WeekendHobby.com


วิธีแก้เครื่องร้อนแบบได้ผลล้านเปอร์เซนต์
yakusa
จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว)
125.24.221.33
ศุกร์ที่ , 29/2/2551
เวลา : 23:28

อ่านแล้ว = 54132 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ผมลองสำรวจกระทู้ย้อนหลังไปตั้งแต่เริ่มตั้งชมรม ปัญหาติดอันดับคือเครื่องร้อนจะทำอย่างไรดี แก้ลองผิดลองถูกกันหลายวิธแล้วก็หายบ้างไม่หายบ้าง


เอาแบบนี้ครับ ผมจะเล่าให้ฟังแบบเอาไปซ่อมเองที่ตรงจุด ประหยัด และตอนจบเครื่องไม่ร้อน



ความร้อนขึ้นเกินขีดกลางไปเล็กน้อยครับ แต่วิ่งใกล้ไกลแค่ไหนก็อยูเท่านั้นครับไม่เพิ่ม เหญียบ100กว่าก็เท่านั้นครับ ลองถ่ายน้ำในหม้อน้ำแล้ว
จาก : lifff(lifff) 20/5/2556 10:03:55 [125.26.159.180]
ท่อยางด้านบนร้อนกว่าท่อยางด้านล่างมากด้วยครับ แล้วน้ำในหม้อเติมไม่ยุบครับ ขอบคุณครับ
จาก : lifff(lifff) 20/5/2556 10:06:10 [125.26.159.180]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  

คำตอบที่ 1
       ขั้นแรกเลยก็ต้องหม้อน้ำเพราะเป็นประตูทางออกของความร้อนจากเครื่องยนต์สู่อากาศ ถ้ามันสกปรก เป็นตะกรัน ความร้อนก็จะอั้นอยู่ในระบบเครื่องยนต์ ถอดมาล้างให้สะอาดจะดีขึ้นทันตาเห็น

ถอดมาล้างอย่างไรถึงจะสะอาดพอลองมาดูวิธีการกันครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21711

คำตอบที่ 2
       การล้างหม้อน้ำที่ดีต้องถอดมาชักแซ่ที่รูท่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พวกน้ำยาล้างหม้อน้ำแบบติดเครื่องสิบนาทีเป็นของหลอกเด็กทั้งนั้น ถ้าเปิดครอบหม้อน้ำออกมาแล้วเป็นแบบนี้ต้องล้างใส้อย่างเดียวครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21713

คำตอบที่ 3
       ชักแส้ต้องใจเย็น หม้อน้ำลูกหนึ่งจะให้สะอาดต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง รวมถึงต้องเอาหวีมาดัดครีบที่ล้มไปให้เหมือนใหม่ด้วย พอชักแซ่แล้วต้องลงแช่ในโซดาไฟอีก 2-3นาทีให้หมดคราบจริงๆทั้งข้างนอกข้างใน ร้านส่วนมากจะทำแบบลวกๆ เขี่ยสองทีแบบแคะหูตามร้านตัดผมแล้วโยนลงโซดาไฟเลย ร้านแบบนี้อย่าไปเข้ามัน ของที่เราได้จะไม่ดีพอกับเงินที่เสียไปครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:38   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21714

คำตอบที่ 4
       ทำแล้วต้องสะอาดเหมือนใหม่ ถ้าไม่เป็นแบบนี้ แสดงว่าร้านที่ทำฝีมือยังไม่เข้าขั้นมืออาชีพ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:40   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21716

คำตอบที่ 5
       ครีบต้องออกทองแดงใสๆ ห้ามพ่นสีดำทับโดยเด็ดขาด ร้านเลวๆชอบปิดบังฝีมือตัวเองโดยเอาสีดำสาดๆให้ดูดี กลบขี้ตัวเอง หม้อน้ำที่ได้มาจากช่างเลวๆแบบนี้ก็ไม่แตกต่างกับตอนไม่ได้ล้าง


เพื่อยกจุดเดือดของน้ำระบายความร้อนและลดสนิมในระบบ น้ำยาเติมหม้อน้ำให้ใช้ของดีๆ ที่ผมทดลองแล้วได้ผมพอใจ มีของ บางจาก ของคาสตอล ของโมบิล นอกนั้นเป็นม้านอกสายตา เพราะราคากับคุณภาพไม่สมกัน ยิ่งพวกกลิ่นฉุนๆถอยให้ห่างไปเลยครับ

ผมใช้แบบเข้มข้น 50-50 น้ำยาสามลิตร แล้วเติมน้ำเพิ่มอีกสามลิตรจะเต็มพอดี





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:41   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21718

คำตอบที่ 6
       การระบายความร้อนต้องใช้อากาศที่ผ่านหม้อน้ำ พัดลมที่หม้อน้ำต้องส่งกำลังไปที่ใบพัดได้ดี ลองหมุนใบตอนเครื่องร้อนต้องฝืดมือเกือบจับตายกับเพลาเครื่อง ถ้ามันลื่นแล้วให้ถอดมาเติมซิลิโคนให้เต็ม บางครั้งถ้าของเดิมเสื่อมให้ล้างออกให้หมดแล้วเติมของใหม่ให้เต็ม

แนะนำให้ใช้ของแท้หลอดละไม่กี่ร้อย ไม่เกิน สองหลอดก็เต็มแล้ว จะอยู่นานและจับแกนดีกว่าของเทียมแบบรู้สึกได้ ให้เบิกของจากห้างเองเพราะถ้าให้ช่างไปซื้อจะได้ของเทียมทุกครั้ง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21719

คำตอบที่ 7
       ใบพัดต้องได้รูป ไม่บิดตัวและต้องแข็ง ถ้าไปซื้อของปลอมมาใช้จะอ่อนไม่กินลม ตอนเครื่องยังไม่หมุนก็ดูได้รูปดี แต่พอเครื่องหมุนใบจะอ่อนลู่ลมใช้ไม่ดีครับ

แนะนำให้ใช้ของแท้ ใบละไม่กี่ร้อย ใช้นานเป็นปีคุ้มกว่าของปลอมใบละร้อยกว่าบาทแต่ไม่กินลม เครื่องจะร้อนแล้วไม่คุ้ม





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21721

คำตอบที่ 8
       เทอร์โมสตัทจะต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่ล้างหม้อน้ำเพราะมันมีอายุการใช้งานได้ไม่นาน ตัวละร้อยกว่าบาทไม่แพงเกินกว่าจะซื้อ และให้ดูอุณหภูมิเปิดที่ด้านข้างด้วย ไม่ให้เปลี่ยนไปแบบสูงเกินหรือร้อนเกิน ของเดิมๆดีทีสุด

รถที่ต้องตั้งร้อนกว่าปกติคือรถที่ต้องการแรงม้าสูงจากการเปลี่ยนพลังงานที่จุดสูงกว่า แต่อายุเครื่องจะไม่ทน รถใช้งานที่ไม่ใช่รถแต่งอย่าไปเล่นแบบนี้ครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21723

คำตอบที่ 9
       ปั้มน้ำต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนสายพานำไทม์มิ่ง หรือทุกแสนกิโล ใบปั้มเดิมๆจะเป็นเหล็กใช้ได้ไม่นานก็เกิดคราบสนิมและใบกุดเป็นช่วงๆจากการเกิด Cavitation ของระบบท่อ จะใม่ให้เกิดต้องใส่ Escentric maniflow แต่เครื่องยนต์มันดูดตรงจากเสี้อเครื่อง เลยต้องทนกันการเกิด Terbulance ของหน้าใบปั้มให้กุดแบบนี้





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:47   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21726

คำตอบที่ 10
       นอกจากของแท้เบิกห้าง ของดีข้างนอกก็มีขายให้ใช้แบบในรูปเล็ก เป็นปั้มแบบใบ Stainless แต่งมุมใบให้รับน้ำด้ดีที่ความเร็วต่ำ จำนวนใบจะมากกว่าแต่ใบแคบกว่าเพราะปัญหาความร้อนจะเกิดตอนรถจอดนิ่งๆ ไม่เป็นตอนวิ่ง

ยกเว้นถ้าวิ่งอัดเร็วเกิน120แล้วร้อน ให้เดาว่าอาจจะเกิดจากใบปั้มเป็นสนิมพรุนเป็นหน้าข้าวตังทั้งใบ หรือกุดไปเป็นบางส่วนแล้ว





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:47   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21728

คำตอบที่ 11
       ฝาหม้อน้ำก็สำคัญ การเก็บแรงดันไม่ให้น้ำเดือดก่อนจะระบาบความร้อนสำคัญมาก เพราะถ้าน้ำชิงเดือดก่อนที่จะเข้าหม้อน้ำ การหล่อเย็นจะไม่สมบูรณ์ จะมีฟองอากาศมาเป็นตัวกั้นบางๆระหว่างน้ำกับโลหะ ให้ใช้ของแท้อีกเช่นกันอันละสองร้อยกว่าบาท ของเทียมอันละ 60บาทอย่าไปคบกับมันเป็นอันขาด

ร่องระหว่าฝาบังลมและหม้อน้ำต้องอุดให้ดี ใฃ้ท่อยางกันความร้อนแอร์ก็ได้ยัดไม่ให้ลมหนีออกโดยไม่ผ่านแผงแอร์ด้านหน้า กระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว แอร์จะพลอยเย็นไปด้วย





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:48   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21730

คำตอบที่ 12
       บังลมต้องอยู่ในสภาพดี ใบพัดที่หมุนอยู่ต้องไม่มีลมรั่วให้เปลืองพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ ลมทุกหยาดหยดต้องโดนถึงผ่านหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อน ลมรั่วมากก็จะระบายออกจากหม้อน้ำไม่ดี

ของเดิมเสียแล้วหรือหมดสภาพบิดเบี้ยวเสียรูปจากช่างสมองลิงมันไม่รักษาของให้เราตอนถอดใส่ ก็ไปเดินหาจากหัวตัดของนอกมาใช้จะดีกว่าไปจ้างร้านตีใหม่หลายขุม





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:48   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21731

คำตอบที่ 13
       พัดลมที่ใช้เสริมแผงแอร์ก็ช่วยให้หม้อน้ำเย็นลงได้ ถ้าของเดิมยันหมุนอ่อนแล้วก็เปลี่ยนใหม่ไปเลยเอาลูกโตสักนิดแต่ใบเท่าเดิม

ลูกโตคือมอเตอร์โตนะครับ มอเตอร์เล็กแต่ใบโตไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับการระบายความร้อนของเครื่องดีเซล แบบนั้นให้พวกรถเก๋งเบ็นซินเอาไปใช้จะดีกว่า





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:51   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21733

คำตอบที่ 14
       ลูกนี้แรงแน่นอน หม้อน้ำรถเครื่องขับล้อหน้าใช้ลูกเดียวยังเย็นดี พัดลมแบบนี้จะมีสามความเร็ว ให้ต่อตรงที่ความเร็วสูงสุดได้เลย

ลูกนี้ของรถอิตาลีเอามาใส่กับปาเจโรแล้วแอร์เย็นลมทะลุไประบายความร้อนถึงหม้อน้ำด้วย แต่หนวกหูมาก ยืนหน้ารถเสียงพัดลมหมุนดังเกือบกลบเสียงเครื่อง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:51   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21734

คำตอบที่ 15
       พัดลมเล็กของแอร์ไม่ต้องใหญ่มาก เอาขนาดเดิมๆก็พอแล้ว ถ้าเกิดร้อนแบบสาหัสรถติดตอนบ่ายก็เปิดพัดลมใหญ่ช่วย ทั้งแอร์ทั้งเครื่องจะเย็นลงสู่ระดับปกติ

ขยับ Oil cooler มากินลมของพัดลมแอร์ด้วยก็จะดีมาก เพราะตอนรถจอดนิ่งๆจะได้ลมจากพัดลมช่วยด้วยอีกแรง

ระบบระบายความร้อนของลูกสูบ ก้านสูบ ข้อเหวี่ยงไม่ได้ใช้น้ำระบาบความร้อนนะครับ อย่างเข้าใจผิด ระบบจะใช้น้ำมันเครื่องช่วยระบายความร้อนล้วนๆ ถ้าไม่ระบายความร้อนออกจาก Oil cooler ให้ดี อาจจะสร้างความเสียใจอย่างใหญหลวงให้เจ้าของรถได้ง่ายๆ

อย่ามองข้าม Oil cooler เป็นอันขาด ต้องให้ลมวิ่งผ่านตอนรถจอดติดไฟแดงนานๆด้วยจะดีมาก





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:52   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21735

คำตอบที่ 16
       ดูแลความเรียบร้อยของรูรั่วต่างๆทั้งอากาศทั้งของเหลวให้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบทุกสัปดาห์ แล้วอากาศร้องแบบในกรุงเทพฯตอนบ่ายๆจะทำอะไรรถไม่ได้เลย

ต่อให้อัดแช่เป็นร้อยก็ยังเย็นสบายดีทั้งคนทั้งรถ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21737

คำตอบที่ 17
       สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนแบบนึกไม่ถึงคือท่อไอเสีย



อีกจุดที่อย่ามองข้ามโดยเด็ดขาดคือหม้อพัก ถ้าใส้ล้มไอเสียจะอั้น รถจะร้อนและวิ่งไม่ออก ท่อเล็กกว่า สองนิ้วครึ่ง จะเป็นต้นเหตุให้เครื่องร้อน

ท่อที่ดีต้องสองนิ้วครึ่งเป็นอย่างต่ำ หม้อพักเป็นใส้ตรงใบใหญ่ที่สุดหรือใส้เยื้องถ้าอยากให้เงียบสักหน่อย แต่ถ้าไม่แน่ใจต้องใหญ่ไว้ก่อนแล้วจะดีเองตอนใช้งาน



ถ้าทำได้ตามนี้แล้วเครื่องจะเย็นลงผิดหูผิดตา





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21742

คำตอบที่ 18
       ปั้มหัวฉีดเป็นสาเหตุของความร้อนด้วยแบบคิดไม่ถึง ถ้าไปปรับให้จ่ายน้ำมันน้องลงเกินกว่าปกติ แบบไหนที่เรียกว่าปกติ

แบบที่ปกติก็คือน้ำมันจะเผาไหม้หมดตามจำนวนอากาศที่มีอยู่ในห้องเผาไหม้พอดี แต่แบบนี้ปรับลำบากเพราะเผาแล้วยังมีอากาศเหลือ กับเผาแล้วพอดี จะเหมือนกันคือไม่มีควันเหลือ ดังนั้นช่างที่ชำนาญจะปรับให้มีควันอ่อนๆจางๆออกมาให้มีน้ำมันเหลือเล็กน้อยนับว่าเป็นแบบปรับพอดี

แต่ช่างบางคนจะปรับแบบประหยัดตามใจลูกค้า ที่เน้นประหยัดโดยจ่ายน้ำมันให้น้อยกว่าอากาศ โดยจะบอกกับลูกค้าว่า แรงจะตกเล็กน้อยแต่ประหยัดสุดๆเลยเพ่.. ปรับแบบนี้เครื่องร้อนครับ เพราะเปลวของการเผาไหม้จะเรียกว่า Oxidation Flame เป็นการเผาไหม้ที่ออซิเจนมากกว่าเชื้อเพลิง ความร้อนจะสูงมากการเผาไหม้จะลุกอย่างรวดเร็วจนลูกสูบยังไม่ทันจะลงเกือบสุดก็เผาเชื้อเพลิงหมดครึ่งทางไปเสียแล้ว


ความร้อนที่เกิดขึ้นมันจะทำให้รถตัวร้อนไข้ขึ้นกว่าปกติแบบเห็นได้ชัด

อีกอย่างก็คือตั้งตำแหน่งฉีดน้ำมันช้าเกินไป บางคันตั้งให้ฉีดตอนลูกสูบเลื่อนพ้นจุดศูนย์ตายบนไปแล้วก็ยังมี บางร้านจะชอบตั้งให้รถพวก DI ฉีดช้าลงนิดเพื่อให้เกิดความนุ่มมวล โดยเฉพาะ อีผุผุ ถ้าตั้งให้เสียงเงียบ เครื่องนิ่มได้จะถูกมองว่าเก่งที่สุดเป็นยอดช่างปั้มในจักรวาลนี้

แต่ทำแบบนี้การจุดระเบิดจะไม่รุนแรงเพราะลูกสูบมันเลื่อนขยายปริมาตรของห้องเผาไหม้ให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด แรงดันของการเผาไหม้กับปริมาตรของห้องที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาของการเลื่อนลงไม่ได้สร้างแรงดันสูงสุดเท่าที่มันควรจะเป็น แรงจะตกพลังงานไม่ได้เปลี่ยนเป็นพลังงานกลไปหมุนข้อเหวี่ยงตามที่ควรจะเป็น มันจะเป็นความร้อนไปเสียเปล่าๆ


เครื่อดีเซล วิ่งนิ่งๆเงียบๆ คือเครื่องไม่มีแรงครับ อย่าคิดว่าแต่งมาดีกว่าคันอื่น

พวกมือบอนก็เหมือนกัน ปรับแล้วควันน้อย ปรับแล้วเครื่องนิ่มขึ้น ปรับเก่งกว่าร้านปรับให้เสียอีก ฮูย...เก่งจริงๆ

จบด้วยเครื่องร้อน โทรมาหาว่าจะทำอะไรดีครับพี่วอน ผมล้างหม้อน้ำมาสามรอบแล้วก็ยังไม่หายร้อน

โธ่..ก็ไปซนกับปั้มหัวฉีดขยับโน่นนิดหมุนตรงนี้หน่อย แล้วต่อให้เบิ้ลขนาดหม้อน้ำขนาดใหญ่แบบรถ ปารีส-ดักกา ของพรสวรรค์ก็ยังไม่เย็นหรอกครับ

แถมอีกนิดสำหรับคอประหยัด ถ้าจะถามว่าดีเซลมีระบบจ่ายน้ำมันบางแบบ VTEC LEV หรือเปล่า ตอบว่ามีครับ เครื่องไม่ร้อนแบบปรับปั้มกลไกให้จ่ายน้ำมันแบบบางกว่าปกติด้วย


พวกคอมมอนเรลที่บอกว่าประหยัดน้ำมัน เพราะฉีดน้ำมันน้อยมากให้เผาไหม้แบบไม่มีควันเรียกว่า Pilot Flame จึงต้องฉีดน้ำมันซ้ำเป็นครั้งที่สองตอนสูบเลื่อนลงมานิดหนึ่งอีกครั้งก่อนเปลวแรกจะดับ และฉีดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สามให้สูบเลื่อนลงมาจนสุดทาง หัวฉีดของ Bosch และ Nippon-Denso สามารถฉีดได้ถึงห้าครั้งก่อนสูบลงสุดแบบสบายๆ แต่ตอนนี้ รถญี่ปุ่นทั่วไปที่ขายในบ้านเราโปรแกรมถูกตั้งไว้แค่สามครั้งในรอบต่ำ ที่รอบสูงครั้งเดียวจบเหมือนปั้มกลไกเพราะตอนรอบสูงๆนั้นวิ่งอย่าไรไม่มีควันออกตูดแล้ว ถ้าจะเอากำลังเต็มเม็ดเต็มหน่วยฉีดสามครั้ง ต้องใช้หัวฉีดที่คุณภาพดีกว่าหัวฉีดมาม่าหมูสับตัวที่ติดรถตัวขายตอนนี้ ของมันแพงต้องลดคุณภาพกันหน่อย

แล้วทำมาโม้ว่า หัวฉีดซูเปอร์อัครมหาคอมมอนเรลเจ็นเนเรชั่นที่สามล้านสอง ของแท้ โธ่..รถจ่ายกับข้าวในยุโรปยังฉีดห้าครั้งเลยเพ่





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:57   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21744

คำตอบที่ 19
       อีกสาเหตุหนึ่งของโรคตัวร้อนเป็นไข้ คือ Over Load

พวกล้อโตทั้งหลายถ้าไม่ทดเฟืองท้ายช่วยให้ใกล้กับของเดิมๆจะตัวร้อนทุกราย เนื่องจากเครื่องรับภาระมากเกินไป

รถลากคันอื่นหรือลากรถพ่วงเป็รระยะทางไกลๆอาการตัวร้อนก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งเจอลากรถพ่วงในกรุงเทพฯคำว่าไม่ร้อนไม่มีครับ

ใครเคยใช้เรือเครื่องดีเซลจะรู้ว่า เรื่อทุกลำจะมีการใส่ใบพัดตามกำลังเครื่อง โดยจะขยายใบให้โตขึ้นทีละน้อยจนเริ่มมีควันจางๆออกท่อไอเสียแล้วก็พอ ถือว่าใบพัดมีขนาดใช้ได้แล้ว ถ้ายังขยายมากกว่านี้หวังให้ประหยัดน้ำมัน เครื่องจะร้อนกว่าปกติ ควันจะดำเป็นทางเหมือนรถวิ่งคลานเกียร์สูง


ล้อโตก็เหมือนใบพัดเรือทุกประการครับ เพิ่มภาระให้เครื่องแล้วมันจะไม่ร้อนได้อย่างไร

การลากรถพ่วงแล้วใช้เกียร์สูงหวังลดรอบเครื่องก็เจออาการตัวร้อนเหมือนกันครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:57   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21746

คำตอบที่ 20
       ขอยืมรถของเพื่อนๆมาเป็นตัวอย่างหน่อยนะครับ ถือว่าทำบุญเป็นวิทยาทาน ผมคาดตาเหมือนลงลุงหนวดให้แล้ว ถ้าต้องรับโทษฐานเอารถมาคาดหน้าลงลุงหนวด ผมก็ยินดีให้ท่านประธานชมรมรับโทษ ก็ไปตีหัวท่านประธานซ้งที่อู่ได้เลยครับ


รถบางคันแต่งมันส์สะจาย..เอาสวยสุดๆ ทั้งไฟ ทั้งวินซ์ ทั้งอุปกรณ์สาระพัดเต็มหน้ารถ แล้วลมก็วิ่งตีหน้ารถได้น้อยลง ความร้อนก็มาเยือนได้ง่ายๆ วิ่งเร็วเครื่งรับภาระสูงแต่ได้ลมน้อยกว่าปกติ ตัวก็ร้อนง่ายกว่าปกติ รถทั่วไปยิ่งวิ่งยิ่งเย็นกลับเป็นยิ่งวิ่งยิ่งร้อนเพราะลมเข้าลำบาก


แบบนี้เรียกว่า สวยแบบเร่าร้อนครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว) 125.24.221.33 ศุกร์, 29/2/2551 เวลา : 23:58   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21748

คำตอบที่ 21
       ขอขอบคุณ อ. von Richthofen (ตัวจริง)
ที่เอื้อเฟื้อ อนุญาติให้ผมลงกระทู้นี้อีกครั้ง

จาก von Richthofen (ตัวปลอมที่เริ่มเหมือนแล้ว)


หวังว่าหลายท่านคงได้เสพความรู้ตรงนี้อย่างมีความสุขครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก Sak YaKuSa 125.24.221.33 เสาร์, 1/3/2551 เวลา : 00:04   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21756

คำตอบที่ 22
       สุดยอดเลยขอรับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Rin จาก Rin 222.123.200.157 เสาร์, 1/3/2551 เวลา : 08:14   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21806

คำตอบที่ 23
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

suphan221 จาก หมูสุพรรณ 125.26.29.103 เสาร์, 1/3/2551 เวลา : 08:22   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21807

คำตอบที่ 24
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก สิงห์pajeromans 58.8.23.123 เสาร์, 1/3/2551 เวลา : 14:16   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 21828

คำตอบที่ 25
       แล้วไม่ล้างคอยด์ร้อนด้วยน้ำยาอาปาเช่ด้วยเหรอ...จารย์



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก 202 203.154.174.195 พฤหัสบดี, 27/3/2551 เวลา : 13:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23351

คำตอบที่ 26
       อ. วอนครับ แล้วเครื่อง เบนซิน 3000 ต้องดูแลอะไรเพิ่มเติมจากนี้บางรือเปล่าครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

pct50 จาก PCT50 124.120.120.22 พฤหัสบดี, 27/3/2551 เวลา : 18:12   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23355

คำตอบที่ 27
       นอกเหนือจากที่ผมบอกแล้ว สำหรับเครื่อง V6-3000 ต้องมี ดอกไม้กำ และผ้าสี ผูกหน้ารถทุกวันพระใหญ่ครับคุณตี๋ เครื่องถึงจะไม่ร้อนไม่รวน



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.26.218.10 พฤหัสบดี, 27/3/2551 เวลา : 21:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23386

คำตอบที่ 28
       หูย.. ถ้าทุกวัดบังอยู่หน้ารถ สงสัยจากแก้เครื่องร้อน
กลายเป็นเครื่องฮีดแน่เลย.... อิอิ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก Sak YaKuSa 125.24.243.198 ศุกร์, 28/3/2551 เวลา : 07:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23389

คำตอบที่ 29
       ขอบคุณสำหรับข้อมูล

แต่อยากทราบว่าหม้อน้ำนะมันจะอยู่ได้ซักกี่ปีครับ ?
เพราะผมมีรถเก่าๆอยู่หม้อน้ำอายุเป็นสิบปีแล้ว เกรงว่าจะไม่คุ้มกันกับถอดมาล้าง เพราะใกล้สินอายุหรือเปล่า ?



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

karn จาก karn ศุกร์, 28/3/2551 เวลา : 12:15   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23399

คำตอบที่ 30
       ไม่ผุไม่เสียครับ ผมเคยมีรถอายุสามสิบปีไม่เคยเปลี่ยนหม้อน้ำอยู่สองสามคัน

ตอนนี้กำลังปลุก ออสติน7 อายุเจ็ดสิบปีให้ออกมาวิ่งอีกครั้งหม้อน้ำเดิมๆเลยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.41.79 ศุกร์, 28/3/2551 เวลา : 14:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 23415

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันพฤหัสบดี,17 เมษายน 2557 (Online 2089 คน)