WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


ขอคำแนะนำเรื่องการวางเครื่องใหม่หาอู่ซ่อมแลนด์แถวนครปฐมครับ
กฤตเมธ
จาก อาม
IP:114.109.50.156

พุธที่ , 5/7/2560
เวลา : 00:57

อ่านแล้ว = ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ผมกำลังจะซื้อแลนด์โรเวอร์กระบะช่วงยาว อยากขอคำแนะนำเรื่องวางเครื่องใหม่หน่อยครับ
เพื่อนพี่ๆในบอร์ดที่วางเครื่องใหม่ใช้เครื่องตัวไหนกันบ้าง รถที่ได้มาเป็นเดิมๆไม่มีแอร์ ขแคำแนะนำการติดเพิ่มหน่อยครับ
พี่มีอู่แนะนำที่นครปฐมหรือใกล้เคียงบ้างไหมครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  

คำตอบที่ 1
       ขออนุญาตนำกระทู้เก่าๆ ของพี่ๆ แลนด์มาลง เผื่อเป็นประโยชน์ครับ ไหนๆ ก็ศึกษาหามาแล้ว ไม่เก็บไว้ครับ

สูตร- เครื่อง 4jb1 t เกียร์ mu คาน Toyota LN 65/106 หรือ คาน safari ทดเฟือง 8/37 ยาง 33 นิ้ว

1. ใช้เกียร์เดิม คานเดิม
แบบนี้เห็นมีพี่น้องทำกันหลายสูตรครับ แต่โดยหลักการแล้วเครื่องดีเซลขนาด 2500-3000 cc ขึ้นไปน่าจะพอเหมาะพอควรครับ ที่เห็นลงกันเยอะก็คือ TD27 / TD27 Turbo จากค่าย Nissan หรือไม่ก็ 2L / 2L-Turbo / 3L จากค่าย Toyota แล้วก็มี 4DR5 / 4DR6 จากค่าย Mitsubishi 4JA/4JB จากค่ายIsuzu ขึ้นอยู่กับการหาของและความชอบส่วนบุคคลครับ ใช้วิธีหล่อหัวหมูชนเกียร์เดิมเอา แต่ความเร็วปลายอาจจะไม่ได้ดั่งใจ เพราะว่าเกียร์แลนด์เดิมทดเยอะมากและมีแค่สี่เกียร์ แรงดี แต่ปลายหดครับ อันนี้ยังไม่พูดถึงเครื่องหมัดหนักทั้งหลายที่จะแรงเยอะเกินเกียร์ครับ เช่นพวก KZ / 13B-T / SD33 ทำเครื่องแล้วอย่าลืมทำเบรกด้วยนะครับ เบรกแลนด์เดิมๆเป็นดรัมเบรกทั้งสี่ล้อ เวลาจะเบรกต้องเผื่อเยอะๆ ครับ
2. เกียร์ใหม่ คานเดิม
อันนี้ก็จะใช้เครื่องตามที่บอกเอาไว้แล้วในข้อ 1 แต่ควรจะเอาเกียร์ตระกูลเดียวกับเครื่องมาด้วย จะได้มีปัญหาน้อยลง แต่ต้องระวังว่าเกียร์ที่ใช้ควรจะเป็นเกียร์ที่ออกหน้าขวา หลังขวา (เช่นเกียร์ตระกูล Landcruiser รุ่นเก่า 40/60/70 หรือเกียร์ Nissan safari หรือ Mitsubishi Canter) เนื่องด้วยเฟืองท้ายของเพลาแลนด์จะอยู่ด้านขวาทั้งหน้าหลัง ถ้าเอาเกียร์แบบที่เป็นออกหน้าขวาหลังตรงมา (เกียร์ 4WD ทั่วๆ ไป) ก็จะทำให้เพลาเยื้อง แต่ก็เห็นพี่ๆ บางคนใช้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ถ้าจะเอาแน่นอนไว้ก่อน หน้าขวาหลังขวาจะเหมาะกว่าครับ
3. เกียร์ใหม่ คานใหม่
ถ้าเป็นแบบนี้ควรจะเอามาทั้งเซ็ตครับ จะได้ตัดปัญหาเรื่องอัตราทดต่างๆ หรือถ้าจะผสมพันธุ์ข้ามยี่ห้อ ก็ดูเรื่องอัตราทดให้ดีครับ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง แบบนี้จะสมบูรณ์ที่สุด แต่งบก็จะบานที่สุด

เครื่อง 2B นี้ จะเกิดหลังจากพี่ใหญ่ 1B 3,000 cc (หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเครื่อง BU) อยู่หลายปี เครื่องตัวนี้ผมได้มาพร้อมกับเกียร์สี่เกียร์และเพลาเดิมๆ ของมันเอง (อัตราทดประมาณ 1: 4.1 ) เอามาใช้งานตอนนี้ก็ยังร้องหาเกียร์ห้าอยู่ครับ วิ่งทางไกลเกียร์สี่แบบสบายหูก็จะได้ประมาณ 80 km/h ถ้าทนรำคาญเสียงดังได้ ก็สามารถใช้ความเร็วเดินทางได้ 90-100 km/h เหมือนกัน แต่ก็ยังมีอาการรอบเหลือให้เห็น
ถ้าลงเป็นเกียร์ Landcruiser 4 เกียร์จะเหมาะมาก ถ้าขับรถไม่เร็ว เพราะว่าไม่ต้องแปลงหัวหมู เกียร์สี่เกียร์ก็ราคาไม่แรงเท่าไหร่ แรงบิดก็น่าจะเหลือๆให้ปีนป่ายได้สบายๆ แต่ถ้าจะลุยหนัก ปั่นโคลน ก็พกเพลาข้างไปด้วยหน่อยก้อดีครับ อุ่นใจกว่า
แต่ถ้าจะใช้วิ่งทางไกลบ่อย และอยากได้ความเร็วเกินร้อย ผมว่าลงห้าเกียร์ดีกว่า แต่จะมีข้อเสียก็คือราคาแพงและหายากครับ

อีกสูตรหนึ่งที่ผมได้ความรู้มาจากพี่ที่ใช้ Landcruiser หน้าหนูมาก็คือ พี่เขาใช้เครื่องและเกียร์บล๊อคเดียวกับของผมเลย คือเครื่อง 2B และเกียร์สี่เกียร์ แต่พี่เขาโมโดยการติด Turbo ให้เครื่อง แล้วผ่าเกียร์ เปลี่ยนเอาเฟืองเกียร์ห้ามาแทนเฟืองเกียร์สี่ ผลก็คือรถก็จะมีสี่เกียร์ แต่เป็นสี่เกียร์แบบ 1-2-3-5 โดยไม่มีเกียร์สี่ ผมว่าก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ดีนะครับ เพราะว่าปกติแล้วเกียร์สามนี่ก็จะลากไปได้ถึง 60-70 km/h อยู่แล้ว จากนั้นก็ยิงเกียร์ห้ายาวเลยโดยใช้แรงจากหอยพิษมาช่วย ผมว่าเจ้าเครื่อง 2B นี่ถ้าเอามาเซ็ต Turbo ดีๆ ให้ลงตัว น่าจะแรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับเครื่อง 13B-T เลยนะครับ

อีกทางหนึ่งที่น่าลองคิดนะครับ...แหนบเดิมมันเป็นอะไรหรือครับ ทำไมถึงอยากเปลี่ยน...ถ้ามันแข็งหรือกระเด้งกระดอนไป ผมว่าลองปรับปรุงแหนบเดิมดูก่อนดีไหมครับ ผมว่ามันน่าจะซับซ้อนน้อยกว่าและราคาถูกกว่านะครับ เช่น
- ชักแหนบออกเป็นบางแผ่น...อันนี้ว่ากันแบบลูกทุ่งๆ เลยนะครับ แต่จริงๆ แล้วการทำแบบนี้คือการเปลี่ยนค่า K โดยรวมของตับแหนบ ก็จะทำให้แหนบนุ่มนวลขึ้นมาได้บ้าง (เพราะอย่าลืมว่าแหนบแลนด์เดิมๆ เขาทำเอาไว้สำหรับถนนเมื่อสามสี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งถนนหลายสายก็ยังเป็นหลุมเป็นบ่อซะเป็นส่วนมาก วิศวกรสมัยนั้นก็เลยต้องคำนวณเผื่อเอาไว้เยอะหน่อย) คราวนี้ ถ้าทำตามร้านแหนบทั่วไป เขาก็จะใช้ความชำนาญบวกกับประสบการณ์ที่เคยทำ ก็วัดดวงกันเอา แต่ถ้าไปตามอู่ที่เก่งคำนวณหน่อย เขาก็จะชั่งน้ำหนักรถเรา และบวกกับน้ำหนักบรรทุกเพิ่ม แล้วก็จะคำนวณค่า K ที่ควรจะเป็นของแหนบออกมา แล้วก็ไปเลือกแหนบที่มีค่า K ที่เหมาะสม อันนี้ก็จะแน่นอนขึ้นมาอีกนิด ว่าทำแล้วมีทิศทางที่ดี น่าจะนิ่มแน่นอน
- เช็คโช๊ค...อันนี้ผมลองเล่นเอง เพราะโช๊คที่ผมใช้เป็นแบบปรับระดับความแข็งได้ ผมเลยชอบปรับมันเล่น แล้วลองขับดูในสภาพถนนต่างๆ เวลาปรับให้แข็งขึ้นนี่จะเห็นผลค่อนข้างเยอะ คือจะกระเทือนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การทรงตัวมันจะดีขึ้น ลองดูนะครับ ถ้ายังเป็นโช๊คเดิมติดรถที่มีอายุเยอะๆ แล้ว พอเปลี่ยนคู่ใหม่สักคู่ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ผมว่ามันช่วยได้เยอะเลยนะ
- เปลี่ยนบุชหูแหนบ ... อันนี้ผมว่าเห็นผลเยอะเลยนะ วันก่อนผมลองเปลี่ยนบุชดูเล่นๆ เพราะไม่ได้เปลี่ยนเลยตั้งแต่ใช้มาสิบกว่าปีนี่แล้ว ปรากฏว่ามันนิ่มนวลขึ้นเยอะ เหมือนกับว่าพอบุชมันแน่น ก็เลยทำให้แหนบสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะตอนที่บุชมันหลวมอยู่ มันจะมีช่วงจังหวะ Free ที่จะทำให้แหนบมันไม่สามารถทำงานได้ทันทีที่มีแรงสะเทือนเข้ามา ภาษาที่เทพเขาพูดกันก็คือมันทำให้แหนบ response ต่อแรงกระทำได้ช้า
- สุดท้ายลองใช้สูตรเด็กท้ายรถเก่า (จากพ่อผมเอง) เอาน้ำมันเครื่องเก่าใส่ที่พ่นน้ำมันเครื่องหยอดไปที่ตับแหนบครับ ค่อยๆ หยอดไปเรื่อยๆ ถ้าขยัน ก็หยอดไปทุกอาทิตย์ แหนบมันก็จะลื่นขึ้นเพราะมีน้ำมันไปหล่อลื่นอยู่ระหว่างแผ่นแหนบ ทำให้แหนบมันให้ตัวได้ดีขึ้น ก็จะทำให้มันนุ่มนวลขึ้นมาได้อย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

จะวางเครื่องอะไรก็ตาม การจะทำให้เป็นขับ 4 หรือเปล่าอยู่ที่เกียร์กับทรานสเฟอร์ครับ ถ้าเป็นเครื่อง 2J ก็ต้องหาเกียร์ขับสี่มาชน ถ้าจะชนกับเกียร์ซีรี่เดิม ผมว่าคลัชกับเกียร์มันจะรับไม่ไหวเอานะครับ ส่วนมากที่เห็นก็จะเอาเกียร์ขับสี่ Toyota มาชนเลย จะดัดแปลงน้อยที่สุด ถ้าดีสุดคือเอาเกียร์
Prado รุ่นที่เพลาออกหน้าขวา หลังขวา จะได้ตรงกับเฟืองท้ายของแลนด์เดิมๆ ไม่เยื้องมาก แต่ผมก็เคยเห็นพี่ๆ บางคนเอาเกียร์ที่ออกหน้าขวา หลังกลาง ที่จะหาง่ายกว่ามาชนแล้วใส่ยอยแปดทิศแก้เพลาเยื้อง ก็เห็นวิ่งกันทั่วไทยเหมือนกันครับ

เครื่อง 2J ถ้าจะวางจริง ก็เที่ยวกันสบายๆ อยู่แล้ว ก็ขนาดเครื่องแลนด์เดิมๆ หรือเครื่อง Isuzu elf แรงน้อยๆ ยังวิ่งกันให้ว่อน เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจเครื่องตระกูล J กันนิดหนึ่ง เนื่องจากสายพันธุ์นี้ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในรถลุยนะครับ เครื่องตระกูล J จะออกแบบมาสำหรับรถที่ต้องการแรงบิดในย่านรอบสูงๆ เช่นรถเก๋ง (Toyota Crown) รถสปอร์ท (Toyota Supra) ซึ่งแรงบิดที่มีมาให้ประมาณ 290-300 Nm จะมีมาให้แถวๆ ย่านรอบเครื่อง 4,800 รอบ แต่จริงๆ แล้ว เวลาเราเอารถไปลุย แรงบิดที่เราต้องการมันควรจะต้องมาที่รอบต่ำๆ เพราะเวลาเราเร่งเครื่องขึ้นเขา หรือเพื่อตะกุยในหล่มโคลน เราต้องการแรงบิดทันที การจะเร่งรอบให้ได้มากๆ เพื่อให้แรงบิดมาให้พอ จะทำให้ทั้งเกียร์และคลัชมันลาโลกก่อนเวลาอันควร พวกเครื่องที่เกิดมาเป็นตัวลุยส่วนมากจะให้แรงบิดที่รอบต่ำๆทั้งสิ้น เช่น 200/300 TDI จะให้มาประมาณ 270 Nm ที่ 1,800 รอบเท่านั้นเอง หรือถ้าเทียบกับค่าย Toyota ก็ต้องลองเทียบกับเจ้า 5VZ ที่วางอยู่ใน Toyota Prado ที่จะให้แรงบิดใกล้เคียงกับ 2J แต่จะมาสูงสุดที่ 3,600 รอบเท่านั้นเอง

อีกข้อเสนอครับ ใช้พวงมาลัยเดิมของแลนด์ หากระปุกพวงมาลัยของ Toyota Dyna ( 4 ล้อเล็ก)มีเพาเวอร์มาด้วย มาแปะด้านในเหมือนของเดิมเลย ดัดแปลงจุดยึดนิดหน่อย
ตัดต่อคันส่ง และแกนพวงมาลัย หาตัวปั่นมาใส่ เดินสาย ไล่ระบบก็ใช้ได้ครับ ลักษณะที่ผมทำจะคล้ายของเดิมมาก เพราะกระปุกพวงมาลัยไม่ได้มาอยู่หลังกันชน จุดหมุนต่างๆก็เหมือนเดิม กระปุกพวงมาลัยส่วนใหญ่รถญี่ปุ่นจะกวาดซ้าย-ขวา แต่ของแลนด์จะกวาดบน-ล่าง ซึ่งแตกต่างกัน ผมใช้ของToyota Dyna ใช้ได้ดีทีเดียว ขอบอกต่อ มีเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วย เป็นอีกทางเลือกของสมาชิกนะครับ ราคาค่ากระปุกประมาณ 4,000 บาท ตัวปั่นน้ำมัน ประมาณ 800 บาท

เครื่องยนต์ 4 JB1T 2800 cc Turbo Intercooler
เกียร์ Isuzu Mu
คานหน้า - LN65 9/41
คานหลัง - SR5 9/41 Limited Slip
ยาง - 32"
อัตราการกินน้ำมัน 11-12 กิโล/ลิตร
เกียร์ - 15000-20000 บาท
เพลา LN - มีตั้งแต่ คู่ละ 45000-85000 (แล้วแต่สภาพกับ Option ที่เฟือง)
จะเห็นว่า ตัวแปรมันอยู่ที่ราคาเพลา ที่มันขึ้นตาม demand ของผู้ซื้อ เพราะเพลาตระกูล LN สามารถเล่นอัตราทดเฟืองได้มาก
แหนบสามารถใช้ตัวเดิมได้ครับ วางไว้ด้านล่างเสื้อเพลา (เหมือนเดิม)จะเหมาะกว่า เดี๋ยวนี้ราคาวางเพลาแหนบ มีตั้งแต่ 10000-25000 บาท
แล้วแต่อู่ครับ ถ้าจะยกสูงให้วางแผนยกตอนวางเพลาเลยครับ นอกจากนี้ที่ต้องคำนึง คือ
1.การทำคันเกียร์ให้มาอยู่ในตำแหน่งใช้งาน บางที่ทำง่ายๆ คือ มันโผล่ตรงไหนก็เจาะพื้นมันตรงนั้น หรือดัดโค้งงอมายังตำแหน่งที่ต้องการซึ่งจะมีปัญหา คือ มันดิ้นได้ จะเข้าตำแหน่งเกียร์ลำบาก
2. ท้ายเกียร์ Isuzu จะเป็นเฟืองสปายไม่มีหน้าแปลน ฉะนั้นการวางองศาเพลากับเกียร์ต้องให้พอดี ถ้าไม่ดีมันจะกินซีลท้ายเกียร์ น้ำมันจะรั่วประจำ
3. คำนวณอัตราทด ตามขนาดยางที่ต้องการก่อนนะครับ จะได้เสียตังค์ทีเดียวจบ
ข้อมูลเพิ่มเติม
1. แท่นเกียร์ - ด้วยเรื่องท้ายเกียร์ของ Isuzu เป็นแบบสปายเสียบ แนะนำให้ทำแท่นเกียร์ แบบปรับระยะความสูงได้ เผื่อว่าเรามีปัญหามุมเพลาท้าย ก็สามารถจะชดเชยจากแท่นเกียร์ได้
2. สายเบรก - ส่วนใหญ่หลายท่านจะลืมสายเบรก ที่ต้องเพิ่มความยาวเมื่อรถยกสูงขึ้น หรือให้ตัวได้มากขึ้น
3. เครื่องยนต์ - เมื่อพบตำแหน่งเครื่องยนต์ ไม่เหมาะสมกับเกียร์ ให้ขยับได้ระดับความสวยงามและใช้งานได้ดี ไปเลยครับ อย่ามายึดติดว่าเอาตำแหน่งเครื่องยนต์เป็นหลักไหนๆทำทั้งทีแล้ว แก้ได้ แก้ไปเลยครับ







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

boat2513 จาก boat ศุกร์, 7/7/2560 เวลา : 11:47  IP :   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 28682

      

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  



website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่







Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net      วันอาทิตย์,24 มิถุนายน 2561 (Online 873 คน)