WeekendHobby.com


......ปตท.โอดครวญว่า " ขาดทุน " !?!..........
kupree
จาก kupree
125.26.127.173
พุธที่ , 4/6/2551
เวลา : 20:26

อ่านแล้ว = 15283 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 มิถุนายน 2551 06:06 น.

http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065031



ปตท.หวั่นปัญหาด้านราคาNGVจะซ้ำรอยก๊าซหุงต้ม กลายเป็นระเบิดลูกใหม่ หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาNGVได้ตามแผน ยันเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รู้ว่าปีหน้าNGVขยับขึ้นเป็น 12บาท/กก. ระบุปตท.อุ้มมากไปกว่านี้ไม่ได้ หลังคาดปีนี้แบกรับภาระNGV 5 พันล้าน และการขาดทุนค้าปลีกน้ำมัน 5-7 พันล้านบาท ยอมรับปัญหาก๊าซหุงต้มแก้ไขยาก ชี้รถบ้านแห่มาติดตั้งอุปกรณ์ใช้LPGเพิ่มมากขึ้น หวั่นไทยต้องนำเข้าLPGไปตลอดชาติ ประเมินปีหน้าคาดนำเข้าLPGอาจทะลุ 1 ล้านตัน หากรถแท็กซี่ยังใช้LPGและมีการลักลอบขนไปขายในประเทศเพื่อนบ้านอยู่







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  

คำตอบที่ 1
       นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนาวิกฤตพลังงาน : นโยบาย ยุทธศาสตร์และทางรอดSME”วานนี้(3 มิ.ย.)ว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการภาคการขนส่งหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(NGV)เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาNGVที่ตั้งไว้ 8.50 บาท/กก. ซึ่งถูกกว่าราคาเชื้อเพลิงชนิดอื่น จะกลายเป็นระเบิดเวลาในอนาคต หากราคาNGVไม่สามารถปรับขึ้นได้ตามนโยบายที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งจะซ้ำรอยก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่อุดหนุนอยู่ สุดท้ายปตท.ก็คงไม่สามารถรับภาระตรงนี้ได้

ดังนั้น จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภครู้ว่าราคาNGV จะปรับขึ้นในปีหน้าเป็นกก.ละ 12 บาท และปีถัดไปเพิ่มเป็น 13 บาท/กก. หลังจากนั้นปล่อยไปตามกลไกตลาด โดยจะไม่ยืนราคาไว้อยู่ที่ 8.50บาท/กก. มิฉะนั้น ปตท.คงไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนดังกล่าวได้ โดยปีที่แล้วปตท.ขาดทุนจากการขายNGVถึง 2 พันล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะแบกรับภาระเพิ่มขึ้นเป็น 5 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจค้าปลีกน้ำมันแบกภาระขาดทุนในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5-7 พันล้านบาท เนื่องจากต้นปีนี้ ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลติดลบ 32 สตางค์/ลิตร

“ ในระยะยาวการทำธุรกิจNGV ทางปตท.ก็หวังได้ว่ามีผลตอบแทนพอคุ้มทุน แต่ระยะสั้นปตท.จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนราคาน้ำมันให้กับภาคขนส่ง แท็กซี่ เพื่อให้เขาเกิดความหวังมาหันใช้NGVมากขึ้น โดยการปรับขึ้นราคาNGVนั้นต้องเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนNGVอยู่ที่ 10บาทกว่า/กก.แล้ว และเชื่อว่าปตท.จะแบกรับภาระNGVลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น “ นายประเสริฐกล่าว





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree 125.26.127.173 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 20:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27371

คำตอบที่ 2
       สำหรับการแก้ไขปัญหาก๊าซหุงต้มนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะมีการอุดหนุนด้านราคาเป็นเวลานาน ซึ่งปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซฯขายก๊าซหุงต้มในประเทศที่ราคา 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ต่ำกว่าราคาตะวันออกกลางที่เป็นเจ้าของแหล่งก๊าซและน้ำมันที่ขายอยู่ตันละ 900 เหรียญสหรัฐ ซึ่งก๊าซหุงต้มทั้งระบบมีการใช้อยู่ 3 ล้านตัน/ปี เท่ากับว่าโรงกลั่นและโรงแยกฯขายในราคาต่ำกว่าตลาดโลกถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท ทำให้ปตท.สูญเสียโอกาสคิดเป็นสัดส่วน 60-70%ของวงเงินดังกล่าว

ขณะที่การนำเข้าก๊าซหุงต้มจำเป็นต้องมีผู้รับภาระ 600 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยทางรัฐจะเป็นผู้รับภาระดังกล่าว โดยให้ปตท.เป็นผู้นำเข้าก๊าซหุงต้มมาก่อนแล้วได้รับเงินคืนจากการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มสำหรับยานยนต์ที่จะสูงกว่าราคาก๊าซหุงต้มในครัวเรือน

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้รถบ้านหันมาเปลี่ยนเครื่องยนต์เพื่อใช้ก๊าซหุงต้มที่มีราคาถูกกว่าเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นห่วงว่าไทยยังต้องนำเข้าก๊าซหุงต้มไปตลอด แม้ว่ารัฐจะมีการปรับราคาก๊าซหุงต้มสำหรับรถยนต์ขึ้นก็ตาม เพราะรถบ้านได้มีการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ไปแล้ว ก็คงไม่มีการเปลี่ยนมาใช้ก๊าซNGV แม้ว่าราคาก๊าซหุงต้มจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะยังคุ้มเมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน

โดยเชื่อว่าปีหน้าไทยจะต้องนำเข้าก๊าซหุงต้มไม่น้อยกว่า 5 แสนตันและอาจสูงถึง 1 ล้านตัน ขึ้นอยู่กับว่ารถแท็กซี่จะเปลี่ยนการใช้ก๊าซหุงต้มมาเป็นNGVแค่ไหน และการควบคุมไม่ให้มีการรั่วไหลของก๊าซหุงต้มไปยังประเทศเพื่อนบ้านทำได้มากน้อยเพียงใด โดย ปีนี้ไทยมีการนำเข้าก๊าซหุงต้ม 2 แสนตัน โดยปตท.จะเป็นผู้นำเข้าก๊าซหุงต้มจากต่างประเทศโดยรัฐเป็นผู้รับภาระต้นทุนส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น เพราะรัฐคุมราคาขายก๊าซหุงต้มอยู่ที่ 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ราคานำเข้าสูงถึง 900 เหรียญสหรัฐ/ตัน รัฐรับภาระถึงตันละ 600 เหรียญสหรัฐ

“เราอาจจะให้รถแท็กซี่ให้เปลี่ยนจากใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเอ็นจีวีได้ แต่รถบ้านที่วันนี้แห่มาเปลี่ยนเป็นมาใช้ก๊าซหุงต้มจำนวนมาก คงเป็นไปได้ยาก โดยแม้ว่ารัฐจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มสำหรับยานยนต์จาก 11 บาท/ลิตรเป็น 20 บาท/ลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับน้ำมัน 40 บาท/ลิตร ก็ยังคุ้ม ซึ่งจะเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะโครงสร้างราคาทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นคงต้องปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มสำหรับยานยนต์ให้เท่ากับราคาตลาดโลก จะทำให้แรงจูงใจน้อยลง แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าราคาก๊าซหุงต้มจะปรับไปได้สูงถึงขนาดนั้น”

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ปตท.มีความพร้อมในการจำหน่ายน้ำมันอี 85 เนื่องจากจำนวนรถที่เติมอี 85 ในช่วงแรกมีจำนวนไม่มาก ทำให้ค่อยๆทยอยเปิดปั๊ม โดยในช่วง 3-5 เดือน ปตท.และบางจากจะมีปั๊มที่จำหน่ายอี 85 ประมาณ 50-60 แห่ง หลังจากนั้นค่อยเร่งผลิตเอทานอลและขยายปั๊มเพิ่มขึ้นได้ตามจำนวนรถยนต์ที่ใช้อี 85 ได้






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree 125.26.127.173 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 20:30   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27372

คำตอบที่ 3
      

เพื่อความยุติธรรมเเละได้รับข้อมูลครบทุกด้าน เราลองมาฟังข้อมูลจากอีกฝ่ายกันครับ

ผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวมสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2551
(Q1/2551) ของ ปตท.และบริษัทย่อย เปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานงวดเดียวกันของปี 2550 (Q1/2550)
สรุปได้ ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท Q1/2551 Q1/2550 เพิ่มขึ้น/ลดลง
รายได้จากการขาย 489,890 297,714 +192,176 หรือ +64.6%
กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาฯ (EBITDA) 36,812 32,876 +3,937 หรือ +12.0%
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,188 1,653 +2,535 หรือ +153.4%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย 7,738 7,177 +561 หรือ +7.8%
กำไรสุทธิ 26,133 22,573 +3,560 หรือ +15.8%
กำไรต่อหุ้น (บาทต่อหุ้น) 9.27 8.05 +1.22 หรือ +15.2%

ใน Q1/2551 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจำนวน 192,176 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 64.6
ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์โรงแยกก๊าซที่สูงขึ้นตาม
ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree 125.26.127.173 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 20:36   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27374

คำตอบที่ 4
      

กรุงเทพฯ 25 ก.พ. - ปตท.กำไร 97,800 ล้านบาท จากราคาและปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการท่อก๊าซฯ เส้นที่ 3 ขณะที่ปีนี้ คาดราคาผลิตภัณฑ์ผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลก ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบทรงตัวราคาสูง75-85 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

บมจ.ปตท. แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ในปี 2550 มีกำไรสุทธิ 97,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มีกำไรสุทธิ 95,600 ล้านบาท มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมี กำไรสุทธิที่ 96,000 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 23.2 มาที่ 1.49 ล้านล้านบาท โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 3.3% มาที่ 147,000 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมา จากปริมาณขายและราคาขายผลิตภัณฑ์น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน เพิ่มขึ้น 18.2 % เป็น 8,430 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย เพิ่มขึ้น 62.4% มาที่ 31,100 ล้านบาท โดยในปี 2550 สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวจาก บมจ.ไอ อาร์พีซี (IRPC) ได้เต็มทั้งปี

อย่างไรก็ตาม ปตท.ระบุว่าในปี 2550 บริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายในการโอนทรัพย์ สินบางส่วนคืนให้กระทรวงการคลัง และการเช่าใช้ทรัพย์สินย้อนหลัง ตามคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด ประมาณ 2,820ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 45.7 % โดย PTT จะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 50 ในอัตราหุ้นละ 6.50 บาท

ปตท.ระบุว่าปริมาณการใช้ปิโตรเลียมที่เป็นเชื้อเพลิงในปี 2550 เพิ่มขึ้น 1.8 %จากปีก่อน โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรม (รวม NGV) ขยายตัวสูงสุด 26.2% รองลงมาคือการใช้ LPG ขยายตัว 14.3% เนื่องจากยังมีการให้การสนับสนุนราคา LPG ตามนโยบายของภาครัฐ ในขณะที่การใช้น้ำมันเตาลดลงถึง 27.9% เนื่องจากการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อทดแทนน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นภายหลังการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 3 แล้วเสร็จ สำหรับความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2% จากปีก่อน ส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีภายในประเทศยังคงขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และยังสามารถส่งออกไปยังประเทศที่มีความต้องการในการบริโภคสูง เช่น จีน

กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ปี 2550 รายได้จากการขายของธุรกิจน้ำมันเพิ่มขึ้น 213,627 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.5% โดยมีปริมาณขาย เพิ่มขึ้น 11,789 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 22.0% จาก 53,613 ล้านลิตร หรือเทียบเท่า 923,898 บาร์เรล/วัน ในปี 2549 เป็น 65,401ล้านลิตร หรือเทียบเท่า 1,127,037 บาร์เรล/วันในปี 2550 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของการค้าสากล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปริมาณขายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และ แนฟทา นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นยังเป็นผลจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยในปี 2550 ที่สูงกว่าราคาขายน้ำมันเฉลี่ยในปี 2549 อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

กลุ่มธุรกิจสำรวจ ผลิตและก๊าซธรรมชาติ มีรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 22,725 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปี 2549 หรือเพิ่มขึ้น 9.3% เนื่องมาจากปริมาณการจำหน่าย เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจำนวน 188 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน จาก 3,084 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน เป็น 3,272 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน หรือเพิ่มขึ้น 6.1% โดยเป็นการขายที่เพิ่มขึ้นในลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้เป็นผลมาจากความสามารถในการจัดส่งก๊าซเพิ่มขึ้นจากระบบท่อส่งก๊าซ ธรรมชาติในทะเลเส้นที่ 3 ระยะที่ 1 ระบบท่อส่งก๊าซวังน้อย-แก่งคอย และระบบท่อส่งก๊าซไทรน้อย-พระนครใต้ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี 2550

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ ยังได้รับคืนเงินชดเชยค่า ไฟฟ้าอัตโนมัติ (FT) จาก กฟผ.จำนวน 6,367 ล้านบาทในปี 2550 ในขณะที่ในปี 2549 ปตท.ได้ให้ส่วนลดค่า FT แก่ กฟผ.สุทธิ 2,067 ล้านบาท และ ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์รวมของโรงแยกก๊าซฯ เพิ่มขึ้นจาก 3,668,042 ตันในปี 2549 เป็น 3,944,103 ตันในปี 2550 หรือเพิ่มขึ้น 7.5% ตามความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์โรงแยกก๊าซฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความต้องการ LPG ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการนำ LPG ไปใช้ในภาคขนส่ง อย่างไรก็ตามปริมาณขายอีเทน (Ethane) ลดลง จากการที่โรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 หยุดซ่อมบำรุงตามแผนงาน เป็นเวลา 18 วันใน Q1/2550 และ13 วันใน Q2/2550 ตามแผนการหยุดโรงงานเพื่อการขยายกำลังการผลิต การบำรุงรักษาและการซ่อมบำรุงเครื่องจักรของ PTTCH ซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่ซื้ออีเทน

ส่วนธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รายได้ของ บมจ.ปตท.สผ. มีรายได้รวม 81,530 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนจำนวน 76,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,111 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.7% เนื่องจากราคาขายละปริมาณเพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี มีรายได้ 70,749 ล้านบาท ลดลงจาก ปี2549 จำนวน 5,927 ล้านบาทหรือลดลง 7.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปิดโรงโอเลฟินส์ ในเครือปิดซ่อม ในขณะที่ปริมาณขายและราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ตามราคาในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับการคาดการความต้องการน้ำมันในตลาดโลก ปี2551 คาดว่ากำลังผลิตและความต้องการจะมีความสมดุลกันที่ระดับ 86.4 ล้านบาร์เรล/วัน โดยอุปทาน น้ำมันคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับ 1.6 ล้านบาร์เรล/วันจากการเพิ่มกำลังผลิตของกลุ่มนอกโอเปกเป็นสำคัญที่ประมาณ 1.0 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนอุปสงค์น้ำมันจากประเทศในกลุ่มโอเปกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับ 0.8-1.0 ล้านบาร์เรล/วัน หากแต่ความกังวลด้านอุปทานอันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นมากและอยู่ในระดับสูง การขาดแคลนแรงงานที่มีความชำนาญในธุรกิจสำรวจและผลิต ลัทธิชาตินิยมในประเทศผู้ผลิตน้ำมันซึ่งส่งผลให้การพัฒนาแหล่งพลังงานเป็นไปอย่างล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ รวมถึงปัจจัยทางด้านการเมืองในประเทศผู้ผลิตน้ำมันสำคัญในแถบตะวันออกกลาง อาทิ ไนจีเรีย อิรัก และอิหร่านกอปรกับการเก็งกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในภาวะที่ตลาดเงินและตลาดทุนโลกมีความปั่นป่วน จะเป็นแรงหนุนให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทรงตัวอยู่ในระดับสูงและผันผวนในช่วง 75 - 85 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แต่อาจมีแนวโน้มลดต่ำลงหากเศรษฐกิจโลกและ/หรือเศรษฐกิจของสหรัฐ ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดไว้หรือเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้อุปสงค์น้ำมันปรับลดลงซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังค่าการกลั่นและระดับราคาน้ำมันสำเร็จรูป ส่วนแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูงถึงแม้ธุรกิจปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่ช่วงวัฎจักรขาลง โดยได้แรงหนุนจากการเลื่อน/ชะลอโครงการผลิตใหม่ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย อย่างไรก็ตาม จุดต่ำสุดของวัฎจักรนี้คาดว่าจะอยู่ในช่วงปี 2553 - 2554

ส่วนสถานการณ์ในประเทศ จากการที่มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2551 จะขยายตัวในระดับ 4.5 -5.5% การใช้น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศคาดว่าจะขยายตัว 0.5 - 1.5% การใช้ก๊าซธรรมชาติจะขยายตัว 12 - 14% เพื่อใช้ในภาคขนส่ง การผลิตไฟฟ้าเพื่อทดแทนน้ำมันเตาและภาคอุตสาหกรรม ส่วนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี คาดว่าจะขยายตัว 6.0 - 7.5% .-LogisticNews


http://www.logisticnews.net/modules.php?m=newsupdate&op=detailnewsupdate&NUID=3788&PHPSESSID=171d2367a917c0c22f6e28ec51998ee5



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree 125.26.127.173 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 20:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27375

คำตอบที่ 5
      

อ่านเเล้วอาจต้องกินพาราตามเพราะข้อมูลเบอะเหลือเกิน ปีหน้า NGV จะ 12 บาท ปตท.ประกาศเเล้ว เเละจะขยับขึ้นไปตามลำดับขั้นจนถึง 50 % ของราคาดีเซลตามเเผน จะเลือกใช้พลังงานทางเลือกใดให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าตังค์โปรดตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจครับ


ก่อนจาก ขอฝากภาพรถเข้าคิวรอเติม NGV ที่ปั๊มเเห่งหนึ่ง เห็นครั้งเเรกคิดว่าคนนิยมใช้เยอะมาก เเต่ที่ไหนได้ ปั๊มเติมหายาก เวลาเติมต่อ 1 คันก็ร่วมชั่วโมง เอาใจช่วยคนรอทุกท่านนะครับ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kupree จาก kupree 125.26.127.173 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 20:51   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27378

คำตอบที่ 6
       คนเจ็บปวดคือประชาชนเสมอ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

baron จาก von Richthofen 125.24.62.235 พุธ, 4/6/2551 เวลา : 21:54   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27384

คำตอบที่ 7
       ประชาชน คือผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ไม่มีตัวเลือก เรียกร้องบ้างก็แค่ได้พอหายใจบ้างเท่านั้น สุดท้ายก็......เหมือนเดิม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Tommy_Prerunner จาก Tommy_Prerunner 118.173.146.102 พฤหัสบดี, 5/6/2551 เวลา : 18:12   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27431

คำตอบที่ 8
       ปตท.นี่ตอแหล...เนอะ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก ple 124.121.72.251 พฤหัสบดี, 5/6/2551 เวลา : 21:18   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27436

คำตอบที่ 9
       ผมขอชี้แจงปตท.ไม่ได้โกหกหรือตอแหลแต่อย่างใดครับ
เป็นความจริงทั้งสิ้น

ปตท. ขาดทุนจริง ๆ

ขาดทุน












































กำไรไปเล็กน้อย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

somsaks จาก หนุ่มกระโทก 202.91.19.205 พฤหัสบดี, 5/6/2551 เวลา : 21:27   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27437

คำตอบที่ 10
       ผมเชื่อจริงๆครับว่าปตท.ขาดทุน.....กำไรเล็กน้อยย้ำเล็กน้อยนะครับขาดทุนจนโบนัสพนักงานแค่6เดือนเองครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก เกียหนึ่งบางปะกง 124.157.214.124 พฤหัสบดี, 5/6/2551 เวลา : 22:01   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27439

คำตอบที่ 11
       วิ่งเส้นทางโคราช-อยุธยา ทุกอาทิตย์ เห็นปั๊ม NGV คิวยาวตลอดทุกปั๊ม




บ้างก็ลงนั่นกินกาแฟ

บ้างก็นั่งหลับในรถ

บ้างก็ผูกเปลนอนใต้รถ (สิบแปดล้อ)

บ้างก็หงุดหงิด ด่าเด็กปั๊ม

บ้างก็ไม่เติม ปั๊มเป็นน้ำมันดีก่า ต้องรีบ

ฯลฯ



ต้องปรับตัว ปรับใจให้ปกติ และปรับกิจกรรมแต่ละครอบครัว กันล่ะ ขอรับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Rin จาก Rin 202.12.118.61 ศุกร์, 6/6/2551 เวลา : 07:43   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27472

คำตอบที่ 12
       เชียงใหม่บ้านผมในเมืองมีปั้ม NGV แค่ 2 แห่ง เติมทีวิ่งได้ร้อยกว่าโล แต่ใช้เวลารอเป็นชั่วโมง ที่ขายดีตามมาคือมุมกาแฟ กับมินิมาร์ท เฮ้ออออ...ประเทศไทย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก ปาเชียงใหม่ (น้ำเงินทูโทน) 203.154.48.88 ศุกร์, 6/6/2551 เวลา : 07:52   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27473

คำตอบที่ 13
       แล้วทำไมเค้าถึงรณรงค์ให้ใช้ เอ็นจีวี ล่ะครับ
แล้ว แอลพีจี มันต้องนำเข้าจริงหรือครับ น้ำมันดิบที่ผลิตอยู่แล้วมันจะผลิต แอลพีจี ได้ไม่พอรึครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

nes จาก นายเนส 125.25.163.73 จันทร์, 9/6/2551 เวลา : 22:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27592

คำตอบที่ 14
       ด้วยความจริง ๆ ใจ ของ ปตท

ขายเมืองนอกได้ราคากว่าขายเมืองไทย


ขอเอาเงินนอกก่อนดีกว่า




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

somsaks จาก หนุ่มกระโทก 118.173.7.106 อังคาร, 10/6/2551 เวลา : 06:05   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27597

คำตอบที่ 15
       อ๋อ เข้าใจล่ะ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

nes จาก นายเนส 125.25.122.61 อังคาร, 10/6/2551 เวลา : 21:15   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27612

คำตอบที่ 16
       คุณหนุ่มกระโทก นี่ฮาจริง ๆ

"ซึ่งปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซฯขายก๊าซหุงต้มในประเทศที่ราคา 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ต่ำกว่าราคาตะวันออกกลางที่เป็นเจ้าของแหล่งก๊าซและน้ำมันที่ขายอยู่ตันละ 900 เหรียญสหรัฐ .....ทำให้ปตท.สูญเสียโอกาสคิดเป็นสัดส่วน 60-70%ของวงเงินดังกล่าว"

ปตท. เผยไต๋ สูญเสียโอกาส (ขาดทุนกำไร) .....ปตท. พลังไทย เพื่อใคร



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก supermop 58.8.133.254 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 06:16   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27665

คำตอบที่ 17
       ตอนมาก็มาแต่ตัวเปล่าๆ ตอนตายก็เอาอะไรไปไม่ได้ซักอย่าง



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

ALIVE จาก man' 125.26.79.119 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 06:34   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27666

คำตอบที่ 18
       ห่... แล้วใครบ้างจะทำเพื่อประชาชนอย่างเรา ระยำจริงๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก คนใช้ LPG 118.173.202.67 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 08:19   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27679

คำตอบที่ 19
       ดูราคา ทวีปเอเชีย
ไทย 39.59 บาทต่อลิตร
มาเลเซีย 19.25 บาทต่อลิตร
อินโด 20 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
ฮ่องกง 64 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
เกาหลี 60 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)

ทวีปอเมริกา
สหรัฐ 33 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
เวเนซูเอล่า 0.96 บาทต่อลิตร (อันนี้ราคาขึ้นมานะเพราะปีที่แล้ว 0.25 บ. เอง)

ทวีปยุโรป
อังกฤษ 65 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
ฝรั่งเศส 65 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
เยอรมัน 65 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
นอร์เวย์ 74 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)

ประเทศในกลุ่มโอเปค
ซาอุดิอาระเบีย 3 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)
อิหร่าน 3 บาทต่อลิตร (ตัวเลขกลมๆ)


ทำไม๊ต่างประเทศที่ผลิตเองได้เค้าถึงขายให้ประชาชนเค้าในราคาถูกได้ ของเราก็ผลิตเองได้แต่มันจะขายแพงๆๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก K6 61.91.73.130 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 09:02   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27710

คำตอบที่ 20
       งานประจำก็น้อย.....ข้าวของก็แพง ดีนะเหล้าและเบียร์ไม่แพงตาม...จะทำอะไรดี...ขอบ่นหน่อยเถอะ....มันอะไรกันนักกันหนา.....

.....เอะอะ..อะไร อะไร ก็น้ำมัน น้ำมัน..ดอลร่าล์ต่อบาเรล...มันเป็นอะไรกัน ผ่านปั๊มยังไม่อยากหันหน้ามอง......มาดูซิว่ามันเป็นอย่างไรกัน....

...คิดมันแบบเล่นๆ แบบสนุกๆ นี่หล่ะ..มีอะไรหรือเปล่าเพ่...ถามเฉยนะเพ่ ไม่ต้องการคำตอบนะ....

...มานั่งคิดว่า อีกซักสิบยี่สิบวันราคาน้ำมันในตลาดโลก ราคา 150 ดอลร่าล์ต่อหนึ่งบาร์เรล....
บอกแล้วงัยว่า...ว่างงานหน่ะ....

คิดคร่าวๆให้ดูว่าส่วนต่างระหว่างน้ำมันดิบ กับน้ำมันสำเร็จรูป
อัตราแลกเปลี่ยน 1 US / 32บาท.-
น้ำมัน 1บาเรล = 42 แกลลอน หรือ = 159 ลิตร
ราคาน้ำมันดิบ 150 US / บาเรล = (150*32) 4,800.- / 159.ลิตร
หรือ น้ำมันดิบ = 30.19.-บาท /ลิตร
น้ำมันสำเร็จรูป = 46.19-บาท / ลิตร
ส่วนต่างเป็นค่าการกลั่นและอื่นๆ = 16 บาท.-


มานั่งคิดดูวันนี้....ดูเบนซินโอ้ว..เจ้ากรรมนายเวร..มันน่าหันไปมองม๊ย...

อัตราแลกเปลี่ยน 1 US / 32บาท.-
น้ำมัน 1บาเรล = 42 แกลลอน หรือ = 159 ลิตร
ราคาน้ำมันดิบ 120 US / บาเรล = (120*32) 3,840.- / 159.ลิตร
หรือ น้ำมันดิบ = 24.1.-บาท /ลิตร
น้ำมันสำเร็จรูป = 41.09.-บาท / ลิตร(ตราหอย)
ส่วนต่างเป็นค่าการกลั่นและอื่นๆ = 16.99 บาท.-

คิดให้ดูเล่นๆครับ.....แบบมันว่างจริงๆ...ไม่ได้โม้...


เปรียบเทียบเพิ่มเติม มกราคม ปี2549
อัตราแลกเปลี่ยน 1 US / 39บาท.-
น้ำมัน 1บาเรล = 42 แกลลอน หรือ = 159 ลิตร
ราคาน้ำมันดิบ 65 US / บาเรล = (65*39) 2535.- / 159.ลิตร
หรือ น้ำมันดิบ = 15.9.-บาท /ลิตร
ราคาขายน้ำมันสำเร็จรูป = 26.4.-บาท / ลิตร
ส่วนต่างเป็นค่าการกลั่นและอื่นๆ = 10 บาท.-


......แล้ว พ่อเจ้าประคุณทูลหัว ไอ้ค่าการกลั่นบ้าบอคอห่าน...อะไรเนี่ย...มันประหยัดลงบ้างไม่ได้หรืองัยวะ...ประชาชนคนหาเช้ากินเช้า...ดีมาหน่อยหาเช้าได้กินค่ำ..หรือมูลหมู่มนุษย์เงินเดือนอย่าง 079.... ที่ต้องขับรถไปทำงานคนละทางกับเมีย...จะพอเหลือค่าเหล้าค่าเบียร์บ้าง.....โรงกลั่นของรัฐก็มี..โรงกลั่นของเอกชนก็ดี...ท่านสุมหัวทำให้ประชาชีเดือดร้อน....จริงๆ...พับผ่า....
..........................................
บอกแล้วงัยเพ่ อย่าซีเรียส ..ก็มันสุมหัวกันจริงๆ...ก่อนนี้พี่โรงกลั่นเป็นของรัฐ ทำกำไร แค่หมื่นล้านต้นๆ...แต่พอเข้าตลาดหลักทรัพย์ควบกับความเป็นเจ้าของ ของใครบางคน ท่านผู้เจริญฟันกำไรขึ้นเป็นแสนล้านเลย...เอิ๊กกก ...เซ็ง....ยิ่งมาเห็นตัวเลขค่ากลั่นแล้ว อยากจะหัวเราะให้ฟันขาว ... เอิ๊กกกก
....................







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Champ 079 203.113.0.205 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 09:14   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27711

คำตอบที่ 21
       วันก่อนดูข่าว จำไม่ได้ว่า รมต คนไหนพูด บอกว่า

"คนไทยเราซื้อของถูกว่าความเป็นจริงมานานแล้ว
ตอนนี้ของต้องแพงขึ้น ให้สมกับความเป็นจริง"

ดูมันพูดสิ สงสัยหมดมุข ทำอะไรไม่เป็นแล้ว



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

yakusa จาก Sak YaKuSa 125.25.99.167 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 09:48   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27712

คำตอบที่ 22
       มาใช้ NGV กันเต๊อะ

(กรูไม่ลงทุนทำปั๊มด๊อก ให้พวกแมงเม่ามาทำดีฝ่า

กรูทำเองก็เสียเงินเยอะซิวะ เมื่อไหร่จะคุ้มทุน)

สมมุติเติม 1 คัน ใช้เวลา 10 นาที

1 วันมี 24x60 = 1440 นาที เติมได้ 144 คัน
1 คันเติมได้ 10 กก เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1440 กก

ทำซัก 4 หัวจ่าย ขายแกสได้ 1440x4 = 5760 กก
กำไร กกละ 1.5 บาท กำไรต่อวัน = 5760x1.5 = 8640 บาท
1 เดือน กำไร 8640 x 30 = 259,200 บาท
1 ปี กำไร 259,200x12 = 3,110,400 บาท

กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย 3 ล้านเศษต่อปี

ฝันหวานเนอะ

เติมได้แปร๊บ แกสหมด



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

somsaks จาก หนุ่มกระโทก 202.91.19.206 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 10:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27713

คำตอบที่ 23
       เพราะไอ้คนนี้แท้ๆมันกับพวกมันรวยเละพวกเราทำมาเท่าไหร่เอาไปให้พวกมันหมดเพราะเราจำเป็นต้องใช้รถ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก เอ 58.9.25.184 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 11:45   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27715

คำตอบที่ 24
       ทุกวันนี้ไม่เคยเติมของปตท.เลยเปลี่ยนไปเติมยี่ห้ออื่นดีกว่า



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก เอ 58.9.25.184 พฤหัสบดี, 12/6/2551 เวลา : 12:03   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 27716

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันศุกร์,28 พฤศจิกายน 2557 (Online 1319 คน)