WeekendHobby.com


ตำนาน กระบะ นิสสัน ครับ ลองอ่านกันดู
มืด
จาก มืด TOC-101
203.121.138.91
อาทิตย์ที่ , 30/5/2547
เวลา : 15:49

อ่านแล้ว = 107974 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ขอข้ามกลุ่มนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนะครับ คัดลอกจากหนังสือนะครับ ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วย
1. เปิดตำนานกระบะ นิสสัน ในประเทศไทย รุ่นแรกที่ได้รับการนำเข้า โดย บริษัท สยามกลการ จำกัด ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการออกมาตั้งแต่เมื่อประมาณ พศ.2507 โดยเปิดตัวออกมาภายใต้ชื่อว่า DATSUN “ Bluebird 320 “ เนื่องจากได้มีการแบ่งกลุ่มกันไว้ว่าเป็น “ รถยนต์นั่ง ” ตลอดไปจนถึง “ รถกระบะ “ ขนาดเล็กจะออกจำหน่ายในชื่อของ DATSUN แต่ถ้าเป็น รถบรรทุก รวมตลอดไปถึง รถโดยสาร ขนาดใหญ่จึงจะใช้ ชื่อว่า “ NISSAN “ ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวนั้นจะมีรูปโฉมในด้านหน้าเหมือนกันกับ รถเก๋ง DATSUN Bluebird รุ่นแรกทุกอย่างโดยจะแตกต่างกันตรงด้านท้ายที่อยู่ในลักษณะของ “กระบะ” เพียงเท่านั้น แถมยังใช้ เครื่องเดียวกัน คือ “E-1” ที่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี ใช้เกียร์มือ ที่มีลักษณะเป็นก้านโยกเกาะอยู่ที่คอพวงมาลัย โดย ไฟหน้า และ ใบปัดน้ำฝน จะควบคุมด้วยสวิทช์แบบที่เป็น ปุ่มดึง
เครื่องยนต์ “E-1 “ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,200 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : ไม่มีข้อมูล
แรงม้าสูงสุด : ไม่มีข้อมูล
แรงบิดสูงสุด : ไม่มีข้อมูล








 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

      
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  4  

คำตอบที่ 1
       2. ต่อมาในปี พศ. 2509 DATSUN “L 520” ก็เผยโฉมออกมาเป็นรุ่นที่สอง ซึ่งยังเป็นรถนำเข้า อีก โดยที่โฉมใหม่จะยังยึดแนวเดียวกับ รถเก๋ง หรือโฉมเดียวกับ Bluebird รุ่นใหม่อยู่เหมือนเดิม ซึ่งในส่วนของ รถเก๋ง รุ่นนี้สำหรับในสมัยนั้นจะได้รับความนิยมนำมาทำเป็น “รถแท็กซี่” มากที่สุดจนสามารถเบียด แชมป์เก่า อย่าง AUSTIN A35 VAN ตกขอบไปและกลายเป็นตัวหลัก ในวงการแท็กซี่ต่อมา อีกหลายปี สำหรับหน้าตาของตัวรถรุ่นดังกล่าวจะมีจุดสังเกตุอยู่ที่เป็นแบบ “ตาเดียว” ข้างละดวง และเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ ในรหัส “J 13” ที่เป็นเครื่องเบ็นซินที่ใหญ่ขึ้นมาเป็นขนาด 1,300 ซีซี พ่วงด้วย เกียร์มือ แบบ 3 เกียร์ ระบบเบรค แบบ ดรัมเบรค ทั้งหน้า/หลัง
ในเวลาอีกไม่กี่ปีถัดมา ก็มี “L 520” ไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับปรุงหน้าตากันนิดหน่อยตามออกมา ซึ่งจะเปลี่ยนโคมไฟใหญ่ให้เป็น แบบ ไฟหน้าคู่ ฟากละสองดวงตามความนิยม และมีไฟเลี้ยว ติดอยู่ใต้โคมใหญ่เหนือกับมุมกันชนเล็กน้อย โดยรายละเอีดในส่าวนอื่นๆตลอดจนแหล่งพลังในระดับ 1,300 ซีซี ก็ยังคงเป็นไปตามเดิม
เครื่องยนต์ “J 13 “ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,299 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 73.0 x 77.6 มม.
แรงม้าสูงสุด : 62 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 9.7 กก.-ม. ที่ 2,800 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 15:50   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3279

คำตอบที่ 2
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 15:51   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3280

คำตอบที่ 3
       3. ปี พศ. 2513 ก็ได้มีการประกอบ รถกระบะ DATSUN ขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นการไมเนอร์เชนจ์รุ่นเดิมกันอีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนรหัสการเรียกขานใหม่เป็น “L 521” โดยเริ่มต้นที่ ลายหน้ากระจัง และกรอบโคมไฟใหญ่ที่ยังเป็นแบบ ไฟหน้าคู่ กันใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ด้วย กันชนหน้า ที่ทำจากอลูมิเนียม ในรูปทรงเช่นเดิม แล้วเพิ่มไฟหรี่/ไฟเลี้ยวขนาดใหญ่พอสมควรเข้าไปที่ด้านใต้โคมใหญ่หรือเหนือกันชน และยังมี ไฟเลี้ยว ดวงเล็กรูปทรงหัวลูกศรติดอยู่ตรงหัวร่องข้างสะเอว หรือที่ตรงแก้มหน้าอีกดวงหนึ่งด้วย โดยในส่วนของเครื่องยนต์ตลอด จนระบบอื่นๆ จะยังคงเป็นเช่นเดิมก็คือ “J 13 “ 1,300 ซีซี นั่นเอง
อธิบายรูป DATSUN L521 จะมีไฟหรี่ไฟเลี้ยวอยู่ใต้โคมไฟใหญ่และเหนือกันชน





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 15:56   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3281

คำตอบที่ 4
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 15:58   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3282

คำตอบที่ 5
       4. ความโด่งดังของรถกระบะ DATSUN เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างขนานใหญ่ ตั้งแต่รุ่นที่ผลิตในปี พศ.2515 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวถังรถ โดยมีรหัสเรียกอย่างเป็นทางการว่า “L 620“ แต่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า รุ่น “ช้างเหยียบ” ตามการโฆษณาทั้งภาพยนต์และภาพนิ่ง ที่นำ ช้าง ขึ้นไปยืนอยู่ภานในกระบะทั้งตัว เพื่อเสื่อให้เห็นถึง พละกำลัง และความทนทรหดของตัวรถ นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มรุ่นให้เลือกซื้อหามากขึ้นด้วยเครื่องยนต์ สองขนาด คือ “J 13” ในระดับ 1,300 ซีซี ที่เหมือนเดิมและ “J 15” ที่เพิ่มความจุขึ้นเป็น 1,500 ซีซี ซึ่งเปลี่ยนระบบถ่ายทอดกำลังมาเป็นแบบเดินหน้า 4 จังหวะ และมีให้เลือกทั้ง “เกียร์มือ” หรือ “เกียร์กระปุก” ตามลักษณะปัจจุบันซึ่งในขณะนั้นทางกลุ่มของ รถเก๋ง ได้ให้ความนิยมล่วงหน้าไป สี่-ห้าปีแล้ว แถมด้วยการเพิ่มขนาดของตัวรถให้เลือกหาทั้งแบบ ช่วงสั้น-ช่วงยาว ซึ่งจากการที่มีทางเลือกมากขึ้นประกอบกับรูปลักษณ์ของตัวรถที่จัดได้ว่ามีความสวย เข้าตามากกว่ายี่ห้ออื่นอยู่ไม่น้อยได้สร้างยอกจำหน่ายให้ กระฉูด ไปทั่วประเทศ
และในช่วงใกล้เคียงกันนี้เองก็ได้มีการ นำเข้ารถกระบะ รุ่นที่ใหญ่กว่าคือ เป็นในระดับ Mid Size ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของ Light Truck เช่นเดียวกันเข้ามาเสริมตลาดคือ Nissan “Caball Junior” ที่ใช้เครื่องยนต์เบ็นซิน 2,000 ซีซี (ถ้าเป็นรุ่น “Caball” ธรรมดาจะเป็นรถหน้าตัดในลักษณะ และพิกัดเดียวกับ Isuzu “Elf” และ Toyota “Dyna” ) ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงเหลือให้พอเห็นในสภาพที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก
เครื่องยนต์ “J 15 “ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,452 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 76.0 x 80.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 74 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 10.7 กก.-ม. ที่ 2,800 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “H 20“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,982 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 87.0 x 83.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 91 แรงม้า ที่ 4,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 16.3 กก.-ม. ที่ 3,200 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3283

คำตอบที่ 6
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:01   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3284

คำตอบที่ 7
       5. ปี พศ. 2520 พร้อมกับเปลี่ยนรหัสเรียกขานของรุ่นรถเฉพาะตรงตัว ภาษาอังกฤษ ไปเป็น “R 620” ซึ่งเครื่องดีเซลช่วงปลายยุคของรุ่น ช้างเหยียบ นี้ได้เริ่มมีการนำ เครื่อง ดีเซล มาติดตั้งใช้งานเป็นครั้งแรกในรุ่นที่นำมาติดตั้ง คือ “SD 20” ขนาด 2,200 ซีซี
เครื่องยนต์ “SD 22“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,164 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 20.8 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 83.0 x 100.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 65 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 14.5 กก.-ม. ที่ 1,800 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:02   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3285

คำตอบที่ 8
       6. ต่อมาในปี พศ. 2523 มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนรูปโฉมแบบใหม่หมด เริ่มสู่ยุคตัวถังเหลี่ยมที่มีแนวเส้นสายทันสมัย ในขณะนั้น ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า DATSUN “Professionam-D” และมีรหัสทางเทคนิคเรียกขานว่า “SG 720” ซึ่งจะมีจุดสังเกตุที่เห็นได้ชัดเจน ตรงภาษาอังกฤษคำว่า DATSUN ที่ติดไว้กลางหน้ากระจัง รถรุ่นนี้ในระยะแรก จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกหา สองแบบ คือ เบ็นซิน ที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่อีกครั้ง อันได้แก่ “J 16” ขนาด 1,600 ซีซี 4 เกียร์เดินหน้าที่มีให้เลือกทั้งช่วงยาวและช่วงสั้น ส่วนเครื่องดีเซล ยังคงเป็นเครื่องตัวแรก หรือ SD 22 ขนาด 2,200 ซีซี ที่นำมาใช้ต่อเนื่องจาก รุ่นช้างเหยียบ ซึ่งในช่วงแรกจะมีแค่ช่วงยาว อยู่เพียงอย่างเดียว แต่ในระยะต่อมาคือ ราวปี 2524 ก็ได้มีการเพิ่มรุ่น ดีเซล-ช่วงสั้น ขึ้นมาอีก พร้อมกันนั้นก็ยังเริ่มมีแบบ ดับเบิ้ลแค็บ-4 ประตู ให้สั่งได้ในฐานะ รถกระบะดัดแปลง อีกด้วย
เครื่องยนต์ “J 16“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,567 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 78.0 x 82.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 80 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 12.8 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:03   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3286

คำตอบที่ 9
       7. ในปี พศ. 2525 เริ่มมีการแข่งขันกันรุนแรง ทำให้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพิ่มออกมาเป็นระยะ โดยเริ่มนำ เกียร์ 5 จังหวะ มาติดตั้งให้กับ รถกระบะ ในรุ่นดีเซล พร้อมปรับการเรียกชื่อรุ่นไปเป็น Professional-5 และ อีกปีถัดมา คือใน พศ. 2526 ได้ปรับปรุงแหล่งพลัง ด้วยการเปลี่ยนเครื่องดีเซล เป็นรุ่นที่ สอง ด้วย “SD 23” 2,300 ซีซี ถัดมาในปี พศ.2537 ก็ได้เปลี่ยนการเรียกของ ยี่ห้อรถ ไปเป็น NISSAN พร้อมปรับปรุง หน้ากระจัง-กันชน ให้ดูแปลกออกไป พร้อมกับขยาย เครื่องเบ็นซิน ลำดับที่ห้า ด้วยรหัส “L 18“ 1,800 ซีซี ที่ทันสมัยด้วยรูปแบบ OHC และ 5 เกียร์เดินหน้า อีกเช่นกัน
เครื่องยนต์ “SD 23“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,289 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 20.5 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 89.0 x 92.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 77 แรงม้า ที่ 4,300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 14.8 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “L 18“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHC
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,770 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 83.0 x 82.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 85 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 13.8 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:05   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3287

คำตอบที่ 10
       8. พศ. 2529 “Big M” ของ Nissan ถูกเปิดตัวด้วยแบบใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้าย ทั้งเครื่องยนต์และตัวถัง ด้วยรหัส “D 21” โดยในช่วงแนะนำตัว และให้สื่อมวลชนทดลองขับ ได้สร้างความฮือฮาเอาไว้ด้วยการ บรรทุกน้ำหนัก 1.5 ตัน ได้อย่างสบาย (รถกระบะ ในบ้านเราปกติจะเคลมน้ำหนักบรรทุกไว้ที่ 1 ตัน) จึงกลายเป็นขวัญใจของคนทำมาหากิน จนได้คำอุปมาอุปไมยเป็น “Big M = Big Money” เครื่องยนต์ของรุ่นเบ็นซิน ที่ มีรหัสว่า “Z 16-S” ที่มีความจุ 1,600 ซีซี ส่วนเครื่องลำดับที่ สามของดีเซล จะเป็น “SD 25” ขนาด 2,500 ซีซี เป็นตัวถังแบบช่วงยาว ให้เลือกกันเพียงรุ่นเดียว (พวกช่วงสั้นที่เห็นกันอยู่จะเป็น “รถกระบะจดประกอบ” ที่เป็นรถเก่าจากญี่ปุ่น ซึ่งมีเข้ามาอยู่เพียงล็อคเดียว ก่อนกฏหมายห้ามประกอบ รถเก่าจะมีผลบังคับใช้)
ในยุคของ “Big M” นี้พอ จะถือได้ว่าเป็นยุคสุดยอดนับแต่เริ่มมี รถกระบะ NISSAN เป็นต้นมาเพราะสามารถสร้างยอดจำหน่าย สะสมเฉพาะรุ่นเอาไว้สูงมาก ซึ่งเป็นผลของการปรับเปลี่ยนโฉมออกมาอยู่เรื่อยๆ เช่นในรุ่นพิเศษ “แค็บสตาร์ช่วงยาว” ที่เป็นแบบ 6 ล้อ รวมถึงรุ่น “ดับเบิ้ลแค็บ” ที่สั่งต่อได้ต่างหาก และยังได้เริ่มนำรุ่น ขับเคลื่อนสี่ล้อ เข้ามาจำหน่ายอยู่จำนวนหนึ่งในช่วงแรกๆด้วย
เครื่องยนต์ “SD 25“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,488 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 21.4 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 89.0 x 100.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 77 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 16.5 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “Z 16-S“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHC
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,595 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 83.0 x 73.7 มม.
แรงม้าสูงสุด : 84 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 13.7 กก.-ม. ที่ 3,200 รอบต่อนาที
อธิบายรูป NISSAN "BIG M" ในตัวถังรหัส D 21 ที่นับว่าเป็นยุคที่ยืนยาวและรุ่งเรือง





Z16 เฟืองท้ายเท่าไหร่ ?
จาก : tuadood(tuadood) 23/2/2555 4:38:15 [115.87.88.195]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:08   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3288

คำตอบที่ 11
       9. ถัดมาจากนั้นแค่ปีเดียว คือใน พศ. 2530 ก็ได้นำเครื่องยนต์เบ็นซิน เครื่องที่เจ็ด ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในรหัส “Z 20 “ 2,000 ซีซี เข้ามาเสริมทัพ และในช่วงปลายปี เดียวกันนี้ ก็เปลี่ยน เครื่องยนต์ดีเซล ไปเป็นรุ่นในลักษณะ สเวิร์ลแชมเบอร์ ที่ใช้รหัส “TD 25” โดยเป็นรุ่นที่สี่ ของดีเซล ใน พศ. 2532 ก็ได้มีการแนะนำโฉมใหม่ ห้องโดยสารใหญ่ ที่เรียกกันว่า รุ่น King Cab ออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่เพื่อนๆ ยี่ห้ออื่นเปิดตัวกันไปหมดแล้ว ซึ่งในขณะนั้นจะเป็นแค่เพียง แค็บขนาดเล็กเท่ากันกับรุ่นใน อเมริกาและมีเอกลักษณ์ตรงรูปทรงของกระจกบานเผยอที่โค้งส่วนบน ขึ้นไปหุ้มทับขอบหลังคา (สำหรับรูปลักษณ์ ที่เป็นแบบห้องโดยสารใหญ่นี้ในระยะหลังๆ วงการนิยมเรียกว่ารุ่น ตอนครึ่ง กันเป็นพื้น) และในอีกหนึ่งปี คือ พศ. 2533 ก็มีการปรับปรุง แบบไมเนอร์เชนจ์ ออกมาด้วยรุ่น “BDI” ที่มีจุดเด่นในรูปแบบทูโทนที่มีอยู่เพียง ยี่ห้อเดียวในขณะนั้น พร้อมกับเปลี่ยนเครื่องดีเซล เป็นครั้งที่ ห้า ทำให้กลับมาเป็นระบบ ไดเร็คท์อินเจ็คชั่น OHV แบบโบราณด้วยรหัส “BD 25” ที่มีเรียวแรงมากที่สุดในขณะนั้นด้วย ระดับ 90 แรงม้า
เครื่องยนต์ “Z 20“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHC
ปริมาณกระบอกสูบ : 1,952 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 85.0 x 86.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 91 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 15.2 กก.-ม. ที่ 3,200 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “TD 25“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV สเวิร์ลแชมเบอร์
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,494 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 22.2 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 92.9 x 92.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 85 แรงม้า ที่ 4,300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 17.2 กก.-ม. ที่ 2,200 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “BD 25“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV ไดเร็คท์อินเจ็คชั่น
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,494 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 18.9 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 92.9 x 92.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 90 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 17.6 กก.-ม. ที่ 2,200 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:10   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3289

คำตอบที่ 12
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:10   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3290

คำตอบที่ 13
       10. ถัดมาปี พศ.2536 ก็มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยใช้โครงสร้างของ แชสชีส์-หัวเก๋ง เดิมแต่เปลี่ยนหน้าตาตลอดจนเปลือกนอกรอบคันกันใหม่หมด และยังคงใช้รหัส “D 21“ เหมือนเดิม นั่นคือโฉมของรุ่น หน้าหัก ที่มาพร้อม โป่งข้าง รูปแบบเดียวกับรุ่น “Hadr Body 4 WD” ที่ฮิตอยู่ใน อเมริกา ซึ่งความจริงโฉมดังกล่าว จะนับว่าทันสมัยเข้ายุคกับตลาดโลก เพราะมีรูปแบบเดียวกับรุ่น ไมเนอร์เชนจ์ ที่พึ่งมีออกมา สดๆร้อนๆ ในปีนั้น และ พร้อมกันนั้นก็ยังจะขยายความยาวของ หัวเก๋ง ในรุ่น “King Cab” ใหม่ซึ่งจะได้เพิ่มจนทัดเทียมกับของ ISUZU เลยทีเดียว สำหรับรุ่น หน้าหัก ที่มาใหม่นี้จะยังคงวางเครื่องดีเซลตัวเดิม คือ “BD 25” 2,500 ซีซี สำหรับเบ็นซินก็ “Z 20” แต่ปรากฏว่าความนิยมไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ในอีก สองปีถัดมา (พศ.2538) ก็มีการปรับโฉมกันอีกครั้ง ซึ่งสวนทางกับตลาดโลก นั่นคือการเปลี่ยน ฝากระโปรง ไปเป็นแบบที่มีช่องรับลมทรงยาวเรียงกัน อยู่สามช่องเพิ่มขึ้นมาในช่วงที่เป็นมุมหักเดิม โดยหน้าตาที่เปลี่ยนมาให้ใหม่ จะเป็นการนำเอา ของเก่า ที่ฮิตมาตั้งแต่สมัย “Terrano” ตัวแรกมาใช้ นับว่าเป็นการย้อนยุค เพื่อเอาใจแฟนๆ ส่วนใหญ่ที่กล่าวกันว่า รุ่นเก่าที่มีช่องรับลมจะแลดูสวยกว่า นั่นเอง ต่อมาถึง พศ.2540 ก็ยังมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ดีเซลให้ใหญ่ขึ้นเป็นลำดับที่หก เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งที่ล้วนแต่ แรงๆ ด้วยกันทั้งนั้น โดยจะหันกลับไปอยู่ในรูปแบบ สเวิร์ลแชมเบอร์ กันอีกครั้งด้วย “TD 27” ในขนาด 2,700 ซีซี สำหรับในรุ่นนี้จะมีแบบ ดับเบิ้ลแค็บ ในพิกัดของ รถกระบะดัดแปลง ให้สั่งต่อกันได้อีก
เครื่องยนต์ “TD 27“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV สเวิร์ลแชมเบอร์
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,663 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 21.8 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 96.0 x 92.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 97 แรงม้า (66 Kw) ที่ 4,300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 18.4 กก.-ม. (180 nm) ที่ 2,200 รอบต่อนาที






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:13   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3291

คำตอบที่ 14
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:13   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3292

คำตอบที่ 15
       11. ถึงจุดที่ต้องปิดฉาก “Big M / D21” ร่วมสิบสองปี ต้องยุติลง โดยในปี พศ. 2541 ก็ได้มีการเปิดตัว NISSAN BIG M-Frontier” ที่เปลี่ยนรหัสการเรียกขานตัวรถเป็น “D 22” ทั้งที่ในความเป็นจริงจะยังคงใช้โครงสร้างหัวเก๋งเหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนโครงหน้ารถและเปลือกนอกทั้งหมด ตลอกจนบานประตู ไปเป็นแบบรูปลักษณ์ใหม่ ซึ่งในจุดนี้แม้จะรู้สึกขัดแย่งอยู่นิดๆ แต่ในเมื่อทางผู้ผลิตเขาบอกว่าเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน เป็นโครงร่างลำดับที่หก สำหรับในรุ่นใหม่นี้นอกจากจะมีทั้งแบบ หัวเก๋งธรรมดา “Premium Cab” และ แบบตอนครึ่ง “King Cab” และยังได้เพิ่มรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ “Crew Cab” แบบที่ผลิตออกมาจากโรงงาน โดยตรงออกมาให้เลือกหากันอีกแบบหนึ่งด้วย จากนั้นก็ติดตั้งให้มาด้วย เครื่องดีเซล “TD 27“ ตัวเดิมสำหรับในตัวรถรุ่น ขับเคลื่อนสองล้อ ธรรมดา แล้วเปลี่ยนในส่วนของเครื่องยนต์เบ็นซิน ไปเป็นลำดับเครื่องที่ แปด ซึ่งอยู่ใรรหัส “KA 25 E” ขนาด 2,400 ซีซี หรือ รุ่นเดียวกับที่วางอยู่ใน “Terrano II” นั่นเอง โดยเครื่องเบ็นซินที่วางมาให้ในรุ่น “ขับเคลื่อนสองล้อ-เกียร์อัตโมนัติ“ และในรุ่น “ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD” ที่พึ่งจะนำเข้ามาใหม่กันอีกครั้งใน ขณะนั้น สำหรับจุดเด่นที่หลายคนมองข้าม ไปของรถรุ่นนี้ ได้แก่ ในส่วนของ กันชนท้ายที่เป็นของแถมมาให้กับตัวรถ ในบางรุ่น ซึ่งจะมีรูปแบบ และ ความแข็งแรงสวยงามมากกว่า ของยี่ห้ออื่น โดยทั่วไปอยู่มิใช่น้อย
แต่ปรากฏว่าการตอบรับสำหรับเครื่องเบ็นซินตัวใหม่จากผู้ใช้ไม่ค่อยจะเป็นที่น่าพอใจนัก ในอีกแค่ สองปี ต่อมาคือ พศ. 2543 จึงมีรายการ ไมเนอร์เชนจ์ กันอีกครั้ง พร้อมกับมีการเปิดตัวรุ่น “ขับเคลื่อนสี่ล้อ มีจมูก” ที่เปลี่ยนเครื่องดีเซลใหม่ เป็นลำดับที่เจ็ด ด้วย “TD 25 Ti” ในพิกัด 2,500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
เครื่องยนต์ “KA 24 E“ : เบ็นซิน 4 สูบเรียง OHC-12วาล์ว
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,389 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 89.0 x 96.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 120 แรงม้า (88 kw) ที่ 5,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 19.2 กก.-ม. (189 Nm) ที่ 3,600 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “TD 25 Ti“ : ดีเซล 4 สูบเรียง OHV สเวิร์ลแชมเบอร์ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,494 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 22.3 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 92.9 x 92.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 110 แรงม้า (76 kw) ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 25 กก.-ม. (245 Nm) ที่ 2,000 รอบต่อนาที
อธิบายรูป โฉมแรกของ FRONTIER แก้มป่องในรหัส D 22





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:16   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3293

คำตอบที่ 16
       อธิบายรูป ไมเนอร์เชนจ์เฉพาะรุ่น 4 WD มาเป็นแบบ มีจมูก พร้อมกับเครื่องดีเซล TD 25 Ti 2,500 ซีซี เทอร์โบ-อินเตอร์คูลเลอร์





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:19   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3294

คำตอบที่ 17
       อธิบายรูป รุ่น CREW CAB ที่เป็นแบบดับเบิ้ลแค็บ จะประกอบออกมาจากโรงงานโดยตรง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:20   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3295

คำตอบที่ 18
       12. แต่สถานการ์ณโดยรวมหลังจากการเปลี่ยนมาเป็นโฉมใหม่พร้อมกับได้เปลี่ยนเครื่องกันถึง สองรอบแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น โดยจะมีเพียงแค่รุ่นเครื่อง “TD 27” เท่านั้นที่ยังไปได้เรื่อยๆ ในกลุ่มหัวเก๋งตอนเดียวเพื่อการบรรทุกหนัก เมื่อเข้าสู่ปลายปี พศ.2544 จึงต้องขยับตัวกันใหม่อีกครั้ง โดยปรับโฉมให้แก่ “D 22” ด้วยแก้มใหม่และแนวด้านข้างเหมือนรุ่นใน อเมริกา (ผิดกันเพียงทรง กันชนและหน้ากระจัง) จากนั้นก็ติดตั้งมาให้ด้วยแหล่งพลังในรูปแบบดีเซลที่นับเป็นลำดับที่ แปด และจัดได้ว่าทันสมัยที่สุดในขณะนั้น นั่นคือ “ZD 30 DD” ที่มีความจุ 3,000 ซีซีและอยู่ในรูปแบบ ดีเซล 4 สูบ ไดเร็คท์อินเจ็คชั่น DOHC 16 วาล์ว ซึ่งยังถือได้ว่าเป็นการนำเครื่องยนต์ทันสมัยในลักษณะดังกล่าวมาติดตั้งให้แก่ รถกระบะ เป็นยี่ห้อแรกในประเทศไทย โดยในช่วงแรกจะติดตั้งมาให้แค่ฌฉพาะในรุ่น ขับเคลื่อนสองล้อ ทั้งแบบหัวเก๋ง King Cab และ Double Cab ก่อน หลังจากเว้นระยะ กันอีกเล็กน้อย เครื่องดีเซลลำดับที่เก้า ซึ่งก็คือเครื่องแบบเดียวกันแต่มี เทอร์โบ พ่วงมาด้วย โดยจะติดตั้งมาในตัวรถรุ่น ขับเคลื่อนสี่ล้อ และส่งผลให้รุ่นดังกล่าวถูกจัดให้เป็นรุ่นที่มี พลังแรงที่สุดในขณะนั้นด้วยระดับ “ 150 แรงม้า “ เลยที่เดียว
เครื่องยนต์ “ZD 30 DD“ : ดีเซล 4 สูบเรียง DOHC 16 วาวล์
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,953 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 18.5 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 96.0 x 102.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 105 แรงม้า (77 kw) ที่ 3,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 21.3 กก.-ม. (209 Nm) ที่ 2,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ “ZD 30 DDT“ : ดีเซล 4 สูบเรียง DOHC 16 วาวล์ เทอร์โบ
ปริมาณกระบอกสูบ : 2,953 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด : 17.9 : 1
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 96.0 x 102.0 มม.
แรงม้าสูงสุด : 150 แรงม้า (110 kw) ที่ 3,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 32.0 กก.-ม. (314 Nm) ที่ 2,000 รอบต่อนาที
ถ้านับตั้งแต่ “ กระบะ ” DATSAN Blurbird 320 คันแรกเมื่อ พศ.2507 จนกระทั่งถึง NISSAN “ Big M-Frontier D22 “ รุ่นล่าสุดเมื่อปี พศ. 2544 หรือตลอด 37 ปี จะสามารถแบ่งแยกรูปทรงของตัวรถออกได้เป็น ‘’ 6 โครงร่าง ’’ ด้วยกันนั่นคือ “320…..L 520/521…..L 620…..SG 720…..D 21…..D 22 (จริงๆน่าจะเป็นแค่ 5 เพราะ D 21/22 จะใช้โครงในส่วนของหัวเก๋งเดียวกัน) โดยในเรื่องของแหล่งพลังงานที่จะนำมาใช้งานจะเป็นเครื่อง เบ็นซิน 8 เครื่อง ได้แก่ E1…J13…J15…J16…L18…Z16S…Z20…KA24E และดีเซลอีก 9 เครื่องซึ่งดูว่าออกจะเปลี่ยนกันเปลืองในช่วง 4-5 ปี หลัง ด้วย SD22… SD23… SD25… TD25… BD25… TD27… TD25Ti… ZD30DD… ZD30DDT โดยใน 2 เครื่องล่าสุดนั้นถือได้ว่าเป็น ไพ่ใบสำคัญที่ จะช่วยเสริมส่งให้ NISSAN สามารถกลับมาเป็นที่กล่าวขวัญได้อีกครั้ง.






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:21   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3296

คำตอบที่ 19
      





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

มืด จาก มืด TOC-101 203.121.138.91 อาทิตย์, 30/5/2547 เวลา : 16:22   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3297

คำตอบที่ 20
       ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

rider man จาก rider man 210.86.215.242 จันทร์, 31/5/2547 เวลา : 01:11   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3299

คำตอบที่ 21
       ได้ความรู้มากเลยครับ ขอบคุณครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

mag.dome จาก อ้น NFC - 030 202.28.179.1 จันทร์, 31/5/2547 เวลา : 09:39   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3301

คำตอบที่ 22
       โห! อึ้งเลยครับ แบบว่า รู้ลึก รู้จริง แบบนี้ ต้องบอกว่า ถูก ถูกกกกกก......ถูกต้องครับบบบบ

เอาตำแหน่งแฟนพันธ์ุแท้กระบะนิสสันไปเลย เยี่ยม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

dabos_11 จาก หนูหล่อ 202.12.97.116 จันทร์, 31/5/2547 เวลา : 10:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3302

คำตอบที่ 23
       เป็นข้อมูลที่โดนใจผมมากๆเลยครับ ขออนุญาติคุณTOC-101และ NFC นำข้อมูลและเรื่องราวจากที่นี่ไปแนะนำเพื่อนๆที่นิสสันแอดเวนเจอร์คลับหน่อยนะครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก MrJia007-NFC079 203.156.24.10 อังคาร, 1/6/2547 เวลา : 21:15   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3315

คำตอบที่ 24
       ......ความคิดเห็นที่ 4 อ่ะนะ แถวบ้านเหนมีอยู่คัน...





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก `• m a k. ! z :.`• NACT0014 203.113.40.72 พุธ, 2/6/2547 เวลา : 10:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3332

คำตอบที่ 25
       จะหา ร้านหรือ อู่ ที่ไหน ทำตัวถัง ได้บ้างครับ.. ที่บ้าน รถของพ่อ ผุ หมดแล้วครับ....
อยากทำตัวถังใหม่....ไม่อยากขาย ครับ

ปล. น่าจะเป็นตัว Junior ครับ.. เคยเห็นเมื่อก่อนนิยม เป็นรถเมล์วิ่งระหว่างอำเภอครับ
อยู่ประจวบครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก หนุ่ม 192.44.136.113 อังคาร, 22/6/2547 เวลา : 14:59   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3436

คำตอบที่ 26
       -ช่วยลงประวัติ Nissan Patrol หน่อยครับ ไล่เรียงมาแบบกระบะนี่แหละครับ
ขอบคุณ คุณ มีด TOC101 มากครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Mr.Patrol 210.1.14.80 พฤหัสบดี, 24/6/2547 เวลา : 16:59   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3444

คำตอบที่ 27
       ระบบจ่ายนำ้มันเชื้อเพิลง



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก มนัส 202.129.36.161 เสาร์, 10/7/2547 เวลา : 11:46   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3557

คำตอบที่ 28
       เยี่ยมจริง ๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก นาย big m 203.146.194.119 อาทิตย์, 25/7/2547 เวลา : 21:36   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3641

คำตอบที่ 29
       นิสสันเราเป็นแฟนอยู่ แต่ขอติหน่อย ทำไมทำไฟหน้าเป็นแบบนั้น เราว่ามันขายไม่ดีก็คงตรงนี้ หรือใครเห็นเป็นอย่างไร



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก นิสสัน 221.128.126.2 ศุกร์, 13/8/2547 เวลา : 12:26   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3752

คำตอบที่ 30
       ขอเสป็คเครื่องTD27เทอร์โบท่ติดในรถตู้นอกหน่อยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก TD27 202.28.38.236 อาทิตย์, 29/8/2547 เวลา : 16:14   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 3899

      

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  4  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันเสาร์,26 กรกฎาคม 2557 (Online 1748 คน)