืนทั้งสองชนิดนี้สามารถใช้กระสุนร่วมกันได้โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไรอีก ในภารกิจแบบนี้พวกนักรบโดยสายเลือดนั้นเขารู้ดีว่าหมวกเหล็กไม่มีความจำเป็นเท่าๆกับมุ้งและผ้าห่ม หรือแม้แต่หม้อข้าวสนามก็ไม่มีความจำเป็น

การเตรียมการกระทำกันอย่างปกติด้วยความเคยชิน หลังจากได้รับการตรวจสอบซ้ำจากผู้เป็นหัวหน้าแล้ว ทุกคนจึงพักผ่อนเพื่อรอเวลาในการเคลื่อนย้ายตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
ฮ.ทหารบก 4 ลำ มาจากไหนไม่มีใครรู้ได้ มาปรากฏตัวที่ลานสนามหน้า บก.กองทัพเพื่อมารับชุดปฏิบัติการพิเศษทั้ง 4 ชุดนั้น พรรคพวกที่ไม่ได้ออกภารกิจที่ตื่นนอนก่อน 7 โมงเช้า ถือโอกาสออกมาส่งพรรคพวกขึ้น ฮ. คำว่า “ขอให้เพื่อนโชคดี” ดูจะมีค่าที่สุดในยามนั้น คำพูดที่ออกมาจากใจของเพื่อนนักรบด้วยกัน นักรบเท่านั้นที่รู้ว่ามันมีค่ายิ่งกว่าทอง สายตาของคนที่จะจากกับคนที่มาส่งมองประสานกันมันเป็นภาษาใจที่พูดว่า ขอให้ทุกคนกลับมาและกลับมาด้วยร่างกายที่คงสภาพเดิมทั้งนี้และทั้งนั้นทุกคนตระหนักดีว่าชีวิตนักรบทุกชีวิตย่อมขึ้นอยู่กับปลายนิ้วที่แตะอยู่ที่ไกปืน ความไวและดวงชะตาดูจะสำคัญกว่ายุทธวิธี

ฮ.ทั้ง 4 ลำดึงตัวเอียงวูบล่องลอยขึ้นไปในอากาศเหมือนจะไม่สนใจใยดีกับความอาลัยและเป็นห่วงของคนที่อยู่ภาคพื้นดิน

ชั่วระยะเวลาไม่ถึงนาที ภาพของ ฮ.ทั้ง 4 หายไปจากสายตาของพรรคพวกที่มาส่งเท่าๆกับพวกที่อยู่บน ฮ.ที่มองเห็นร่างของคนที่มาส่งเล็กลงๆ จนกระทั่งหายไปในสายตา มีแต่ทิวไม้และทิวเขาสลับพื้นที่ทุ่งนาเป็นตาสี่เหลี่ยมอยู่เบื้องล่าง เสียงโรเตอร์เครื่องยนต์ที่ดังกึกก้องในท้องบรรยากาศ ตัวเครื่องที่สั่นเป็นเจ้าเข้าในบางครั้งที่เอียงวูบเหมือนจะดำดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง

ดูเหมือนว่าคนทั้ง 48 คนใน ฮ. 4 ลำนั้นจะไม่มีใครที่จะมีกะจิตกะใจคุยกันเลย ใช่ว่าจะกลัวตายก็หาไม่ แต่อารมณ์ที่ปล่อยทอดไปในอากาศล่องลอยไปจนสุดขอบฟ้ามองเห็นภาพของพรรคพวกที่ละลายทั้งชุดมันลอยอยู่เบื้องหน้านี้เอง ใครบ้างในโลกนี้ที่ไม่กลัวตาย แล้วนักรบเหล่านี้ไม่ใช่คนหรือจึงไม่มีสิทธิ์กลัวตาย

ด้วยเวลาอีกไม่นานนักต่อมา สัญญาณจากนักบินแจ้งเตือนว่าเตรียมลงสู่พื้นได้แล้ว หลายคนจ้องไปยังเบื้องล่าง สิ่งที่เห็นมีเพียงอย่างเดียวคือ ยอดไม้บนยอดเขาเท่านั้นเอง

ฮ.ลำนำหน้าเอียงตัวลดระดับสูงลงอย่างรวดเร็วจนแทบจะปักหัวลงดินเหมือนของหล่นลงพื้น อีก 3 ลำแยกตัวออกไปตามพิกัดที่กำหนด ซึ่งก็เชื่อว่า คงไม่มี ฮ.ลำใดที่จะมีสนาม ฮ.ให้ลงโดยเฉพาะ

ไม่ต้องรอให้ฐานสกีสัมผัสพื้น ความสูงจากพื้นคงไม่น้อยกว่า 3 เมตร ทันทีที่เครื่องลอยตัวนิ่ง ตัวเสือดำนำหน้ากระโดดลงก่อนทันทีบนพื้นหญ้าแห้งที่ถูกแรงลมจากใบพัด พัดจนลู่แบนราบกับพื้น ถึงจะสงสัยก็ไม่ต้องถามว่าพื้นหญ้านั้นสูงจากพื้นเท่าใด เพราะเห็นอยู่แล้วว่าขนาดร่างกายของเสือดำที่ค่อนข้างสูงใหญ่กว่าความสูงของพื้นหญ้ายังถึงระดับเอว

ด้วยเวลาไม่กี่วินาทีกำลังพลทั้ง 12 ได้รับการสั่งลงอย่างเรียบร้อย โดยไม่มีเจ้าของพื้นที่มาให้การต้อนรับแม้แต่คนเดียว การชาร์จตัวออกจากจุดส่งลงเข้าสู่ที่กำบังต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกแล้วสงบนิ่ง สดับตรับฟังสิ่งที่จะแปลกปลอมเข้ามา

เสียง ฮ.ทั้ง 4 ลำดังไกลออกไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางที่เข้ามา จนกระทั่งเสียงนั้นลับหายไปจากการได้ยิน

เสือดำเรียกวิทยุทันที

“จากเสือดำ ขอให้ทุกชุดรายงานสถานการณ์ได้”

เสือดำพูดวิทยุด้วยตัวเอง 2 เที่ยวเพื่อความแน่ใจ

“จากเสือเหลือง เรียบร้อย”

“จากเสือขาว เรียบร้อย”

“จากเสือใหญ่ เรียบร้อย”

ทั้งสามเสือรายงานเข้ามาตามลำดับ ตามแผนที่วางเอาไว้ในตอนนี้ หากการสั่งลงไม่ผิดพิกัดจนเกินไป แต่ละชุดจะอยู่ห่างกันในระยะไม่เกิน 2 กม.เท่านั้น เสือดำสั่งการต่อทันที

“จากเสือดำ ให้ทุกคนถือเข็มทิศแนว 110 รุกหน้า จนกว่าจะจับแนวภูยอดหญ้าได้ แล้วให้ตรวจสอบพิกัดที่อยู่ โอเคไหม”

“จากเสือเหลือง ทราบ ให้ถือแนว 110”

“จากเสือขาว ทราบ ให้ถือแนว 110”

“จากเสือใหญ่ ทราบ ให้ถือแนว 110”

“โอเค เริ่มได้”

ทั้งสามเสือทวนคำสั่งให้ปฏิบัติ เสือดำสั่งการให้เริ่มเดินทางทันที

ยอดของภูยอดหญ้าที่สูงกว่า 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งเป็นยอดสูงสุดของพื้นที่ ส่วนยอดของภูค้อมีความสูงลดลงมาเป็นอันดับรอง การถือมุม 110 เดินตัดขึ้นยอดเนินใดเนินหนึ่งด้านหน้า จะช่วยให้ตรวจสอบพิกัดที่อยู่ของตัวเองได้ และนั่นหมายความว่าภารกิจที่แท้จริงจะเริ่มต่อเมื่อตรวจสอบพิกัดได้แล้ว

การเคลื่อนขบวนในช่วงเช้าอากาศแจ่มใส เส้นทางรกทึบไปด้วยป่าหญ้าจนต้องค่อยๆแหวกเป็นช่องทางจึงเดินไปได้ ลมป่าบนยอดเขาโชยมาเป็นระยะๆ ค่อยบ้างแรงบ้าง ต้นยางต้นประดู่ขนาดใหญ่ 2 คนโอบมีอยู่ทั่วบริเวณ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพวกทำลายป่ายังเข้ามาไม่ถึง การเดินทางบนสันเขาที่ต้องแหวกป่าหญ้าเดินเป็นไปจนกระทั่งเที่ยงวันก็ยังไม่สามารถจะหาจุดที่สูงสุดของภูยอดหญ้าตอนนั้นได้ กับระเบิดและจุดซุ่มโจมตีในบริเวณนี้ไม่น่าจะมี แต่ถ้ามันเอาไฟเผาหญ้าไล่มีหวังสุกตาย ดังนั้นเสือดำจึงต้องพยายามที่จะออกจากดงหญ้าแห้งในบริเวณนี้ให้ได้

“เสือใหญ่ จาก เสือดำ เปลี่ยน”

เสือดำเรียกวิทยุถึงเสือใหญ่ ชุดปฏิบัติการของ ตชด. ที่อยู่ทางปีกซ้ายสุด

“จากเสือใหญ่ เปลี่ยน”

เสือใหญ่ตอบทันที

“ทางด้านนั้นเป็นไงบ้าง”

“เหตุการณ์ปกติดี สภาพเส้นทางมีแต่ป่ากล้วยป่า รกทึบไปหมดเลย ตอนนี้เหลือระยะทางอีกซักประมาณ 800 เมตรจะถึงยอดภู... แล้วทางด้านเสือดำล่ะ”
เป็นธรรมดาอยู่ดีที่ออกทำงานร่วมกันก็อดที่จะห่วงกันไม่ได้

“ทางนี้แย่ว่ะ ป่าแห้งรกชิบหายเลย ถ้ามันเอาไฟเผาไล่มีหวังสุกตายว่ะ ไอ้ยอดภูซักยอดยังมองไม่เห็นเลยตอนนี้ ...แล้วไอ้เสือเหลืองกับเสือขาวล่ะวะ มองเห็นมันไหม”

“มองเห็นได้ไง เสือเหลืองอยู่ในก้นหุบข้างล่างโน่นแน่ะ สงสัยล่อกล้วยป่าเพลินไปแล้ว”

“เสือดำจากเสือขาว เปลี่ยน”

ในขณะที่เสือดำพูดคุยกับเสือใหญ่ถึงเสือขาว ก็พอดีทางเสือขาวกำลังฟังวิทยุอยู่พอดีก็เลยเรียกสวนกลับมา

“จากเสือดำ ส่งข่าวได้”

“จากเสือขาว เส้นทางด้านนี้รกจังเลยพี่ ป่ากล้วยทั้งนั้น ทางผมพยายามรักษาแนวทางเอาไว้ แต่ดูเหมือนมันจะลงก้นหุบตลอดเวลาเลย ไอ้ยอดภูที่ว่าสงสัยว่าพรุ่งนี้จะถึงหรือเปล่า ผมว่าผมกำลังจะหาทางตัดชิดขวาให้ใกล้ไปทางเสือใหญ่น่ะพี่”

“โอเค ถ้างั้นหาทางตัดไปเลย เฮ้ยเสือขาวข้างล่างมีไม่ไผ่มีน้ำไหมวะ”

เสือดำหมายถึงไม้ไผ่ที่จะใช้หุงข้าว ส่วนน้ำนั้นไม่ต้องพูดถึง ขอให้มีน้ำกิน หุงข้าวได้จะรบอีกซักกี่วันกี่เดือนก็ได้

“ไม่มีเลยพี่”

คำตอบจากเสือขาว คิดว่าทั้ง 3 เสือที่ฟังอยู่ร่วมกันคงได้ยิน แม้จะไม่มีคำตอบทุกคนก็ทราบดีว่า เรื่องน้ำกินนั้นพอจะเอาออกมาจากต้นกล้วยป่าได้ หรือจะเอามาหุงข้าวก็พอไหว แต่ไอ้กระบอกไม้ไผ่ที่จะใช้เป็นภาชนะหุงข้าวล่ะจะไปเอาที่ไหน

ไม่มีเสียงตอบวิทยุจากทางด้านเสือดำ ซึ่งไม่ใช่หมดปัญหา แต่ตรงข้ามปัญหาต่างๆกำลังประดังเข้ามา ระยะทางโดยประมาณจากจุดที่อยู่ในปัจจุบันถึงภูยอดหญ้าอีกประมาณ 30-40 กม. เวลาปฏิบัติการ 1 เดือน ใครจะพยากรณ์ได้บ้างว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าวสารไม่ต้องหุงด้วยน้ำ แต่ต้องเอามาคั่วแห้งกินน้ำจากต้นกล้วยพอกินไหว ไม่งั้นแล้วอาจจะต้องกินน้ำเก่าในตัวเอง

ยอดเขาที่สูงชัน หุบเหวที่ลึกลงไป การทิ้งอาหารจากทางอากาศจะทำได้ซักเท่าไหร่ อุปสรรคเหล่านี้พวกเสือทั้ง 4 เคยเจอมาแล้ว แต่ให้ตายสิ ไม่จำเป็นไม่อยากพบกับมันเลย...



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 10:13   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19449

คำตอบที่ 3
       ศึกเขาค้อก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 3

การเดินทางของชุดปฏิบัติการพิเศษลาดตระเวนหาข่าวทั้ง 4 ชุด คงรุกคืบหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งและไม่ย่อท้อ ภารกิจต้องเป็นภารกิจ หน้าที่คือสิ่งที่ต้องปฏิบัติยังคงก้องกังวานอยู่ในสำนึกของพวกเขาตลอดเวลา

ไม่มีใครรู้หรอกว่า ทุกขณะจิตของพวกเขา เขาก็อยากจะเข้ามาย่ำอยู่ในเมือง อยู่ในแสงสีของความเจริญเหมือนกัน แต่หน้าที่และความรับผิดชอบทำให้พวกเขาต้องมาเดินย่ำอยู่ในป่าดงพงพีอยู่อย่างนี้

ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งค่ำ ไม่มีใครเชื่อว่าทั้ง 48 คนนั้นยังไม่มีใครดื่มน้ำจากกระติกข้างเอวกันเลยอัตราบรรจุน้ำ 2 กระติกเต็มคือสิ่งที่ทุกคนต้องเก็บออมเอาไว้สำหรับตอนที่ก่อนจะตายจริงๆเท่านั้น

ก่อนจะสิ้นแสงของวันนั้นทั้ง 4 ชุดต่างคนต่างเลือกจุดตั้งฐานลอยเพื่อพักผ่อน อาหารที่เตรียมมาจาก บก.คงจะช่วยได้ในวันรุ่งขึ้นอีกวัน อีกไม่ช้าคงมีเครื่องบินตรวจการณ์บินมาเหนือหัวเพื่อรับรายงานข่าวสารประจำวันซึ่งก็ไม่ใช่ของยากอะไรสำหรับวิทยุแบบพีอาร์ซี .25 ขึ้นเสาอากาศสูง เหตุการณ์ที่รายงานคือปกติ พิกัดที่อยู่คงรายงานให้ได้โดยประมาณเท่านั้น

เหตุการณ์คืนวันนั้นดูเรียบร้อยดี ผู้มาเป็นเพื่อนในยามค่ำคืนเห็นจะมีก็แต่ยุงป่าที่ตัวโตขนาดหัวไม้ขีดทั้งนั้น

การปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนหาข่าวเริ่มต้นขึ้นอีกตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงเช้า แนวทางตัดเข้าสู่ภูแจ้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถมองเห็นยอดเขาค้อหรือภูยอดหญ้าได้ในระยะเกือบ 10 กม. เข้าสู่ภูแจ้ภายในค่ำนี้คงถึง ในใจของทุกคนคิด

ชั่วโมงแรกของการเดินทาง

“เสือดำ จาก เสือใหญ่”

“จากเสือดำ ส่งข่าวได้”

“เสือใหญ่พบที่พัก ผกค.”

“ขอรายละเอียดซิ”

“จากเสือใหญ่ เป็นบ้านไม้ไผ่หลังคามุงหญ้าขนาดคนนอนได้ 5-6 คน จำนวน 2 หลัง หันหน้าเข้าหากัน สภาพบ้านปลูกมานานแล้วประมาณ 3-4 เดือน”

“มีคนอยู่มั้ย”

“ตอนนี้สังเกตดูแล้ว เชื่อว่าไม่มี”

“ระยะห่างเท่าไหร่”

“ประมาณ 100 เมตร ปลูกอยู่บนยอดเนินด้านล่าง มีต้นประดู่ใหญ่คลุมไว้ พื้นดินราบเรียบไม่มีร่องเหลด ไม่มีหลุมบุคคล”

“โอเคเสือใหญ่ ให้หาทางเข้าไปหารายละเอียดแล้วเผาเสียเลย”

“โอเค เสือใหญ่ทราบ”

ชุดปฏิบัติการเสือใหญ่เริ่มเข้าภารกิจทันทีในขณะที่อีก 3 ชุดต้องหยุดรอแล้วคอยฟังการรายงานผลการปฏิบัติทางวิทยุ

ชุดตรวจค้น 3 คนของชุดลาดตระเวนทำหน้าที่เข้าเคลียร์ในขณะที่อีก 9 คนคุ้มกันอยู่ด้านนอก การรุกเข้าสู่เป้าหมายของทั้ง 3 คนเข้าทางด้านหลังของกระท่อมหลังซ้ายมือก่อน เร็วและเงียบเพราะถอดเครื่องสนามออกก่อนชั่วคราว เงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวภายในอยู่ชั่วครู่ สายตากวาดตรวจรอบๆบริเวณเพราะกับระเบิดคือสิ่งที่ต้องระวังในตอนนี้ จนกระทั่งมั่นใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในกระท่อมหลังนั้น 1 คนในจำนวนนั้นรุกชาร์จเข้าไปที่กระท่อมอีกหลังทันที เงี่ยหูฟังแล้วแล้วแง้มผนังหญ้าแห้งดูเพื่อความมั่นใจ ไม่ต้องให้สัญญาณอะไรอีกทั้ง 3 คนรุกเข้าในตัวกระท่อมทันที แล้วออกมาให้สัญญาณแก่เสือใหญ่หัวหน้าชุด เฉพาะเสือใหญ่คนเดียวที่เข้าไปตรวจภายในกระท่อมทั้งสองหลังนั้น นอกนั้นถูกสั่งให้รายล้อมบริเวณจนรอบ

“จากเสือใหญ่ มีข่าว”

“ว่าไปเลยเสือใหญ่”

เสือดำตอบวิทยุให้รายงานข่าวด่วนได้

“จากเสือใหญ่ สภาพภายในกระท่อมนี้มีแคร่ไม้ไผ่ยาวขนาดนอนได้ 6 คน หมอน 3 ใบ ผ้าขาวม้าเก่าๆ 2 ผืน รองเท้าแตะ 4 คู่ หม้อข้าว 1 ใบ ปลอกกระสุนอาร์ก้า 24 ปลอก ปลอกกระสุน เอ็ม.79 4 ปลอก สายสะพายปืน 1 เส้น กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำ 4 กระบอก เปลี่ยน”

“ตรวจกองไฟซิว่า พวกมันเข้ามาใช้กระท่อมครั้งสุดท้ายซักเมื่อไหร่”

“คาดว่าไม่เกิน 3 วัน”

“โอเคเสือใหญ่ เอาหม้อข้าวกับกระบอกไม้ไผ่ไว้ ที่เหลือเผาทิ้งทั้งหมด”

“เสร็จแล้ววางกับไหมพี่”

เสือใหญ่ถามความเห็นของเสือดำ โดยว่าควรจะวางกับระเบิดหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรไอ้พวก ผกค. มันคงจะต้องกลับมารังเก่าของมันแน่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“ไม่ต้องหรอกนะเสือใหญ่ เสร็จแล้วรีบออกเดินทางจากพื้นที่กันเลย”

“โอเคครับพี่”

เสือใหญ่สั่งเผากระท่อมทั้งสองหลังแล้วออกเดินทางต่อทันทีไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า การตัดสินใจของเสือดำในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก เปลวไฟและกลุ่มควันที่พุ่งขึ้นไปในอากาศเป็นสิ่งชี้ชัดว่ามีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พวกตนเข้ามาในพื้นที่ ไอ้พวก ผกค. มันต้องทราบดีอยู่แล้วว่า บริเวณนั้นมีกระท่อมที่พักของพวกมันปลูกอยู่ และพวกมันเองคงไม่จุดไฟเผากระท่อมของตนเองแน่

นั่นคือการประกาศว่า เสือทั้ง 4 กำลังเข้าสู่ดินแดนแห่งสิงห์ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเจ้าของถิ่นเขารู้ตัวแล้ว
การเดินทางเริ่มทันทีเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ตลอดเส้นทางมหาวิบากของวันนั้น บ่อยครั้งที่ทั้ง 4 หัวหน้าชุดต้องหยุดใช้กล้องส่องสองตาตรวจพื้นที่ต้องสงสัย บางแห่งมีร่องรอยถางป่าทำไร่ในอดีต นั่นเป็นเครื่องหมายว่าพวกแม้วหรือพวกม้งเคยใช้เป็นที่อยู่อาศัยทำหากินมาก่อน และก่อนค่ำวันนั้น

“เสือดำจากเสือขาว”

“จากเสือดำ ส่งข่าวได้”

“จากเสือขาว พบเส้นทางคนเดิน ทอดจากด้านซ้ายมุ่งหน้าไปทางภูแจ้ เปลี่ยน”

“มีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมั้ย”

เสือดำสอบถามรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา

“จากเสือขาว เป็นเส้นทางใหม่ สภาพเส้นทางเหมือนมีคนเดินประจำ ด้านบนมีต้นไม้ปกคลุมหมด ทางกว้างขนาดเดินคนเดียว ร่องรอยอื่นๆ ยังไม่พบ เปลี่ยน”

“โอเค เสือขาว ให้เสือขาวเกาะเส้นทางไปจนถึงด้านหน้าแล้วให้คอยก่อน... เสือเหลือง เสือใหญ่ เปลี่ยน”

“จากเสือเหลือง เปลี่ยน”

“จากเสือใหญ่ เปลี่ยน”

ดูเหมือนทั้งเสือเหลืองและเสือใหญ่คอยฟังอยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกเรียกจึงตอบได้ทันที

“ให้เสือเหลืองกับเสือใหญ่ ขึ้นไปสมทบกับเสือขาวบนยอดเนินทางขวา 180 องศาประมาณ เปลี่ยน”

“โอเค ครับ”

ทั้งสองเสือตอบเมื่อรับทราบคำสั่ง จนกระทั่งก่อนค่ำเล็กน้อย 4 ชุดจึงได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่ละคนยังดูแข็งแรง แม้จะไม่ค่อยสดชื่นนัก ดูจะเป็นความเคยชินของพวกเขาเสียแล้ว
ที่พักแรมค่ำคืนนั้นอาศัยการนอนทับทางกันเลย ทุกสิ่งทุกอย่างฝากความปลอดภัยไว้กับยามคอยเหตุที่ส่งออกไปทั้งสองหัวท้ายของแนว

รุ่งขึ้นทั้ง 4 ชุดแยกกันอีก เสือดำตัดตรงหน้า เสือขาวให้เริ่มแต่ภูกระบะ เสือเหลืองเริ่มจากภูไผ่ และเสือใหญ่เริ่มจากภูก้านเหลือง เหลือระยะในแผนที่อีก 34 ก.ม. ถึงภูยอดหญ้า ค่ำนี้และค่ำวันพรุ่งนี้จะไม่มีเครื่องบินมารับข่าว ดังนั้นการแก้ปัญหา ถ้าหากมี ขอให้ช่วยตัวเองไปก่อน

ไม่มีใครเชื่อเลยว่า สัญญาณควันและเปลวไฟจากกระท่อมทั้ง 2 หลังนั้นจะเป็นเป้าความสนใจของไอ้พวก ผกค. ที่ปฏิบัติการจรยุทธ์อยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น ดังนั้นการเข้าที่พัก การเคลื่อนย้ายในวันรุ่งขึ้นจึงตกอยู่ในสายตาของพวกมันโดยสิ้นเชิง

การเกาะติดตามการเคลื่อนไหวของพวกเจ้าหน้านั้น ผกค.มันทำได้ดีเสมอ เพราะอย่างไรเสียหลักการของพวกจรยุทธคือ “เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม” พวกมันมักนำมาใช้เสมอๆ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน

ผกค.ทั้ง 4 คนในชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ซึ่งแกะรอยของชุดเสือใหญ่มาโดยตลอด และในตอนนี้ก็เช่นกัน ชุดเสือใหญ่ทั้ง 12 คนหรือแม้แต่ชุดอื่นๆ ก็ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่า บัดนี้ศัตรูตัวสำคัญกำลังเดินตามหลังชนิดที่ว่า แกะรอยตีนกันเลย

วันทั้งวันจากเช้าถึงบ่าย จากบ่ายถึงค่ำ ไอ้ผักกาดเค็มทั้ง 4 คน ยังคงแกะชุดเสือใหญ่โดยตลอด จนกระทั่งค่ำ การสั่งการให้หยุดพักตั้งฐานลอยมันก็รู้และเห็น เท่านั้นไม่พอ ในชุดเสือใหญ่มันก็รู้ว่า เสือใหญ่ คนที่เป็นหัวหน้าชุดน่ะคนไหน โดยหลักการรบทั่วๆไปแล้ว บุคคลระดับหัวหน้ากับคนที่มีหน้าที่สำคัญๆของชุดถือเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่จะต้องทำลาย ดังนั้นในชุดนี้ คนที่เป็นเป้าหมายสำคัญก็คือ หัวหน้าชุด รองลงมาคือพลวิทยุ รองลงมาอีกก็คือไอ้พลยิงเอ็ม.79 เพราะมันหมายถึงขวัญและอำนาจในการรบ

คืนทั้งคืนไอ้ผักกาดเค็มมันใจเย็นพอที่จะไม่กระโตกกระตากใดๆให้ฝ่ายเสือใหญ่ได้ผิดสังเกตหรือจับพิรุธได้ ทั้งนี้มันรู้ดีว่าเหยื่อสังหารของมันไม่อ่อนโรยดี

การเดินทางของฝ่ายเสือทั้ง 4 เริ่มขึ้นอีกในเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมกับไอ้ผักกาดเค็มทั้ง 4 ไม่ลดละที่จะแกะรอยชุดเสือใหญ่ต่อไปอีก

ไอ้ผักกาดเค็มคนเดียวนำหน้าห่างจากเป้าสายตาในระยะที่กำบังแล้วหยุดซุ่มเงียบคอยมองอยูอย่างจับจ้อง อีก 3 คนรุกออกทางปีกอ้อมดักหน้าเหยื่อ เมื่อทันเหยื่อมันจะทิ้งแมวมองไว้ 1 คน คนที่เป็นแมวมองเดิมจะถอนตัวตามพรรคพวกไป สลับกันเป็นเช่นนี้ไปตลอดเส้นทาง ดังนั้นไอ้ผักกาดเค็มทั้ง 4 จะเคลื่อนตัวอยู่วงนอก 3 คน รอฟังการมองเห็นของเป้าหมาย ไอ้ 1 คนที่ทำหน้าที่แมวมองจะกำหนดทิศทางให้ไอ้ 3 คนเลื่อนตัวไป

สถานการณ์ยังไม่เหมาะ พรรคพวกของเหยื่ออาจมาช่วยได้ เวลาที่แสงสว่างอย่างในตอนกลางวันอาจทำให้เหยื่อที่มีกำลังมากกว่าดำเนินกลยุทธ์โต้ตอบได้ ภูมิประเทศที่ไม่มีการได้เปรียบอาจทำให้การตอบโต้ของเหยื่อรุนแรงจนเกินต้านทานได้ และที่สำคัญสุดก็คือเหยื่อสังหารจะต้องอยู่ในสภาพที่ประมาทและเหนื่อยอ่อน ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี นี่คือเหตุผลที่ไอ้ผักกาดเค็มทั้ง 4 คน กำลังพิจารณาเหยื่อสังหารของมันอยู่

ความใจเย็นของไอ้พวกผักกาดเค็มเริ่มจะเป็นผล ดวงมันกำลังขึ้นแต่ดวงของพวกเสือใหญ่กำลังตก เมื่อก่อนค่ำวันนั้น ชุดลาดตระเวนเสือใหญ่ซึ่งอยู่ทางปีกซ้ายสุดของขบวน การเดินทางเริ่มตัดลงพื้นราบ ซึ่งพอจะมีบ้างบนยอดภู ห่างออกไปทางด้านซ้ายประมาณ 30-40 เมตร กลุ่มก้อนหินใหญ่ระเกะระกะสลับกับต้นไม้ใหญ่ซึ่งเหมาะกับการเป็นที่กำบังอย่างที่สุด เส้นทางการถอนตัว เมื่อตัดขึ้นเนินแล้วสามารถวกกลับย้อนไปทางที่เดินมาก็ได้ หรือจะชาร์จออกหน้าไปก็ทำได้อีกเช่นกัน แต่เส้นทางรุกตอบโต้ของฝ่ายเหยื่อสังหารดูจะทำให้ยากมาก เพราะการชาร์จเข้ากลุ่มก้อนหินนั้นดูจะเป็นเป้าเสียมากกว่า

เวลาตอนนั้นเลย 6 โมงครึ่งตอนเย็นไปเล็กน้อย เสียงเหยื่อสังหารพูดคุยกันถึงเรื่องของกินและที่พักนอน แสงสว่างเริ่มลางๆ ร่างของคนเริ่มจับตะคุ่ม มองเห็นเพียง 3-4 คนที่เดินไปมา นอกนั้นต่างเอนกายพิงต้นไม้ ทั้งนี้คงเนื่องมาจากความอ่อนระโหยโรยแรงนั่นเอง

เสือใหญ่คนเป็นหัวหน้าชุดลุกเดินมาหาไอ้พลวิทยุ คงเพื่อจะรายงานเหตุการณ์ประจำวันให้กับเสือดำได้ทราบ เหมือนจะเป็นคราวเคราะห์ก็ว่าได้ วิทยุเครื่องนั้นไม่สามารถจะติดต่อได้ในสภาพที่เครื่องส่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จำเป็นต้องย้ายออกไปรับ-ส่งบริเวณกลางแจ้ง

เสียงพูดรับ-ส่งวิทยุจะพุดว่าอย่างไร ไอ้ผักกาดเค็มมันไม่สนใจและมันก็ไม่ได้ยินด้วย มันเอาแต่เล็งอย่างเดียวไปที่ร่างของคนทั้งสอง

อาร์ก้า.47 2 กระบอกต่อคนที่เป็นเป้า 2 คน มันพยายามตั้งใจเล็งแล้วลั่นไก

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

“โอ๊ยยยย!....”

อาร์ก้า.47 4 กระบอกจากไอ้ผักกาดเค็มรุมเล็งแล้วยิงไปที่เป้าหมายเดียวกัน

“เฮ้ย! โดนเหรด”

เสียงใครคนหนึ่งในชุดเสือใหญ่ตะโกน

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

อาร์ก้า.47 กระบอกใหนไม่รู้ยิงซ้ำไปที่เก่า

“หัวหน้าโดนปืนโว้ยพวกเรา”

เสียงร้องโอยนั้นความจริงเป็นเสียงของไอ้พลวิทยุ เพราะกระสุนไม่โดนจุดดับของร่างกาย แต่เสือใหญ่โดนกระสุนเข้าเต็มร่างกายและจุดดับก็คือกระสุนนัดที่เจาะเข้ากลางหัวพอดิบพอดีจึงไม่มีโอกาสได้ร้อง

ร่างของไอ้พลวิทยุร้องได้คำเดียวแล้วนอนแน่นิ่งอยู่กับวิทยุของพวกมันนั่นเอง

“มึงออกทางขวา เดี๋ยวกูจะเข้าไปเอาหัวหน้า”

ไม่รู้ว่าใครสติดีกว่าใครทั้งหมดสั่งการทันที แล้วมันออกวิ่งทันที
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
อาร์ก้า .47 จับที่ร่างของไอ้คนที่จะเข้าไปช่วยเสือใหญ่อย่างเหมาะเหม็งที่สุด ร่างของมันถึงกับอาการตะกายอากาศ เอช.เค.33 ในมือหลุดกระเด็นไป แล้วล้มลงขาดใจตายทันที

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เอช.เค.33 จากฝ่ายเสือใหญ่เริ่มตอบโต้ไปตามทิศทางที่มาของเสียงอาร์ก้า.ทันที

“เฮ๊ย! ทางซ้ายมือชาร์จสิวะ”

เสียงคนที่อยู่ตรงกลางสั่ง เพราะตอนกลางนั้นไม่สามารถจะรุกชาร์จได้

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียงเอช.เค.33 จากตอนกลางตอบโต้ไปอีกในขณะที่ปีกซ้ายรุกชาร์จ มองเห็นอยู่ว่าทางด้านขวาก็ชาร์จกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเพราะเห็นอยู่แล้วว่าควรจะกางปีทั้งสองโอบมัน

การตอบโต้จากฝ่ายเสือใหญ่ กระทำอย่างรุนแรงที่สุดเหมือนกับว่ากระสุนมีมากมายไม่อั้น ซองกระสุนไหนหมดถูกถอดทิ้งเปลี่ยนใหม่อย่างรวดเร็ว แล้วระดมยิงอย่างหนักทันทีทันใด

ไม่มีกระสุนอาร์ก้า.ตอบกลับมาเลย ถ้าฝ่ายเสือ ตชด. ชุดเสือใหญ่เข้าใจ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า ไอ้พวกผักกาดเค็มมันถอนตัวไปแล้ว ความสำเร็จเป็นของมันอย่างงดงามที่สุด ภารกิจโจมตีโฉบฉวยครั้งนี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องสูญเสียกำลังพลถึง 3 คน หัวหน้าชุด พลวิทยุ และพลปืนเล้กอีกคน เท่านั้นไม่พอ วิทยุพีอาร์ซี.25 เครื่องนั้นต้องมาพินาศไปด้วยกระสุนอาร์ก้า.47 เกือบ 10 นัดทะลวงมัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในเมื่อหัวหน้าชุดตาย วิทยุก็ไม่มี...



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 10:34   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19450

คำตอบที่ 4
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 4
ในป่าและเขาไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็แล้วแต่ ความเงียบสงัดของธรรมชาติมีเท่ากันเสมอ ดังนั้นในระยะเพียงไม่เกิน 2 ก.ม. เสียงปืนจากทางด้านเสือใหญ่ดังมาให้ได้ยิน มันเขย่าขวัญและประสาทของทุกเสือทุกคนอย่างแรงกล้า ในเหตุการณ์แบบนี้เชื่อว่าไม่ใช่การยิงปืนเล่นแน่ มันต้องเป็นการปะทะฝ่ายตนกับฝ่ายศัตรู และสิ่งที่ทุกคนต้องการทราบมากที่สุดในตอนนี้ก็คือผลของการปะทะ

ในจำนวนคนทั้งหมด เสือดำดูจะกระวนกระวายใจที่สุด ในฐานะหัวหน้าชุดของทั้งหมด ความรับผิดชอบในภารกิจซึ่งจะต้องทราบผลการปฏิบัติทั้งหมดทุกระยะ ความร้อนใจจนทำให้เสือดำถึงกับตะโกนเรียกทางวิทยุ จนลืมไปว่า จะต้องพรางเสียงในเรื่องของที่ตั้งด้วย เท่านั้นไม่พอ เมื่อเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบหรือว่าวิทยุของตัวเองจะเสีย เสือดำสงสัย? ดังนั้นทางเสือเหลืองกับเสือขาวจึงช่วยอีกทาง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบจากเสือใหญ่เช่นกัน เสือดำ เสือเหลือง และเสือขาว ทำการตรวจสอบวิทยุซึ่งกันและกันจนแน่ใจว่าวิทยุของทั้ง 3 เสือยังคงใช้ได้เป็นปกติจึงไม่มีปัญหาเลยว่าวิทยุของเสือใหญ่นั่นแหละเสีย ปัญหามันเกิดจากอะไรล่ะ ทุกคนอยากรู้

จากประสบการณ์ของพวกเราที่มีต่อกรณีที่เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและหนาแน่นภายในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้ มันเป็นลักษณะการเข้าเหลดของไอ้พวก ผ.ก.ค. และการเข้าเหลดแบบนี้ฝ่ายเรามักจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอ

เสือดำซึ่งประจำอยู่ทางด้านขวาสุดของแนว สั่งการเสือเหลืองทันที

“เสือเหลือง จาก เสือดำ”

“จากเสือเหลือง เปลี่ยน”

“ไอ้เสือเหลือง มึงอยู่ใกล้ไอ้เสือใหญ่ มึงจัดคนซัก 2-3 คนออกไปดูไอ้เสือใหญ่มันทีสิวะ”

ได้ครับพี่ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”

“โอเค”

เสือเหลืองรับคำสั่ง ทั้งๆที่ปกติแล้วในตอนกลางคืนแบบนี้ไม่นิยมการเคลื่อนกำลังออกนอกที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าตีหรืออื่นใด แต่จะใช้การตั้งรับแทน และการออกนอกที่ตั้งจะกระทำในกรณีถอนตัวเท่านั้น

“ไอ้แดง, ไอ้สันต์, ไอเวทย์ ไปกับกูเดี๋ยวนี้เลย”

เสือเหลือง หัวหน้าชุดแสดงออกซึ่งคุณลักษณะผู้นำ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของเสือดำด้วยตนเอง

“จ่าชาญ อยู่คุมทางนี้ ถ้าผมต้องการความช่วยเหลือ ผมจะยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้า จุดที่ยิงพลุคือจุดที่อยู่ของผมนะ”

“ครับหัวหน้า”

เสือเหลืองหันมาสั่งการกับจ่าชาญซึ่งเป็นรองหัวหน้าชุด แล้วออกเดินทางทันที ในตัวไม่มีเป้เครื่องหลังทำให้คล่องตัวมากกว่าเดิม ระยะห่างประมาณ 500-600 เมตรแบบนี้ สภาพป่าโปร่ง แสงสว่างลางๆ จากดวงดาวช่วยได้บางในบางโอกาส คิดว่าการถึงที่หมายน่าจะทำได้ภายในครึ่งชั่วโมงนี้

”หัวหน้าครับ ระวังซุ่มนะครับ”

ไอ้แดง พลปืนเล็กในชุดปฏิบัติการเตือนสติเสือเหลือง เพราะเห็นว่ากำลังใจร้อน ทั้งนี้บ่อยครั้งที่ไอ้พวก ผ.ก.ค. มักจะดักซุ่มโจมตีชุดที่ออกไปช่วยเหลือพวกเดียวกันเสมอ มันเป็นแผนธรรมดาๆ ที่ไอ้พวก ผ.ก.ค. ใช้ได้ผลมานาน

เสือเหลืองเดินกลาง ไอ้แดงออกขวา ไอ้สันต์ออกทางซ้าย ส่วนไอ้เวทย์ เสือเหลืองให้เดินรั้งท้าย ทั้งหมดมีระยะห่างกันประมาณ 10-15 เมตรเท่าที่จะจับสังเกตซึ่งกันและกันได้ แต่ก็ดูจะโชคดีที่การเดินทางไปยังที่ตั้งชุดเสือใหญ่ตลอดครึ่งชั่วโมงนั้น ไม่มีเหตุการณ์อะไรมาถ่วงเวลาการเดินทางเลย

“ทางขวามั้งพี่”

ไอ้แดงที่อยู่ทางขวาเป็นคนแจ้งสัญญาณ เสือเหลืองให้สัญญาณต่อทันที

“ทางขวาโว้ย สันต์”

เสียงคนคุยกันดังมาพอได้ยิน จับได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน

“เสือใหญ่...เสือใหญ่”

ไอ้แดงให้สัญญาณไปก่อน เพราะรู้ดีว่า การสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปอาจเกิดการเข้าใจผิดกันได้ เพราะกลางคืนมันมองไม่เห็นหน้ากัน จนกระทั่งเป็นที่เข้าใจกัน เสือเหลืองสำรวจไปรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นไม่ต้องอธิบายก็พอจะเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกเราเป็นไงกันบ้าง”

“แค่เสือใหญ่ ไอ้นพ ไอ้เดช 3 คนตายครับ ที่เหลือปลอดภัย”

“แล้ววิทยุเรียกมาทำไมไม่ตอบ”

“วิทยุโดนกระสุนพรุนไปทั้งเครื่องเลยครับ”

จ่าบุญซึ่งเป็นรองหัวหน้าชุดรายงานในอาการที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างศพของทั้ง 3 คนที่เอามาเรียงกันไว้

เสือเหลืองมองตรวจพื้นที่ไปรอบๆอีกครั้ง
“มันเข้าเหลดทางด้านไหน”

“ทางด้านกลุ่มก้อนหินโน่นแหละครับ”

เสือเหลือเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง เป็นอาการของคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

เสือใหญ่พลาดอย่างมากในการเลือกที่ตั้งฐานลอย ที่ตั้งถูกข่มจากภูมิประเทศที่เหนือกว่า การตรวจการณ์และการโต้ตอบทำไม่ได้เลย
ไม่ต้องวิจารณ์ให้คนที่เหลือเสียกำลังใจต่อไปอีก เสือเหลืองสั่งการทันที

“ไอ้สันต์, ไอ้เวทย์ พาพวกที่เหลือทั้งหมดกลับไปสมทบกับพวกเรา เอาศพกลับไปด้วย.. ไอ้แดง อยู่กับกูก่อน”

“หัวหน้าจะอยู่ทำอะไรครับ”

ไอ้แดงไม่วายสงสัย

“เอาเถอะน่า ไม่ต้องสงสัย เดี๋ยวกูกับไอ้แดงจัดการเองได้...ไปได้แล้ว”

ในความคิดของเสือเหลือง ซึ่งดูจะเป็นลางสังหรณ์เสียมากกว่า เสือเหลืองเชื่อว่า ไอ้พวก ผ.ก.ค. มันยังอยู่ในดงหินนั้น ไม่ได้ถอนตัวไปไหน แต่มันยังคงเกาะฐานลอยของฝ่ายเสือใหญ่อยู่ ทั้งนี้มันเชื่อว่าเมื่อมีคนตายแล้วในเวลาไม่นานนักจะต้องมี ฮ. จากพวกเรามารับศพหรือคนเจ็บที่มันคาดคิด ...มันต้องยังอยู่

พรรคพวกทั้งหมดถอนตัวไปหมดแล้ว เสือเหลืองไม่วายที่จะหันกลับไปมองร่างไร้วิญญาณภายในห่อเสื้อกันฝนปันโจทั้ง 3 ร่างนั้นได้ เสือใหญ่ร้อยโทจากฝ่าย ตชด. ต้องมาสังเวยชีวิตในครั้งนี้ ในสนามรบและในสถานการณ์แบบนี้ไม่ว่านายทหาร นายสิบหรือพลทหาร ทุกคนมีสิทธิ์ตายและพิการเท่ากันโดยไม่มีข้อยกเว้น สิ่งที่เขาจะได้รับต่อไปนี้ก็คือ แผ่นดินที่กลบร่างหรือไฟที่เผาผลาญ สิ่งที่แถมก็คือคำว่า “ผู้กล้าหาญ” เท่านั้นเอง

ความคิดของเสือเหลืองล่องลอยไปชั่วครู่ แล้วกลับคืนมา เมื่อหันมามองเข็มนาฬิกาพรายน้ำที่ข้อมือ เวลา 3 ทุ่มกว่าเล็กน้อยในตอนนั้น

“ไอ้แดง มึงไปซุ่มตรงนั้นก็แล้วกันวะ พวกมันยังอยู่ในดงหินนั้น คืนนี้มันต้องออกมาแน่”
“ทำไมหัวหัวหน้าเชื่อว่าพวกมันยังอยู่ล่ะครับ”
“ความเงียบของฐานเสือใหญ่ จะทำให้มันสงสัย มันจะต้องออกมาดู กูว่ามันคงเห็นพวกถอนตัวถอนออกไป มันจะต้องตามเกาะอีก”

“ครับหัวหน้า”
ไอ้แดงปักหลักตามที่เสือเหลืองสั่ง แล้วเสือเหลืองกลับคลานต่ำไปทางด้านซ้ายเข้าหาที่กำบังห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ความเงียบเข้าครอบคลุมอีกครั้ง

เวลาผ่านไปตามกาลของมัน ความคิดหรือลางสังหรณ์ของเสือเหลืองเริ่มฉายแววแห่งความเป็นจริง เวลาเกือบตี 4 ของคืนนั้น ภายใต้แสงจันทร์เสี้ยวที่โผล่ขึ้นมาที่ขอบฟ้า เสียงคนพูดกันดังออกมาจากดงหินได้ยินอย่างชัดเจน... ใช่แล้ว... มันกำลังออกเดินทางเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของชุดลาดตระเวนต่อไปในภารกิจของมันก็คือการ “เกาะ” เพื่อรอโอกาส “เข้าเหลด” ในขณะตั้งฐานลอย

ทั้งเสือเหลืองและไอ้แดงคลายความง่วงเหงาหลังจากถ่างตามาทั้งคืน แววปิติสมหวังฉายออกมาอย่างแรงจากดวงตาทั้งสอง ทั้งคู่ขยับกายเข้าสู่ท่าเตรียม เอ็ม.16 ในมือประทับบ่าแนบต้นไม้ใหญ่ช่วยในการเล็ง

คน 4 คนปืนยาวครบมือในความสลัวๆ แบบนี้พอจะดูออกว่ามันคืออาร์ก้า.47 ในระยะประมาณ 50-60 เมตร ร่างของคนทั้ง 4 คนดูจะไม่ระแคะระคายว่ามัจจุราชกำลังคอยมันอยู่ ทั้ง 4 โผล่ออกมาจากดงหินแบบเดินเรียงกัน เสือเหลืองกับไอ้แดง ไม่ต้องนัดแนะอะไรกันอีก ต่อเป้าหมายที่เป็นกลุ่มแบบนี้ เล็งตรงเป้าหมายแล้วปล่อยกระสุนให้มากที่สุด อย่างน้อยก็ 1 แม็ก 20 นัดไม่ควรจะเหลือ

จนกระทั่งใกล้เข้ามาระยะประมาณ 30 เมตร ห่างจากดงหินพอเพียงที่มันไม่สามารถถอยเข้าไปในที่กำบังได้ กรรมต้องสนองกรรม เลือดต้องล้างด้วยเลือด

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เอ็ม.16 ทั้ง 2 กระบอกปล่อยกระสุนออกไปในเวลาที่ไล่เลี่ยกันจนเกือบจะพร้อมกัน
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
กระสุนชุดที่สองปล่อยซ้ำออกไปอีก ทั้งสองมองเห็นกับตาว่า ไอ้ ผ.ก.ค. ชะตาขาดล้มกลิ้งลงกับพื้นแล้วนิ่งไป ตายสนิทเท่านั้นคือผลที่มันได้รับ
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
อาร์ก้า.47 จากมือไอ้ ผ.ก.ค. ตอบโต้มาทันที หลังจากการยิงของพวกซุ่มไปไม่กี่วินาที

“รอดไปได้ 2 ...ไอ้ห่า ไม่น่าเลย”
เสือเหลืองบ่นออกมาเท่าที่ไอ้แดงพอได้ยิน ไม่มีเสียงตอบโต้จากทางเสือเหลืองกับไอ้แดงอีก ทั้งคู่ซุ่มเงียบเพราะมั่นใจในที่กำบัง เปลวไฟจากปากลำกล้องที่ไอ้ ผ.ก.ค. ยิงออกมา พอจะจับจุดได้แสดงว่ามันก็ต้องมีที่กำบังที่ดีเช่นกัน ความใจเย็นเท่านั้นที่เสือเหลืองกับไอ้แดงมีตอนนี้

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
อาร์ก้า.47 จากไอ้ ผกค. ดังมาอีก เสียงกระสุนถากเปลือกไม้ต้นที่เสือเหลืองกำบังอยู่กระเด็นมากระทบให้รู้ แต่เสือเหลืองไม่สนใจกลับเปลี่ยนซองกระสุนอันใหม่อย่างใจเย็น
ร่างของพวกมันที่นอนพังพาบอยู่ในสายตาของเสือเหลืองตลอดเวลา ในที่โล่งแบบนั้นถ้ามันเข้ามาเอาศพมันก็ต้องเป็นศพเช่นกัน... ไม่นานเกินรอ

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
เอ็ม.16 จากมือไอ้แดง ปล่อยกระสุนออกไป เพราะเห็นกับตาว่าไอ้ ผกค.ที่อยู่ตรงหน้าในระยะประมาณ 50 เมตร ชาร์จรุกเข้ามาในแนวศพของพวกมัน แต่ความไวของพวกมัน ทำให้มันรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

“ไอ้แดง อย่าเพิ่งยิงจนกว่าจะแน่ใจ ...หาที่กำบังใหม่เร็ว”
เสือเหลืองสั่งแล้วชาร์จตัวเองออกทางด้านหลังซ้าย ออกไปประมาณ 20 เมตร ไอ้แดงตามไปติดๆ

“กูว่าเล่นมันยากแล้วว่ะ มันรู้ตัวแบบนี้ กูว่าเราถอนดีกว่าว่ะแดง”
“ผมก็ว่างั้นแหละครับ”
“งั้นมึงถอนไปก่อน เดี๋ยวกูตึงใว้ให้”
“ครับหัวหน้า”


ไอ้แดงชาร์จตัวเองออกไปทางด้านหลัง เสือเหลืองดึงเอ็ม.26 ระเบิดสังหารออกมาจากอกเสื้อ ถอนสลักแล้วขว้างออกไปสุดแรงเกิด

“บึ้มมมมม!...”

เสียงระเบิดของมันช่วยให้กลบเสียงการชาร์จตัวของทั้งสองได้เป็นอย่างดี กว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสงบลงก็ช่วยให้ทั้งสองคนห่างออกไปแล้วกว่า 30 เมตร ไม่มีการหยุดยั้งเพื่อการใดๆอีก ทั้งเสือเหลืองทั้งไอ้แดงออกวิ่งรวดเดียวจนถึงที่ตั้งและได้พบกับเสือดำที่เดินทางมาพบกับพวกเสือใหญ่ด้วยตนเอง และเมื่อพบกับเสือเหลือง แผนการต่อไปจึงเริ่มทันที



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 10:45   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19451

คำตอบที่ 5
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 5

ความเครียดบนใบหน้าเสือดำทำเอาแต่ละคนเข้าหน้าไม่สนิท ความเสียดายเสือใหญ่เพื่อนรุ่นน้องมันประดังเข้ามาในห้วงความคิดจนสับสนไปหมด ความสูญเสียกำลังพลครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในพื้นที่บริเวณแห่งนี้ ข่าวการปะทะ การสูญเสียของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เสือดำและเสืออื่นๆต่างทราบดี แต่มันสุดวิสัยที่จะป้องกันได้ กรณีแบบนี้หากใครไม่ประสพด้วยตัวเองจะไม่เชื่อเป็นอันขาด

“เสียงปืนอะไรวะเสือเหลือง”

“ผมอยู่ซุ่มมันต่อน่ะพี่”

“แล้วได้ศพมั้ยว่ะ”

“ได้แค่สองน่ะพี่”

ไม่ได้มีแววยินดียินร้ายใดๆ จากใบหน้าของเสือดำ

“แล้วอีก 2 ละว่ะ ไหนมึงว่ามันมี 4 คน”

“รอดไปได้น่ะพี่”

เสือดำลุกขึ้นเดินไปรอบๆพื้นที่ในสมองกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แล้วเงยหน้าขึ้นสังเกตไปทางตะวันออก

“เสือเหลืองสั่งทุกคนตื่นได้แล้ว ระยะจวนสว่างแบบนี้พวกมันชอบเข้าเหลด”

เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะสว่าง แผนการปฏิบัติในตอนสายควรจะได้กำหนดกันเลย

“ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลยว่ะ จนกว่าจะถึงเย็น ถึงจะมีเครื่องบินผ่านมารับข่าวจากพวกเรา”

แม้ว่าทุกคนจะรู้ถึงแผนการสนับสนุนจากหน่วยเหนือเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็อดสะท้อนใจไม่ได้

“แผนการลาดตระเวนวันนี้ จัดรูปขบวนลาดตระเวนแบบสามเหลี่ยมแหลมหลัง เสือเหลืองอยู่ซ้าย เสือขาวอยู่ขวา กูจะอยู่ส่วนหลังเอง เส้นทางถือแนวภูยอดหญ้าเป็นหลัก ขณะลาดตระเวนให้หาพื้นที่ร่อนลงให้ ฮ.ด้วย บอกพวกเราทุกคนให้เข้าใจถึงภารกิจ อย่าคิดเสียอกเสียใจอะไรให้มากเกินไปนัก เรื่องแบบนี้ใครๆก็เสียใจเป็นธรรมดา แต่ขอให้ระวังว่ามัวแต่เสียใจมากๆ จนไม่เป็นอันทำอะไร ผลที่ได้รับก็คือมีการตายเกิดขึ้นอีก ตอนนี้พวกเราเสียไป 3 แต่เราก็ได้คืนมา 2 เหลืออีก 1 ที่เรายังขาดทุน เพราะฉะนั้นอีก 1 ที่เราขาดทุนอยู่ เราต้องเอามาให้ได้อีก 10 มันจึงจะสมแค้น อย่าลืมว่าหากพวกเรามัวแต่เสียใจอยู่ โอกาสที่จะแก้แค้นให้พวกเราจะไม่มีเลย ขอให้ลืมความเสียใจแล้วรอโอกาสที่จะแก้แค้นมันต่อไป...”

ภายใต้บรรยากาศแห่งความสงบ ลมเย็นบนยอดภูที่โชยมาเป็นระยะๆ เสียงของเสือดำเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึกของเหล่าบรรดานักรบทุกคน แม้จะไม่มองหน้าคนพูด แต่ความเข้าใจตามประสาของนักรบ ทุกคนย่อมซาบซึ้งเป็นอย่างดี และดูเหมือนว่ากำลังใจของทุกคนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ความพร้อมที่เพียบไปด้วยความแค้นเท่านั้น ปืนแต่ละกระบอกถูกเจ้าของบีบเกร็งแบบไม่รู้ตัว

การเดินทางตามแนวทิศกำหนดเริ่มขึ้นในสายของวันนั้น ศพทั้ง 3 ถูกปันโจห่อแล้วมัดอย่างแน่นหนา เครื่องแต่งกายทุกชิ้นยังอยู่กับคนตาย อาวุธ กระสุน เป้หลังคนอื่นจัดการถือให้ เพราะของบางอย่างจะต้องส่งคืนกลับไปพร้อมกับศพของเขา การจัดการกับศพในการเดินทาง พวกลาดตระเวนทำแคร่ให้ศพนอนแล้วลากไปด้วยคนๆ เดียว เพื่อความสะดวกในการเดินทางและเพื่อเป็นการประหยัดกำลังพล

ชุดของเสือใหญ่สมทบอยู่กับชุดเสือดำในตำแหน่งเหลี่ยมหลังของรูปสามเหลี่ยมหลังของรูปขบวนเดินทางทั้งหมด

จนกระทั่งเกือบเที่ยงของวันนั้น

“เสือดำจากเสือเหลือง”

“จากเสือดำ ส่งข่าวได้”

“ผมสงสัยว่ากำลังถูกเกาะนะพี่”

“มีรายละเอียดอีกมั้ย”

“ในระยะประมาณ 100-150 เมตร ไอ้พลลาดตระเวนหลังรายงานมาว่า พบการเคลื่อนไหวของ ผกค. 1 คนเดินทางในลักษณะสะกดรอย ตอนนี้ผมได้สั่งให้ทุกคนระวังตัวแล้ว”

“ทิศทางที่มันตามล่ะวะ”

“อยู่ในแนวทิศ 5-6-7 นาฬิกาครับพี่”

“โอเค ให้รักษาแนวทิศเดินทางต่อไป เดี๋ยวพี่จะส่งคนประกบด้านหลังมันเอง”

เป็นหน้าที่ของส่วนสนับสนุน หรือส่วนหลังของรูปสามเหลี่ยมขบวนเดินทางอยู่แล้ว เสือดำไม่รอช้า สั่งการทันที

“จ่าบุญ, ไอ้เพชร, ไอ้โมทย์, ไอ้ศร ไปกับกู เสือเหลืองกำลังถูกเกาะด้านหลัง... ไอ้เชน, ไอ้พุฒ, กับไอ้แหลม, แกะรอยด้านหลังกูในระยะ 100 เมตร ทุกคนฝากเครื่องสนามไปกับคนตายก่อน”

ในความคิดของเสือดำคือจัดชุดเล็กเท่ากับของไอ้ ผกค. ย้อนการแกะรอยของมัน ความคล่องตัวเท่านั้นที่จะได้เปรียบเสียเปรียบกัน ในระยะไม่เกิน 100-150 เมตร ถึงแนวที่เสือเหลืองเคลื่อนที่ไป ดังนั้นการแยกออกจากชุดของเสือดำต้องทำอย่างแนบเนียน เพราะไม่รู้ว่าไอ้ ผกค. มันจะเห็นการเคลื่อนไหวของพวกตนหรือไม่

ทั้ง 7 คนนั่งสงบนิ่งในที่กำบังสายตาข้างๆทาง ปล่อยให้ส่วนที่เหลือเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้า จนกระทั่งคิดว่าไม่เป็นการผิดสังเกตแล้ว เสือดำจึงนำพวกลาดตระเวนอีก 3 คนค่อยๆ รุกชาร์จเข้าสู่แนวแกะรอยทันที

การรุกคืบหน้าแบบขัดขวางและต่อต้านการสะกดรอยของไอ้ ผกค. ในสภาพป่าที่รกทึบสลับป่าโปร่งแบบนี้กระทำได้ไม่ง่ายนัก ทุกคนระวังเรื่องเสียงและแนวเคลื่อนที่อย่างที่สุด สายตากวาดไปด้านหน้าและด้านข้างอย่างละเอียด แนวที่ตั้งของชุดเสือเหลืองกับชุดที่สมทบด้านหลังอีก 3 คนต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลาเช่นกัน หลายครั้งที่เสือดำต้องให้สัญญาณแก่จ่าบุญที่อยู่ด้านซ้าย กับไอ้โมทย์ ที่อยู่ทางด้านขวา ให้เข้าที่กำบังที่กำหนด และในบางครั้งก็ต้องสั่งให้สงบนิ่ง รอให้เสือดำรุกไปข้างหน้าก่อนแล้วจึงหันมาให้สัญญาณให้ตามไปภายหลัง ชั่วโมงแรกของการแกะรอยยังไม่ปรากฏวี่แววของไอ้ ผกค.ชุดนั้น

“เสือเหลืองจากเสือดำ”

“จากเสือเหลือง”

“เห็นไอ้พวกผักกาดเค็มอีกหรือเปล่า”

“ตอนนี้อยู่ประมาณยอดเนินทางด้านซ้าย 8 นาฬิกานั่นแหละพี่ ผมว่ามันกำลังมองทางผมอยู่”

“โอเค เสือเหลือง เดินทางต่อไป เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

เสือดำมองไปทางยอดเนินทางด้านซ้าย 10 นาฬิกา แล้วให้สัญญาณกับปีกซ้ายขวาทั้ง 2 คน ระยะอีกประมาณ 200-300 เมตรจะถึงตีนเนินนั้น ป่าโปร่งที่มีแต่ไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม ดูแล้วไม่ยากนักถ้าจะเคลื่อนตัวให้ถึงภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้ ทั้ง 4 คนออกชาร์จอย่างรวดเร็วทันที จนกระทั่งถึงตีนเนินมองเห็นไอ้ 3 คนที่ตามมาอยู่ทางด้านหลังในระยะประมาณ 100 เมตร

เสือดำนำหน้าด้วยตัวเอง ความเป็นผู้นำแสดงออกแม้ในยามที่เสี่ยงที่สุดยามนี้ ไอ้ศรพลวิทยุถอยออกไปทางด้านหลัง เหมือนกับจ่าบุญกับไอ้เพชรที่ค่อยๆ ย่องเงียบตามมาทางด้านหลัง ความเงียบและความใจเย็นเท่านั้นที่พวกแกะรอยต้องระวัง เสือดำสั่งการให้ไอ้เพชรกับจ่าบุญหยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ตนเองรุกเงียบตัดขึ้นยอดเนินนั้น อาการเดินแบบค่อยย่องอย่างมั่นคง กับการส่ายสายตากวาดไปมา มันเป็นอาการของเสือร้ายที่กำลังเข้าสังหารเหยื่อจนกระทั่งแน่ใจว่าเสือดำถึงจุดที่สูงที่สุดของเนินนั้นแล้ว กำลังส่วนที่เหลือจึงรุกขึ้นสมทบ

เสือดำทำสัญญาณเรียกทั้ง 3 คนเข้าไปสมทบ พร้อมกับชี้ที่กำบังให้เข้า

ภาพที่ปรากฏคือ ผกค. 4 คน อาวุธครบมือ เครื่องแต่งกายสีดำเก่าๆ กำลังจะออกเดินทางต่อไปทางทิศตีนเนิน มันกำลังจะแกะรอยชุดเสือเหลืองต่อนั่นเอง เสือดำทำสัญญาณให้ให้ระดมยิงโดยไม่ต้องมีการแบ่งเป้าหมาย ใครถนัดเป้าไหนให้ซัดเป้านั้น

เสือดำประทับเล็งในท่านอนยิง อีก 3 คนทำตามเหมือนกัน ทั้ง 4 ร่างของไอ้ ผกค. ในท่ายืนขึ้นเตรียมจะออกเดินทางอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงไป ห่างประมาณ 50 เมตร มันไม่รู้ตัวหรอกว่ามัจจุราชกำลังจะเข้าสะกิดหลังมัน จนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างเหมาะสม

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสือดำปล่อยกระสุนออกไปก่อน อีก 3 กระบอกปล่อยตามทันทีในเวลาที่ติดๆกัน ไม่มีการเลี้ยงกันเลย ฝ่ายซุ่มยิงปล่อยกระสุนจนหมดแม็กกาซีน หัวกระสุนกระทบกิ่งไม้ แง่หินและโขดหินกระจุยกระจายทั่วบริเวณนั้น

ทั้ง 4 คน มองเห็นกับตาว่า ไอ้ ผกค. ต้องสังเวยชีวิตครั้งนี้ 2 คนในทันทีทันใด ร่างของมันล้มแล้วกลิ้งลงเขาไป ไม่รู้ปืนผาหน้าไม้มันจะหลุดกระเด็นไปทางใด เหลืออีก 2 มันล้มแล้วกลิ้งเข้าที่กำบังอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บเข้าด้วย

“ชาร์จจจจ!...”

เสือดำตะโกนลั่นสั่งการ แล้วนำหน้าทั้ง 3 คนทันที อีก 3 คนก็ต้องชาร์จตาม แม้จะยังเปลี่ยนซองกระสุนไม่เสร็จ ก็ต้องชาร์จไป เปลี่ยนซองกระสุนไป

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสือดำยิงนำเบิกทางไปก่อน

“ไอ้เพชร รุกเข้าไปอีก”

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้เพชรรุกต่อพร้อมกับจ่าบุญที่เข้าที่แล้วยิงกราดออกไปอีก เสือดำไม่ได้สั่งอย่างเดียว เมื่อเห็นจ่าบุญยิงตรึงจึงถือโอกาสชาร์จต่ออีกคู่กับไอ้ศร พลวิทยุที่ไม่เคยออกห่าง
ศพไอ้พวก ผกค. มันเห็นอยู่ข้างหน้าไประยะเพียง 20 เมตร ต้องเข้าถึงศพมันให้ได้ เสือดำคิด

“จ่าบุญ รุกขึ้นอีก”

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสือดำยิงนำให้อีก 2 ชุด ทั้ง 4 คนเริ่มสงสัยแล้วว่า การรุกชาร์จเข้ามาทั้ง 2 ระยะแล้วทำไมจึงไม่มีเสียงปืนตอบโต้มาทางด้านไอ้ ผกค. เลยแม้แต่คนเดียว มองไปทางไอ้เพชร ทางด้านซ้ายเห็นปักหลักนิ่งอยู่หลังโคนต้นไม้ใหญ่ ในตำแหน่งระวังซ้ายได้อย่างดีที่สุด

เสือดำรุกคืบหน้าต่ออีกในระยะสั้นๆ

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียงปืนทางด้านไอ้เพชรดังขึ้น เสือดำมองไปทางทิศทางนั้น

“มีอะไรวะเพชร”

“ผมได้ยินเสียงมันวิ่งน่ะครับ”

“ชาร์จตามอีกทีสิวะ”

เสือดำสั่งทันที ไอ้เพชรก็ไวทายาท รุกคืบต่อทันที ในทิศทางที่ต้องวิ่งลงเนิน ทำให้ฝ่ายเสือดำเคลื่นที่ได้เร็วกว่าปกติ

เสือดำรุกต่อจนกระทั่งถึงศพของไอ้ 2 ผกค.นั้น ก็ไม่ได้จัดการอะไรกับศพมัน ใช้เพียงหางตามองนิดเดียวแล้วเข้าที่กำบังไป ไอ้ศรพลวิทยุจัดการยึดปืนอาร์ก้า 2 กระบอกทันที เสือดำหยุดอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่ไอ้ ผกค. มันเคยใช้เป็นที่กำบังมองเห็นไอ้เพชรกับจ่าบุญรุกเยื้องไปทางด้านหน้า ใช้ความคิดชั่วครู่แล้วสั่งการให้ทั้ง 2 คนถอนตัวทันที

การถอนตัวของทั้ง 4 คน ทำกันอย่างกับว่ากลับจากยิงนกเล่น มันเป็นแผนการอยู่แล้ว เหมือนเจตนาจะให้มันเห็นว่าเราถอนตัว ทั้ง 4 คนเดินเลาะตามไหล่เขา ตัดเข้าหาชุดหลังที่ตามมาอีก 3 คน ซึ่งตลอดเวลาทั้ง 3 คนไม่ได้แสดงอาการใดๆให้ปรากฏแม้แต่น้อย จนกระทั่งเสือดำมาถึงแนววางตัวของไอ้เชน ไอ้พุฒและไอ้แหลม

“3 คนมึงซุ่มต่ออีกนิด ซัก 15 นาทีแล้วค่อยถอนตัวตามไป”

ทั้ง 3 คนรับคำสั่งชนิดที่ไม่ต้องซักถามอะไรอีก

คำรายงานที่ทั้ง 3 คนนำมารายงานแก่เสือดำเมื่อกลับมาถึงฐานที่พักแล้วก็คือ เห็นไอ้ ผกค. 1 คนกลับมาเอาศพของเพื่อนมันทั้ง 2 กลับไป แต่ระยะมันไกลเกินกว่า 100 เมตร จึงต้องปล่อยให้มันกลับไปอย่างลอยนวล

เสือดำรับทราบถึงปัญหาข้อขัดข้องอันนี้ เพียงเท่านี้ก็พอที่จะสรุปได้ว่าความเสียหายของไอ้ ผกค.ก็คือตาย 2 บาดเจ็บ 1 และที่บาดเจ็บอาจตายแล้วก็ได้ แล้วหันมาสนใจวิทยุต่อไปอีก

“เสือขาวจากเสือดำ เปลี่ยน”

“จากเสือขาว ได้ผลเป็นไงบ้างพี่”

เสือขาวสอบถามทันที เพราะธรรมดามันก็ต้องเป็นห่วงกันอยู่แล้ว

“ของมันตายคาที่ 2 เจ็บ 1 ของเราปลอดภัย ตอนนี้กลับมาหมดแล้ว แล้วพวกเราล่ะวะ เป็นไงบ้าง”

“ทางผมเรียบร้อยพี่”

“เสือเหลืองล่ะวะ”

“ทางผมเรียบร้อยพี่”

เสือเหลืองตอบทันที เพราะสถานการณ์แบบนี้มันต้องคอยเฝ้าฟังวิทยุอยู่แล้ว

“โอเค ให้กำลังทั้งหมดเดินทางไปสมทบกับชุดเสือขาว เดี๋ยวเราต้องเคลียร์พื้นที่ให้ ฮ.ลงรับศพ”

เวลาเพิ่งจะบ่าย ชุดลาดตระเวนยังมีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมการ กำลังทั้งหมดเริ่มออกเดินทางทันที เรียกได้ว่ากลิ่นคาวเลือดยังไม่ทันจะหายทีเดียว



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 11:06   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19452

คำตอบที่ 6
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอนศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 6

บ่าย 4 โมงเย็นของวันนั้น กำลังชุดลาดตระเวนหาข่าวพิสูจน์ทราบที่ตั้ง ผกค. บรริเวณรอบๆภูยอดหญ้าโดยการนำของเสือดำร้อยเอกทหารรบก เสือเหลืองร้อยโททหารบก และเสือขาวร้อยโท ตชด.

ภารกิจครั้งนี้มีกำหนด 1 เดือน วันนี้เป็นวันที่ 5 ของภารกิจ ชุดปฏิบัติการต้องมาพบกับการสูญเสียกำลังพลเสือใหญ่ ร.ท. จาก ตชด. พร้อมด้วยกำลังพลนายสิบอีก 2 คน มันเป็นการสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชุดปฏิบัติการอย่างที่สุด แต่มาในวันนี้กับเมื่อวาน พอที่จะคลายความสะเทือนใจลงได้บ้าง เพราะสามารถสังหาร ผกค.ได้ถึง 4 และบาดเจ็บอีก 1 การปฏิบัติการแก้แค้นที่ได้ผลในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากความประมาทของฝ่าย ผกค.เอง โดยคิดอย่างลำพองว่าเป็นพื้นที่อิทธิพลของฝ่ายตน

การมาของชุดลาดตระเวณได้ปรากฏแก่สายตาของไอ้ ผกค.เสียแล้ว การปฏิบัติการจองเวรจะต้องดำเนินต่อไป

พื้นที่สำหรับ ฮ.ร่อนลง ที่เสือขาวเป็นฝ่ายเลือกดูจะเหมาะสมดี พื้นที่เป็นลานโล่งกว้างยาวประมาณครึ่งสนามฟุตบอล ตั้งอยู่บนยอดเนินหนึ่งในจำนวนร้อยๆเหล่านั้น ดูจะสูงเท่าๆกันเกือบทั้งหมด จนสามารถมองเห็นส่วนของภูยอดหญ้าเด่นตระหง่านในระยะประมาณ 20 ก.ม. หมอกแดดที่เข้าครอบคลุมทำให้การตรวจการณ์กระทำได้ไม่ดีนัก

เสือดำเดินตรวจพื้นที่ไปรอบๆ เคียงข้างเสือเหลืองและเสือขาว แล้วสั่งการวางกำลังคุ้มกันพื้นที่แต่ละจุด 4 คนบ้าง 5 คนบ้าง แล้วแต่เขตการยิงหรือความล่อแหลมของพื้นที่

จนกระทั่งเกือบค่ำของวันนั้น ฮ.ของ ทบ. บินมาเหนือพื้นที่ในระยะสูงเกือบ 8,000 ฟุต ลอยตัวอย่างช้าๆ เพื่อการรับรายงานข่าวสารจากหน่วยทางภาคพื้น

เสือดำเป็นผู้รับ-ส่งวิทยุด้วยต้นเอง และไม่ลืมที่จะทดสอบการตรวจสอบที่ตั้งด้วยแผ่นผ้าสัญญาณ ทั้งนี้เพื่อให้นักบินช่วยในการตรวจสอบพิกัด และเป็นการแจ้งพิกัดให้ทราบล่วงหน้า เพื่อความรวดเร็วในการร่อนลงในวันรุ่งขึ้น

การเข้าประจำพื้นที่จุดร่อนลงของ ฮ. ของพวกลาดตระเวณในครั้งนี้ ดูเหมือนฝ่าย ผกค.จะรู้หมดแล้ว พวกลาดตระเวณไม่รู้หรอกว่า ฝ่ายตนตกเป็นเป้าสายตาของไอ้พวก ผกค.เกือบตลอดเวลา เสือดำไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า การที่สังหาร ผกค.ไปแล้ว 4 คน ใช่ว่ามันจะหมด แต่มันกลับมีคนทดทดแทนและคนที่มาทดแทนนั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นเหมือนกัน

การหุงหาอาหารในค่ำนั้น กระทำกันอย่างไม่ระมัดระวังนัก การเป็นอยู่อย่างอื่นไม่มีสิ่งใดพิเศษ จนกระทั่งค่ำมืด เวรยามจัดตามปกติ ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้น แต่เหตุการณ์คืนนั้นก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย กำลังวังชาร่างกายของพวกลาดตระเวณดูกระชุ่มกระชวยขึ้นหลังจากการได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน อากาศช่วงเช้าหมอกลงค่อนข้างจัด สามารถมองเห็นออกไปไกลได้ไม่เกิน 100 เมตร ทำให้กำลังทั้งหมดไม่กล้าเคลื่อนตัวไปใหนไกลนัก

เกือบเที่ยงของวันนั้น ท้องฟ้าเปิดอากาศโปร่งใสสามารถตรวจการณ์ได้ไกลออกไป กำลังพวกลาดตระเวณเตรียมพร้อมอยู่ตามจุดที่กำหนด หลายต่อหลายครั้งที่บางคนต้องหันไปมองจ้องที่บริเวณกลางลานร่อนลงจอดของ ฮ. ศพของทั้ง 3 คนห่อด้วยผผ้าปันโจนอนเรียงกันอยู่ กลิ่นเลือดจากศพเรียกแมลงวันป่าให้มาตอมจนเต็มไปหมด ในบางครั้งที่ลมโชยจะมีกลิ่นตามมาด้วย

เสียง ฮ.ดังแว่วมาแต่ไกลเหมือนจะเป็นสัญญาณ ชุดลาดตระเวณต่างแหงนมองขึ้นท้องฟ้าเกือบจะพร้อมกัน หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น ความกระฉับกระเฉงเกิดขึ้นทันที เสือดำสั่งการให้ปูผ้าสัญญาณสีแสด แล้วเช็ควิทยุวางกำลังอีกครั้ง มุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย

“เสือดำ-เสือดำจากวิหค”

วิยุจาก ฮ.เรียกลงมา เสือดำได้ยินแล้ว แต่ยังเงียบอยู่ก่อน จนกระทั่งเรียกมาอีกครั้ง

“เสือดำจากวิหค”

“วิหคจากเสือดำ”

เสือดำตอบแล้วแหงนมองท้องฟ้า มองเห็นว่า ฮ.ที่มาในครั้งนี้มีจำนวน 2 ลำ

“เสียงชัดเจนอยู่มั้ย”

ฝ่ายวิหคสอบถาม

“ชัดเจนดี”

“โอเค เหตุการณ์ทางพื้นดินเป็นไง เสือดำ”

“ตอนนี้เรียบร้อยดี วิหค”

เสียง ฮ.ดังใกล้เข้ามา เสือดำอดที่จะมองที่ ฮ. ที แล้วมองมาทางลูกน้องทีไม่ได้ ก็เห็นแล้วว่าการปฏิบัติทุกขั้นตอนของลูกน้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามแผน

“เสือดำปูผ้าแล้วใช่มั้ย”

“ใช่แล้ว ให้วิหคตอบด้วย”

หมายความว่าให้ฝ่ายนักบินเป็นผู้บอกลงมาว่า ผ้าสัญญาณที่เห็นนั้น สีอะไร มีกี่จุด ในโอกาสแบบนี้ ฝ่าย ผกค. อาจสวมรอยได้ จึงต้องให้นักบินเป็นผู้รายงานลงมา

“สีแสด รูปตัวทีใช่มั้ย”

“โอเค ถูกต้องวิหค”

ฮ.ทั้งสองลำลดเพดานบินลงทันที ปักตัวตีอ้อมลงเล็กน้อยแล้วรักษาระดับบินไว้ ประมาณ 2,000 ฟุต

“เสือดำ โชว์สะโม๊คขาว จุดระวังป้องกันให้ด้วยได้มั้ย”

“โอเค วิหค เดี๋ยวจะโชว์ให้”

เสือดำตะโกนสั่งการให้จุดที่ต้องจุดระเบิดควันสีตามที่ได้กำหนดไว้ ดูจนคิดว่าครบทุกจุด

“ว่าไงวิหค โชว์แล้วสีขาว รายงานจำนวนจุดให้ทราบด้วย”

“6 จุดใช่ไหมเสือดำ”

“โอเค ถูกต้อง ลงได้เลยวิหค”

“โอเค เสือดำ ลงเลยนะ”

“โอเค ลงมาเลย”

ฮ.ลำหน้าปักหัวดิ่งลงบนกลางลานทันที ด้วยการตีวงล้อมรอบลาน ส่วนอีกลำ ลดตัวต่ำลงมาในระยะ 500 ฟุต บินวนรอบๆบริเวณลานร่อนลง

ฮ.ลำแรกปักดิ่งลงพื้นทันทีเมื่อมีโอกาส ลังไม้ขนาดใหญ่ที่เสือดำร้องขอไปถูกถีบลงมาทันทีที่สกี ฮ.สัมผัสพื้น กำลังชุดลาดตระเวน 4 คนวิ่งสวนออกไปทันทีตามคำสั่งที่จะต้องช่วยยกศพขึ้น ฮ. และแล้วเสือดำ เสือเหลือง เสือขาว และแม้แต่ใครๆ ก็ต้องขนหัวลุก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ทุกคนทราบดีว่า นั่นคือเสียง ปรส.76 มม.(ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง) ทำจากจีนแดงยิงมาจากกลางเนินด้านใต้ มองไม่เห็นว่ากระสุนทั้ง 2 นัดนั้นมันเฉียดลำตัว ฮ.ห่างไปเท่าไหร่ จากที่มองเห็นจุดยิงที่ดังมาก่อน มองเห็นกลุ่มควันท้ายรังเพลิงกับจุดที่กระสุนกระทบแนวป่าฝั่งตรงข้ามมันเป็นแนวเดียวกันกับที่ ฮ.ลำนั้นจอดอยู่

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียงปืนกลขนาด 12.7 มม. จากจุดที่ตั้ง ปรส.ไปทางขวาประมาณ 300 เมตร ระดมยิงไปที่ ฮ.ลำที่กำลังลอยตัวอยู่บนอากาศ

“เฮ้ย เสือดำ ไหนว่าเคลียร์ดีแล้วไงวะ”

เสียงจากวิหคลำที่ลอยอยู่บนอากาศดังลงมา ในขณะที่ดึงตัวเองวกออกจากเนินนั้น

เสือดำมองเห็นแล้วว่า จุดที่ยิง ปรส.ออกมานั้น ห่างออกไปเกือบ 2 กม. ระยะยิงของ ปรส.76 มม.นั้นสามารถยิงได้ไกลสุดเกือบ 5 กม. ระยะหวังผล 1 กม.ลงมา ดังนั้นในระยะที่ยิงในครั้งนี้จึงเกินกว่าระยะยิงหวังผล ความแม่นยำจึงลดลงไป

“มันไกลเกินไปโว้ย วิหค”

“แล้วมันมีซักกี่กระบอกวะ”

“ใครจะไปรู้ละวะ”

“โอเค เสือดำ มึงอยู่เฉยๆ เดี๋ยวกูจัดการเอง”

วิหคลำที่ลอยอยู่กลับลำทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

กระสุน ปรส.76 คราวนี้ตกลงบนลานร่อนลงของ ฮ.นั่นเอง เศษดินผสมกับกลุ่มควันลอยตัวเป็นกลุ่มใหญ่ลอยขึ้นเบื้องบน ทุกคนในบริเวณนั้นหมอบตัวลงต่ำด้วยสัญชาตญาณ แต่ยังโล่งอกไปได้เพราะเสียงโรเตอร์ ฮ. ยังตัดอากาศดังพั่บๆ ให้ได้ยินอยู่ แสดงว่าเป้าหมายคือ ฮ.ยังคงอยู่ พอควันจางลงก็เห็นว่าไอ้พวกที่ขนศพขึ้น ฮ. กำลังขนอย่างกระวีกระวาด

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ไอ้วิหคที่ลอยลำอยู่กลับลำเสร็จ หันลำตัวด้านซ้ายเข้าหาเนิน แล้วปล่อยกระสุนทันที

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เอ็ม.60 จาก Door Gunner ปล่อยกระสุนออกไปเป็นชุดยาวต่อเป้าหมายที่พอจะประมาณได้เท่านั้น

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

คราวนี้ไอ้วิหคเป็นฝ่ายโดนบ้าง เพราะไอ้ 12.7 กระบอกนั้นมันตอบโต้ขึ้นมาทันทีเหมือนกัน

ปืนกล 12.7 มม. มีระยะยิงหวังผลเกือบ 2,000 เมตร แต่วิหคมันบินไกลเกินกว่าระยะหวังผลจึงรอดได้

หรือจะเป็นเพราะโชคช่วยก็สุดจะเดา ไอ้วิหคบนฟ้าดึงตัวเองอย่างแรงขึ้นสู่เบื้องสูงแล้วกลับลำ ความที่มันมี Door Gunner ทางด้านซ้ายด้านเดียวจึงดูไม่คล่องตัวมากนัก ไอ้พลปืนที่เป็น Door Gunner หมายตากลุ่มควัน ปรส.76 กระบอกนั้นไว้แล้วเป็นอย่างดีกลับลำมาอีกครั้ง

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไม่รู้กี่ร้อยต่อกี่ร้อยนัดที่เอ็ม.60 จาก Door Gunner ปล่อยกระสุนลงไปไม่ทราบว่าได้ผลแค่ไหน แต่ดูเหมือนเสียงคำรามของไอ้ ปรส.เวรตะไลกระบอกนั้นเงียบไปชั่วครู่
แต่ไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นกลับตอบโต้ขึ้นมาอีกเป็นชุดยาว

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ Door Gunner ยิงสวนวิถีกระสุนทันที โดยอาศัยกลุ่มควันที่มีไม่มากนักจากปากลำกล้องของมันเป็นเป้าสังหาร ไอ้ Door Gunner พยายามยิงอย่างตั้งใจ เกร็งมือส่ายวิถีกระสุนให้เข้าเป้าหมายให้ได้ จนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มกระสุนไม่ได้ห่างจากเป้าหมายเท่าใดนัก

พวกลาดตระเวนซึ่งตอนนั้นเหมือนกับถูกมัดมือมัดตีน ระยะมันไกลเกินไป ไม่มีอาวุธยาวอะไรพอที่จะช่วยเหลือพรรคพวกของตนได้เลย ก็เลยได้แต่เอาใจช่วย เสือดำเอาปากพูดหูฟังวิทยุแนบแก้มตลอดเวลา เพราะไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้แล้ว

ชั่วระยะเวลาไม่ถึงนาทีที่การตอบโต้จากฝ่าย ผกค. ที่ดูจะเป็นศึกระหว่างทางอากาศกับทางภาคพื้นยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำต่อกัน ไอ้วิหคที่ลงมารับศพคงเรียบร้อยแล้ว เสียงเร่งเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นฟุ้งกระจายด้วยแรงลมจากโรเตอร์ตลบทั่วลานจอด แล้วลอยตัวขึ้นบนอากาศในทิศทางตรงข้ามกับที่ตั้งของไอ้ ผกค.

“วิหคจากเส๗อดำ”

“จากวิหค ว่ามาเลย”

“วิหคจะกลับเลยหรือ”

“ว่าจะกลับเลย เสือดำมีอะไรหรือ”

เสือดำนิ่งอึ้งไปชั่วครู่เหมือนกำลังชั่งใจในความคิดของตน ไอ้เหล่าร้ายยังปรากฏอยู่ การรุกเข้ามามันดูจะทำได้ยากจริงๆ เพราะภูมิประเทศไม่อำนวย อาวุธยาว ปรส.กระบอกนั้นดูจะเป็นอันตรายแก่พวกลาดตระเวนอย่างที่สุด

“อยากจะให้วิหคจัดการกับไอ้พวกผักกาดเค็มบนเนินนั้นให้ก่อนน่ะซี”

เสือดำตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจาก ฮ. GUNSHIP ทั้งที่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ภารกิจ

“จากวิหค คงช่วยได้แค่ตัวเดียวนะเสือดำ เพราะทางผมไม่มี Door Gunner”

“ก็ได้วิหค ไงๆช่วยเก็บมันก่อนก็แล้วกัน ไม่งั้นทางผมบรรลัยแน่ ผมไม่มีอาวุธยาวจะไปต่อกรกับมันน่ะ”

“โอเคไอ้เสือ เดี๋ยวกูจัดการเอง แต่จะสำเร็จหรือเปล่าไม่รับรองนะโว้ย”

ไอ้วิหคลำที่มี Door Gunner ที่ดูเหมือนจะชอบพอกับเสือดำจนถึงขนาดพูดมึงพูดกูกันได้รับปากจะช่วยจัดการให้

เวลาไม่นานนัก ฮ.ลำที่รับศพตีวงออกจากพื้นที่ แต่ไอ้วิหคที่จะจัดการกับไอ้ ปรส.และไอ้ปืนกล ผกค. ตีวงเข้ามาอีกครั้งชนิดที่ไม่มีการเกรงกลัวศักดิ์ศรีกันแต่อย่างใด

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

กลับลำยังไม่เสร็จดี ไอ้ปืนกล 12.7 มม. คู่อริก็ปล่อยกระสุนขึ้นมาเสียก่อน และทันทีที่กลลับลำเสร็จ

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ปืนกลยิงมาอีกในจังหวะกลับตัวแล้ววกลงต่ำ พวกทางพื้นดินมองเห็นแล้วต้องใจหายวาบ เพราะเห็นจากปืนไอ้ ผกค. มันไม่ห่างจากลำตัวของ ฮ.ลำนั้นเลย

“เสือดำ ไม่ไหวแล้วว่ะ กูโดนเข้าแล้ว ช่วยตัวเองไปก่อนนะเพื่อน เดี๋ยวจะให้คนมาช่วย”

“โอเคเพื่อน”

เสือดำตอบไปด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความผิดหวัง อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปจากฤทธิ์เดชของไอ้ ปรส.76 มม. กระบอกนั้น



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 11:19   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19454

คำตอบที่ 7
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 7

พวกลาดตระเวณทั้ง 45 คนซึ่งกระจายกำลังกันอยู่เป็น 3 จุดบนยอดเนินเหลียวมอง ฮ.ทั้ง 2 ลำจากไปด้วยอาการในจิตใจที่บอกไม่ถูก ความกังวลในเพื่อนร่วมรบทั้ง 3 ร่างที่ไปกับ ฮ. กับความรู้สึกที่ถูกโดดเดียวให้เผชิญกับศัตรูที่มีทั้งอำนาจการยิงและชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่า ความท้อแท้และหวาดหวั่นในความตายเกิดขึ้นชั่ววูบในความรู้สึก

เสียงคำรามจาก ปรส.76 และปืนกล 12.7 มม. คลิ่นควันดินปืนดูจะถูกกลืนไปอย่างสิ้นเชิง ภาพของฐานละลาย ภาพของคนตายและพิการปรากฏขึ้นแทนในห้วงความรู้สึก ใครบ้างที่ไม่กลัวความตาย ใครบ้างที่ไม่กลัวพิการ นักรบแม้จะมีหัวใจรุกรบสักเพียงใด เขาก็ยังเป็นปุถุชนธรรมดาๆเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งผิดปกติวิสัยอันใดเลย ที่พวกลาดตระเวณเหล่านั้นจะเกิดความกลัวขึ้นมาบ้าง แต่...อาการแห่งความกลัวปรากฏขึ้นมาเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น สถาบันของพวกเขา ชีวิตจิตใจของเขาที่ได้รับการหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อการฆ่าและการตายโดยเฉพาะ ความกลัวของพวกลาดตระเวณจึงไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นแต่อย่างใด จนกระทั่งเสียงของเสือดำดังขึ้น

“พวกเราใจเย็นๆไว้ก่อน เดี๋ยวพวกเขาจะส่งเครื่องมาใหม่ ตอนนี้ให้พวกเราหาที่กำบัง แล้วก็วางตัวเงียบไว้ก่อน”

คำปลุกใจจากเสือดำ มีความหมายพอที่จะรักษาขวัญกำลังใจของลูกน้องไว้ได้บ้าง จ่ามานะ ผบ.ชุดลาดตระเวณหน้าของชุดเสือดำค่อยๆคลานเข้าหาเสือดำ

“มีอะไรหรือจ่า”

เสือดำหันถาม คนอื่นพลอยหันมามองด้วย

“ผมอยากจะปรึกษาผู้กองเกี่ยวกับเรื่องนี้แหละครับ”

จ่ามานะหมายถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายชุดลาดตระเวณต้องตกเป็นเป้าอาวุธของฝ่าย ผกค. ชนิดที่ว่าไม่มีอาวุธใดตอบโต้เลย

“ว่ามาเลยจ่า”

“ผมว่า...เราควรจะถอนตัวออกจากเนินนี้ดีกว่าครับ เพราะเราไม่มีอาวุธที่จะตอบโต้มันได้เลย แล้วการถอนตัวตอนกลางวันแบบนี้ก็ทำได้ง่ายกว่าตอนกลางคืนนะครับ”

เสือดำยังไม่ได้ตอบในทันทีทันใด แต่หันกลับไปมองทางที่ตั้ง ปรส.76 สลับกับที่ตั้งปืนกล 12.7 กระบอกนั้น ในความรู้สึกบอกว่า ระยะห่างจาก ปรส.76 กระบอกนั้นไม่เกิน 1,000 เมตร ดูเหมือนจะเป็นระยะหวังผลของมัน อำนาจระเบิดของหัวกระสุนของมันรัศมีประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ไม่คิดอำนาจในการทะลุทะลวงต่อที่กำบังแล้วไอ้ปืนกล 12.7 มม.ล่ะ ระยะไม่เกิน 800 เมตร แน่นอน ไม่ได้ไกลเกินระยะยิงหวังผลของมันอีกเช่น ปริมาณการยิงนาทีละ 450 นัด ไม่น่าจะมีใครรอดจากประมาณการยิงปานห่าฝนของมันไปได้เลย ส่วนอาวุธของฝ่ายลาดตระเวณมีเพียง เอ็ม.16 กับเอชเค.33 ระยะยิงหวังผลเพียง 400 เมตร พิจารณาแล้วมันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย มันเหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก

คิ้วของเสือดำขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง มันเป็นอาการของคนที่ใช้ความคิดอย่างหนักเสือดำนิ่งเงียบไป จ่ามานะก็ไม่ได้เร่งเร้าเอาคำตอบ ทั้งนี้รู้ดีว่า ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของคนที่มีรหัสว่า “เสือดำ” เท่านั้น

จนกระทั่งเสือดำหันหน้ากลับมายิ้ม เสือดำยิ้ม จ่ามานะก็ยิ้ม พลอยให้พวกลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆยิ้มไปด้วย แต่ไม่มีใครทราบความหมายในยิ้มของกันและกันเลย

“จ่าว่ามันจะเผด็จศึกพวกเราได้มั้ย”

“ก็คงไม่ได้หรอกครับ”

“แล้วทำไมเราต้องถอนตัวด้วยละ”

“ผมคิดว่าในตอนนี้เราตกเป็นเป้าแต่ฝ่ายเดียว เป้าเราเป็นเป้าใหญ่ ผมกลัวว่า พวกเราจะมีการพลาดเกิดขึ้นอีก”

รอยยิ้มเสือดำหายไป พวกลูกน้องก็พลอยหายไปด้วย

“จ่ามีแผนการอะไรมากกว่านี้มั้ย”

“พวกเราส่วนใหญ่ถอนตัว หาที่ตั้งที่กำบังใหม่ แล้วส่งกำลังส่วนหนึ่งเล็ดลอดเข้าหาที่ตั้งของมัน” นั่นเป็นเหตุผลของจ่ามานะ

“การเล็ดลอดเข้าหามันทางด้านหน้านี้ ทำไม่ได้แน่ เพราะมันเป็นที่โล่ง ป่ามันโปร่งเกินไปไม่มีที่กำบัง แล้วไอ้การที่จะเข้าด้านหลังมันน่ะ ระยะทางมันไกลเกินไปต้องอ้อมเขาเป็นลูกๆ กว่าจะถึงตัวมัน มันคงเผ่นไปหมดแล้ว แล้วอีกอย่างนะ เดี๋ยวจะมีเครื่องบินมาโจมตีมันอีก เราต้องอยู่ชี้เป้าให้นักบิน แล้วถ้ายิ่งเราไปอยู่ใกล้บริเวณเป้าหมาย มีหวังโดนเครื่องบินฝ่ายเดียวกันแน่”

เสือดำให้คำตอบพร้อมทั้งเหตุผลที่ยาวพอสมควร จ่ามานะดูเหมือนจะเข้าใจ แกหันไปมองทางด้านที่อยู่ของศัตรูอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก

“แล้วผู้กองคิดว่าเราควรทำยังไงต่อไปละครับ”

เสือดำยังไม่ได้ตอบ ทุกคนก็ต้องหมอบราบลงกับพื้น

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

เสียงไอ้ ปรส.กระบอกเดิมจากที่ตั้งเดิม เสียงระเบิดตัวเองดัง “ตุ๊ง” ดังก้องมาให้ได้ยินก่อน ติดตามด้วยเสียงระเบิดของหัวกระสุนดังลั่นจนแสบแก้วหู ดูเหมือนกำลังพวกลาดตระเวนทั้งหมดจะหันย้อนไปทางกลองเนิน มองเห็นแล้วว่ามันแม่นยำเอาการ กลุ่มควันและเศษหินที่กระจายขึ้นมา ถ้าเป็นเมื่อตอนที่ ฮ.ยังจอดอยู่มีหวังแหลกเป็นจุล พวกลาดตระเวณปลอดภัยทุกคนเพราะหลบอยูในที่กำบัง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียง ปรส.นำมาก่อน ตามด้วยเสียงปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นตามกันมาเหมือนพี่กับน้อง ที่มุ่งรุมกินโต๊ะพวกชุดลาดตระเวน กระสุนแต่ละนัดไม่ได้ออกจากใจกลางกองเนินเลย

“พวกเรามีใครเป็นไรบ้างโว้ย”

เสือดำตะโกนถามออกไป

“ปลอดภัยครับ”

“ปลอดภัยครับ”

เสียงตอบมาจากสองด้านของเนินที่ซุ่มตัวอยู่

“พวกเราไม่ต้องกลัว เดี๋ยวกระสุนมันก็หมด ใจเย็นๆไว้”

จ่ามาะ ตะโกนเสริมออกไปอีก

“สบายใจมากครับ”

ไม่รู้ว่าใครตะโกนตอบมา ซึ่งทั้งเสือดำ เสือเหลือง และเสือขาวต่างก็พอใจ แล้วความเงียบของทั้งสองฝ่ายก็เกิดขึ้นอีก ต่างคนก็ต่างเดาใจกันไม่ถูก ว่าใครกำลังจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ พวกชุดลาดตระเวนต่างหมอบนิ่ง สายตากวาดมองไปรอบๆ ไกลเท่าที่จะไกลได้ ใครจะรู้ละว่า กำลังบางส่วนของมันอาจจะมีอาวุธแบบเดิมมาเสริมอีกด้านหนึ่ง หรืออาจจะใช้กำลังคนที่มากกว่ารุกเข้าประชิดหวังขยี้พวกลาดตระเวนให้แหลกราญก็ได้ จนแล้วจนรอด เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ยังไม่ปรากฏวี่แววอะไรมาให้เห็น แต่พวกชุดลาดตระเวณดูยังจะใจเย็นอยู่ โดยเฉพาะเสือดำที่เอนกายพิงก้อนหินสูบบุหรี่เหมือนทองไม่รู้ร้อน

และแล้วทุกคนก็ต้องสะดุ้งวาบ หันไปมองทางด้านทิศเหนือ คงไม่ใช่เฉพาะพวกลาดตระเวนเท่านั้นที่หันไปมอง คิดว่าไอ้ ผกค. มันก็คงหันไปมองด้วยถ้ามันยังอยู่ในบริเวณนั้นมันก็คงหันไปมองด้วยถ้ามันยังอยู่ในบริเวณนั้น

เสียงเครื่องบิน โอ.วี.10 ดังแว่วมาอย่างชัดเจน จำนวนเครื่องเท่านั้นที่ยังมองไม่เห็น

พวกชุดลาดตระเวนดูจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้างที่หน่วยเหนือไม่ทอดทิ้งเสียทีเดียว

เสือดำลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนสั่งการทันที

“ไอ้เล็กเอาผ้าสัญญาณผืนแรกมาวาวตรงนี้ ไอ้เสือเหลืองเอาแผ่นผ้าสัญญาณไปวางตรงโน้น ให้แนวผ้าชี้ตรงเข้าหาไอ้ ปรส.สิวะ”

ไอ้เล็ก นายสิบที่อยู่ใกล้เสือดำวิ่งไปย้ายตำแหน่งแผ่นผ้าสัญญาณสีแสดสะท้อนแสงตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว พร้อทกับคนของด้านเสือเหลืองจัดการตามคำสั่งด้วย มองเห็นมันย้ายซ้าย-ขวา 2-3 ที ทำท่าเล็งให้ตรงแนวแล้วตอกสมอยึดตรึงทันที แผ่นผ้าสัญญาณทั้ง 2 ผืน ห่างกันประมาณ 80-100 เมตร ช่วยในการหมายแนวได้เป็นอย่างดี

เสือดำเรียกหาวิทยุถือไว้แล้วรอการเรียกจากนักบิน ซึ่งก็ได้ผล

“เสือดำ...จากเหยี่ยวขาว เปลี่ยน”

เสียงนักบินเรียกลงมา การเข้าหาพิกัดของนักบินในครั้งนี้ไม่ยุ่งยากอันใดเลย ฮ.ได้ให้พิกัดไว้ก่อนแล้ว

“จากเสือดำ”

“โอเค เสือดำเสียงวิทยุชัดแจ๋วมาก เป็นไงสบายดีเหรอ”

“สบายกะผีอะไรล่ะ คอจะขาดตายอยู่แล้ว... เป็นไง เห็นผ้าหมายแนวมั้ย”

ดูเหมือนนักบินพยายามจะตลก แต่เสือดำตลกไม่ออก เพราะปืนของศัตรูกำลังจ่อคอหอยอยู่

“เห็นแล้ว..เสือดำ เดี๋ยวจะลดความสูงลงบินทับแนวเข้าหาเป้า เสือดำช่วยปรับแนวให้ด้วยะ”

“โอเค จัดการได้เลย”

โอ.วี.10 บรองโก ทั้ง 2 เครื่องบินวนเวียนอยู่บนอากาศแล้วลดเพดานบินลงทันที แต่ความสูงดูเหมือนจะสูงกว่า 3,000 ฟุต

“ลงมาอีกหน่อยสิ เหยี่ยวขาว ทำเป็นปอดแหกไปได้”

“ใจเย็นๆนะ เสือดำ”

โอ.วี.10 ลำแรกปักหัวลงทันที อาการร่อนตัวของมันแสดงถึงความคล่องแคล่วและฝีมือของักบินอย่างเห็นได้ชัด ลดเพดานบินลงมาจนกระทั่งเหลือ 1,000 กว่าฟุต

“โอเค เหยี่ยวขาว ตรงแนวดีแล้ว ที่หมายกึ่งกลางเนินตรงหน้าระยะ 1,000 เมตร ปรส.ข้าศึก 1 กระบอก และจากปลายแผ่นผ้าสัญญาณ ทิศทาง 2 นาฬิกาที่หมายกึ่งกลางเนิน ระยะ 800 เมตร ปืนกล 12.7 มม.ของข้าศึก 1 กระบอก เลือกเอาเลยเหยี่ยวขาว”

“เฮ๊ย!! เสือดำ.. มี 12.7 ด้วยหรือ”

เสียงนักบินตะโกนลั่นมาทางวิทยุ พร้อมกับดึงเครื่องให้สูงขึ้นไปอีก

“โธ่เอ๊ย ไอ้เหยี่ยว มันมีตั้งนานแล้วโว้ย”

“อะไรกันวะ แล้วทำไมไม่บอกเสียแต่ทีแรกวะ”

แสดงว่านักบิน ฮ.ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายไว้ เหยี่ยวขาวต้องคิดหนัก เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้นักบินควรจะจัดการกับไอ้ปืนกล 12.7 มม.เสียก่อนเพราะมันเป็นอันตรายต่อเครื่องบินมากกว่า ปรส.แต่ทางภาคพื้นดินนั้น ต้องการให้จัดการกับไอ้ปรส.ก่อน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ระหว่างนักรบบนอากาศดินกับนักรบทางพื้นดิน



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 11:32   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19455

คำตอบที่ 8
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 8

นักบินโอ.วี.10 ทั้ง 2 ลำดึงตัวสูงขึ้นไประดับ 5,000 ฟุตทันที คำว่าปืนกล 12.7 มม. สร้างความหวาดเสียวให้กับนักบินไม่ใช่น้อย เพราะปืนกล 12.7 มม.นั้นมันคือปืนต่อสูอากาศยานโดยตรง ระยะยิงหวังผลประมาณกว่า 2,000 เมตร โอ.วี.ทั้ง 2 ลำไม่มีทางรอดไปได้เลย เพราะฉะนั้นหนทางปฏิบัติตอนนี้คือ ดึงตัวเองไปในที่สูง แล้วเตรียมตั้งหลักใหม่

เสียงนักบินบ่นลงในทำนองว่า เพิ่งจะรู้ว่ามี ปตอ. ก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ นักบินโอ.วี.10 ทั้งคู่ไม่ได้รับข่าวสารเรื่องนี้จากนักบิน ฮ.มาก่อนเลย

“เสือดำจากเหยี่ยวขาว”

เสียงนักบินเรียกลงมาอีกครั้งหลังจากดึงตัว จนคิดว่าพ้นรัศมีการยิงหวังผลแล้ว

“จากเสือดำ ว่ามาเลย”

“โอเคนะเสือดำ เดี๋ยวทางเหยี่ยวขาวจะเข้าโจมตีเป้าหมาย ปรส.ให้ แต่ต้องจัดการไอ้ปืนกลกระบอกนี้เสียก่อน โอเคนะ เสือดำ”

ไม่มีใครเดาหรือรู้ในความรู้สึกของนักบินได้ เขาไม่ได้เอาตัวรอด ไม่ได้ทอดทิ้งภาระกิจ แต่เป้าหมาย 2 เป้าหมาย อันหนึ่งเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อตัวเองกับอีกเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อหน่วยทางภาคพื้น

เสือดำครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบไป

“โอเคเหยี่ยวขาว เอาตามเหยี่ยวขาวว่าก็แล้วกัน จะเริ่มกันหรือยังล่ะ”

“โอเค เสือดำ เดี๋ยวจะเริ่มเที่ยวนี้เลย แล้วคอยปรับการยิงให้ด้วยนะ”

“โอเคเหยี่ยวขาว”

โอ.วี.10 ลำแรกบินตั้งลำพร้อมๆ กับลดความสูงลงมาไม่ถึง 1,000 ฟุต ความเร็วลดลง ลำตัวเอียงซ้ายทีขวาทีเพื่อให้ตรงแนว

“เอาละนะ...เสือดำ”

เสียงนักบินดังลงมาอีกครั้งก่อนปล่อยจรวดขนาด 3.5 นิ้วที่ใต้ปีก

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”

ได้ยินเสียงชัดเจนดี เสียงจุดชนวนของจรวดควันสีขาวพุ่งเป็นทางเหมือนดาวหาง ดิ่งตรงลงสู่พื้นดิน ด้วยเวลาเพียง 2-3 วินาที เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว กลุ่มควันสีขาวเป็นกลุ่มลอยตัวขึ้นจับท้องฟ้า ผลการยิงในครั้งนี้ห่างเป้าหมายไปเยอะ

“ต่ำลง 500 ซ้าย 300”

เสือดำสั่งย้ายตำบลจรวดตก เพราะเห็นแล้วว่าจรวดลูกนั้นตกเลยเป้าหมายไปเกือย 500 เมตร ไปทางขวาอีก 300 เมตร ดูๆ เหมือนกับนักบินยังมีอาการปอดแหกอยู่ โธ่! มันของธรรมดาๆ

“โอเคเสือดำ”

นักบินตอบลงมาในขณะที่ดึงตัวให้สูงขึ้นแล้ววกออกขวา เพื่อเปิดโอกาสให้ลำที่ 2 เข้าโจมตีต่อ

ลำที่ 2 เอียงปีกออกทางซ้ายแล้วจัดแนวบิน ลดความเร็วแบบปักดิ่ง 45 องศาทันที การปรับการยิงจากเสือดำนั้นทั้งนักบิน 2 ลำสามารถได้ยินพร้อมๆกัน เพราะใช้ความถี่วิทยุเดียวกันทั้งหมด จนกระทั่งได้ระยะ

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”

จรวดจากปีกซ้ายออกไปก่อน แล้วดึงตัวขึ้นสูงในทันที ยังไม่ได้ผลในการยิงครั้งนี้อีกเช่นเคย

“ต่ำลง 100 ขวา 200”

“โอเคเสือดำ”

เสือดำและพวกลาดตระเวนรู้สึกงุนงงที่ไอ้ปืนกลกระบอกนั้น ไม่ยอมตอบโต้ขึ้นมาเลย จากการยิงจรวดครั้งหลังนี้เชื่อว่ามันยังปลอดภัยดี

โอ.วี.10 ลำแรกเตรียมเข้าโจมตีครั้งที่ 2 คราวนี้เครื่องลดความสูงลงมาอย่างน่ากลัว คราวนี้ไม่มีการเอียงซ้ายเอียงขวาอีกต่อไป เหมือนจะมั่นใจ

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”

ดูเหมือนเสียงระเบิดครั้งนี้จะดังแน่นกว่า 2 ลูกแรก ความต่ำของเครื่องบินจนกระทั่งจรวดใช้เวลาแล่นด้วยเวลาไม่ถึง 2 วินาที กลุ่มควันระเบิดยังห่างเป้าหมายอย่างเดิม
“ต่ำลง 100 ซ้าย 100”

เสือดำปรับการยิงให้อีก ขณะที่เครื่องบินกำลังดึงตัวออกไปทางด้านขวาของไอ้รังปืนกลกระบอกนั้น
บำที่ 2 เข้าโจมตีครั้งที่ 2 อีกครั้ง

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”

“สูงขึ้น 100”
“โอเคเสือดำ”

พวกชุดลาดตระเวณต่างจ้องตามองจุดเดียวกัน จรวดที่บรรทุกมาลำละ 6 ลูก ยิงออกไปแล้วลำละ 2 เหลืออีกลำละ 4 แต่ละคนต่างเริ่มเป็นรู้สึกเป็นห่วงว่าจะเหลือจรวดสำหรับเป้าหมาย ปรส. ซักกี่ลูก เป้าหมายมันเล็กเกินไป การเล็งจากเครื่องบินมันไม่เหมือนกับการเล็งปืนเล็กที่ใช้ประทับบ่ายิง

“เหยี่ยวขาว จากเสือดำ”

เสือดำเรียกวิทยุถามขณะเครื่องบินกำลังกลับลำจะเข้าโจมตีต่อ
“จรวดมีพอหรือเปล่า แล้วจะเหลือถึงไอ้ปรส.หรือ”
“เอาน่าเสือดำ ใจเย็นๆไว้ก่อน เดี๋ยวจัดการให้ได้ก็แล้วกัน”

เสียงนักบินตอบลงมา ดูเหมือนเสือดำจะไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่แหงนมองดูเครื่องบินที่บินวนเวียนอยู่กลางอากาศนั่นเอง จนกระทั่งได้ระยะ
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
“ต่ำลง 50 ขวา 100”

เสือดำต้องใช้กล้องสองตาส่องดู แล้ววัดระยะจากมาตราในกล้องนั่นเอง มองเห็นโจ้งๆอยู่แล้วว่าจรวดยังไม่เข้าเป้าหมาย ลำต่อไปเข้าหาเป้าหมายอีก
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
“สูงขึ้น 100 ซ้าย 100”
เสือดำเริ่มจะเบื่อๆการปรับแล้ว พูดด้วยเสียงเนือยๆเหมือนคนผิดหวัง ลำต่อไปกลับลำเตรียมเข้าโจมตีอีก พวกทางพื้นดินต่างสับสนกันไปหมดแล้วว่าลำใหนเป็นลำแรก ลำใหนเป็นลำที่ 2 ทั้ง 2 ลำต่างบินเป็นวงกลม ผลัดกันหมุนเข้าหาเป้าหมายเป็นว่าเล่น

“เสือดำ จากเหยี่ยวขาว”
“จากเสือดำว่ามาเลย”
“เสือดำ ผมสงสัยว่าผมบินต่ำขนาดนี้แล้ว ทำไมมันไม่ยิงตอบโต้ขึ้นมาล่ะ ชักสงสัยว่ามันมีจริงหรือ”
“มีสิ ก็ก่อนที่เหยี่ยวขาวจะมา มันยังระดมยิงพวกผมอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อ ลองมาดูหัวกระสุนของมันสิ ผมจะเอาให้ดู”
“โอเคเสือดำ มีก็มี จัดการต่อเลยนะ
“จรวดยังมีอีกหรือเหยี่ยวขาว”

เสือดำย้อนถามไปทางเหยี่ยวขาวอีก เพราะรู้แล้วว่ามันเหลืออีกไม่กี่ลูก
“ยังมีน่าเสือดำ ถ้าหมดเดี๋ยวกลับไปเอาใหม่ก็ได้”
“งั้นว่าไปเลยเหยี่ยวขาว ไงๆ ระวังปีกหักหน่อยนะ”
คราวนี้ไม่มีคำตอบกลับลง โอวี.10 ลำหน้าเอียงปีกทางขวาเล็กน้อยแล้วดิ่งลงทันที
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
“ซ้าย 50”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
จรวดลูกนั้นพลาดเป้าอีกจนได้ ตกห่างออกไปทางขวาเล็กน้อย เสือดำจึงต้องปรับให้มาทางซ้าย แถมยังต่ำกว่าเป้าหมายด้วยซ้ำไป แต่เสือดำยังไม่ทันปรับให้สูงขึ้น เสียงไอ้ปืนกลนรกกระบอกนั้นก็ดังสวนขึ้นมา

ไอ้ ผกค.มันใช้วิธียิงตามเครื่องในขณะที่เครื่องกำลังดึงตัวขึ้น ทุกคนมองเห็นสายวิถีกระสุนจากกระสุนส่องแสงเป็นทางไล่หลังติดเครื่องบินไปติดๆ อย่างน่าหวาดเสียว
“เหยี่ยวขาวเป็นไงบ้าง”
เสือดำถามขึ้นไปทันทีด้วยความเป็นห่วง
“ยังไม่รู้เลยเสือดำ ถ้าจะโดนก็ตอนท้ายๆเครื่องนั่นแหละ”
“ตอนนี้เชื่อหรือยังว่ามันมี”
“ไม่เป็นไรเสือดำ เดี๋ยวจวกกับมันต่ออีก”
นักบินดูจะใจเย็นดีเหมือนกัน กำลังใจยังไม่เสีย พวกคนดูทางพื้นดินต่างหากที่กำลังใจไม่ค่อยดีนัก
โอวี.10 ลำต่อไปจิกหัวลงเตรียมบินเข้าหาเป้าทันที ไม่พูดพล่ามทำเพลงใดๆอีก
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ขณะจิกหัวลงนั้น เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจรวดจะออกจากแหล่ง เครื่องบินเกือบจะอยู่ในตำแหน่งต่ำสุด ไอ้ ผกค.ปล่อยกระสุนเหล็กชุบทองแดงสวนขึ้นมาทันที่ เป็นการยิงชุดยาวที่ไม่ต่ำกว่าครึ่งสายกระสุน จรวดตกห่างเป้าหมายออกไปมากกว่าเดิมเสียอีก ไม่ทราบว่าสาเหตุอะไรที่นักบินต้องฝีมือเปลี่ยนไป เท่านั้นไม่พอก่อนจะดึงตัวขึ้น ไอ้ ผกค.คงจะหมุนปืนกลับหลังแล้วปล่อยกระสุนออกไป แนวกระสุนส่องแสงดูเหมือนจะวนเวียนคลอเคลียอยู่ใกล้ๆลำตัวเครื่องนั่นเอง
“เป็นไงเหยี่ยวขาว”
“ไม่เป็นไร ยังปลอดภัยดี”
“จะเอาอีกหรือเปล่าล่ะ”
“ต้องเอาสิเสือดำ”
พวกลาดตระเวณเริ่มจะเห็นใจในความยากในการโจมตีต่อเป้าหมายแบบนี้เสียแล้ว เป้าหมายเป็นจุดเล็กๆ บนพื้นดินรัศมีของเป้าเพียง 1 เมตร อาวุธที่ใช้ควรจะเป็นปืนกลอากาศหรือไม่ก็ใช้เป็นระเบิดนาปาล์มเลยถึงจะดี ปริมาณอาวุธที่ส่งลงไปให้แผ่ครอบคลุมพื้นที่ แต่เนื่องจากทั้งปืนกลอากาศ ทั้งนาปาล์ม นักบินไม่ได้เตรียมมา จะเป็นเพราะนักบินไม่ทราบหรือว่าทางกองทัพไม่มี หรือจะเป็นเพราะเหตุอื่นใดก็สุดจะทราบได้ แต่อย่างไรก็ตาม โอวี.10 ทั้ง 2 เครื่องนั้น ก็ไม่ลดละที่จะจองเวรจองกรรมกับไอ้ปืนกลกระบอกนั้นต่อไป

“เสือดำ ตอนนี้ผมเหลือ 2 ลูกสุดท้ายแล้วนะ เดี๋ยวจะปล่อยลงไปพร้อมๆกันเลย”
“เอาเลยเหยี่ยวขาว”
คำตอบของเสือดำดังเสียงอ่อยๆ เป็นการตอบแบบให้กำลังใจตัวเองมากกว่า เพราะเห็นผลแล้วว่า การปฏิบัติการของเครื่องบินในครั้งนี้ไม่ประสพผลสำเร็จ
โอวี.10ลำนั้นจิกหัวลงทันที ถ้าพวกพื้นดินมองเห็นนักบิน จะรู้ทันทีว่าสายตาของนักบินที่จับจ้องเขม็งอยู่ที่เป้าหมายที่ตนเองมองเห็นนั้น เป็นอาการที่เอาเป็นเอาตาย ไม่ได้หวาดหวั่นต่อกระสุนที่ไอ้ ผกค. มันจะยิงสวนขึ้นมาแต่อย่างใด

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
ไอ้ ผกค. มันยิงสวนขึ้นมาอีก จรวด 2 ลูกออกจากปีกทั้ง 2 ข้างของเครื่องพร้อมๆกัน แต่...ก็พลาดเป้าหมายอีกจนได้
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เท่านั้นไม่พอ ก่อนจะดึงตัวออกไปได้ ไอ้ผกค. แถมให้อีก 1 ชุดยาวเล่นเอาทุกคนขนหัวลุกพองด้วยความหวาดเสียวไปตามๆกัน

ลำที่ 2 ตั้งลำอีก คราวนี้นักบินไม่พูดอะไรเลย

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

จรวด 2 ลูกจากใต้ปีกปล่อยออกไปพร้อมๆกัน กลุ่มควันหนากว่าเดิมเท่าตัวแต่ก็ยังพลาดเป้าหมายอยู่ดี ไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นมันย่ามใจ ยิงสวนและยิงตามอย่างสบายมือ
“เป็นไงบ้างเหยี่ยขาว”

เสือดำถามย้อนขึ้นไปขณะเครื่องกำลังดึงตัวเองขึ้นสูง

“คงไม่โดนหรอกนะเสือดำ”

“แล้วจรวดหมดแล้วทำไงล่ะ”

“ไม่เป็นไรเสือดำ เดี๋ยวมาจัดการให้ใหม่อีก”

ไม่มีคำตอบจากเสือดำ เนื่องจากเกิดความผิดหวังนั่นเอง ทางหน่วยเหนือน่าจะจัดเครื่องบินมาเสริมให้ เพราะยังไงๆนักบินก็มีวิทยุติดต่อกับสนามบินได้อยู่แล้ว ทำไงได้ละ นี่แหละ กองทัพไทย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 20:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19456

คำตอบที่ 9
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 9

หลังจากเครื่องบินโอวี.10 ทั้ง 2 เครื่องจากไป ความเงียบสงบก็กลับเข้ามเยือนอีกครั้ง พวกชุดลาดตระเวณต่างเก็บตัวเงียบตามที่กำบังของใครของมัน ตรงหน้าใครคนนั้นก็จ้องมองเอาเองเพราะมันไม่มีที่จะมองเสียมากกว่า จึงต้องมองตรงหน้าของตัวเอง กับอีกอย่าง ใครจะรู้ล่ะว่าตอนนี้ ไอ้พวก ผกค.มันมีการเสริมกำลังเข้ารายล้อมพวกตนหรือไม่

ยอดเขาที่ปักหลักอยู่ตอนนี้ก็เป็นยอดเดี่ยวๆ ที่มียอดอื่นๆสูงกว่ารอบทิศทาง จุดสูงข่มมีอยู่รอบตัว ทุกจุดสามารถใช้อาวุธยาวยิงเข้าใส่ได้เป็นอย่างดี อะไรจะเกิดขึ้นอะไรจะเกิดขึ้นในขณะที่อาวุธยาวที่เคยสำแดงเดชมาแล้วนั้น มันจะเพิ่มอีกซักกระบอกหรือ 2 กระบอก อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไอ้พวก ผกค.รวมกำลังได้เป็นร้อยๆคนดาหน้าเข้ามาพร้อมๆกันจากรอบทิศทาง กำลังพวกลาดตระเวณเพียง 45 คน อาวุธและกระสุนมีอย่างจำกัด การติดต่อหน่วยเหนือยังกระทำไม่ได้ จนกว่าจะถึงค่ำถึงจะมีเครื่องบินตรวจการณ์มารับรายงานข่าวสาร แล้วก็ไม่รู้เลยว่านักบินที่บินมาช่วยเสริมอำนาจการยิงนั้น ได้รายงานให้ทางกองทัพทราบหรือไม่

ความหวังของชุดลาดตระเวนก็คือการสนับสนุนจากหน่วยเหนือ เครื่องบินที่รับปากว่าจะกลับมาให้การช่วยเหลืออีกครั้ง ทุกอย่างดูจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆทั้งสิ้น

เวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว พวกชุดลาดตระเวนไม่มีใครหิวข้าวหิวน้ำกันเลย อาหารที่เตรียมใว้ตั้งแต่เช้า ยังอยู่อย่างเดิม

เสือดำเอนกายหลังพิงก้อนหินเคียงข้างจ่ามานะ และเสือขาว ต่างคนต่างเงียบสูบุหรี่ระบายอารมณ์ แต่ยิ่งระบายดูเหมือนมันจะยิ่งเครียด ทุกสิ่งทุกอย่างมันอัดอั้นตันอุราไปหมด สถานะการแบบนี้ ใครไม่เคยพบไม่เคยสัมผัสมาก่อน จะไม่มีโอกาสรู้ถึงความรู้สึกของพวกเขาเลย

“พี่คิดว่า เครื่องบินมันกลับมาคราวนี้ มันจะทำยังไง

เสือซึ่งเป็นรุ่นน้องถามขึ้น

“ก็คิดว่า...มันคงใช้ระเบิดนาปาล์ม ไม่งั้นไม่มีทางโจมตีให้ครอบคลุมเป้าหมายได้เลย หรือไม่ก็อาจจะเสริมด้วยปืนกลอากาศก็ได้”

“แล้วไอ้จรวดนั่นล่ะครับ”

จ่ามานะเป็นคนถาม

“ถ้าใช้จรวดอีกมันก็คงเข้าตำราเดิมนั่นแหละ”

“แล้วพี่ว่า ไอ้ ปรส.นั่นมันจะย้ายที่ตั้งยิงใหม่มั้ยพี่”

“พี่ว่ามันต้องย้ายแน่ๆ เพราะไงๆ มันก็คงต้องรู้ว่าเดี๋ยวคงมีการโจมตีมันอีก”

“ความจริงน่าจะมีปืนใหญ่ซักกระบอกนะพี่”

ในความคิดของเสือขาวที่พูดถึงปืนใหญ่ เสือดำหัวเราะหึ...หึ...ในลำคอแล้วตอบ

“พี่ว่าอย่าพูดถึงสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ดีกว่า”

“แล้วพี่กะว่า จะถอนตัวซักตอนไหนล่ะ”

เสือขาวถามแบบขอความเห็นเสียมากกว่า

“ก็กะว่าเอาตอนมืดแล้วดีกว่า พี่กะว่า เราแยกออกเป็น 2 ชุด หรือ 3 ชุด ให้เป็นชุดเล็กๆ เล็ดลอดกันออกไปเข้ายึดยอดเนิน 412 เนิน 480 แล้วก็เนิน 460 เผื่อว่าจะได้ช่วยกันได้เมื่อจำเป็น”

เสือดำเอ่ยชื่อยอดเนินตามความสูงที่มีเลขกำกับในแผนที่ด้วยการชี้มือประกอบไปที่แต่ละเนิน ซึ่งอยู่เรียงกันทางด้านซ้ายของเนินที่อยู่ปัจจุบัน ทั้งเสือขาว ทั้งจ่ามานะ และคนอื่นๆ ที่ได้ยินต่างก็มองตามแล้วก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร

เสือดำตะโกนสั่งรอบๆฐานลอยตอนนั้น ให้ทุกคนทำใจดีไว้ ให้เอาอาหารที่มีต่างคนต่างเอาอกมากินได้ บรรยากาศตอนนั้น การกินข้าวที่ไม่มีครั้งใดในชีวิตจะฝืดคอเท่า บางครั้งจะดูทั้งขมทั้งขื่นปนด้วยซ้ำไป

เวลาเกือบบ่าย 3 โมง ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีเครื่องบินๆมาให้ปรากฏเลย ความเงียบเท่านั้นที่เป็นอยู่ และแล้ววินาทีนั้นทุกคนก็ต้องหมอบราบกับพื้นอีกครั้ง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ปรส.76 กระบอกเดิมจากที่ตั้งเดิมปล่อยกระสุนหัวระเบิดมาอีก คราวนี้กระสุนตกไปทางด้านขวาของเนิน
“ใครเป็นอะไรไปหรือเปล่าวะ”
เสือดำตะโกนถามออกไป
“ปลอดภัยครับ”
“พี่ ผมว่ามันเตรียมยิงด้านข้างของเนินนะพี่ เพราะมันคงรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ตรงกลางเนินแน่”
เสือขาวให้ความเห็นแก่เสือดำทันที และดูเหมือนเสือดำจะเข้าใจตามนั้นด้วย
“เฮ้ย พวกที่อยู่ริมซ้ายขวา ให้ระวังกันหน่อยนะ มันเริ่มเล่นริมฐานเราแล้ว ระวังหน่อยนะโว้ย”
เสือดำตะโกนสั่งเตือนทันที
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
กระสุน ปรส.กระบอกเดิมยิงตามมาอีกต่อเป้าหมายเดิม กระสุนตกใกล้เข้ามาอีก เสียงระเบิดของกระสุนดังจนแก้วหูแทบจะแตก กลิ่นดินปืนลอยมาให้ได้สัมผัส เศษดินเศษหินบางชิ้นลอยกระเด็นมาโดนพวกที่หมอบราบอยู่
“ฉิบหาย... มันเอาแน่โว้ย”
เสือดำด่าลั่นออกมา แล้วก็ต้องหมอบราบลงอีก
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
กระสุน ปรส.นัดนี้ตกห่างจากชุดลาดตระเวณทางด้านเดิมนั้นเพียง 20-30 เมตรเท่านั้น

อำนาจแรงอัดระเบิดสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ หินก้อนใหญ่ขนาดตัวคนลอยเลื่อนออกจากที่เหมือนมีมือยักษ์จับโยนเล่น คราวนี้เศษหินก้อนเท่ากำปั้นมือลอยแล้วหล่นลงมากระทบร่างของพวกลาดตระเวณบางคนถึงกับร้องโอย เพราะรู้สึกเจ็บเต็มประดา แต่อันตรายก็มีเพียงเท่านั้น ไม่มีใครถึงกับเลือดตกยางออกแต่อย่างใด

คราวนี้ไม่มีเสียงสอบถามจากเสือดำอีก จะเป็นเพราะขี้เกียจหรือปลอดแหกขึ้นมาบ้างก็ไม่รู้

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

กระสุนนัดที่ 4 นัดนี้ตกลงกลางบริเวณของพวกที่อยู่ทางด้านขวาของเนินพอดิบพอดี พวกลาดตระเวณต่างเชื่อกันว่า ไอ้พวก ผกค.มันคงจะได้คนที่มีความชำนาญในการใช้ ปรส.เป็นอย่างดีมาปรับการยิง กระสุนแตละนัดไล่จากไกลเข้ามาหาใกล้ จนกระทั่งลงกลางเป้าหมายพอดี
ไม่ต้องห่วงเลยว่า ผลการยิงในครั้งนี้เล่นเอาพวกชุดลาดตระเวนหลายคนวิ่งหัวซุกหัวซุนหาที่กำบังใหม่ ดีที่ว่าในบริเวณนั้นมีกลุ่มดงหินก้อนใหญ่ๆหลายก้อนใช้เป็นที่กำบังได้เป็นอย่างดี
“มีใครเป็นไรบ้างโว้ย”
คราวนี้เสือขาวเป็นคนถามไปเอง แต่คราวนี้ไม่มีเสียงตอบกลับมา เพราะแต่ละคน แม้ตัวเองจะปลอดภัย แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะปลอดภัยหรือไม่ จึงปล่อยให้เป็นเรื่องของคนที่ไม่ปลอดภัยเป็นคนรายงานเองดีกว่า แต่ก็ไม่มีใครรายงาน แสดงว่าทุกคนปลอดภัยดี
หลายคนเริ่มสงสัยว่า ทำไมไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นจึงเงียบเสียงลงไป แต่ก็ไม่มีเวลาสงสัยได้มากนัก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“โอ๊ยยย!...”

กระสุนตกเลื่อนเข้าอีก เป็นกลางบริเวณเป้าหมายพอดิบพอดี บางคนที่กำลังตะเกียกตะกายหาที่กำบังใหม่เจอแจ็คพ็อตเข้าจนได้ เสียงร้องของมันดังขึ้นแล้วเงียบหายไป ผลก็คือตายเท่านั้นเอง ถึงไม่ถามทุกคนก็รู้
“ทุกคนพยายามช่วยตัวเอง หาที่กำบังให้ได้ก่อน หมอยังเข้าไปช่วยไม่ได้ ระวังหน่อยโว้ยพวกเรา”
เสือดำตะโกนให้กำลังใจลูกน้องอีกครั้ง ซึ่งทำได้เพียงแค่นั้นเอง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
ด้วยเวลาห่างกันไม่ถึงครึ่งนาที กระสุน 2 นัด ตามมาอีก เป้าหมายเดิมบริเวณของเสือดำนั่นเอง พอเสียงระเบิดเงียบลง เสือดำและเสือขาวต้องใจหายวาบอีกครั้ง
“ผู้กองครับ ช่วยผมด้วยครับ”
“ผู้หมวดครับ ขาผมขาดแล้วครับ”
“โอ้ยยย ...เพื่อนช่วยกูด้วย”
เสียงร้องไม่รู้กี่เสียงต่อกี่เสียงดังระงมทั่วไปหมด ยังไม่สามารถสำรวจจำนวนได้ในตอนนี้
และแล้วสิ่งที่ทุกคนเกรงกลัวหรือสงสัยมานานก็ปรากฏให้เห็น

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ 12.7 มม. กระบอกเดิมนั่นเอง คราวนี้มันย้ายที่ตั้งยิงใหม่ ระดมกระสุนจากทางด้านซ้ายที่เสอเหลืองประจำอยู่ จากที่ตั้งเดิม เข้าที่ตั้งใหม่ ที่ตรงหน้ากับด้านของเสือเหลือง ระยะทางบนสันเขาประมาณ 2 กม. พวกมันใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ทั้งเสือดำและเสือขาวหรือแม้แต่คนอื่น โดยเฉพาะพวกของเสือเหลืองแทบจะตัวชาไปตามๆกัน
ทางด้านเสือเหลืองนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่า เมื่อลักษณะที่กำบังไม่ดีเท่าไหร่นั้น พวกลาดตระเวณต้องวิ่งกันให้พล่านไปหมด สภาพไม่แตกต่างอะไรกับมดแตกรังเลย
“ใครเป็นอะไรหรือเปล่าวะ”

เสือเหลืองถามขึ้น แต่ไม่มีเสียงตอบ แสดงว่าทุกคนปลอดภัย
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ปืน 12.7 มม.กระบอกนั้นยิงมาเป็นชุดที่ 2 ห่างจากชุดแรกด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาที เหมือนจะรู้ว่าฝ่ายศัตรูของมันกำลังวิ่งเข้าหาที่กำบังใหม่ นั่นเป็นโอกาสที่ศัตรูออกจากที่กำบังเดิมแล้วออกมารับกระสุนของมันนั่นเอง และการยิงของมันในครั้งนี้ได้ผลเกินคาด พวกลาดตระเวนต้องสังเวยชีวิตให้กับมัน 1 คน บาดเจ็บอีก 3-4 คน เสียงร้องของคนเจ็บที่ขอความช่วยเหลือดังระงมทั่วไปหมด พอดีเหลือเกิน หมอนายสิบพยาบาล 2 คนประจำอยู่ด้านเสือเหลืองพอดี การพยาบาลในตอนนี้ทำได้เพียงการห้ามเลือดและให้ผ้าพันแผลเท่านั้น

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

กระสุนชุดยาวเกือบหมดสาย 100 นัดพ่นออกมา แต่ละนัดไม่ได้หลุดจากเป้าหมายเลย บางนัดกระทบก้อนหินกระดอนกระเด็นเฟี้ยวฟ้าวทั่วไปหมด คราวนี้พวกลาดตระเวนไม่ต่ำกว่า 5 คนต้องได้รับกรรม

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ด้วยเวลาเกือบจะไล่เลี่ยกัน ไอ้ ปรส.เวรตะไลกระบอกนั้นยิงเข้ามาอีก เป้าหมายคือบริเวณของเสือดำนั่น เป้าหมายคือบริเวณของเสือดำนั่นเอง พวกลาดตระเวน 3 คนโดนแจ็คพอตจบชีวิตลงทันที ร่างทั้ง 3 กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง เพราะหมอบอยู่ที่เดียวกันจึงโดนพร้อมๆกัน เท่าๆกัน

“ผู้กองครับ ถอนเถอะครับ”
“เอ๊ย ยังถอนไม่ได้ หาที่กำบังให้ดีเข้าไว้อีก”

ไม่มีใครเข้าใจในความมุ่งหมายของเสือดำเลยว่า จะอยู่เป็นเป้าให้ไอ้ ผกค.มันซ้อมยิงทำไม ทั้งๆที่ทางถอนตัวก็มี และการตอบโต้ก็ไม่สามารถกระทำได้เลย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 20:47   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19457

คำตอบที่ 10
      

ชื่นชมในความตั้งใจกระทู้นี้ครับ....แปลกดี แต่ก็อยากถามว่า.." ชอบแนวนี้เหรอครับ "

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก บ้านอยู่ข้างทางรถไฟ...จะเห็นรถไฟบรรทุกทั้งรถถัง ปืนใหญ่ ทหารนับกองพัน อาวุธครบมือ..โครตเท่ห์เลย..

มันทำให้เกิดความปราถนา อันแรงกล้า ที่จะเป็นทหาร ไปรบ รับใช้ชาติ อะไรทำนองนั้น...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

dlandrover1 จาก ดุษฎี ( โคราช ) 49.48.64.198 ศุกร์, 5/7/2556 เวลา : 20:56   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19458

คำตอบที่ 11
       ห้องแลนด์ช่วงนี้เงียบครับพี่ เขาไปคุยกันใน line ใน facebook
ก็เลยหาอะไรมาให้อ่านเล่น

ส่วนตัวผมชอบแนวนี้ ก็เลยหาแนวนี้มาให้อ่านกันครับ



ชอบอ่านครับ
จาก : TMVC031(TMVC031) 8/7/2556 14:50:32 [101.51.5.203]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 11:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19460

คำตอบที่ 12
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 10

เสือดำยังคงยึดหัวใจสิงห์ปักหลักรับมือกับไอ้พวก ผกค.อย่างเด็ดเดี่ยว เสียงลูกน้องหลายคนขอให้ถอนตัว แตทุกครั้งคนอย่างเสือดำก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่า “ถอนไม่ได้” ขึ้นชื่อว่านักรบโดยสายเลือดแล้ว “วินัย คือ สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด” คำสั่งของผู้บังคับบัญชานั้นศักดิ์สิทธิ์ และเด็ดขาดยิ่งกว่าประกาศิตของสวรรค์ ไม่มีใครเข้าใจในความคิดของเสือดำที่ยังคงสั่งให้ปักหลักรับมือแบบเป็นเป้านิ่งให้กับ ผกค. แม้จะมีความสงสัยมากเพียงใด แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามถึงเหตุผล

“ผู้กองครับ ผมว่าให้พวกเรากระจายกำลังกันให้มากกว่านี้จะดีกว่าครับ ขืนจับกลุ่มแบบนี้ โดนแจ็คพ็อตเข้ เราจะซวยนะครับ”

จ่ามานะ มองซ้ายมองขวาแล้วเสนอแนะผู้กองเสือดำตามสภาพของความเป็นจริงในตอนนั้น เสือดำรับฟังแต่ไม่ได้โต้แย้งอันใด

“พวกเราเข้าที่กำบังให้ดีใว้ก่อน ตอนนี้ยังถอนตัวไม่ได้ มึงดูสิวะ ภูเขาแต่ละลูกโล่งเตียนทั้งนั้น มึงออกจากที่นี่ไปมีหวังโดนสอยร่วงหมดแน่ รอให้มันมืดซะก่อนแล้วค่อยถอน กูเตรียมแผนการถอนใว้หมดแล้ว ใจเย็นๆ ทำใจดีๆไว้ พวกเรา เดี๋ยวเครื่องบินมาอีกเที่ยว คราวนี้รู้เรื่องแน่ ใจเย็นๆไว้โว้ย”

ผู้กองเสือดำพูดอย่างช้าๆชัดเจน และดังทั่วบริเวณ แสดงถึงความมั่นคงของจิตใจในการรุกรบขณะนั้น ผลที่บังเกิดตามมาก็คือขวัญของลูกน้อง แม้บางคนจะกระเจิดกระเจิงไปแล้วก็สมารถกลับคืนมาได้เมื่อประสบกับผู้นำแบบนี้

หตุการณ์ทุกอย่างทุกขั้นตอนในตอนนั้นประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนฝ่ายลาดตระเวนแทบไม่มีโอกาสตั้งหลักเลย อาวุธและที่ตั้งของไอ้ ผกค. เป็นต่อหลายขุม เมื่อบวกกับความชำนาญในภูมิประเทศด้วยแล้ว พวกลาดตระเวณจึงเปรียบเสมือนหมูในอวยที่เฝ้ารอคอยให้ไอ้พวก ผกค.มันตัดมันเฉือนใส่ปากอย่างสบายอารมณ์

ไม่แปลกอะไรเลยที่รังใหญ่ระดับ บก.เขตงานของ พคท. ในเขาค้อที่จะมีอาวุธหนักแบบนี้ใว้ใช้ในการต่อสู้

และป้องกันตัว การสนับสนุนจากนอกประเทศสามารถกระทำได้ทุกเวลา เมื่อมีการร้องขอจาก พคท.ในประเทศ

ค่ายนากอก ค่ายบ่อแตน เป็นค่าย ผกค.ไทยในลาวที่เป็นตัวหลักในการสนับสนุน ปัจจุบันนี้ยังคงดำเนินการอยู่

“เสือเหลือง ทางด้านมึงเสร็จไปเท่าไหร่แล้วว่ะ”

เสือดำสอบถามถึงการสูญเสียกำลังพล

“ตาย 4, เจ็บ 12 ครับ”

“ไอ้เสือขาวละวะ”

เสือดำถามต่อไปยังด้านของ ร.ท. ตชด.ที่ร่วมปฏิบัติการภายใต้โค๊ดเสือขาวบ้าง

“ตาย 6, เจ็บ 8 ครับ”

ดูเหมือนทั้งเสือดำและจ่ามานะที่อยู่เคียงข้างกันต้องใจหายวาบเสียวแปรบไปทั่วไขสันหลัง ต่อผลของการสูญเสียเมื่อได้รับทราบจากรายงาน เสือดำหันไปมองทางเนิน 418 กับเนินข้างๆ อีก 2 เนินโดยไม่ตั้งใจ ระยะห่างไม่กี่กิโลเมตร คงถอนตัวไปได้ภายในไม่เกินชั่วโมง

”พวกเรา พยายามกระจายกำลังออกไปให้ห่างกว่าเดิมอีก”

เสือดำตะโกนสั่ง แล้วชาร์จตัวเองออกจากจุดกำบังเดิมเข้าหาที่ใหม่เช่นกัน จ่ามานะกับพลวิทยุตามไปติดๆ เหมือนเงาตามตัว เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว

แล้วก็เหมือนโชคจะเข้าข้างไอ้ ผกค. หรือมันอาจจะมีญาณวิเศษที่ได้ยินเสียงสั่งการของเสือก็สุดจะเดา

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกเดิมนั้นปล่อยกระสุนออกมาชนิดไม่มีการยั้งมือกันเลย

เสือเหลืองแทบน้ำตาร่วง ต่อภาพของลูกน้องที่ล้มกลิ้งไปต่อหน้าต่อตาทั้ง 6 คน ที่ล้มลงนั้นเห็นชัดๆว่าตายคาที่ไปแล้ว 2 เสียงคนเจ็บที่ร้องครวญครางมันเจ็บแปลบยิ่งกว่าเอาของมีคมใดๆเข้าไปกรีดในหัวใจเสียอีก ภาพคนเจ็บหลายคนที่ขาดใจตายคามือนายสิบพยาบาล บาดแผลมันฉกรรจ์เกินกว่าที่คนอย่างนายสิบพยาบาลกับเครื่องมือที่มีจะช่วยได้ คนแล้วคนเล่าที่หมอมันวางแล้วลุกจากไป ไปหาคนเจ็บรายต่อไปที่ยังรอคอยอยู่

“ไอ้หมอ มึงช่วยกูหน่อย”

“โอยยยย.. โอยย... หมอ”

“ไอ้หมอ ขากูล่ะ”

เสียงคนเจ็บแต่ละคนร่ำร้อง

“เออน่า มึงใจเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวกูจัดการไอ้นี่ก่อน มันเจ็บมากกว่ามึงว่ะ”

บางคนร้องได้ 3-4 คำก็ถึงกับอาการกระตุกวิญญาณออกจากร่างไป บางคนเสียงหายใจฟืดฟาด จนเจียนจะขาดใจ แม้จะรู้แม้จะเห็นก็สุดความสามารถที่หมอระดับนายสิบพยาบาลจะช่วยเหลือได้

ทางด้านของเสือเหลืองด้านเดียวที่มีหมอ ส่วนทางด้านของเสือขาวกับเสือดำ คนเจ็บคนตายคือคนที่ซวยอย่างเลวร้ายที่สุด

ยังไม่มีการลดละจากฝ่าย ผกค. สิ้นเสียงปืนกล 12.7 เพียงไม่กี่วินาที ทุกคนก็ต้องหมอบราบอีก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ไอ้ ปรส.76 กระบอกเดิมเสริมต่อทันทีเหมือนนัดแนะกันใว้ เป้าหมายคือด้านหน้าซึ่งเสือดำปักหลักอยู่นั่นเอง ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิด เสือดำยืนขึ้นหวังสำรวจความเสียหาย ภาพที่พบก็คือร่างของใครไม่ทราบลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศแล้วหล่นลงมา ไม่มีเสียงร้องจากปากของคนๆ นั้นแม้แต่คำเดียว แสดงว่ามันตายก่อนที่จะลอยขึ้นไปในอากาศแล้วนั่นเอง

ภาพเหล่านั้นผ่านเข้ามาในจักษุประสาทเพียงเสี้ยววินาที ทุกคนต้องหมอบราบลงอีก

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ทุกคนใจหายวาบ เพราะแหล่งที่มาของเสียงคราวนี้มาจากเนิน 418 ด้านที่พวกลาดตระเวนเตรียมถอนตัวไปนั่นเอง ปืน 12.7 มม.เปิดฉากการยิงนำมาก่อน เหมือนจะเป็นการชี้เป้าให้ แล้วเสียง ปรส.ซึ่งน่าจะเป็น ปรส.76 มม.เหมือนกันยิงตามมาทันที

กลุ่มกระสุนที่เข้าเป้าด้านเสือขาวนั้น กลุ่มกระสุน 12.7 มม.เข้าเป้าพอดิบพอดีอย่างเหมาะเหม็ง แต่กระสุน ปรส.ตกต่ำไป 50 เมตร เชื่อได้เลยว่าอีกไม่กี่วินาทีขข้างหน้านี้ ไอ้ ปรส.กระบอกนี้ต้องยิงมาอีก เพราะมันกำลังปรับการยิง และแล้วทุกอย่างก็เป็นความจริง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

กระสุน ปรส.76 มม.จากเนิน 418 ตามมาทันที จุดระเบิดของกระสุนสูงขึ้นมาอีกประมาน 30 เมตร เหลืออีกไม่เกิน 20 เมตรจะเข้าจุดศูนย์กลางของกลุ่มเสือขาว พวกลาดตระเวนชุดทางเสือขาวเกือบ 30 คน วิ่งกันวิ่งหัวซุกหัวซุนหาที่กำบัง ซึ่งมีไม่มากนัก ทางด้านนั้น

เป็นไปได้หรือไม่ พวกมันต้องมีกล้องส่องสองตาช่วยในการปรับการยิง

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

เหมือนพี่กับน้องที่ปืนกล 12.7 มม.กับ ปรส.76 จากเนิน 418 ยิงเข้าหาด้านของเสือขาว

“โอ๊ยย...ผู้หมวด”
“โอ๊ยย...ผู้หมวด”

เสียงคนร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงคนล้มกลิ้งดังสับสนไปหมด แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร

สถานะการณ์ตอนนี้ไม่ต้องอธิบาย พวกลาดตระเวนรู้ได้เองว่า พวกตนถูกฝ่าย ผกค.ล้อมไว้แล้ว อาวุธยาวยิงมาจาก 3 จุดเหมือนตราเบนซ์ในระยะห่างไม่เกิน 1,000 เมตร มันเป็นระยะหวังผลของมันทั้งสิ้น แต่มันไกลเกินระยะของ เอ็ม.16 และ เอชเค.33 ของฝ่ายลาดตระเวน ซึ่งฝ่ายลาดตระเวนไม่มีทางตอบโต้ได้เลย การต่อกรกับไอ้พวก ผกค.มาตั้งแต่เช้าจนบ่ายแล้วก็จนจะค่ำอยู่แล้ว ทางฝ่ายลาดตระเวนไม่ได้มีการยิงตอบโต้ไปเลยแม้แต่นัดเดียว

หลังจากการยิงนัดสุดท้ายจาก ปรส.ทางด้านเนิน 418 แล้ว การยิงของฝ่าย ผกค.ก็เงียบลงอีกโดยไม่ทราบเหตุผล เหมือนจะทิ้งให้เป็นปริศาให้ขบคิดงั้นแหละ ฝ่ายลาดตระเวนไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่านั่นเป็นยุทธวิธีของไอ้พวก ผกค.มัน คนเจ็บและคนตายเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นในช่วงว่างการยิงแบบนี้ ผลของมันในตอนนี้คือ ขวัญของศัตรูจะลดลง การรบจะขาดประสิทธิภาพพร้อมๆกันนั้น ฝ่ายโจมตีได้มีโอกาสพักผ่อนแอนคลายอารมณ์ได้อีกด้วย

“น่ากลัวเสร็จมันแน่โว้ยคราวนี้”

เสือดำพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้หรอกว่าจ่ามานะที่อยู่ใกล้นั้นแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว เสียงกระสุนทุกนัดเสียงระเบิดทุกครั้งที่ไอ้ ผกค.มันประเคนมาให้มันหมายถึงชีวิตและร่างกายของลูกน้องทุกครั้งไป

และแล้วก่อนที่ทุกคนจะคาดคิดถึง

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
ฯลฯ

ทั้งปืนกล 12.7 มม. ทั้ง ปรส.76 มม. จากทั้ง 3 มุม 3 ด้านของเนินระดมยิงมาพร้อมๆกัน ต่อเป้าหมายด้านหน้าของใครของมัน เป็นการรวมอำนาจการยิงที่ทางฝ่ายเราเคยใช้เสมอๆนั่นเอง กลุ่มกระสุนตกแต่ละนัดไม่ได้ออกจากเป้าหมายเลย เสียงระเบิดของ ปรส.เสียงกระทบของกระสุน 12.7 มม. ดังกลบเสียงร้องเสียงล้มของพวกลาดตระเวนหมดสิ้น ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือได้เลย เชื่อเหลือเกินว่าการสูญเสียครั้งนี้การตายต้องไม่น้อยกว่า 10 บาดเจ็บคงมากกว่านั้น

“ผู้กองครับ เสือขาวตายแล้วครับ”

ทั้งเสือดำและเสือเหลือง และทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างใจหายวาบไปตามๆกันต่อเสียงรายงานนั้น

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ฝ่ายลาดตระเวนกำลังผสมระหว่างทหารกับตชด. ต้องสูญเสียเสือใหญ่และเสือขาว เป็น รตท.ทั้งคู่ รวมทั้งกำลังพลที่เป็นนายสิบอีกกว่าครึ่ง จากกำลังครั้งแรก 48 คน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 20 คน เสือดำกำลังครุ่นคิดอย่างหนักต่อการแก้สถานการณ์ในตอนนี้ การดำเนินกลยุทธ์ที่จะตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามจะกระทำไม่ได้เลยหรือ

ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของเสือดำ ก้มสายตาดูเวลาที่ข้อมือเป็นเวลาเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว เครื่องบินโจมตียังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่มาหลังจากที่หายไปเกือบ 2 ชั่วโมง เสือดำสั่งการทันที
“พวกเราถอยลงไปที่ตีนเนิน กระจายกำลังออกไป เอาคนเจ็บลงไปด้วย ศพคนตายปล่อยไว้ก่อน พร้อมแล้วลงไปได้เลย”

ไม่มีการสั่งซ้ำสอง กำลังพวกลาดตระเวนชาร์จออกจากที่กำบังเข้าหาพรรคพวกที่บาดเจ็บ จัดการหิ้วปีกบ้าง ประคองบ้าง ตามแต่จะทำได้ในสภาพของคนเจ็บ ก้าวขาออกเดินอย่างเร็วลงสู่ตีนเนินด้านหน้าของตนเองทันที บ่อยครั้งที่คนเจ็บซึ่งหมดกำลังจะช่วยตนเองได้ ต้องดึงคนที่ช่วยประคองให้ล้มลง หกล้มหกลุกคลุกคลานกันไป คนเจ็บที่เจ็บอยู่แล้วก็ต้องเจ็บเพิ่มขึ้นอีก บางคนที่เลือดหยุดไหลแล้วต้องก็ต้องมาเลือดออกอีก

การเคลื่อนไหวของฝ่ายลาดตระเวนทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของฝ่าย ผกค.ทั้งสิ้น ศึกนี้ยังไม่จบ การตายจะต้องเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้และทั้งนั้นในการรบกันแล้ว ย่อมไม่มีคำว่าปราณีจากฝ่ายตรงข้าม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 12:03   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19461

คำตอบที่ 13
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 11

สภาพของการเคลื่อนตัวจากยอดเนินลงสู่ตีนเนินของพวกลาดตระเวนมันสุดแสนจะทุลักทุเล คนที่ยังดีอยู่เข้าอุ้มประคองคนเจ็บ อาวุธและกระสุนทั้งจากคนตายแล้ะคนเจ็บ ที่ต้องขนกลับลงมาด้วย มันเป็นวิสัยของนักรบที่จะไมทอดทิ้งอาวุธไว้ในสนามรบ เพราะไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าอาวุธนั้นจะตกอยู่ไปในมือของฝ่ายศัตรูล้วกลับมาสังหารตนหรือไม่

เสือดำยังไม่ได้เคลื่อนตัวออกจากที่เดิม คงกวาดสายตามองบรรดาลูกน้องที่ล่วงหน้าไปก่อน ปืนกว่า 10 กระบอกที่แกรับมาเพื่อที่จะขนย้ายลงไปเอง มันเป็นการเสียสละของผู้นำที่แท้จริง

เสือเหลือง หัวหน้าชุดยศร้อยโท จากฝ่ายที่เหลือเพียงคนเดียว ถูกเรียกทางวิทยุให้มาพบกับเสือดำ ซึ่งแน่นอนเช่นเดียวกัน เสือเหลืองก็ยังไม่ได้ถอนตัวออกไปก่อน แต่ยังคงช่วยเหลือและสั่งการให้ลูกน้องถอยลงไปก่อนจนกระทั่งเรียบร้อย จึงมาสมทบกับเสือดำตามคำสั่ง

“เหลือมึงกับกูแล้วนะ ไอ้เสือเหลือง ที่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ตอไปเป็นเสือหรือเป็นหมา”

เสือดำพูดก่อนเป็นการทักทายเสือเหลือง

“ถ้าจะเป็นหมาก็หมาจนตรอกนั่นแหละพี่”

เป็นคำตอบจากเสือเหลือง ผู้ที่อ่อนอาวุโสกว่าทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เสือเหลืองตอบในขณะที่เดินเตร่ตรวจร่องรอยภูมิประเทศในเขตของเสือดำ ภาพคนตายกับรอยเลือดมันร้างความเจ็บแปลบให้กับตนอีกครั้งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากภาพทางเขตของตน

“พี่กะแผนการยังไงต่อไปครับ”

เสือเหลืองถามในขณะที่เสือดำกำลังใช้เชือกเดินป่ามัดปืนทั้งเอ็ม.16 และเอชเค.33 ให้เป็นพวงเดียวกันเพื่อที่จะลากลงไปข้างล่าง ทั้งนี้วิธีการแบบนี้มันคงจะง่ายกว่าที่จะแบกไปทั้ง 10 กว่ากระบอกนั้น

“เรียกพวกเรามารวมกันทั้งหมด รอเวลาแล้วหาทางเจาะแนวของมันเล็ดลอดออกไปให้ได้”

“แล้วเครื่องบินล่ะพี่”

“พี่ว่าจะรอเครื่องบินก่อน บางทีอาจจะมีทางออกทางอื่นที่ดีกว่าก็ได้”

“คนเจ็บล่ะพี่”

“นี่คือปัญหาใหญ่ที่พี่ยังคิดไม่ออก ถ้าทุกคนไม่เจ็บไม่พิการก็คงไม่มีปัญหา... พวกเราลงไปเถอะ”

เสือดำออกเดินนำหน้าทันที ด้วยการตัดตรงลงสู่ตีนเนิน ปืนที่ไร้เจ้าของถูกลากไปกับพื้นเหมือนคนเดินจูงหมาจูงแมว โดยมีเสือเหลืองเดินตามไปทางด้านหลัง

และแล้วทั้งสองคน หรือจะรวมทั้งกำลังพลทั้งหมดก็ต้องหมอบราบอีกครั้ง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

กระสุน ปรส.76 ยิงตรงมายังจุดของเสือดำกับเสือเหลือง กระสุนระเบิดห่างไปทางขวาเล็กน้อย ทั้งสองคนปลอดภัย ปืนกล 12.7 มม. ปล่อยกระสุนออกมาอีกหลายต่อหลายชุดที่เป้าหมายเดียวกัน

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

กระสุนปืนกล 12.7 จากทางด้านเสือเหลืองระดมยิงมาอีกจากแนวเดิมลงไปทางตีนเนิน ยังไม่รู้ว่าใครอีกที่ต้องมาจบชีวิตหรือบาดเจ็บพิการต่อการยิงชุดนี้

“พวกมันเห็นการถอนตัวของพวกเราแล้ว ไป..ไอ้เสือเหลือง เราช้าไม่ได้แล้ว”

เสือดำออกวิ่งนำทันที ลากพวงปืนตามลงไปอย่างไม่ปราณีปราศัย เสือเหลืองแยกตัวไปทางขวาเล็กน้อยแล้วออกชาร์จเช่นกัน

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ปืนกล 12.7 มม. กระบอกเดิมระดมยิงมาที่ร่างของคนทั้งสองอีก 2 ชุด คราวนี้ไม่มีการหยุดหมอบอีก ระยะยิงกว่า 800 เมตรต่อเป้าหมายเคลื่อนที่แบบน้ ถ้าไม่ดวงตกไม่ซวยจริงๆคงรอดได้

พร้อมกันนั้น เสียงปืนจากอีก 2 จุดต่างระดมยิงออกมาเช่นกัน ทั้งไอ้ปืนกล 12.7 มม. และไอ้ ปรส.76 การถอนตัวครั้งนี้ ไอ้พวก ผกค.มันรู้หมดแล้ว เชื่อแน่ว่ากลยุทธ์ของมันจะต้องเปลี่ยนแปลงต่อการล้อมกรอบในครั้งนี้ เสือเหลืองกับเสือดำตามลงมาสมทบกับพรรคพวกได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางการระดมยิงของฝ่ายศัตรู

เสียงเครื่องบิลแอล.19 ดังแว่วมาแต่ไกล เสือดำสั่งขึ้นวิทยุทันที ในใจกำลังคิดวิธีการที่จะให้กำลังทางอากาศเข้ามาช่วยเหลือพวกลาดตระเวนด้วยวิธีการใดดี คนเจ็บกับศพคนตายคือปัญหาใหญ่ขณะนี้ จนกระทั่งเครื่องบินตรวจการณ์ลำนั้นบินมาอยู่เหนือหัว

“เสือดำจากเหยี่ยดำ”
“เสือดำจากเหยี่ยวดำ”

วิทยุจากเครื่องบินเป็นฝ่ายเรียกลงมาก่อน เพราะทราบพิกัดที่ตั้งชุดลาดตระเวณอยู่แล้ว

“จากเสือดำเปลี่ยน”

“โอเค เสือดำ ชัดเจนดี สภาพเป็นยังไงบ้างตอนนี้น่ะ”

นักบินพูดลงมาด้วยอารมณ์แจ่มใส

“มึงอย่ามาพูดดีไอ้เหยี่ยวเปรต พวกกูตายกันจะหมดแล้ว พวกมึงมัวไปทำอะไรกันอยู่วะ ไม่ได้สนใจจะช่วยกันเลยนี่หว่า”

เสือดำไม่ได้สนใจว่านักบินคนนั้นจะเป็นใคร รู้แต่ว่าเป็น ทบ.หรือ ตร. ความเจ็บใจทำให้ต้องด่าออกไปก่อน ดูเหมือนในใจนั้นอยากจะด่าให้มันเจ็บยิ่งกว่านั้นเสียด้วยซ้ำไป

“ใจเย็นน่ะ ไอ้เสือ”

“เย็นห่าอะไรล่ะ มึงลงมาดูซิว่าคนของกูตายไปเท่าไหร่แล้ว ไอ้ห่า เล่นบินมาช่วย พอช่วยไม่สำเร็จแล้วหายหัวกันไปหมด อีแบบนี้มันเจตนาทิ้งกันนี่หว่า”
เสือดำด่าออกไปอีก

“เฮ้ยเสือดำ เรื่องนี้เหยี่ยวดำไม่รู้เรื่องเลยนะ”

“ไม่รู้ไดไงวะ ก็ไอ้โอวี.10 ที่เอาจรวดมาถล่มน่ะมันก็ทบ.เหมือนกันนี่หว่า แล้วมึงจะบอกไม่รู้ได้ไงวะ... เอางี้สิวะ มึงบินต่ำลงมาอีกซัก 1,000 สิวะ กะให้สูงจากพื้นซัก 800 ได้ไหมล่ะ”

“ทำไมหรือ มันมีอะไรข้างล่าง”

“เออน่า...ลงมาแล้วมึงจะรู้เอง”

เสือดำพูดตอบไปด้วยความคับแค้นใจ และดูเหมือนคำพูดทุกคำจะสะใจพวกลาดตระเวนที่อยู่ใกล้ๆนั้นทุกคน

“ไม่เอาโว้ยเสือดำ เขาสั่งให้ผมมารับข่าว เสือดำมีข่าวอะไรส่งมาเลย เดี๋ยวผมจะรีบไป น้ำมันมีน้อยน่ะ”

“โอเค ไอ้เหยี่ยว มึงเอาข่าวไปเลย กำลังพวกลาดตระเวนถูกล้อมยิงมาตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ จากกำลัง ผกค.รอบทิศ ยังประมาณกำลังคนของมันไม่ได้ ไอ้ ผกค.ใช้ปืนกล 12.7 มม. กับ ปรส.76 อบ่างละ 3 กระบอก กำลังฝ่ายเราตอนนี้ตายแล้ว 15 บาดเจ็บเกือบ 20 ไม่สามารถโต้ตอบพวกมันได้เลย เพราะระยะยิงไกลเกินไป กำลังพลตอนนี้ ถอนจากยอดเนิน ลงมาอยู่ตีนเนินหมดแล้ว เหลือแค่ 10 กว่าคน กะว่าจะตีแหวกวงล้อมออกไป ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า เอาอีกไหมข่าวน่ะ ยังมีอีกเยอะ”

เสือดำรายงานข่าวยาวยืด ไม่รู้เหมือนกันว่าฝ่ายเหยี่ยวดำจะบันทึกทันหรือไม่

“โอเคเสือดำ จะรายงานให้ บก.ทราบเดี๋ยวนี้เลย ไงๆคืนนี้ผมจะกลับมาส่งข่าวให้พวกเราได้ทราบกันอีก โอเคมั้ย เสือดำ ว่าแต่ว่า ไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นอีกหรือ”

“ไม่เอาโว้ย นอกจากมาเอาคนเจ็บกับศพคนตายออกไปเท่านั้น กูไม่เชื่อแม่งใครอีกแล้ว”

“โอเคเสือดำ โชคดีนะ”

เสียงหัวเราะของนักบินแว่วมาในวิทยุให้ได้ยิน ดูเป็นเรื่องปกติที่นักบินมักจะโดนพวกทางพื้นดินด่า ความจริงแล้วไม่ใช่ความผิดของนักบินโดยตรง เพราะถึงอย่างไรเสีย นักบินก็ยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งจาก บก.อยู่ดี แต่นักบินกลับต้องมารับคำด่าแทนคนที่อยู่ บก.เสียเอง จนกระทั่งนักบินทั้งหลายต่างถือเป็นของธรรมดากันหมดแล้ว

เหยี่ยวดำบินจากไปแล้ว เสือดำไม่รีรออันใดอีก ออกคำสั่งให้กำลังพลทั้งหมดมารวมกันทันที เพราะไม่รู้ว่าจะมีการช่วยเหลือหรือสนับสนุนอะไรจาก บก.ภายคืนนี้ แต่ที่แน่ที่สุดคือหากอยู่ที่เนินนี้ต่อไปจนถึงวันรุ่งขึ้น มีหวังตายกันหมดแน่

เวลาเกือบบ 3 ทุ่มของค่ำคืนวันนั้น กำลังส่วนที่เหลือทั้งคนดีทั้งคนเจ็บ ทยอยมารวมกันที่จุดตามคำสั่งของเสือดำ คนที่เจ็บหนักเสือดำสั่งให้มอร์ฟีนเพื่อระงับความปวดทันที พร้อมกับสั่งการตามแผนการแหวกวงล้อม

“กำลัง 6 คนไปกับกู เป็นส่วนหน้าที่จะเจาะแหวกวงล้อม กำลัง 3 คนกับจ่ามานะระวัง้าย เอาวิทยุไปด้วย เสือเหลืองกับคนที่เลหืออยู่ส่วนกลาง ช่วยเหลือคนเจ็บ กำลังทั้งหมดเอาแต่อาวุธกระสุน เครื่องสนามถอดทิ้งหมด เพื่อความคล่องตัว ใครยังไม่พร้อม”

ไม่มีคำตอบจากทุกคน แสดงว่าพร้อม เสือดำมองไปทางทิศข้างหน้า ร่องเขาเกือบที่จะราบเรียบเพราะไม่มีต้นไม้อใหญ่ให้เป็นที่หมายตาไว้เป็นแนวถอนตัว เสือดำออกเดินนำทันที โดยมีกำลังอีก 5 ตยเดินตามแบบแถวตอนเรียงหนึ่ง ระยะห่างกันประมาณ 5-10 ก้าว การเคลื่อนตัวเป็นไปอย่างช้าๆ เดินไป 2-3 ก้าวก็ต้องหยุดย่อตัวลงฟังเสียงและสังเกตุการณ์ เดือนที่มืดสนิทชนิดไม่รู้ว่าแรมกี่ค่ำ คงอาศัยได้แต่แสงดาวเท่านั้น ที่ช่วยส่งทางในยามนี้

ยังไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไรต่อไป จากจุดเดิมที่ส่วนระวังหน้าเคลื่อนตัวไปเป็นระยะเกือบ 300 เมตร พื้นที่ตอนนั้นเป็นลานโล่ง ดูเงียบสงบและร่มรื่น พวกลาดตระเวนเองก็พยายามจะมองลอดลงไปในความมืดเพื่อให้เห็นถึงอันตรายที่จะมีให้ได้ สิ่งที่ผิดปกติตอนนี้ก็คือ ไม่น่าเชื่อว่า การแหวกวงล้อมในครั้งนี้จะไม่มีอุปสรรคใดๆเลย ...และแล้วในวินาทีนั้นเอง

“แชะ... ฟลุ่บ!...”

เสียงแชะเหมือนกระเดื่องระเบิดชนิดใดชนิดหนึ่งดังขึ้น หลังจากนั้นไม่เกิน 3 วินาที แสงสว่างพลันส่องจ้าขึ้นทั่วบริเวณ

“พลุสะดุด! ทุกคนเข้าที่กำบัง”

เสือดำตะโกนสั่งลั่นป่า เสียงคนล้มดังคลึ่กคลั่กทั่วบริเวณ คนเจ็บต้องร้องออกมาเพราะเจ็บที่ต้องล้มหมอบอย่างเร็ว

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียงปืนกล 12.7 มม. 2 กระบอกจากทางด้านเสือดำกับเสือเหลืองเดิม ระดมยิงเข้าสู่บริเวณพลุสะดุดลูกนั้น กระสุนตกกระจายทั่วไปหมด เพราะเป็นเจตนาของคนยิงที่พยายามส่ายลำกลิ้งต่อเป้าหมายที่มีบริเวณกว้างแบบนั้น

ปืนกลทั้ง 2 กระบอกปล่อยกระสุนออกมาชนิดไม่มีการอั้นกันเลย สายละ 100 นัด คงปล่อยหมดทั้ง 100 นัด

ยังไม่รู้ว่าคราวนี้ พวกลาดตระเวนตายหรือเจ็บกันอีกกี่คน

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ขณะที่ยังไม่สิ้นเสียง 12.7 ดี ไอ้ปรส.คงจะเพิ่งจัดทิศเล็งเสร็จ ระดมเข้าใส่ทั้ง 3 กระบอกทันที แล้วก็ไม่ใช่กระบอกละนัดหรือ 2 นัด ทุกกระบอกต่างระดมยิงออกไปโดยมีแสงแฟลร์ลูกนั้นเป็นจุดช่วยเล็ง ก็ไม่ได้เล็งไปที่แฟลร์โดยตรง แต่ยิงให้กระสุนมันตกครอบคลุมทั่วบริเวณให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

กรณีเป้าหมายแบบนี้ ใครก็ต้องยิงแบบนี้เหมือนกันทุกคนนั่นแหละ ต่างกันเพียงแต่โอกาสจะเป็นของใครเท่านั้นเอง

ประมาน 20 นาทีแสงแฟลร์หมดลง สายตาของทุกคนมืดสนิทกว่าเดิม เพราะแสงแฟลร์ประทะกับสายตาเหมือนแสงแฟลตถ่ายรูป กระสุนทั้ง 12.7 ทั้ง ปรส.76 ระดมยิงมามิได้หยุดหย่อน เศษหิน เศาดินปลิวว่อน กลิ่นควันดินปืนกับกลิ่นเลือดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก หูอื้อ ตาลายจนมองอะไรต่ออะไรไม่ออก

ใครตายใครเจ็บไมมีใครรู้ มันเป็นสภาพแบบตัวใครตัวมัน ดวงใครที่ดีและแข็งจริงๆเท่านั้นที่มีสิทธิ์รอดชีวิต



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 12:16   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19462

คำตอบที่ 14
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 12

แฟลร์สะดุดลูกนั้นมอดดับไปแล้ว ชุดลาดตระเวนหน้าที่ทำหน้าที่เป็นปลายหอกบุกเบิกให้กำลังส่วนใหญ่ที่บาดเจ็บได้เดินตาม ต่างเงยหน้าขึ้น แล้วหลับตานิ่งก้มหน้าลงดินเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดอีกครั้ง แม้จะเป็นเวลาที่อยู่ท่ามกลางห่ากระสุนของศัตรู แต่บรรดานักรบคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ก็พร้อมจะรุกคืบหน้าต่อไป

การตกเป็นเป้ากระสุนของฝ่าย ผกค.มาตั้งแต่เช้าจนกระทั่ง 3 ทุ่มกว่าแล้วเช่นนี้ ดูจะเป็นความเคยชินของพวกเขาแล้ว ขวัญที่เคยกระเจิง กำลังใจที่เคยหดหู่ต่างกลับคืนมาอีกโดยไม่รู้ตัว บางคนคลานเข้าหาเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ตอนที่โดนกระสุนและระเบิดในตอนหลังนี้อย่างหน้าตาเฉย ไม่มีการหมอบราบนิงเฉยกันเลย

“ผู้กองครับ รุกคืบหน้าต่อครับ”

ไม่รู้ใครที่อยู่ด้านหลังตะโกนออกไป

“โอเค ไปต่อพวกเรา”

เสือดำรับคำแล้วคลานคืบต่อทันที มิใยว่ากลุ่มกระสุนจากฝ่าย ผกค.จะระดมมาตลอดเวลาก็ตาม ชุดลาดตระเวนหน้าออกคลานตามทันที

“บึ๊มม!...”
“โอ๊ยยยยย”
“ฉิบหายแล้ว กับระเบิดนี่หว่า”

เสียงใครไม่รู้ขานออกมา”

“เป็นไงมั่งว่ะ”
เสือดำถาม
“ตายแล้วครับขาดทั้งตัวเลยครับ”

เชื่อว่าเป็นการทับกับระเบิดชนิดเต็มตัวเต็มร่างกันเลย คนตายก็ตายไป คนอยู่เก็บปืนมันมาก่อน ปล่อยศพมันไว้แล้วค่อยแก้ปัญหาทีหลัง นั่นคือคำสั่งของเสือดำ
ชุดลาดตระเวนหน้ารุกคืบต่อไปอีก ไม่มีสิ่งใดที่จะมาขัดขวางได้ ส่วนหลังยังคงตามมาติดๆ แม้จำนวนคนเจ็บคนตายจะเพิ่มขึ้นอีกก็ตาม

“แชะ... ฟลุ่บ!...”

แฟลร์สะดุดลูกที่สองระเบิดตัวขึ้นอีกจากการคลานของพวกลาดตระเวนหน้า ที่ไม่มีทางตรวจการณ์ได้เลย

แน่นอนที่สุด พวกลาดตระเวนทุกคนต้องก้มหน้าหลับตานิ่งเป็นการป้องกันแสงแฟลร์เข้า และที่แน่นอนอีกอย่างคือฉากการระดมยิงปืนกล 12.7 และ ปรส.76 เริ่มส่งมาอีก ทุกอย่างมันเข้าล๊อคกันเป็นอย่างดี เสือดำ เสือเหลืองและคนอื่นๆ ต่างประจักษ์กับตัวเองว่า การตายการเจ็บเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่มีทางใดหลบเลี่ยงอำนาจการยิงจากอาวุธร้ายแรงเหล่านั้นได้เลย โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เป็นที่โล่งและอยู่ต่ำกว่าที่ตั้งปืนของศัตรูเล็กน้อยแบบนี้ ดูไม่ต่างอะไรกับพื้นที่สังหารเท่าใดนัก

การยิงของไอ้ ผกค.คราวนี้ดูเหมือนมันจะใจเย็นและปราณีตมากกว่าเดิม กระสุนแต่ละนัดไม่ได้ห่างจากกลุ่มของพวกลาดตระเวนเลย การยิงของมันทุกครั้งดูจะได้ผลจริง ต้องมีคนเป็นเหยื่อกระสุนทุกครั้งไป ที่ยังปกติอยู่ก็อาจบาดเจ็บหรือตาย และที่บาดเจ็บอยู่แล้วก็พาลตายไปเลย

ไอ้พวก ผกค.มันฉลาดพอ ไอ้ปืนกล 12.7 มม.มันจะยิงเฉพาะตอนที่มีแสงสว่างจากแฟลร์สะดุด แต่ไอ้ปรส.มันจะยิงมาเรื่อยๆ เหมือนจะกะเวลาทุกๆ 10-20 วินาที เหมือนรอโอกาสคนที่หมอบแล้วลุกขึ้นมา การเล็งของ ปรส.มันไม่ยากอะไร ใช้แสงแฟลร์เป็นที่หมายเล็ง แล้วยึดฐานปืนใว้ให้แน่น ใช้ยิงนัดต่อไปได้เรื่อยๆ แม้จะไม่หวังผลการยิงมากนัก แต่ลักษณะเป้าหมายที่เป็นพื้นที่แบบนี้ ทำให้การยิงได้ผลเกินคุ้มจริงๆ หลักการแบบนี้ใครๆก็รู้ พวกเราก็เคยใช้ เพียงแต่ครั้งนี้โอกาสเป็นของไอ้พวก ผกค.เท่านั้นเอง

“เสือเหลือง สำรวจดูพวกเราเหลืออีกเท่าไหร่วะ”

เสือดำตะโกนกลับมาทางด้านหลังที่ห่างออกไปประมาน 50-60 เมตรเท่านั้น

“คนเจ็บตายไปอีก 4 คนดีๆตอนนี้ตายไปอีก 1 ครับพี่”

“แล้วทางด้านหลังล่ะ”

เสือดำหมายถึงจ่ามานะ ซึ่งเป็นส่วนระวังหลัง

“มานะ มีใครเป็นไรหรือเปล่า”

เสือเหลือตะโกนถามไป

“ปลอดภัยครับหมวด”

เสือดำสั่งรุกคืบหน้าไปอีก หลังจากรับทราบรายงานจากทั้งสองส่วนขณะที่เสียงปืนจากทาง ผกค.เงียบลง พวกลาดตระเวนจะฉวยดอกาสรุกคืบหน้าอย่างรวดเร็ว การระมัดระวังเรื่องแฟลร์สะดุดกับไอ้กับระเบิดนั้นเมื่อไม่มีทางระวังได้เพราะความมืด ก็ไม่ต้องระวังกันอีก เรียกว่าเสี่ยงดวงกันเอาเลยทีเดียว ...และแล้ว

“แชะ... ฟลุ่บ!...”
“บึ้มมม...บึ้มมมส์!...”
“บึ้มมม...บึ้มมมส์!...”

แฟลร์สะดุดดังขึ้นก่อนแล้วสว่างตัวขึ้น กับระเบิดแบบแสวงเครื่องอีก 3-4 ลูกระเบิดตัวเองขึ้นมาด้วยเวลาไร่เรี่ยกัน ทุกคนหมอบราบลงกับพื้น

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

คราวนี้ไม่ใช่เสียงปืนกล 12.7 คู่อริเดิม แต่มันเป็นเสียงอาร์ก้า. 47 จำนวนเป็นสิบกระบอกที่ระดมยิงออกมาจากทางสันเนินร่องเขาด้านหน้านั่นเอง ไอ้พวก ผกค.หลายสิบคนดักรออยู่ก่อนแล้วเหมือนกับมันจะรู้ว่าพวกลาดตระเวนจะเล็ดลอดออกช่องนี้แน่

ระยะยังห่างเกือบ 100 เมตร พวกลาดตระเวนยังรอดไปได้ มันน่าจะรอให้พวกลาดตระเวนเข้าใกล้กว่านี้ก่อน แล้วมันจะสามารถสังหารได้ผลมากกว่าที่เป็นขณะนี้ แสดงว่ามันไม่ต้องการจะต่อกรแบบระยะประชิด หรือไม่ก็ไม่ต้องการให้ฝ่ายลาดตระเวนตอบโต้ แต่ต้องการให้พวกลาดตระเวนถอยหลังกลับนั่นเอง

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ทางด้น ผกค.ที่ดักหน้าอยู่ระดมยิงมาอีก กระสุนหลายต่อหลายนัดเฉียดไหล่พวกลาดตระเวนไปจนรู้สึกร้อนฉ่าพื้นที่โล่งที่อยู่ต่ำกว่า ทำให้พวกลาดตระเวนเสียเปรียบทุกประตู

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ทางด้านพวกลาดตระเวนหลับหูหลับตายิงตอบโต้ออกไปบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ผลอะไรมากนัก เพราะเสียงปืนจากทางด้าน ผกค.สมารถยิงสวนกลับมาได้ในทันทีทันใด

“เอาไอ้ปืนโตมาทีสิวะ”

เสียงเสือดำสั่งการมาทางด้านหลัง

“กรั้มม...กรั้มมม!...”
“กรั้มม...กรั้มมม!...”
“กรั้มม...กรั้มมม!...”

เอ็ม.79 ไอ้ปืนโตหลายต่อหลายกระบอกจากส่วนหลัง จากแรงของคนที่จะยิงได้ ระดมยิงออกไปอย่างไม่ยั้งมือ แม้ว่าการเล็งจะทำได้เพียงโดยประมาณก็ตาม มันเหมือนกับการอัดอั้นมานาน รบกันจนพวกตัวเองตายเกือบหมดแล้ว เพิ่งมีโอกาสได้ยิงใส่ศัตรูก็เลยปล่อยเสียแบบไม่อั้นกันเลยทีเดียว เสียงปืนจากทางด้าน ผกค.เงียบลงเพียงชั่วอึดใจแล้วกลับระดมยิงออกมาใหม่อีก แสดงว่าพวกมันมีการเข้าหาที่กำบังกันใหม่เหมือนกัน

เสือเหลืองรุกคืบหน้าเข้าหาเสือดำทันที คงปล่อยให้ไอ้พวกปืนโตระดมยิงออกไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าในขณะที่ไอ้ปืนโตกระหน่ำยิงอยู่แบบนี้ มันคงไม่กล้ารุกเข้ามาแน่

“พี่จะแหกมันออกไปได้หรือครับ”

เสือเหลืองถามขึ้นเมื่อไปถึง ในขณะที่เสือดำจ้องมองปะกายระเบิดจากหัวกระสุนขนาด 40 มม.ของไอ้ปืนโตเหล่านั้น

“น่ากลัวจะยากซะแล้วว่ะ พวกมันรู้ว่าเราจะออกทางนี้”

เสียงของเสือดำค่อยลงผิดปกติ

“ผมว่าเราถอยกลับไป แล้วหาที่กำบังดีๆ รอให้พวกเรามาช่วยไม่ดีกว่าหรือพี่”

“นั่นเป็นอีกวิธีที่พี่กำลังคิดอยู่”

“จำนวนคนของเราน้อยกว่าพวกมันนะพี่”

“ถ้าเราใช้วิธีรุกเงียบเข้าถึงตัวมันล่ะ”

เสือดำหันมาถามความคิดเห็นจากเสือเหลือง

“ผมว่ามันจะเป็นเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟสิพี่ แล้วเราไม่ชำนาญภูมิประเทศด้วย”

เหตุผลของเสือเหลืองดูจะถูกต้อง

“โอเค ถอยก็ถอย”

เสือดำพูดแล้วย้อนมองกลับหลังฝ่าออกไปในความมืด

“ปักหลักตรงใหนดีล่ะ”

“ยอดเนินอันเก่าเป็นไงพี่ นังไงๆ จะได้ใช้เป็นจุดปรับให้เครื่องบินได้ ถ้าเผื่อพรุ่งนี้มีเครื่องบินมาอีก”

“แล้วไอ้เนินนั่นไม่ใช่ไอ้พวกนั้นมันเข้ายึดแล้วนะ...”

เสือดำมองกลับไปทางยอดเนินเดิมอีกครั้ง แล้วรู้สึกสะท้อนใจ ความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก้าวขาออกเดินอย่างเต็มสง่า ไม่สนใจที่จะหมอบหลบกระสุนของไอ้ ผกค.อีกต่อไป

“ผู้กองครับ ช่วยผมด้วยครับ”

“ผู้กองครับแหกไปให้ได้ครับ ไม่ต้องห่วงพวกผมหรอกครับ”

“ผู้กองครับ ปล่อยพวกผมใว้ที่นี่แหละครับ ผู้กองพาพวกที่ยังดีอยู่รุกต่อไปเถอะครับ พวกผมคงไม่รอดหรอกครับ”

“ผู้กองครับ ขาผมขาดหมดแล้วครับ”

“ผู้กองครับ ผมกำลังจะตายครับ”

เสือดำกับเสือเหลืองเดินตรวจลูกน้องที่บาดเจ็บจนครบทุกคน คำพูดแต่ละคำจากปากของแต่ละคน เมื่อได้ยินแล้วมันสุดที่จะบรรยายความรู้สึกออกมาได้ ความสงสารและความเสียใจมันประดังเกิดขึ้น จนมากมายก่ายกอง จนไม่มีสิ่งใดจะมาลบล้างหรือทดแทนได้

“ใจเย็นๆใว้พวกเรา ผู้กองจะไม่มีวันทิ้งพวกเราอย่างเด็ดขาด จะขออยู่ร่วมกับพวกเราจนลมหายใจสุดท้าย ...กูขอสาบาน”

ตอนท้ายประโยค เสือดำเน้นออกมาค่อนข้างแรง เพราะมันเป็นคำพูดที่ทะลักออกมาจากหัวใจของผุ้นำอย่างแท้จริง

“มานะ นำทางพวกเรากลับไปที่ยอดเนินเดิม แล้วค่อยเริ่มปรับแผนการกันใหม่”

การถอนตัวกลับเป็นไปอย่างปลอดภัย แต่ความทุลักทุเลของคนเจ็บดูจะมากกว่าเดิม มาได้ประมานครึ่งทางเสียงเครื่องบินดังแว่วมาให้ได้ยินอีก คราวนี้เป็นเสียง ฮ. ดูเหมือนจะไม่ใช่ลำเดียวแต่เป็นถึง 3 ลำ

พวกลาดตระเวนยังคงเดินไปเรื่อยๆ คิดว่าคงไม่มีการต้านทานจากฝ่ายศัตรูอีกแน่ หากมันย้อนมาดักได้อีกก็เห็นจะยอมมันเป็นแน่ จนกระทั่ง ฮ.เข้ามาใกล้บริเวณ

“เสือดำจากศรทอง...”
“เสือดำจากศรทอง...”

เสือดำทราบดีว่า “ศรทอง” ในที่นี้ก็คือ เสธ. (เสนาธิการ) ของกองทัพภาค 2 ส่วนหน้า ใจหนึ่งดีใจที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาด้วยตนเอง แต่อีกใจหนึ่งก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่ปล่อยให้พวกลาดตระเวณตายจนเกือบหมด ดังนั้นจึงไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายอันใดจากเสือดำเลย

“จากเสือดำ เปลี่ยน”

“พวกเราเป็นไงบ้างตอนนี้”

“ตอนนื้ที่เหลืออยู่เป็นปกติไม่ถึง 10 คน บาดเจ็บเกือบ 20 นอกนั้นตายหมดแล้วครับ”

“ที่อยู่ตอนนี้ล่ะ”

“อยู่ที่ตีนเนิน กำลังจะกลับไปที่ยอดเนินเดิม”

“ที่ตั้งอาวุธของพวกมันล่ะ”

“อยู่บนเนิน 418, เนิน 652 กับเนิน 450 วางเป็นสามเหลี่ยม แล้วก็วางกำลังซุ่มอยู่พิกัด 476 510 ประมาน 20-30 คน เปลี่ยน”

“โอเคเสือดำ คืนนี้ให้หาจุดหลบภัยให้ได้ก่อน แล้วฝังตัวเงียบใว้ คืนนี้จะส่งคนลง ตอนเช้าคงไปช่วยได้”

“ตามใจเถอะครับ พวกผมไม่หวังอะไรอีกแล้วครับ”

“เออน่า.. อย่าเพิ่งน้อยใจสิวะ มันเป็นของธรรมดา รบกันมันก็ต้องมีบ้างสิว่ะ มีการรบที่ใหนล่ะที่ไม่มีการตาย รบกันบนเตียงยังมีตายนี่หว่า”

“เอาเถอะครับเอาเถอะ ใครจะตายที่ใหนก็เชิญเถอะครับ”

เสือดำพูดด้วยความน้อยใจ แล้วเก็บปากพูดหูฟังทันที ไม่สนใจแม้ว่า ฮ.ทั้ง 3 ลำจะยังคงบินวนเวียนอยู่บนอากาศก็ตามที

“เสือดำ จาก ศรทอง”

“จากเสือดำ”

เสียงจาก ฮ.เรียกมาอีก เสือดำแกล้งปล่อยไว้นานกว่าจะตอบรับ

“ไอ้เสือ หาทางก่อกองไฟบนยอดเนินที่เราอยู่ให้หน่อยสิว่ะ จะให้พวกที่จะส่งลงสังเกตุ”

“ได้ครับ แต่ต้องรออีกประมาน 10 นาที เพราะตอนนี้พวกผมอยู่ที่ตีนเนิน

“โอเค. คอย “

ถ้าทุกคนไม่หูฝาดจนเกินไป จะได้ยินเสียง ฮ.อีกไม่น้อยกว่า 3-4 ลำ บินตามมาสมทบ พวกลาดตระเวนบางคนและแม้แต่คนเจ็บก็มีรอยยิ้มบนใบหน้าขึ้นมาบ้าง

ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที แสงไฟจากยอดเนินก็ปรากฏขึ้นจากไฟฉายขนาด 2 ท่อนที่ปักดินชี้ฟ้า ซึ่งเครื่องบินสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“โอเค. เสือดำ เห็นแล้ว เดี๋ยวจะทิ้งแฟลร์ใส่เนิน 418 นะ ช่วยตรวจให้ด้วยว่าใช่หรือเปล่า”

“ทิ้งได้เลยครับ”

ฮ.ลำนั้นลอยตัวช้าๆ ด้วยความสูงกว่า 5,000 ฟุต โดยไม่มีแสงใดๆ จากเครื่องเลย เวลาอีกไม่กี่วินาทีก็ปรากฏลูกไฟดวงใหญ่ขนาด 100,000 แรงเทียนส่องสว่างกลางท้องฟ้าที่มืดดำนั้น แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงต่ำสู่เนิน 418 พอดี

“ถูกต้องครับ เนิน 418 น่าจะบินต่ำลงมาซัก 1,000 ฟุตนะครับ จะได้ลองลิ้มรสปืนกล 12.7 มันบ้าง”

ไม่มีคำตอบจากศรทอง นอกจากเสียงหัวเราะในลำคอเท่านั้น

“โอเค.นะเสือดำ คืนนี้จะมีเครื่องมาบินให้ทั้งคืน มีอะไรส่งข่าวได้เลย ใจดีๆไว้ไอ้น้องแก้ว”

“ครับ เสธ.ผมจะทำใจดีๆไว้”

เสือดำดูจะเซ็งในสถานการณ์ ไม่สนใจเลยว่าชุดที่จะมาช่วยนั้นเป็นใคร ในใจคิดอยู่แต่ว่า อะไรจะเป็นอะไรก็ปล่อยให้มันเป็นไป



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 12:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19463

คำตอบที่ 15
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 13

วิทยุจากศรทองเงียบหายไป พร้อมกับการจากไปของ ฮ.ลำนั้น แต่เสียงของ ฮ.ไม่ได้หายไปไกลเกินจะได้ยิน มาถึงตอนนี้ หากจับเสียง ฮ.ให้ดีๆ จะรู้ว่า ฮ.ประมาณ 5-6 ลำบินวนเวียนอยู่รอบๆเนินมรณะแห่งนั้น ในรัศมีที่ห่างออกไปไม่เกิน 2 หรือ 3 กม. โดยทีเนิน 418 ที่ใช้พลุที่ส่งจากทางอากาศเป็นจุดศูนย์กลาง แผนการช่วยเหลือพวกลาดตระเวนกำลังดำเนินการกันอย่างรีบเร่งในคืนวันนั้น

ในสถานการณืปกติแล้ว การปฏิบัติการส่งกำลังทางอากาศในเวลากลางคทนมักไม่นิยมกระทำกัน ทั้งนี้เพราะมันเป็นอันตรายต่อเครื่องบินอย่างที่สุด สำหรับความสามารถของนักบินแล้วไม่เป็นปัญหาใดๆทั้งสิ้น ตัวนักบินเองนั้นอยากจะออกปฏิบัติการช่วยเหลือพวกพ้องทุกเวลาทุกวินาที ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือเป็นกลางคืน ทั้งนี้นักบินเองต่างก็ตะหนักดีว่า พวกตนก็คือนักรบคนหนึ่งของกองทัพ ย่อมปราถนาที่จะเคยงบ่าเคียงไหล่กับบรรดาทหารทุกเหล่าและทุกพื้นที่ ขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือขอมีคำสั่งมาถึงพวกตนเท่านั้นแหละ

พวกลาดตระเวนต่างหยุดพักกันที่บริเวนตีนเนินนั่นเอง กะรอสักครู่ถึงจะขึ้นไปบนยอดเนิน อย่างไรเสียตอนนี้ก็มีจ่ามานะ กับลูกน้องอีก 2 คนประจำอยู่บนนั้นแล้ว ตั้งแต่ตอนขึ้นไปส่งสัญญาณให้ศรทอง

ภายใต้เสียง ฮ.ที่ดังอึงมี่อยู่นั้น เสียงวิทยุจากศรทองก็ดังขึ้น

“เสือดำ จาก ศรทอง”
“จากเสือดำ เปลี่ยน”

“ตอนนี้จะส่งคนลงไปช่วยก่อน 5 ชุดนะ แล้วยังไงตอนเช้ามืดจะส่งมาเพิ่มให้อีก 5 ชุด แผนการเข้าตีของพวกที่เข้าไปช่วยจะเริ่มเมื่อสว่าง ถ้ายังไงก็ให้เสือดำประสานในเรื่องของที่ตั้งปืนกลกับ ปรส.ด้วยก็แล้วกัน โอเคมั้ย”

“ไม่โอเคก็ต้องโอเคแหละครับ”
“เออ ถ้างั้นก็โอเคก็แล้วกัน”

ในหัวใจของเสือดำที่ต้องตราประทับเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งของการเป็นนักรบอาชีพของเขา เขาต้องมาพบกับการสูญเสียอย่างมหันต์ ตลอดรยะเวลาของการรบที่ผ่านมาในอดีต และทุกครั้งที่เขาต้องเป็นผู้นำหน่วยออกปฏิบัติการ การสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่มากที่สุด ใครๆจะคิดยังไง ถ้าไม่คิดว่า “เสือดำ” ไม่มีฝีมือในการรบ

ดูเหมือนศรทองเองจะเข้าใจในความรู้สึกของเสือดำ แม้คำตอบแต่ละคำจะประชดประชันและแดกดันสักเพียงใด ศรทองก็ไม่ได้ถือสา

ฮ.จำนวน 5 ลำของกองทัพบก รวมทั้งลำของศรทองด้วยต่างดับไฟในห้องเครื่อง ไม่ปรากฏเล็ดลอดให้เห็นได้จากทางพื้นดินเลย เพราะเกรงอิทธิฤทธ์ของไอ้ปืนกล 12.7 มม. นั่นเอง แต่ละลำไม่ไม่มีโอกาสเลือจุดส่งลงได้ ความชำนาญของนักบินเท่านั้น ที่จะรู้ได้ว่าขณะส่งลงนั้นมันมีความสูงเท่าใด แต่ละลำออกห่างจากจุดศูนย์กลางเนิน 418 ไปลำละ 2-3 กม. เท่าที่จะได้รับความสะดวกของพื้นที่ๆตรวจวิเคราะห์จากแผนที่เท่านั้น

และใน ฮ.ลำของศรทองนั้น พวกล่าสังหารชุดดาวเหนือ คือชุดที่จะต้องเข้าพิชิตรังปืนของไอ้ ผกค.บนเนิน 418 ให้ได้ในทันทีที่พระอาทิตย์ทอแสง การส่งลงของพวกดาวเหนือจึงกระทำกันหลังเนิน 418 ในระยะที่ห่างออกไปเพียง 1 กม. เท่านั้น เหมือนกับจะให้ดาวเหนือเป็นพระเอก จึงต้องเสี่ยงมากกว่าชุดอื่นหน่อยว่างั้นเถอะ แม้ว่าแผนการนี้ดาวเหนือจะไม่ขอรับ แต่ก็ต้องรับเพราะเป็นคำสั่ง

สัญญาณจากนักบินแจ้งมาแล้วว่าให้เตรียมตัวลงได้ จ่ายุทธพงษ์กับไอ้พร จัดการหย่อนเชือกลงทันทีจากทั้ง 2 ข้างของเครื่องในขณะที่เครื่องลอยตัวนิ่งอยู่บนอากาศในความสูงประมาน 30 เมตร

“ลงไปได้แล้ว ไอ้ดาวตก”

ศรทองสั่งการดาวเหนือ ตัวดาวเหนือเองถึงจะถูกเรียกว่าดาวตกก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะชินกับคำพูดล้อเล่นแบบนี้มานานแล้ว เจ้าตัวขยับปืนทีรัดอยู่ด้านหลังให้เข้าที่อีกครั้ง พร้อมกับขยับหมวกปีกแบบของขอทานให้กระชับ แล้วคว้าเชือกด้วยมือทั้ง 2 ข้าง หันหลังออกทางด้านนอกของตัวเครื่อง ถอยหลังด้วยเท้าขวาและซ้ายตามลำดับไปยืนอยู่ที่สกีของ ฮ.ลำนั้น เหลียวมองดูด้านล่างเล็กน้อยแม้จะมองไม่เห็นอะไรเพราะมันมืดมากก็ตาม จัดการคลายมือที่เชือกพอหลวมแล้วดีดตัวไปด้านหลัง พอหลุดออกจากตัวเครื่อง ออกมาใช้ขาขวาตะหวัดให้เชือกพันขา ใช้เท้าขวาเหยียบเชือกลงบนหลังเท้าซ้ายแล้วค่อยๆโรยตัวลงตามเส้นเชือก การลงแบบนี้หากต้องการลงเร็วก็คลายเท้าขวาที่เหยียบเชือกบนหลังเท้าซ้ายนั่น หากเหยียบให้แน่นก็จะเป็นการเบรคให้หยุดหรือช้าลงได้

ดาวเหนือลงไปได้ประมาณครึ่งเชือก ไอ้เล็กลงตามทันที เชือกมันตึงเพราะดาวเหนือยังค้างอยู่ แต่ไอ้เล็กไม่สนใจที่จะเอาเชือกพันขาสำหรับเบรค ขาขวาตะหวัดพันไว้ธรรมดา เพื่อป้องกันลำตัวโยกเท่านั้น แล้วใช้ลำข้อจากแขนปล่อยตัวลงตามลงทันที ดาวเหนือหรือใครก็แล้วแต่ เมื่อไม่รู้ว่าความสูงมันมีเท่าใดแน่ การที่จะปล่อยตัวจากเชือกลงถึงพื้นโดยไม่รู้ความสูงจากเท้าถึงพื้นมันเท่าใดนั้น มีหวังขาหักแน่ ดาวเหนือจึงปล่อยตัวให้ไหลลงไปจนกระทั่งเท้าสัมผัสพื้นแล้วให้สัญญาณคนต่อไป จึงจะออกจากจุดส่งลงได้ ปล่อยให้คนที่ลงลำดับต่อมาคอยช่วยคนต่อๆไปแทน

ใช้เวลาประมาน 1 นาที การส่งลงจากทั้ง 2 ข้างของ ฮ. คน 12 คนก็ลงพื้นเรียบร้อย ฮ.ดึงตัวออกจากจุดส่งลงทันที

“ดาวเหนือ จาก ศรทอง”

“จากดาวเหนือ ครับ”

“เรียบร้อยมั้ยวะ”

“เรียบร้อยครับ”

“เออดี ทำให้สำเร็จนะ งานนี้สำเร็จกูจะปิดซ่องเลี้ยงพวกมึง”

“ไม่เป็นไรครับ เสธ.ไม่ปิดผมปิดเองก็ได้ ชักเบื่อ เสธ.น่ะไม่ค่อยแน่ซักเท่าไหร่เลย”

“เออ เรื่องของกู ดาวเงิน, ดาวทอง, ดาวใต้, ดาวเสาร์, ดาวเกตุ เปลี่ยน”

“จากดาวเงิน ลงเรียบร้อยแล้วเปลี่ยน”

“จากดาวทอง เรียบร้อย เปลี่ยน”

“จากดาวใต้ เรียบร้อยครับ”

“จากดาวเสาร์ เรียบร้อยครับ”

“จากดาวเกตุ ไม่เรียบร้อยครับ”

“โอเค ไอ้ดาวเกตุ มีปัญหาอะไรว่ามาเลย”

“จากดาวเกตุ พบว่ามีแสงไฟฉายจากทางพื้นดิน คาดว่าเป็นที่ตั้งของไอ้พวก ผกค. มันคงฉายไฟค้นหา ฮ.นั่นแหละ เช็คแล้วจุดแสงไฟห่างจากจุดร่อนลงประมาน 500 เมตร ตอนนี้ยังหาจุดลงใหม่ ไม่ได้เลย เปลี่ยน”

นับว่าดวงของดาวเกตุยังดี ไม่งั้นมีหวังทั้งคนทั้ง ฮ.ได้กลับได้กลับบ้านเก่ากันแน่ ศรทองใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว สายตากวาดตรวจบนแผนที่แล้วสั่งการทันที

“ให้ย้ายจุดส่งลงไปที่จุดของดาวใต้ด่วนที่สุด”

ศรทองพิจารณาแล้วว่า จุดของดาวใต้ไกลจากรัศมีของไอ้ ผกค.มากที่สุด หากไอ้ ผกค.จะออกแกะรอยพวกดาวใต้ก็คงจะยังไม่ถึงจุดนั้น และคงจะยังเหลือเวลาให้ชุดดาวเกตุลงได้อีก
แผนการย้ายจุดร่อนลงตามความคิดของศรทอง กระทำได้อย่างเรียบร้อยภายใน 1-2 นาทีต่อมา

“โอเค ไอ้พวกดาวทั้งหลาย ขอให้โชคดีทุกคน พบกันใหม่ตามแผนแสตนด์-บาย”

ศรทองบินจากไปแล้ว คำว่าพบกันตามแผนก็คือ จะมีเครื่องบินตรวจการณ์มาบินอยู่เหนือบริเวณเป็นห้วงๆ ระยะเวลาตลอดทั้งคืน เพื่อคอยรับรายงานการเคลื่อนไหวของปฏิบัติการในครั้งนี้

แผนการปฏิบัติการในครั้งนี้ ทางกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้าใช้หน่วยล่าสังหารทั้งสิ้น จำนวน 5 ชุดที่มีอยู่ภายใต้รหัส “ดาว” ทั้งหมด โดยมีชุดดาวเหนือเป็นหัวหน้าชุดและเป็นหัวหอก ที่จะต้องเข้ายึดเนิน 418 ให้ได้ก่อน เพื่อเป็นบันไดทอดสู่เนินลูกอื่นต่อไป นอกจากนั้นได้เตรียมกำลังหนุนไว้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคิดว่ามากพอที่จะเข้าสนับสนุนได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้และทั้งนั้นตามแผนแล้ว จะต้องเข้าช่วยเหลือพวกลาดตระเวนก่อนแล้วจัดการบดขยี้ไอ้ ผกค.ชุดนี้ให้สิ้นซากให้ได้ และแผนการขั้นต่อไปคือใช้กำลังชุดล่าสังหารชุดใดชุดหนึ่งหรือ 2 ชุด ทำการพิสูจน์ทราบที่ตั้ง บก. ของ ผกค. ในเขตภูค้อและภูยอดหญ้าต่อไป

ชุดล่าสังหารส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติการแบบชุดเล็กๆ ชอบการปฏิบัติการแบบแยกปฏิบัติโดยอิสระไม่ชอบที่จะปฏิบัติการร่วมกับหน่วยทหารขนาดใหญ่ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกล่าสังหารทุกดูจะเต็มใจทำงานเป็นที่สุด เพราะเป็นงานที่ตนถนัดและชอบอยู่แล้ว

ความสามารถของแต่ละชุดแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเล็ดลอดการเข้าประชิดถึงตัว การแทรกซึม การดำรงชีพในป่า การรู้ถึงยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้าม และแม้แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พวกล่าสังหารทุกชุดดูจะมีประสบการณ์อย่างโชกโชน

ทันทีที่ถูกส่งลงถึงพื้น ทุกชุดทำการระวังป้องกันรอบตัวเองก่อน แล้วหัวหน้าชุดจะเป็นผู้กำหนดทิศทางและวิธีการเข้าสู่เป้าหมายทันที

ทางชุดของดาวเหนือก็เช่นกัน หลังจากกระจายกำลังเป็นวงกลมรอบจุดส่งลง วางตัวเงียบสังเกตการณ์เคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากภูมิประเทศประมาน 10-15 นาทีแล้ว ดาวเหนือจึงเรียกหากำลังทั้งหมดทันที แผนที่ถูกกางออกคู่กับเข็มทิศ ไฟฉายที่พรางแสงแล้ว ช่วยได้พอประมาณในการอ่านแผนที่ ดาวเหนืออธิบายลักษณะภูมิประเทศให้ทุกคนเข้าใจตามแผนที่ได้วางไว้ก่อนแล้ว

“พวกเราจะแบ่งกำลังเป็น 2 ส่วน ส่วนของพี่จะออกทางซ้าย ส่วนของยุทธพงษ์ออกทางขวา ใช้เส้นทางกลางไหล่เขาเป็นทางเดินจนถึงขอบสันเขาจึงค่อยตัดขึ้นยอดเนิน การขึ้นยอดเนินกำหนดเวลาตี 5 ครึ่ง การปะทะให้ใช้เสียงปืนตอบโต้เป็นสัญญาณจุดนัดพบใช้จุดร่อนลงของเราตรงนี้ โอเคมั้ย”

กำลังพลทั้งหมดรับทราบและเข้าใจ การกำหนดนัดพบก็คือหากการปะทะนั้นสู้กำลังของฝ่าย ผกค.ไม่ได้ ก็ให้เล็ดลอดกลับมาที่เดิม เพื่อรวมกำลังกันแก้ไขสถานการณ์กันใหม่ต่อไป

อุปกรณ์ทุกชนิดที่ไม่จำเป็นในการปะทะถูกซุกซ่อนไว้ในพงไม้ใกล้ๆบริเวณนั้น เพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ แล้วกำลังชุดดาวเหนือก็แยกกันตามแผน ไม่มีลังเลหรือกังวลใดๆ ความเร็วและเงียบที่เปรียบเหมือนเงาปีศาจเป็นคุณสมบัติของพวกล่าสังหารอยู่แล้ว ขบวนการเคลื่อนย้ายเป็นแบบหน้า 3 คน หลัง 3 คน ห่างกันประมาน 20 เมตร แต่ละคนห่างกันประมาณ 10 เมตร ทั่วบริเวณบนสันภูมีแต่ไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมสลับด้วยกอรวกที่ระเกะระกะห่างกันพอจะใช้เป็นที่กำบังได้ บ่อยครั้งที่ขบวนเดินต้องหยุดชะงักลง มองซ้ายมองขวาเมื่อสงสัยต่อสิ่งผิดปกติ พวกล่าสังหารรู้ดีว่า ไอ้พวก ผกค. นั้นมันรู้ตัวแล้วว่ามีการเสริมกำลังของฝ่ายทหาร การปะทะใหญ่ต้องเกิดขึ้น และมันก็คงกำลังคิดอยู่ว่า ฝ่ายที่มาช่วยจะทำอย่างไรกับพวกมัน การส่งลงโดย ฮ.พร้อมๆกัน เสียง ฮ.ที่สะท้อนก้องไปมาในหุบเขา มันจะรู้หรือไม่ว่ามีทั้งหมดกี่ลำและมีคนทั้งหมดกี่คน

ในความคิดของพวกล่าสังหารนั้น คิดว่าไอ้พวก ผกค. มันควรจะย้ายที่ตั้ง เอาอาวุธหลักของมันขึ้นมาตั้งบนยอดเนิน เพื่อที่จะสามารถรับมือจากศัตรูของมันได้ทุกๆด้าน แต่มันจะเริ่มย้ายในคืนนี้เลยหรือจะรอรุ่งเช้าเท่านั้นเอง แต่ถึงจะอย่างไรก็แล้วแต่ บนยอดเนินของมันแต่ละพวก ๆ มันจะต้องเข้ายึดอย่างแน่นอน กำลังพวกลาดตระเวนที่ตายและพิการอยู่ในหุบข้างล่างนั้นดูจะไม่เป็นปัญหาเท่ากับพวกที่มาเสริม

การเคลื่อนย้ายกำลังตามเส้นทางที่ดาวเหนือกำหนดผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เวลาเพิ่งจะหกทุ่มก็ถึงจุดกึ่งกลางสันภู

ดาวเหนือนำหน้า ต่อด้วยไอ้พร พลวิทยุ, ไอ้เล็ก พลทำลาย ไอ้มล ไอ้เชษฐ์และไอ้เปี๊ยก พลปืนเล็กประจำชุด ทั้ง 6 คนวางตัวเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง ระยะห่างกันประมาณ 100 เมตร ทำการเดินย่องเบาก้าวแต่ละก้าวต้องระวังเสียงอย่างที่สุด แนวของดาวเหนือตัดขึ้นยอดภูไม่ต้องรีบร้อนเพราะเหลือเวลากว่า 5 ชม.ต่อระยะเพียง 100 เมตรเท่านี้ “ต้องยึดยอดเนิน 418 ให้ได้” นั่นคือภารกิจขั้นต้นของพวกดาวเหนือ

อีกประมาณ 30 เมตรจะถึงยอดเนิน ดาวเหนือค่อยๆบรรจงวางร่างตัวเองหมอบราบลงกับพื้น ทุกคนทำตามโดยไม่ต้องบอก นิ่งและเงียบอยู่อย่างนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง ดาวเหนือเริ่มรุกต่ออีก ค่อยๆก้าวขาทีละก้าว ๆ อย่างใจเย็นและเงียบเบาที่สุด ใช้เวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมาเกาะอยู่ที่ขอบยอดของเนิน 418 ดาวเหนือทำได้สำเร็จในฐานะของผู้นำชุดล่าสังหาร ในความคิดนั้นก็เชื่อว่าทางด้านจ่ายุทธพงษ์ ก็คงกำลังมุ่งสู่ยอดของเนินเช่นกัน และอีกไม่นานในเวลาข้างหน้าก็คงขึ้นมาสมทบกันได้

/ แล้วกำลังทั้งหมดในชุดดาวเหนือ ก็มารวมกันได้บนยอดเนิน 418 ตามความมุ่งหมายเมื่อเวลายังไม่ถึงตี 4 ดีนัก

“เสือดำ จากดาวเหนือ”

เสือดำดูเหมือนจะดีใจที่ได้ยินคำว่าดาวเหนือจากวิทยุ เนื่องจากการคอยมานาน เมื่อท้ายชั่วโมงก่อน ตรวจสอบวิทยุจากเครื่องบินตรวจการณ์ที่มาก็ไม่ได้รับความเคลื่อนไหวอันใด เพราะชุดดาวทั้ง 5 ชุดไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ จึงไม่ยอมเรียกเครื่องบินนั่นเอง ทั้งนี้มันเป็นข้อตกลงกันไว้แล้วเมื่อก่อนออกภารกิจ

“จากเสือดำ ...ตอนนี้เป็นไงดาวเหนือ”

“ตอนนี้มาอยู่บนยอดเนิน 418 แล้ว อยากจะทราบว่า ไอ้ปืนกลกับ ปรส.บนยอดเนินนี้น่ะ มันอยู่บริเวณไหนแน่”

“โอเคดาวเหนือ มันอยู่ในแนว 80-85 องศา ระยะจากยอดเนินลงมาประมาณ 150-200 เมตร มันอยู่ร่วมกันเลยทั้ง 2 กระบอก”

“โอเค งั้นคอยฟังผลนะ ตอนนี้เลิกกันก่อน”

ดาวเหนือเก็บปากพูดหูฟัง แล้วยืนขึ้นเต็มตัวมองไปทางด้านล่างตามทิศทางที่ได้รับข่าวมา

ภาพการตายและพิการของพวกลาดตระเวนปรากฏขึ้นมาในสำนึก แม้ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนอย่างดาวเหนือได้สัมผัส แต่ความเคียดแค้นในแต่ละครั้ง ดูมันยังแน่นอยู่ในอกจนยากที่จะหยิบยกออกไปได้ พรุ่งนี้เถอะ ดวงใครก็ดวงมันว่ะ ไอ้ผักกาดเค็ม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 13:03   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19464

คำตอบที่ 16
       ภาพจริงจากเขาค้อ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 14:59   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19465

คำตอบที่ 17
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 14

แค้นที่ต้องชำระ กรรมที่ต้องใช้ด้วยกรรม และเลือดที่ต้องล้างด้วยเลือด กำลังคอยอยู่ข้างล่างนั่นเอง

คนอย่างดาวเหนือหรือนักล่าสังหารคนอื่นๆมองดูด้วยความกระหาย มันเหมือนกับแมวที่จะเข้าขย้ำลูกหนู ดาวเหนือมองด้วยแววหน้ายิ้มๆ แววตาฉายประกายจ้าในความมืดของกลางคืนที่ค่อนสว่าง ความได้เปรียบในด้านภูมิประเทศเมื่อตนเป็นฝ่ายที่อยู่สูงกว่าอาวุธหลักของมัน แม้จะมีอำนาจการยิงที่รุนแรงสักเพียงใด มันก็ต้องปักหลักนิ่งรอโอกาสและช่องทางให้พวกล่าสังหารเข้าไปจัดการจนได้ การรบใด หากเขาถึงตัวได้แบบนี้ แม้แต่ปืนลุกกรดขนาด .22 ก็มีโอกาสล้มช้างได้ หากคนใช้มันเป็น ใจเย็นและแน่นอน ย่อมมีโอกาสชนะ

ดาวเหนือแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า มองไปทางทิศที่ได้ยินเสียงเครื่องบินตรวจการณ์ คาดคะเนจากเสียงแล้วน่าจะเป็น OV.10 ซะมากกว่า ไม่มีความหมายอะไรจากการมองนั้น ก้มหน้ามองเข็มพรายน้ำที่นาฬิกาข้อมือ เวลาเพิ่งจะตี 4 กว่าๆ เท่านั้นเอง เหลียวมองดูลูกน้องรอบๆกายแล้ว หันมาคุยกับจ่ายุทธพงษ์

“ยุทธ... คิดว่าคนประจำปืนมันจะมีซักกี่คน”

“ไม่น่าจะเกิน 5 คนนะพี่”

“แล้วกำลังอื่นๆละว่ะ”

“อันนี้ก็สุดจะเดานะพี่ แม้แต่พวกเสือดำยังไม่รู้ ผมว่ามันต้องเสี่ยงกันซะแล้ว”

ดาวเหนือหัวเราะในลำคอ ในความหมายที่ว่าคือเห็นด้วยอย่างเต็มที่

“พี่ว่า เราไม่ควรจะรออยู่บนนี้นะ เพราะไม่รู้ว่ามันจะย้ายปืนมันมาข้างบนนี้หรือจะย้ายไปที่อื่นหรือไม่ย้าย เราก็ไม่รู้แน่”

“นั่นนะสิพี่ ให้มันขึ้นมาหาเราหรือเราลงไปหามัน มันก็ไอ้คือๆกันนั่นแหละ”

“เอาวะ งั้นเราลงไปหามันก็แล้วกัน”

ดาวเหนือตัดบทแล้วทำท่าจะลุกขึ้น ลูกน้องทั้งหมดก็เลยลุกขึ้นตาม

“กำลังทั้งหมดจัดเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง ระวังเสียงหน่อยก็แล้วกัน โดยเฉพาะเศษหินเศษดิน เรื่องกับระเบิดคงไม่มีนะ... จุดนัดพบใช้จุดส่งลงอย่างเดิมก่อนก็แล้วกัน ไอ้วิทยุอยู่ท้ายขบวน ยังไงๆ ระวังวิทยุให้ดี มึงตายไม่ว่า วิทยุตายไม่ได้”

ดาวเหนือสั่งเสร็จเริ่มออกเดินทันที ตามด้วยไอ้เล็ก ไอ้เปี๊ยก แล้วก็จ่ายุทธพงษ์เป็นคนที่สี่ของขบวน กำลังที่เหลือก็ออกตามเช่นกัน ระยะห่าง 10-15 เมตร โดยไม่ต้องบอก

ขาที่ก้าวไปแต่ละก้าวดูแสนจะเชื่องช้า ทางเดินลงมีโอกาสที่จะเหยียบหรือกระทบสิ่งใดๆให้หล่นไหลลงไปจนทำให้เกิดเสียงได้ ไอ้พวกผักกาดเค็มมันรู้อยู่แล้วว่า มีกำลังเสริมมาเสริม แต่คงไม่นึกว่าจะเข้าถึงตัวมันได้เร็วขนาดนี้

จากระยะทางทั้งหมดจนกระทั่งคาดว่าเหลืออีกไม่ถึง 30 เมตรจะถึงรังปืนของพวกมัน พวกล่าสังหารชุดดาวเหนือนั่งลงกับพื้นแล้วค่อยๆขยับกันลงไปทีละก้าวๆ อย่างใจเย็น ดาวเหนือเป็นคนนำหน้า เสียงพูดเสียงคุยและการทำอะไรบางอย่างของไอ้พวก ผกค. ณ ที่เป้าหมายดังมาพอได้ยิน จนกระทั่งเห็นว่า คงจะเข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ดาวเหนือจึงหยุดการรุกคืบหน้า แล้วเลือกที่กำบังพร้อมๆ กับให้สัญญาณไอ้เล็กเข้าทางซ้าย ไอ้เปี๊ยกเข้าขวา ซึ่งทั้งสองคนก็ทำได้สนิทแนบเนียนอย่างที่สุด ไม่มีผิดปกติใดๆ จากการเคลื่อนตัวของคนทั้งสองนั่นเลย ดาวเหนือไม่ได้มองที่ลูกน้องทั้งคู่ แต่สายตาจ้องอยู่ที่เงาตะคุ่มๆ ของคน 3-4 คนทางเบื้องต่ำกว่าในระยะ ไม่เกิน 30 เมตรนั้น พยายามเพ่งมองและเพ่งฟังว่ามันกำลังทำอะไรกัน จนกระทั่งจับได้ว่า มันกำลังจะย้ายที่ตั้งออกจากที่เดิม ปืนทั้ง 2 กระบอกถูกถอดออกจากฐานขาหยั่งแล้ว คงกำลังรอคนที่จะมาช่วยในการขนย้าย เพราะมันทั้งปืนทั้งกระสุนคงต้องใช้หลายคนหน่อย

ดาวเหนือให้สัญญาณเรียกจ่ายุทธพงษ์กับไอ้มลเข้าไปเสริมอีกเพราะเห็นแล้วว่าเป้าหมายบุคคลมีมากกว่า 3 และคิดว่าต่อเป้าหมายเป็นกลุ่มแบบนี้ใช้เพียง 5 คนก็พอ ที่เหลืออีก 7 คนใช้เป็นส่วนหนุน

พวกล่าสังหารทั้ง 5 คนมองเห็นอย่างชัดเจนภายใต้แสงทองตอนตี 5 ครึ่งว่ากลุ่มไอ้ ผกค.ประมาณ 10 คน กำลังสาละวนอยู่ในรังปืน ไอ้ตัวหัวหน้ากำลังชี้มือประกอบคำอธิบาย มันกำลังจะแบ่งหน้าที่ขนย้ายกัน บางคนก้มๆเงยๆ อยู่ในหลุม บางคนกำลังรวบรวมกระสุนใส่ถุงผ้าใบเตรียมแบก ก็แล้วแต่ใครกำลังทำอะไร เป้าหมายรวมกลุ่มกันดีแล้ว ดาวเหนือประทับปืนพร้อมๆกับอีก 4 คนก็ประทับ

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เอ็ม.16 จากมือของพวกล่าสังหารทั้ง 5 กระบอกปล่อยกระสุนออกไปพร้อมๆกัน แม็กขนาด 30 นัด ยิงออกไปจนหมด ของเก่าถอดทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

การยิงฉากที่สองเริ่มต่อทันทีโดยไม่ต้องนัดแนะ จากฉากการยิงอันแรกมองเห็นกับตาว่าไอ้ ผกค.กลุ่มนั้นมีอันล้มลงทันที 6-7 คน 3 คนที่เหลือกระโดดออกไปได้ โดนกระสุนในชุดที่สองร่วงลงอีก 2 ก็น่าจะเหลือไม่กี่คน ก็มองเห็นแล้วว่ามันกลิ้งลงเขาไปแล้วและปืนก็คงจะหลุดมือมันไปแล้วด้วย

“ชาร์จจจจจ...”

เสียงของดาวเหนือสั่งไม่ดังนัก เอาเพียงพอได้ยิน

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ไอ้สัตว์... มึงเสร็จกูแน่”

ดาวเหนือก้าวลงอย่างเร็ว เอ็ม.16 ในท่าประทับสะโพกยิง ปล่อยกระสุนเป็นชุดสั้นๆ 3-4 นัดเป็นการยิงเบิกทาง จนกระทั่งถึงตัวมัน ไม่มีการพูดพล่ามทำเพลงใดๆอีก

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ดาวเหนือคนเดียวจัดการเอาปากลำกล้องเอ็ม.16 ในมือจ่อลงบนหน้าผาก,ท้ายทอย หรือแม้แต่กกหูของมัน ต่อไอ้ ผกค.ทั้ง 7 คนที่นอนเป็นเหยื่อสังหารอยู่ตรงนั้น ซึ่งไอ้พวก ผกค. 3-4 คนถึงกับร้องโอ๊ย! ขาดใจตาย หลังจากที่ครั้งแรกโดนไม่จังเบอร์นัก

“ปัง...ปัง!”

ไอ้เล็กตามไปที่ไอ้ 2 คนที่ล้มห่างออกไปแล้วเด็ดชีพมันแบบเดียวกับที่จ่าดาวเหนือทำ ดาวเหนือสั่งการทันทีโดยไม่รีรอ

“เฮ้ยขวา 4 ซ้าย 4 เข้าที่เลย”

กำลังส่วนหนุนทีแรกแยกออกทางซ้าย และขวาของหลุมปืนที่ยึดได้ตามแผนที่ตกลงกันไว้ เพื่อเป็นการระวังป้องกันตนเอง ไอ้พร พลวิทยุเข้าหาจ่าดาวเหนือตามหน้าที่

“พร ช่วยกันประกอบปืนก่อน ไอ้เล็ก ไอ้เปี๊ยก จัดการปืนกลเร็ว”

ดาวเหนือแบ่งมอบหน้าที่ทันที เพราะรู้ดีว่าเสียงปืนที่ดังเป็นการแจ้งผลการกระทำของตนอยู่แล้ว ชั่วระยะเวลาไม่ถึงนาทีสำหรับมือระดับนักล่าสังหารแล้ว ความชำนาญในอาวุธทุกชนิดที่มี ปืนทั้ง 2 กระบอกก็พร้อมที่จะใช้การได้อีกครั้งภายใต้การครอบครองของพวกล่าสังหาร

“เสือดำ จาก ดาวเหนือ”
“จากเสือดำ ว่ามาเลย”

เสือดำตอบวิทยุทันทีเพราะรอฟังอยู่แล้ว

“ส่งคนมาทางผมเลย จะได้ช่วยทางผมชี้เป้าหมายฝั่งโน้นให้ผมด้วย ตอนนี้ผมว่าพวกมันทางฝั่งโน้นยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เดี๋ยวผมยิงย้อนไปทางยอดเนิน 418 เป็นการหลอกมันว่าพวกมันเป็นคนยิงนะ”

“โอเค ดาวเหนือ”

เสือดำรับคำแสดงว่าเข้าใจในแผนทุกอย่าง

“เล็ก ยิงขึ้นด้านบนซัก 2-3 ชุดซิ”

ไอ้เล็กเข้าใจดีอยู่แล้วตั้งแต่ดาวเหนือบอกกับเสือดำทางวิทยุ

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้เล็กปล่อยกระสุนออกไป 2-3 ชุด ตามแผน

“ไอ้ห่า.... โยกชิบหายเลยปืนไอ้พวกนี้”

ไอ้เล็กบ่นออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้พวก ผกค.ที่อยู่ทางฝั่งตรงข้าม เมื่อมองเห็นแสงจากกระสุนส่องแสงที่วิ่งขึ้นไปทางยอดเนิน มันจะคิดตามแผนที่ลวงไว้หรือไม่

“ศรทอง... ศรทอง จากดาวเหนือ”

“จากศรทอง เป็นไง โชคดีใช่มั้ย”

โอวี.10 ลำที่บินวนลอยตัวอยู่กลางอากาศซึ่งมาใหม่เพื่อเปลี่ยนลำแรกตอบลงมาทันที และคงจะเป็นตัวของศรทองเองขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงลูกน้อง

“เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ทางผมยึดเนิน 418 พร้อมทั้งรังปืนของมันได้แล้ว สังหารมันได้ 9 ศพ รอดไปได้ 1 เปลี่ยน”

“โอเค แจ๋วมากดาวเหนือ แต่มันยังไม่เหนือจริงว่ะ ถ้าเหนือจริงมันต้องไม่รอดซิวะ อีแบบนี้มันเหนือๆใต้ๆก้ำกึ่งกันว่ะ”

“อีกคนที่ผมปล่อยมันไปเพราะมันเป็นญาติกับเสธ. ผมเลยไม่กล้าฆ่ามัน เปลี่ยน “

“เออ ไอ้ดาวตก ขอบใจมึง”

วิทยุทุกเครื่องตั้งความถี่เดียวกัน ดังนั้นในการรายงานของดาวเหนือทุกจุดทุกชุดจึงได้ทราบด้วย ไม่ต้องห่วงเลยว่า ขวัญและกำลังใจของพวกดาวอีก 4 ชุดสูงขึ้นมาเป็นกอง ต่างคนต่างลืมความเหนื่อยและความง่วงจนสิ้นเชิง

แสงเงินเริ่มจับขอบฟ้า แต่ละคนเริ่มมองเห็นหน้ากัน ทิวเขาและแมกไม้เริ่มปรากฏ กำลังจากชุดเสือดำจำนวน 6 คนมาถึงพอดี

“ผู้กองเอาคนมาน้อยจังเลย”

ดาวเหนือพูดกับเสือดำ

“แค่นี้ก็เกือบหมดแล้ว เหลือไว้แค่ 2 คน เป็นหมอทั้งคู่ ให้คอยช่วยคนเจ็บอยู่ทางโน้นเท่านั้นเอง”

คำตอบของเสือดำ ดาวเหนือเข้าใจเป็นอย่างดี สภาพทั้งหมดมองเห็นอยู่ในมโนภาพก็เลยไม่สอบถามอะไรเพิ่มเติมอีก

“พวกเราช่วยกันย้ายรังปืนขึ้นไปบนยอดเนินเดี๋ยวนี้เลย”

ดาวเหนือสั่งการ

“อยู่ตรงนี้ก็ได้นี่นาดาวเหนือ เรามีคนคุ้มกันมากพอ”

ดาวเหนือมองหน้าเสือดำแว๊บหนึ่งก็เข้าใจว่า ผู้กองเสือดำยังอ่อนเชิงรบกับไอ้พวก ผกค.มากนัก ก็เลยตัดบท

“ขนย้ายกันเลยครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้”

ดาวเหนือพูดในขณะที่ไอ้เล็กกับไอ้พรช่วยกันถอดสลักฐานขาหยั่งแล้วจัดการแบกนำหน้าพวกเสือดำทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากดาวเหนือหรือใครๆอีก แสดงถึงความมีวินัยในการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างแท้จริง

พวกที่มากับเสือดำดูจะเข้าใจ จึงตัดสินใจเข้าร่วมขนย้ายด้วยทันที ดาวเหนือชวนเสือดำออกเดิน ในขณะที่มองเห็นชุดทางปีกซ้ายและปีกขวาออกชาร์จนำหน้าในลักษณะของชุดระวังหน้า ซึ่งหากเปรียบรูปขบวนตอนนี้ก็คือ รูปขบวนสามเหลี่ยมแหลมหลังนั่นเอง เสือดำก็เห็นแต่ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือไม่เท่านั้นเอง ดาวเหนือก็เลยถือโอกาสอธิบายถึงแผนการให้เสือดำฟัง

“เราตั้งป้อมบนสันเนินมันดีกว่าหลายอย่างครับ 1.ยิงได้รอบตัว เพราะไม่รู้ว่าไอ้พวก ผกค.มันจะเข้าหาเราทางไหน 2.อยู่บนสันเนินมันเป็นเป้าเล็งปืนของมันทางฝั่งโน้นมันต้องเล่นงนเราแน่ 3.เราอยู่สูงกว่า ได้เปรียบกว่า เดี๋ยวพวกเราจะขึ้นกันรอบสันเขานี้ทั้งหมด เราต้องเตรียมยิงช่วยเขาครับ 4.เราอยู่บนยอดเนิน เราป้องกันตัวได้ง่ายกว่าครับ 5.สุดท้าย ผมคิดว่า บนยอดเนินมีการติดต่อสื่อสารกับการส่งกำลังทุกอย่างง่ายกว่าครับ”

ทั้งหมดมันมาจากสมองที่เต็มไปด้วยประสพการณ์ในการรบของคนอย่างดาวเหนือทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่เสือดำต้องหันหน้ามามองหน้าดาวเหนือโดยที่คนพูดไม่รู้คนฟังจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่คนอย่างดาวเหนือ จะทำอะไรมักจะอาศัยประสพการณ์มาประกอบเป็นแนวความคิด และจะต้องอยู่ในกรอบที่ผู้บังคับบัญชาให้นโยบายและคำสั่งใว้เสมอ

“ดาวเหนือ จากดาวใต้”

“จากดาวเหนือ ส่งข่าวได้”

“จากดาวใต้ ตอนนี้เข้าที่เรียบร้อยแล้ว”

เหลือระยะทางอีกเล็กน้อยที่ดาวเหนือจะเข้าถึงจุดยอดของเนิน 418 ตามแผน เวลาต่อจากนั้นอีกไม่นาน ดาวเงิน-ดาวทอง-ดาวเสาร์-ดาวเกตุ ต่างก็รายงานผลเข้าที่ตั้ง พร้อมทุกชุดแล้ว ดาวเหนือตั้งปืนเสร็จพอดี

“ศรทอง จากดาวเหนือ”

“จากศรทอง ส่งข่าวได้”

“จากดาวเหนือ ตอนนี้ทุกชุดและทุกอย่างพร้อมแล้ว ตามแผน กำลังที่จะมาเสริมก็น่าจะมาได้แล้ว”

“โอเค ไอ้ดาวเหนือ มึงเริ่มได้เลย กำลังเสริมจะเข้าถึงไม่เกินครึ่งชั่วโมงนี้”

ดาวเหนือตรวจสอบที่ตั้งปืนกล และ ปรส.ด้วยการใช้กล้องเล็งของ ปรส. ให้เสือดำเป็นคนเล็งบอก ดาวเหนือทราบและเข้าใจ โดยการใช้กล้องสองตาส่องตรวจเพิ่มเติม

กระสุนระเบิดขนาด 76 มม. นัดแรกอยู่ในรังเพลิงพร้อมแล้ว ดาวเหนือตรวจสอบระยะยิงจากปืนถึงเป้าหมายในแผนที่ แล้วคำนวนมุมสูงเผื่อ มือขวาส่ายปืนทางทิศ มือซ้ายส่ายปืนทางระยะแล้วลั่นไกทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
ไอ้เล็กเปิดท้ายรังเพลิงดึงปลอกเก่าออกแล้วบรรจุใหม่ทันทีด้วยความชำนาญ

กลุ่มกระสุนที่พุ่งออกทางท้ายปืนลอยหายไปในอากาศอย่างรวดเร็วเพราะที่ตั้ง ตั้งอยู่บนส่วนสูงสุดของเนิน เสียงระเบิดของหัวกระสุนดังกึกก้องกังวาลทั่วหุบเขา เสียงสะท้อนของระเบิดย้อนกลับไปกลับมาอย่างน่ากลัว

“ต่ำไปนิด ดาวเหนือ”

เสือดำตรวจตำบลกระสุนระเบิดให้จากการดูในกล้องส่องสองตา

“ซักกี่เมตรครับ”

“ประมาณ 30 เมตร”

“โอเคครับ”

ดาวเหนือเพิ่มมุมยิงขึ้นอีก แล้วลั่นไกต่อทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“โอเคดาวเหนือ พอดีแล้ว”

คราวนี้ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากดาวเหนืออีก ไอ้เล็กจัดการบรรจุกระสุนนัดต่อไปทันที ดาวเหนือจัดมุมยิงให้ได้เท่าเดิมอีก แล้วยิงต่อทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“ย้ายมาทางซ้ายซัก 20 ซิ ดาวเหนือ”

ดาวเหนือหันมามองทางฐานขาหยั่งปืนเพื่อตรวจว่ามีการทรุดหรือไม่ เมื่อไม่เห็นผิดปกติ จึงทำการเล็งต่อไป

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ปรส.จาก ผกค. สวนมา พวกบนเนิน 418 มองเห็นกลุ่มควันสีขาวทางด้านรังปืนที่ระดมยิงชุดของเสือดำเมื่อวาน ยิงตรงมาทางเนิน 418 ทุกคนหมอบ ยกเว้นดาวเหนือเพียงคนเดียว กระสุนนั้นตกต่ำลงไปทางด้านล่างเกือบร้อยเมตร

ดาวเหนือจ้องมองจุดที่เห็นควันท้ายลำกล้องของไอ้ ปรส.กระบอกนั้นแล้วหมุนปืนเข้าใส่ทันที มีจุดให้เล็งแบบนี้ ในใจคิดว่าไม่ยากเลย

“มา... ไอ้ผักกาดเค็ม มึงรู้จักกูน้อยไปซะแล้ว”

ดาวเหนือใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีสำหรับการเล็ง แล้วลั่นไกปล่อยกระสุนไปทันที
.....................................



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 15:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19466

คำตอบที่ 18
       หน่วยปฏิบัติการชุดล่าสังหาร ตอน ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ 15

เป้าหมาย ปรส.จุดนั้น ดาวเหนืออยากจะเรียกมันว่าเนินเสือดำ และเป้าหมายแรกที่ยิงไปแล้วครั้งแรกอยากจะเรียกมันว่า เนินเสือเหลือง และแม้แต่เนินที่อยู่บนความสูง 418 นี้ ก็อยากจะเรียกซะว่าเนินเสือขาว เพราะแต่ละเนินๆ นั้น ดูจะมีความหมายอย่างยิ่งยวดต่อบรรดาหัวหน้าชุดที่ใช้รหัสว่าเสือทั้งสิ้น ในภารกิจครั้งนี้ ทั้งเสือใหญ่และเสือขาวต้องมามีอันจบลายลง แม้แต่เสือดำและเสือเหลืองเองก็เถอะ ก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว

ดังนั้นในการเล็งต่อเป้าหมาย ปรส.บนเนินเสือดำในครั้งนี้ คนที่ให้กำลังใจในการเชียร์มากที่สุด ก็เห็นจะเป็นเสือดำนั่นแหละ จนกระทั่งถึงกับมาคุกเข่าอยู่ข้างๆดาวเหนือด้วยความใจร้อนและอยากแก้แค้นมันบ้าง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

กระสุน ปรส.จากดาวเหนือวิ่งออกไป ไอ้เล็กจัดการเอาปลอกกระสุนเก่าออกแล้วบรรจุใหม่ทันที กลุ่มควันระเบิดลงกลางกลุ่มควันดินขับของไอ้ ปรส.บนเนินเสือดำพอดิบพอดี แต่ในความรู้สึกของดาวเหนือ รู้ดีว่ามันสูงกว่าเป้ามายเล็กน้อย

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ดูเหมือนดาวเหนือจะเร็วกว่าไอ้ ผกค. หรืออย่างไรไม่ทราบ กระสุนนัดต่อไปจึงออกไปก่อนที่ไอ้ ผกค. จะได้ตอบโต้กลับมา ตำบลกระสุนตกคราวนี้ต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย

“น่าจะเข้าเป้าโว้ยนัดนี้”

ดาวเหนือพูดขึ้นมาลอยๆแล้วทำการเล็งต่อไป

“ควันมันหนา มองไม่เห็นเป้าเลยดาวเหนือ”

“ไม่เป็นไรครับ”

ดาวเหนือหันมามองกระสุนเห็นว่ายังเหลืออีก 20 กว่านัด กะว่าพอลุ้นได้สบายๆ

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

คราวนี้เป็นกระสุนจากไอ้พวก ผกค. จากเนินเสือดำ เล่นเอาพวกที่อยู่กับดาวเหนือหมอบราบกับพื้นไปหลายคน คงเหลือแต่ตัวดาวเหนือเท่านั้นอาศัยจังหวะที่ควันกระสุนของพวกมันยังไม่กระจายตัว ทำการเล็งแล้วยิงสวนทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“มา ไอ้สัตว์มาเลย มาดวลกับูก ขอให้แน่จริงซักรายเถอะวะ”

ดาวเหนือพูดออกมาในขณะที่ลดสายตาจากกล้องเล็งมาตรวจตำบลกระสุนตก

“ไม่เป็นไรหรอกครับผู้กอง กระสุนของมันนัดนี้ลอยข้ามหัวเราไปแล้ว เรารอจังหวะให้มันยิงมาก่อนแบบนี้ดีแล้ว อาศัยควันของมันเล็งใส่มันเลย”

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“อ้าว ยังอยู่เรอะ ไอ้เวร”

ปรส.จากเนินเสือเหลืองยิงตอบมา ดาวเหนือว่ามันน่าจะเป็นการทักทายกันซะมากกว่า แต่ในใจสงสัยว่าทำไมมันห่างจากจุดที่เสือดำบอกตั้งเกือบ 100 เมตร ดาวเหนือไม่มีเวลาสอบถาม หมุนปืนไปทางขวาเกือบ 90 องศา กลุ่มควันยังมีให้เล็งได้อย่างสบาย

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ไอเล็กเปลี่ยนกระสุนใหม่ ดาวเหนือเล็งซ้ำอีก คราวนี้ไม่รอท่าอีก ยิงต่อทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“พอดีเลยดาวเหนือ”

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

แล้วเสือดำก็ต้องหมอบลงอีกเพราะไอ้ปรส.จากเนินเสือดำยิงสวนมา แต่กระสุนมันตกต่ำจนเกือบถึงตีนเนิน

“หมดฝีมือแล้วมึง.. ไอ้ผักกาดเค็ม มึงเสร็จกูแน่”

ดาวเหนือหมุนปืนไปทางเนินเสือดำทันที ใช้หลักการเล็งแบบเดิม

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“พอดีเลยดาวเหนือ”

เสือดำทำหน้าที่ตรวจให้เสร็จ

“ยุทธ.. ติดต่อกับไอ้ดาวใต้-ดาวเสาร์สิวะ รู้ที่ตั้งมันแบบนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว เชื่อมือกูเถอะน่า”

ดาวเหนือมายถึงชุดล่าสังหารอีก 2 ชุด ที่จะต้องเข้ายึดรังปืนกลกับไอ้ ปรส.ของมันจากเนินทั้งสองนั้นให้ได้
“โอเคพี่”

“ดาวใต้ – ดาวเสาร์ จากดาวเหนือ เปลี่ยน”

“จากดาวใต้”

“จากดาวเสาร์”

ทั้งคู่ตอบรับวิทยุมาทันที

“ขึ้นสันเนินได้เลย รักษาระยะให้ห่างจากมันไว้ซัก 50-80 เมตร ทางนี้จะยิงกดหัวมันให้ โอเคมั้ย”

คำตอบจากดาวทั้ง 2 ชุดคือโอเค เพราะรอที่จะเริ่มตามแผนอยู่แล้ว

“ดาวเหนือ... ผมสงสัยว่าทำไมมันไม่ใช้ปืนกล 12.7 ที่มียิงมาที่เราละ”

“ไอ้ปืน 12.7 น่ะ ระยะยิงหวังผลทางพื้นดินประมาณ 1,000 เมตรเท่านั้น แต่นี่เราอยู่ห่างจากมันกว่า 2,000 เมตร ประมาณ 2,300 เมตร มันยิงไม่ใหวหรอกครับ แต่ที่มันยิงผู้กองน่ะ มันห่างแค่ 800 เมตรเท่านั้นเอง”

เสือดำไม่พูดอะไรต่อ แต่ใช้กล้องสองตาในมือกวาดส่ายไปทั่วๆบริเวณเหมือนจะมองหาอะไรซักอย่างแล้วหมุนไปหยุดอยู่ตรงช่องเขาที่กะว่าจะแหวกวงล้อมของมันออก

“ดาวเหนือ แล้วตรงช่องเขาที่พวกผมจะแหวกวงล้อมมันล่ะ
”
“ตรงนั้นมีพวกดาวทองซุ่มอยู่แล้ว กะจะให้มันแหวกออกช่วงนั้น แล้วให้พวกดาวทองตีซ้ำส่งท้ายมัน”

แล้วทุกคนก็ต้องหมอบราบลงอีก

ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

เสียงปรส. ทั้งจากเนินเสือดำและเนินเสือเหลืองดังมาต่อเนื่องกัน กระสุนทั้ง 2 นัดลอยข้ามหัวพวกดาวเหนือไปตกยังอีกฟากฝั่งเขา มันไกลจนสุดที่จะกะยะได้

ดาวเหนือเล็ง ปรส.เข้าใส่ ปรส.ของพวก ผกค.ที่เนินเสือดำก่อนโดยใช้หลักฐานการยิงเดิมบวกกลุ่มควันดินส่งที่พวกมันยิงมาครั้งล่าสุดนี้ และครั้งนี้เหมือนดวงเพชรฆาตจะเข้าช่วย

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
“โอเคดาวเหนือ ไอ้ปรส.มันกลิ้งตกเขาไปแล้ว”

จ่ายุทธพงษ์รับฟังวิทยุทางด้านดาวใต้ ที่จะต้องเข้ายึดรังปืนบนเนินเสือดำ แล้วรายงานให้ทุกคนได้รู้

“โอเคดาวใต้ ระวังปืนกลมันหน่อย”

จ่ายุทธพงษ์เตือนไปทางดาวใต้
“ยุทธ ถามผลการยิงทางด้านไอ้ดาวเสาร์หน่อยซีวะ”

จ่ายุทธพงษ์วิทยุถามถึงผลการยิงทางด้านเนินเสือเหลืองจากดาวเสาร์ทันที

“กระสุนของเราเฉียดไปเฉียดมาน่ะพี่ มันไม่จังเบอร์

“โอเค งั้นเอาใหม่”

ดาวเหนือลุกขึ้นใช้ส้นเท้ากระแทกพลั่วที่ฐานขาหยั่ง จนกระทั่งแน่ใจว่าแน่นพอจึงเข้าประจำกล้องเล็งต่อไปอีก ร่องรอยเดิมยังพอมีให้เล็ง

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“ต่ำไปประมาณ 10 เมรน่ะพี่”

จ่ายุทธพงษ์บอกตามรายงานของดาวเสาร์ ดาวเหนือค่อยปรับความสูงอย่างปราณีตอีกครั้ง และแล้วเหมือนดวงเพชรฆาตจะเข้าช่วยอีก

ปรส.จากทางเนินเสือเหลือง ยิงตอบมาก่อน

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ไอ้ ปรส.กระบอกนั้นยิงมาเหมือนอยากจะบอกว่าข้าอยู่ที่นี่ แต่ผลการยิงของมันกลับต่ำลงไปอีกกว่า 50 เมตร

ดาวเหนือยิงสวนกลับไป

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

“โอเคพี่ หงายไปแล้ว”

จ่ายุทธพงษ์รายงานทันทีเมมื่อทราบจากดาวเสารื กำลังพลทุกคนดูจะยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกเมื่อทราบข่าว เสือดำขอจับมือกับดาวเหนือด้วยความพอใจ

“ฝีมือจริง ดาวเหนือ”

“ยังครับผู้กอง ยังเหลือไอ้ปืนกลอีก ไอ้นี่ร้ายกว่า ปรส.ซะอีกศึกของเรายังไม่ได้ลดลงเลยนะเลยนะ ผู้กอง”
ดาวเหนือหันมาสั่งการทางจ่ายุทธพงษ์ต่อไปอีก

“ยุทธ บอกกับศรทองให้ส่งกำลังลงด้านหลังเนินเนินเรานี่เลย”

ได้ยินเสียงแล้วว่าขบวน ฮ.ที่นำกำลังมาเสริมกำลังมา ดาวเหนือตัดสินใจให้ลงหลังเนิน 418 เพราะเชื่อว่าการเสริมกำลังของไอ้ ผกค.ด้านนี้ยังคงทำไม่ได้ และจุดที่ตั้งของดาวเหนือสามารถจะคุ้มกันพื้นที่ส่งลงได้

เสียงปืนนานาชนิด รวมทั้งไอ้ปืนกลทั้ง 2 กระบอกนั้นด้วย แสงว่าดาวใต้ ดาวเสาร์เริ่มเปิดฉากการยิง

ดาวเหนือมองเห็นภาพในตอนนั้นโดยประสพการณ์ว่า ทั้งพวกดาวใต้และดาวเสาร์ไม่ต้องรุกคืบหน้าให้มากเกินไปนัก ระยะจากสันเขาถึงแนวไอ้ ผกค. ไม่เกิน 100 เมตรแบบนั้น พวกดาวใต้และดาวเสาร์ใช้ระยะเพียงคนละ 10-15 เมตรหาที่กำบังเหมาะๆ ยิงลงใส่ไอ้พวก ผกค. เดี๋ยวมันก็ตั้งตัวไม่ติด เสียงระเบิดสังหารเอ็ม.26 และเอ็ม.67 ที่ขว้างจากทู่งลงที่ต่ำ เล่นเอาแนวตั้งรับของไอ้พวก ผกค.เริ่มรวนเร ไอ้ ผกค.คนแล้วคนเล่าที่ต้องตกเป็นเป้าจากการเล็งปราณีตของชุดล่าสังหารชุดดาวใต้และดาวเสาร์ และจากฉากการยิงในตอนนี้ พวกดาวเกตุเริ่มเคลื่อนตัวลงต่ำ เข้าหาพวกลาดตระเวณที่นอนเจ็บอยู่ที่ตีนเนินนั้น

ฮ.ทั้ง 5 ลำปักหลักส่งลงชุดเข้ายึดพื้นที่ทางด้านหลังเนิน 418 นั้น พวกอยู่บนเนินต่างนั่งมองกันด้วยความเพลิดเพลิน ฮ.ลำใดส่งคนลงหมดจะดึงตัวขึ้นตรงหน้าทันที ลำแล้วลำเล่าจนครบทุกลำ ชั่วระยะเวลาไม่ถึง 20นาทีกำลังทหารราบ ซึ่งไม่ทราบจากหน่วยไหนเคลื่อนขบวนหน้ากระดานผ่านแนวของดาวเหนือลงสู่ก้นหุบทันที ไม่สนใจว่ากำลังมีการยิงกันชนิดป่าแทบเดือดอยู่ทางฝั่งตรงข้าม

“ยุทธ ถามทางดาวใต้กับดาวเสาร์ซิเป็นไงบ้าง”

จ่ายุทธพงษ์วิทยุถามทันที จนได้คำตอบ

“พวกปักหลักนิ่ง แล้วกวนให้ไอ้พวก ผกค.มันเสียแนวตั้งรับ เขาบอกอยากให้ทางเราเอา ปรส.ยิงใส่เข้าไปอีก พวกนั้นอยู่ต่ำกว่าสันเนินลงมาประมาณ 50 เมตร”

“โอเคยุทธ บอกไปเลยให้คอยรับ”

ดาวเหนือลุกขึ้นกระแทกฐานปืนอีกครั้ง แล้วเข้าประจำกล้องเล็งต่อไปอีก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

ที่หมายทางด้านเนินเสือเหลืองทั้ง 3 นัด แต่ละนัดตกลงกลางเนินทั้งสิ้น ฉับพลันนั้นเสียงปืนจากทางด้านดาวเสาร์ก็ดังถี่ขึ้นทันที แสดงว่าไอ้พวก ผกค.ต้องออกจากที่กำบังมาเป็นเป้าให้พวกดาวเสาร์นั่นเอง

ดาวเหนือย้ายแนวปืนมาทางด้านเนินเสือดำอีกครั้ง เล็งในแนวกลางเนินแล้วลั่นไก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมม!...”

อีก 3 นัดเท่าๆกัน พวกดาวใต้ก็คงได้โอกาสเช่นเดียวกัน เหยื่อสังหารออกจากที่กำบังเพื่อให้รอดพ้นจากอำนาจของ ปรส.ก็ต้องไปเจอกับกระสุนของพวกดาวใต้อีกอย่างช่วยไม่ได้

“พี่... ทหารราบบอกขอให้ยิงให้หนักเข้าไปอีก จนกว่าเขาจะเข้าถึงยอดเนินกลาง”

“โอเค ยุทธ บอกเขาไปเลยว่ายินดีมาก”

ดาวเหนือดูออกจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่มีอาการของความเหนื่อยอ่อนแม้แต่น้อย เวลาตอนนั้นเพิ่งจะ 7 โมงเช้า แต่เหงื่อแกออกยิ่งกว่าตอนบ่ายซะอีก

ปรส.จากมือของดาวเหนือปล่อยออกไปอีกจนกระสุนเกือบจะหมด จาเป้าหมายเนินเสือเหลืองบ้าง เนินเสือดำบ้าง และเช่นเคยยิงเข้าไปเนินใหน เนินนั้นก็ต้องมีเสียงปืนเล็กดังถี่ยิบขึ้นมาขานรับทันที

“พี่... ทหารราบยึดเนินกลางได้แล้ว”

“โอเค บอกไปเลยพี่จะหยุดยิง”

ทุกอย่างดูประสานกันเป็นอย่างดี นั่นคือการปฏิบัติการรบตามแบบของพวกล่าสังหาร ไม่ว่าจะเป็นชุดใดก็ตาม

เสียงปืนจากทางด้านดาวทองดังขึ้นถี่ยิบ ดาวเหนือยิมออกมาได้ เพราะนั่นคือแผนที่วางเอาไว้ ช่องนั้นเป็นช่องให้ไอ้พวก ผกค.มันแหวกออกไป แล้วเสียงปืนทุกชนิดก็พลันเงียบลงด้วย

ดาวเหนือจัดการติดต่อกับศรทองทันที ฮ.จำนวน 3 ลำลงจอดบนกลางยอดเนิน สิ่งแรกกคือการลำเลียงคนเจ็บ แล้วก็ศพ ตามด้วยพวกลาดตระเวน ซึ่งใช้เวลากันเกือบตลอดทั้งวันนั้น กำลังส่วนสุดท้ายถอนออกจนเกือบจะ 5 โมงเย็น

แต่พวกดาวเหนือกับดาวใต้ให้ออกรับต่อภารกิจของชุดเสือดำ พิสูจน์ทราบค่ายภูยอดหญ้าให้ได้ ไม่มีการต่อรองใดๆจากชุดล่าสังหารทั้ง 2 ชุด

จากอาวุธที่ยึดได้ ศพ. ผกค.กว่า 30 ศพที่เหลืออยู่ในพื้นที่การรบ ทำให้หน่วยเหนือเชื่อแล้วว่าเขตนี้เป็นเป็นเขตอิทธิพลของ พคท.เขตหนึ่ง และจะดูมีความสำคัญพอกันกับเขต พคท.ในภูร่องกล้าและภูพาน

แผนงานในอนาคตจะขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานของพวกดาวเหนือและดาวใต้ต่อไป..



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 15:22   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19467

คำตอบที่ 19
       จบครึ่งแรกแล้วครับ

ยังไม่สามารถหาครึ่งหลังได้

โดยภาพภารกิจในตอนหลังคือ

- ดาวเหนือและดาวใต้รับภารกิจลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ ค่าย ผกค. ภูยอดหญ้าต่อ

- ดาวเหนือเจอความกันดารของป่า เกือบสิ้นชื่อด้วยอาการขาดน้ำและอาหาร ต้องอาศัยน้ำจากเหง้ากล้วยประทังชีวิต

- ชุดดาวใต้ เกือบ "ละลาย" บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย

- ดาวเหนือค้นพบคลังอาวุธ ผกค. บริเวณภูยอดหญ้า

- หน่วยเหนือส่งทหารราบ 1 กองร้อยเข้ายึดคลังอาวุธ

- ทหารราบ 1 กองร้อย เข้าสู่พื้นที่สังหาร ละลาย ไม่มีใครรอดชีวิต ตัว ผบ.ร้อย ไม่มีหัว




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

phumjai จาก PhumJai 223.204.24.251 เสาร์, 6/7/2556 เวลา : 15:39   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 19468

      

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  



website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่







Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net  facebook.com/WeekendHobby     วันอังคาร,28 กุมภาพันธ์ 2560 (Online 1515 คน)