WeekendHobby.com


ทำไมรถเล็ก และน้ำมัน E20 E85 จึงเกิดได้ยาก

จาก Auto
61.90.149.126
จันทร์ที่ , 30/6/2551
เวลา : 16:01

อ่านแล้ว = 8166 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       Toyota เคยขยาดกับการทำตลาดรถเล็กอย่าง Starlet มาแล้วและไม่น่าจะหวนกลับไปทำตลาดตรงนั้นได้อีกง่ายๆ จนกระทั่งตลาดรถยนตืมันเริ่มเปลี่ยนไปและมีความเป็น wolrd wide มากขึ้นทาง TMT จึงตัดสินใจส่งยาริสกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งที่โรงงานเกตเวย์ ฉะเชิงทรา ในช่วงเวลาใกล้ๆ กับรถ MPV เริ่มโตขึ้นในตลาดหลังจากปล่อยซาฟิร่าทำตลาดมาอย่างยาวนาน การขึ้นไลน์ประกอบทั้ง 2 รุ่นนี้ทำท่าว่าจะไปได้ดีแต่จนแล้วจนรอดไม่ได้ดีอย่างที่คิดจนเป็นที่มาของกระแสข่าวลือในวงการยานยนต์ว่า Toyota Wish จะตัดสินใจเลิกผลิตเพราะการทำตลาดไม่คุ้มจากยอดขายที่เคยมีเดือนล่ะ 3500 คันเหลือเพียงเดือนล่ะ 700-900 คัน ไม่คุ้มค่าต่อการเปิดไลน์ เช่นเดียวกับยาริสเองที่มีราคาต่ำสุด 599,000 บาท ยอดขายก็ไม่ได้วิ่งฉิวเท่าไหร่นัก

ปัจจัยรถเล็ก ราคาไม่เล็ก คนไทยส่วนนึงยังคิดว่ารถเล้กอย่างยาริส แจส ราคามันควรเล็กตามขนาดไปด้วย แต่ของจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะต้นทุนในการผลิตรถเล้กกับรถซีดานมีขนาดใกล้เคียงกัน
มิหนำซ้ำคนไทยยังมีพฤติกรรมการบริโภครถยนต์แปลก ๆ
คือรถประหยัด แต่อ๊อพชั่น กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล๊อค พวงมาลัยเพาเวอรื steermatic เบาะหนัง Abs Airbag ล้อแมกซ์ 15 นิ้ว อ๊อพชั่นอื่น ๆ ต้องมีครบ ทำให้ราคารถมันยิ่งต้องกระโดดสูงขึ้นมากกว่าที่รถเล็กคันนึงควรจะเป็น

นอกจากนี้ น้ำมัน E10 E20 E85 B2 B5 ไม่ได้สร้างแรงจูงใจในการใช้เท่าไหร่นักเพราะราคาน้ำมันโดยตัวของมันเองมีราคาสูงมากอยู่แล้ว ส่วนต่างๆ กันไม่กี่บาท
อย่างนี้ผู้บริโภคคนไทยติดแก๊สยังคุ้มค่ากว่าเพราะจ่ายลิตรนึงแค่ 8.50-11. บาทกว่า ๆ แทนที่จะหันไปเติมน้ำมัน นอกจากนี้แรงจูงใจในด้านภาษีในการผลิตรถยนต์รวมถึงราคาน้ำมันไม่ได้สร้างไว้ให้มากพอที่จะโน้มน้าวให้ผู้ผลิตรถยนต์หันมาผลิตรถดังกล่าวได้เลย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

      
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  

คำตอบที่ 1
       ในเยอรมันคนใช้ โอเปิ้ล คอร์ซ่า ขนาดยางเล็ก ๆ หน้าแคบ ๆ วิ่ง 140 km/h มีเสียงลมปะทะเข้ามาตามร่องกระจก เสียงยางรถยนต์บดถนนที่ความเร็วสูง


แต่พอรถคันนี้นำมาขายเมืองไทยผู้บริโภคมองว่าขนาดยางมันแคบไป เสียงดังไม่ได้คุณภาพ ขับเร็วมีลมหวนเข้ามาในห้องโดยสารก็เอาไปเคลมกับบริษัทหาว่ารถไม่มีคุณภาพ ?

อ๊อพชั่นต้องมีครบห้ามขาดหรือด้อยกว่า

แบบนี้รถเล็กในเมืองไทยจึงเกิดยาก ถ้าจะเอาอ๊อพชั่นตามที่ว่ามาราคารถต้องไปชนกับรถซีดาน



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:18   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 928

คำตอบที่ 2
      
ผมยังใช้รถ Toyota Starlet รถคันนี้นำเข้าจากญี่ปุ่นราคาพอ ๆ กับ collora ในสมัยก่อนที่ใช้เครื่องเดียวกันคือ 2E 1300 CC คาร์บูเรเตอร์ อ๊อพชั่นเดียวกันปัจจุบันนี้ในตลาดมือ 2 คนยังนิยมเล่นและค้นหามันอยู่มากมาย เพราะคนส่วนใหญ่พึงพอใจกับคุณภาพของรถคันนี้ถึงแม้จะเป็นรถที่มีอายุอานามมากเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:23   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 929

คำตอบที่ 3
       ดูด้านหลัง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:23   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 930

คำตอบที่ 4
       ด้านหน้า ชุดแต่งจากญี่ปุ่นรอบคันของแท้จาก TRD และ Koito





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:24   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 931

คำตอบที่ 5
       ใส่ถังแก๊ส 36 ลิตรวาล์วเขียวแดงที่พวกเราในกลุ่ม 2.7 vvti ตามหากันนั่นแหละ ถัง 1 ใบมันอยู่ในรถผมเรียบร้อยแล้ว





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:26   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 932

คำตอบที่ 6
       ถ้าเราเห็นคุณค่าและประโยชน์จากการใช้รถคันนึง ๆ แล้วเราจะใช้มันได้คุ้มมากทีเดียว


รถคันนี้ดอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์มาแล้วก่อนติดแก๊ส ราคาค่าซ่อมอยู่ 4800 บาท ถ้วน รวม ค่าเปลี่ยนแหวน ประเก็น น้ำมันเครื่อง กรอง ค่าแรงช่าง 1200 บาท




ถูกกว่าผมเปลี่ยนสายพานราวลิ้นเครื่องดีเซล 4D56 จากศูนนย์ที่ราคาประมาณ 6-7000 บาท



ฉลาดในการเลือกรถคันนึง ๆ จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายครับ ผมลืมเครื่องดีเซลไปนานแล้วครับและไม่คิดจะซื้อกลับมาใช้อีกเลย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 30/6/2551 เวลา : 16:30   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 934

คำตอบที่ 7
       แก๊สโซฮอล์ อี85 ลูกผีลูกคน?

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2551 09:31 น.


เปิดประเด็นแก็สโซฮอล์ อี85 หลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา อนุมัติให้การสนับสนุนมาตรการภาษี ยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนให้ผู้ผลิตรถยนต์ ไปจนถึงลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันอี85 พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้เกิดการใช้โดยเร็ว

แต่ถึงกระนั้นยังมีเรื่องที่สร้างความแคลงใจให้กับหลายฝ่าย เพราะถึงแม่มติคณะรัฐมนตรีจะชัด แต่ก็ยังไม่ออกมาเป็นกฎกระทรวง และกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง หากรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว รัฐมนตรีเปลี่ยนหน้า ที่สำคัญค่ายผู้ผลิตรถยนต์จะเอาด้วยไหม จะมีรถทำตลาดหรือเปล่า รวมถึงความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค และวัตถุดิบที่นำมาเป็นส่วนผสมหลักอย่างเอทานอลจะมีเพียงพอหรือไม่ ทั้งหมดเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ





ภาคเอกชนโดยชมรม "พลังงานไทยทำไทยใช้" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ จากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน จัดงานเสวนาในหัวข้อ “E85 อนาคตพลังงานชาติ ทางเลือก ทางรอดของไทย”เพื่อไขข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ...นี่คือส่วนหนึ่งของความคิดเห็น





ธิบดี หาญประเสริฐ รองประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทดแทน เอทานอล-ไบโอดีเซล แห่งประเทศไทย

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าแก๊สโซฮอล์นั้นมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าเบนซินธรรมดาอยู่จริง ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดเครื่องยนต์ และพฤติกรรมการขับด้วย อย่าง อี10 จะกินมากกว่า 2-3% อี20 อยู่ที่ 6% ส่วน อี85 ประมาณ 26% ดังนั้นโครงสร้างราคาขายปลีกที่เหมาะสมสำหรับแก๊สโซฮอล์ อี10 อี20 และ อี85 จะต้องถูกกว่าเบนซิน95 (เทียบราคา 40 บาท) 4 บาท 6 บาท และ 15 บาทตามลำดับ

“แก๊สโซฮอล์ให้อัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าจริง แต่สิ่งที่คนไม่พูดถึงคือ ประสิทธิภาพของเชื้อเพลิง โดยเฉพาะ อี85 นั้น จะให้แรงดันลูกสูบมากกว่า หรือแรงบิดมีกำลังสูงกว่าเบนซินธรรมดาประมาณ 3% ที่สำคัญเรายังได้เรื่องสิ่งแวดล้อม มลพิษไอเสีย ทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ (C02)และ ไนโตรเจนออกไซด์(NOX) ลดลง 5-10%”

ส่วนประเด็นว่า ถ้าค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ไม่เอาด้วย อี85 จะเกิดหรือไม่ ด้วยความเห็นส่วนตัวและมีโอกาสได้คลุกคลีกับแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้องบอกว่า เขา(ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่)เอาด้วยแน่นอน แต่อาจจะขอเวลาหน่อยเพราะความพร้อมแต่ละค่ายไม่เท่ากัน และเพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบเสียเปรียบ รัฐบาลต้องกำหนดกติกาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดยออกกฎหมายหรือพระราชบัญญัติ ระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าเริ่มเมื่อไหร่ ซึ่งกลุ่มยานยนต์เองจะได้เตรียมความพร้อม ด้านเกษตรกรและโรงงานผลิตเอทานอลจะได้กล้าปลูกกล้าลงทุน จากนั้นต้องบริหารให้ความต้องการซื้อและความต้องการขายมีพอๆกัน เพื่อจะได้ไม่เกิดภาวะวัตถุดิบ(อ้อย มันสำปะหลัง เอทานอล)ล้นตลาด





สิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอลไทย

ข้อสงสัยว่า เราจะมีเอทานอลเพียงพอต่อการผลิต อี85 หรือเปล่า ในส่วนของผู้ผลิตเอทานอล ถ้าขึ้นผลิตครบทุกโรงงานต้องบอกว่าพอ (อนาคตจะเพิ่มเป็น 49 โรงงาน) และเหลือด้วย ซึ่งตอนนี้ 11 โรงงานถ้าผลิตเต็มกำลังจะอยู่ที่ 1.575 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งๆที่ความต้องการในประเทศยังแค่ 7 แสนลิตรต่อวันเท่านั้นเอง

“ต้องบอกว่าการเลือกส่งเสริม อี85 นั้นมาถูกทางแล้ว แต่ปัญหาคือกฎหมายยังกำหนดให้เอทานอล ต้องขายให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ ดังนั้นเราต้องเปิดเสรีการขาย ภาพการผสมน้ำมันกับเอทานอลต้องเปลี่ยน เราอาจจะตั้งโรงงานผสมที่หัวเมือง ให้ใกล้โรงเอทานอล หรือเปิดให้ผู้ค้าเอทานอลสามารถ เป็นผู้ค้าน้ำมัน ได้ ไม่อย่างนั้นการขนส่งเอทานอล 85% ไปให้ผู้ผลิตน้ำมัน ค่าขนส่งต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก็สโซฮอล์ อี85 เหลือ 2.5795 บาทต่อลิตรนั้นยังไม่จูงใจผู้ค้าน้ำมัน ดังนั้นจึงอยากให้ลดลงมาอยู่ระดับ 0.55 บาท”

ทั้งนี้หากจะจริงจังกับ อี85 รัฐบาลต้องดูแลพื้นที่การปลูกพืชไร่ให้ดีๆ จัดการให้ทุกสิ่งทุกอย่างลงตัว และในสภาพความเป็นจริง โรงกลั่น ผู้ผลิตรถ ผู้ใช้รถ ก็ต้องไปพร้อมๆกัน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ กฎหมายจัดการเอทานอลยังไม่มีชัดเจน เพราะเอทานอลยังถือว่าอยู่ในหมวดสุรา จึงมีกรมสรรพสามิตดูแล ถ้าเป็นไปได้ควรมีกฎหมายเกี่ยวกับเอทานอลโดยเฉพาะ





มานะ ฤทธิชัยสมาจาร นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสี่แคว นครสวรรค์ และประธานสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อยสี่แคว

ในฐานะตัวแทนผู้ผลิตอ้อยคิดว่า แก็สโซฮอล์อี85 เป็นทางรอดแน่นอน คือรอดทั้งด้านพลังงานและการเกษตร ซึ่งจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสทั้งการแก้ไขเรื่องพลังงาน แก้ไขปัญหาความยากจน และพืชผลทางการเกษตร

“อ้อยเป็นพืชพลังงานตัวจริง ไม่มีผลกระทบต่อเรื่องอาหารแน่นอน เราผลิตน้ำตาลในไทย 7.8 ล้านตัน บริโภคในประเทศ 2 ล้านตัน ที่เหลือส่งออก(ปริมาณส่งออกเป็นอันดับ3 ของโลก) แต่ตัวเกษตรกร ยังจน และมีหนี้รวม 24,000 ล้านบาท แต่ อี85 จะเป็นโอกาสที่ดีของเรา เป็นการบริหารอุปทานส่วนเกินที่มีอยู่ ทั้งนี้เราถือเป็นประเทศที่เริ่มใช้เอทานอลเป็นรายแรกๆในภูมิภาค ทำให้โอกาสชิงความได้เปรียบในการส่งออกก็มี โดยมีตลาดทั่วเอเชียรองรับ”

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ควรมองมิติเดียวว่า ทำอย่างไรให้พลังงานราคาต่ำลง แต่ต้องมองภาคอื่นด้วยว่าจะอยู่ได้ไหม ดูตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้ง ประชาชน ผู้ผลิตเอทานอล ราคาต้นทุนวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน แล้วถ้ารัฐบาลบริหารได้สมดุล เชื่อว่า อี85 ไปรอดแน่นอน





มนูญ ศิริวรรณ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

หากมีแก็สโซฮอล์ อี85 เข้ามา ประเด็นเรื่องสถานีบริการน่าจะเป็นข้อจำกัด เพราะปั๊มต้องเปลี่ยนถังใหม่เลย ดังนั้นแต่ละปั๊มคงจะจำหน่ายครบทุกผลิตภัณฑ์ไม่ได้ ซึ่งต่อไปต้องเลือกว่าจะขายน้ำมันประเภทไหนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ส่วนอี85 ต้องดูอัตราการขยายด้วยว่าไปได้เร็วแค่ไหน ซึ่งน่าจะคล้ายๆแก็สโซฮอล์ อี20 ที่ขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ 1.8 หมื่นสถานี และถ้ามีแก็สโซฮอล์ อี85 เข้ามาโครงสร้างพื้นฐานต้องเปลี่ยนหมด ดังนั้นถ้าผู้ค้าไม่อยากลงทุนเพิ่มคงต้องเลือกน้ำมันให้เหมาะสมกับลักษณะลูกค้าในพื้นที่ หรือถ้าอนาคตแก็สโซฮอล์ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้ประกอบการมีความพร้อมลงทุน อาจจะไม่ต้องมีหลายหัวจ่ายคือมีเครื่องผสมอัตโนมัติ โดยลูกค้าสามารถเลือกกดได้ว่าจะเติม อี10 อี20 หรืออี85 ซึ่งกว่าจะถึงจุดนี้คงต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะเดียวกันอยากให้กระทรวงพลังงานประกาศออกมาเนิ่นๆว่าจะให้ราคาขาย แก็สโซฮอล์ อี85 เป็นเท่าไหร่ ส่วนเรื่องที่พูดถึงกันมากคือ ค่าการตลาด ซึ่งปัจจุบัน ดีเซล เบนซิน จะอยู่ประมาณ 1 บาท หากเป็นอี85 คิดว่าน่าจะอยู่ที่ 1.50 บาท เพื่อจูงใจผู้ค้าน้ำมัน







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 อังคาร, 1/7/2551 เวลา : 19:42   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 1029

คำตอบที่ 8
       E85 ค่ายรถไม่ค่อยสนใจเนื่องจาก

- ภาษีที่ได้รับการยกเว้นสำหรับรถยนต์ 25% เป็นรถที่รุ่น E20 ได้รับอยู่แล้ว

- ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงมีเป็นจำนวนมาก

- ราคารถยนต์จะต้องแพงขึ้นมาก ซึ่งการให้ลูกค้าซื้อรถในราคาที่สูงขึ้นประมาร 25-30 % ต่อคันลูกค้าจะรับได้หรือไม่

- ถังในการเก็บน้ำมันต่อปั๊มมีไม่เพียงพอซึ่งแต่ละปั๊มจะต้องแยก ว่าจะขายธรรมดา หรือจะขายเฉพาะ E20 E85 เท่านั้น

- E85 จะส่งผลให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 30 % ต่อจำนวนระยะทางที่เท่ากัน ภษาน้ำมันจะต้องลดลงครึ่งนึงให้มีราคาถูกว่าเบนซินประมาณ 50% ขึ้นไปจึงจะเป็นเหตุจูงใจในการซื้อ

- มีรถยนต์จำนวนมากที่ไม่ได้ทำไว้รองรับ E20 ขึ้นมาซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้การณรงค์อีกหลายปี



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 อังคาร, 15/7/2551 เวลา : 09:09   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 1730

คำตอบที่ 9
       ยาวดีพี่
อ่านกันมันเลย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

nhong23 จาก ล่องลอย 124.121.98.203 อังคาร, 15/7/2551 เวลา : 09:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 1733

คำตอบที่ 10
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

BADDOGBADDOG จาก BADDOG 58.10.84.219 อังคาร, 15/7/2551 เวลา : 10:16   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 1736

คำตอบที่ 11
       ใช้น้ำมันมะพร้าวดีกว่า ( คูโบต้า )



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก ลูกหนำ 203.113.0.205 พุธ, 23/7/2551 เวลา : 14:17   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 2135

คำตอบที่ 12
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก 02555555555 124.121.10.202 พฤหัสบดี, 24/7/2551 เวลา : 10:13   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 2165

คำตอบที่ 13
       ข่าวในประทศ - "จักรมณฑ์" ย้ำรถ อี85 ถ้าจะเกิดต้องไม่บิดเบือนอุตฯยานยนต์บิดเบือด เชื่อโครงการอีโคคาร์รุ่งแน่นอน

จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกับ E85” ซึ่งจัดโดยสถาบันยานยนต์ ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานของไทย แต่จำเป็นที่จะต้องศึกษาและพิจารณาข้อมูลต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งระบบเสียก่อน ไม่ใช่มองเพียงมิติของเรื่องพลังงานทดแทนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้จากการพิจารณาความเป็นไปได้ ที่จะทำให้น้ำมัน E85 เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้รถ จำเป็นต้องมีราคาเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันเบนซินปกติ เพราะมีอัตราสิ้นเปลืองกว่ามาก ซึ่งเมื่อดูคร่าวๆ แล้วแม้จะงดเก็บภาษีน้ำมันทุกชนิด ยังไม่สามารถทำให้ราคาลดลงถึงครึ่งได้ นั่นย่อมหมายความว่ารัฐต้องเข้าไปสนับสนุนเพื่อทำให้มีราคาถึงครึ่งหรือต่ำกว่า สุดท้ายรัฐก็ต้องสูญเสียถึง 2 ต่อ และยังเป็นการเข้าไปบิดเบือนกลไกตลาดอีกด้วย

ส่วนการสนับสนุนภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E85 ให้ต่ำกว่าอัตราปัจจุบันที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติอยู่ที่ 25% เท่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E20 จนมีอัตราภาษีใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานมาตรฐานการสากล หรืออีโคคาร์ ที่เสียในอัตรา 17% ตรงนี้จะทำให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อโครงการอีโคคาร์ ที่มีผู้ประกอบการ 6 ราย ขอรับส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวมกันประมาณ 2 แสนล้านบาท ขณะที่น้ำมัน E85 ลงทุนเพียงปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์และระบบเท่านั้น

นายจักรมณฑ์กล่าวอีกว่า แม้น้ำมัน E85 ถือเป็นพลังงานทดแทนที่ดี แต่ยังไม่ใช่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่อีโคคาร์สามารถตอบสนองได้มากกว่า เพราะเป็นรถที่มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ และที่สำคัญเป็นรถที่สามารถตอบประเด็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาสภาวะโลกร้อน ที่ทั่วโลกกำลังช่วยกันแก้ปัญหาอยู่ อีโคคาร์จึงเป็นรถที่สามารถส่งออกไปได้ทั่วโลก เพราะตรงกับแนวทางของตลาดโลก จึงสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทยได้มาก

“อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นด้วยกับการมีน้ำมัน E85 เพียงแต่จะต้องศึกษาให้ครอบคลุมทั้งระบบ โดยเฉพาะการไปทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์บิดเบือน จนเกิดความสับสนของผู้ประกอบการ และสิ่งสำคัญไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวภาษี หรือสนับสนุนจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รัฐสูญเสียมากกว่าได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ และหาจุดสมดุลที่เหมาะสม รวมถึงมีกรอบระยะเวลาชัดเจน”

นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐจะผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทน โตโยต้ามีข้อเสนอแนะไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งกับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพราะจะไปกระทบกับโครงสร้างทั้งระบบ และจะให้การสนับสนุนอะไร จำเป็นต้องรอดูโรดแมปพลังงานที่เป็นรูปธรรมเสียก่อน รวมถึงรัฐจะต้องจัดสรรเชื้อเพลิงแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับรถยนต์นั้นๆ และสุดท้ายต้องตั้งคณะกรรมการแห่งชาติมาดูภาพรวมว่า เวลานี้ควรจะใช้วัตถุดิบทางเกษตรเป็นอาหาร หรือเชื้อเพลิงดี เพื่อพิจารณาอย่างไหนจะเกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่า
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105814



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 จันทร์, 8/9/2551 เวลา : 17:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 4253

คำตอบที่ 14
       เปิดชนวนกับข้อเท็จจริง E85 ดึงค่ายรถแบ่งขั้ว-รัฐแยกฝ่าย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2551 08:58 น.


ข่าวในประเทศ - กลายเป็นประเด็นร้อนไม่รู้จบ กับการผลักดันน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เมื่อแต่ละฝ่ายเริ่มเปิดหน้าเปิดตัว ประกาศความต้องการที่เป็นชนวน จนทำให้เกิดการแบ่งขั้วเลือกฝ่ายชัดเจน ระหว่างกลุ่มผลักดันที่นำโดยกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีค่ายรถฝั่งตะวันตกหนุนหลัง กับอีกฝ่ายที่คัดค้านภายใต้การผนึกกำลัง ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับค่ายรถญี่ปุ่น เพราะโครงการอีโคคาร์ที่ร่วมกันแจ้งเกิดได้รับผลกระทบไปเต็มๆ งานนี้ทำให้แต่ละฝ่ายต้องมีการชิงนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง โดยมีอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นตัวประกัน





เรียบร้อยโรงเรียนกระทรวงพลังงาน ที่สุดก็สามารถผลักดันให้เปิดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นแห่งแรกของประเทศ ณ สถานีบริการน้ำมันปตท. สาขาสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ริมทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยกำหนดให้มีราคาจำหน่ายลิตรละประมาณ 20.19 บาทต่อลิตร หรือต่ำกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ถึง 30% พร้อมกับจี้ปตท.ให้เตรียมขยายปั๊มจำหน่ายเพิ่มเป็น 15 แห่งภายในสิ้นปีนี้ หลังจากมีรถที่สามารถใช้น้ำมัน E85 ในปัจจุบัน ภายใต้การรับหน้าเสื่อของปตท.เจ้าเดิมอีกแล้ว ด้วยการสั่งซื้อรถยนต์วอลโว่และเชฟโรเลตมาทดลองใช้แล้วถึง 3 คัน

อย่างไรก็ตาม นั่นหาใช่บทสรุปของ E85 ในประเทศไทยไม่ เพราะฝ่ายที่สนับสนุนผลักดันยังมีภาระหน้าที่ทำให้มีรถยนต์ที่จะเติมน้ำมัน E85 แพร่หลายในตลาดไทยต่อไป ขณะที่ฝ่ายที่ยังไม่พร้อมและเห็นว่าจะกระทบกับโครงสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งระบบ ก็ได้พยายามออกมาขวางและชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการเร่งรีบผลักดันเช่นกัน

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กพช.) เร็วๆ นี้ จะมีการเสนอให้เรื่องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการกำหนดเป็นแผนแม่บทการพัฒนา E85 ในระยะเวลา 10 ปี (2551-2561) โดยที่มีเป้าหมายภายในปี 2561 จะต้องมีน้ำมันอี 85 ใช้ในสัดส่วนอยู่ที่ 56% หรือมีการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 4.55 ล้านลิตรต่อวัน จากปริมาณการใช้เอทานอลทั้งหมดกว่า 8 ล้านลิตรต่อวัน และมีจำนวนรถยนต์ E85 อยู่ที่ 1,070,000 คัน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสามารถประหยัดการนำเข้าน้ำมันได้กว่า 250,000 ล้านบาทต่อปี





ส่วนเป้าหมายระยะสั้นในปี 2551 นี้ คาดว่าจะมีรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E85 นำเข้าประมาณ 200 คัน และในปีหน้าเพิ่มเป็น 1,000 คัน จากนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ปี 2553 ซึ่งมีการผลิตรถยนต์ E85 แล้ว จะเพิ่มเป็นปีละ 30,000 คัน จนถึงปี 2557 จะมียอดรถยนต์ E 85 สะสมอยู่ที่ประมาณ 390,000 คัน โดยสิ่งสำคัญของการผลักดันการใช้น้ำมัน E85 เป็นวาระแห่งชาตินี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทางกพช.จะพิจารณาเห็นชอบตามที่เสนอไปหรือไม่

โดยเฉพาะกรณีการให้กระทรวงการคลัง พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E85 ลงมาจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 25% ให้ลดลงมาอยู่ระหว่าง 20-25% ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่จะจูงใจให้เกิดไลน์การผลิตรถยนต์ E85 ภายในประเทศไทย

เพราะที่ผ่านมากระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วย และนอกจากนี้ในระหว่างรอสายการผลิตรถยนต์ E85 ที่จะมีขึ้นในช่วงปี 2553 ได้เสนอให้มีการพิจารณาปรับลดอากรขาเข้ารถยนต์ E85 จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 80% ให้มีการปรับลดลงมาอยู่ระหว่าง 60-80% เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการนำเข้ารถยนต์ E85 เข้ามาจำหน่ายก่อน



รถเฟลกซ์ ฟิว รองรับเชื้อเพลิง E85 ของค่ายวอลโว่ ที่นำมาโชว์ในงานมอเตอร์ โชว์ ช่วงต้นปี


จากแผนเสนอการใช้น้ำมัน E85 เป็นวาระแห่งชาติ ดูจะสอดคล้องกับความต้องการของบริษัทรถยนต์ฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นวอลโว่ ฟอร์ด และจีเอ็ม ซึ่งมีรถยนต์ใช้น้ำมัน E85 ทำตลาดอยู่แล้ว โดยเฉพาะประเด็นการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ลงมา เพื่อที่จะสร้างจูงใจในการนำเข้าและผลิตรถยนต์ E85 ในประเทศ

แต่ความต้องการของกระทรวงพลังงานและค่ายรถยนต์จากฝั่งตะวันตก ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมและค่ายรถญี่ปุ่น เพราะได้มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนในโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากกล หรืออีโคคาร์ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว รวมมูลค่าการลงทุน 6 ยี่ห้อประมาณ 2 แสนล้านบาท

เหตุนี้ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นจึงต่างพาเหรดออกมา แสดงความไม่เห็นด้วยทันที โดยขออย่าไปแตะต้องโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่มีอยู่ เพราะจะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ทั้งระบบ จนถึงกับมีข่าวหากลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ E85 ก็จะยกเลิกโครงการอีโคคาร์ทันที แต่ในเมื่อกระทรวงพลังงานเดินหน้าใส่เกียร์หก ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ผลักดันโครงการอีโคคาร์ ต้องเสนอตัวออกหน้าขัดขวางเต็มที่





โดยในการสัมมนา “การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์กับนโยบายส่งเสริม E85” ซึ่งจัดโดยสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ได้มีตัวแทนจากกระทรวงอุตสาหกรรมออกมานำเสนอข้อมูล พร้อมเปรียบเทียบผลดีและผลเสียของการผลักดัน E85 แบบเร่งรีบ ให้เห็นชัดเจนเรียงเกือบทุกประเด็นเลย

เริ่มตั้งแต่ จักรมณฑ์ ผาสุวนิช ปลัดกระทรวงอุตสหกรรม และประธานคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ ให้ความเห็นว่า… “การสนับสนุน E85 เป็นเรื่องดี แต่ดูเหมือนจะโผล่มาอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ศึกษาดีๆ ควรดูเป็นระบบและไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น หรือทำให้เกิดความสับสน และไม่ควรเข้าไปบิดเบือนราคาเพื่อจูงใจผู้บริโภค เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงใช้เงินสนับสนุน เพื่อให้ราคา E85 ต่ำกว่าน้ำมันธรรมดาประมาณ 50% ซึ่งเท่ากับภาครัฐต้องเสียเงิน 2 ต่อ โดยเห็นว่าถ้าการส่งเสริม E85 ควรเริ่มจากการทำเป็นโครงการนำร่อง และให้กลไกตลาดเป็นตัวตัดสินว่า E85 เหมาะสมสำหรับเมืองไทยหรือไม่”



จักรมณฑ์ ผาสุวนิช ปลัดกระทรวงอุตสหกรรม และประธานคณะกรรมการสถาบันยานยนต์


นั่นคือน้ำจิ้มจากแม่บ้านกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ที่เปิดข้อมูลออกมางัดกับฝ่ายที่สนับสนุน ถูกส่งไม้ต่อไปยังบรรดานักวิชาการของกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มจาก "ดร.ณัฐพล รังสิตพล" ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ฉายภาพตั้งแต่หนังตัวอย่างประเทศบราซิล ซึ่งกระทรวงพลังงานและค่ายรถตะวันตกชอบอ้างนักอ้างหนา

“บราซิลได้มีการศึกษาและวางแผนใช้เอทานอลอย่างเป็นระบบ โดยมีการค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนการผสมเอทานอลในเบนซิน จนกระทั้งปี 1980 จึงส่งเสริมให้ใช้ E100 แต่ประสบความสำเร็จระยะสั้นๆ เพราะเมื่อราคาน้ำมันปรับลดต่ำลงในปลายทศวรรษ 1980-1990 รถยนต์ E100 จึงไม่ได้รับความนิยมต่อไป จนช่วงทศวรรษ 2000 ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์จึงเริ่มผลิตรถยนต์ Flex Fuel ที่สามารถใช้น้ำมัน E22-100 ในปีปลายปี 2003 ซึ่งรถยนต์ประเภท Flex Fuel เพิ่งเริ่มประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยเป็นรถที่ใช้พลังงานได้หลากหลาย เพราะความนิยมขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นหลัก” ดร.ณัฐพลกล่าวและว่า
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000107353
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของบราซิล คือ การใช้พลังงานแบบเฉพาะ ต้องใช้รถยนต์เฉพาะแบบ ทำให้ตัดขาดจากตลาดจากภายนอก ต้นทุนจึงสูงส่งผลให้ราคารถยนต์แพงและล้าสมัย เช่น ฮอนด้า ซีวิค 1.8 ลิตร ราคาอยู่ที่ 1.4-1.8 ล้านบาท หรือฮอนด้า แจ๊ซ 1.4 ลิตร ราคาประมาณ 1.0-1.1 ล้านบาท




ดร.อรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสหกรรม


ทั้งนี้ดร.อรรชกา สีบุญเรื่อง บริมเบิล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสหกรรม ได้ฉายภาพความแตกต่างว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนอุตสาหกรรมผลิตปิกอัพ 1 ตัน และจักรยานยนต์กลายเป็นฐานผลิตสำคัญ ทั้งทำตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลก และล่าสุดไทยได้สนับสนุนอีโคคาร์เพื่อเป็นโปรดักซ์แชมเปี้ยนคู่กับปิกอัพ

“ในการผลักดันดังกล่าวต้องยอมลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 17% เพื่อแลกการลงทุนผลิตรรถยนต์ในประเทศไทย 6 ราย ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า มิตซูบิชิ ทาทา นิสสัน และซูซูกิ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 2 แสนล้านบาท กำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 1 แสนคันต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป และจะต้องมีการส่งออกไปทั่วโลก โดยข้อกำหนดมาตรฐานรถได้ถูกคุมเข้มเรื่องสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังสร้างเป็นมาตรฐานระดับสูง” ดร.อรรชกากล่าวและว่า

“การลดภาษีรถยนต์ E85 ต่ำกว่า 25% ทำให้เกิดผลกระทบต่อโครงการอีโคคาร์ เพราะส่วนต่างภาษีไม่คุ้มค่ากับการลงทุนอีโคคาร์ในไทย เนื่องจากการกำหนดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ E85 ต่ำเกินไป ทำให้มีต้นทุนเพิ่มเพียง 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อคันเท่านั้น ย่อมส่งผลต่อรถยนต์นั่งประเภทอื่นๆ รวมถึงปิกอัพที่เป็นโปรดักซ์แชมเปี้ยนของไทยด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีทันที จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ให้การสนับสนุนนโยบายรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีโคคาร์ รถยนต์ E20 และปิกอัพ แน่นอนย่อมทำลายความเชื่อมั่นของต่างชาติและนักลงทุน ที่มองไทยไม่มีความแน่นอนในนโยบายด้านการลงทุนต่างประเทศ”

ดร.อรรชกายังชี้ว่าการลดการใช้เบนซินในประเทศ ไม่ใช่การลดการนำเข้าวัตถุดิบ ไม่ว่าจะมีส่งเสริมการใช้เอทานอลหรือไม่ ไทยจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบ เพราะไทยใช้น้ำมันดีเซลเป็นส่วนใหญ่ โดยมีปริมาณการใช้สูงกว่าเบนซิน 2.5 เท่า จึงมีเบนซินส่วนเกินที่ต้องหันไปส่งออกมากขึ้น และราคาเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ลดลง เพราะค่าพลังงานเบนซินแต่ละชนิดไม่เท่ากัน โดยน้ำมัน E10 มีระยะทางต่อการเติมเชื้อเพลิง 1 ถังไกลที่สุด หรือสนับสนุนการนำเข้ารถยนต์ E85 เพื่อลดการใช้น้ำมันก็ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่จะต้องสูญเสียไป

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะปิดทางการใช้พลังงานทดแทน E85 โดยได้มีการเสนอให้ส่งเสริมการใช้นโยบาย E85 ดำเนินควบคู่ไปกับโครงการอีโคคาร์ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต รอให้ในปี 2553 โรงงานรถยนต์และเครื่องยนต์จะเสร็จสิ้นและเริ่มการผลิตอีโคคาร์ จากนั้นในปี 2555 จึงเริ่มผลิตรถยนต์ E85 ซึ่งสามารถใช้ฐานการผลิตของโครงการอีโคคาร์ที่ใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวได้

นี่คือข้อมูลจากฝ่ายที่ไม่สนับสนุน ให้มีการบังคับใช้น้ำมัน E85 ทันที แน่นอนฝ่ายที่ผลักดันก็ต้องตอบคำถามให้ได้ นอกจากเรื่องการลดนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และใช้วัตถุดิบที่มีในประเทศ ซึ่งอาจมีราคาต่ำกว่าจากการเข้าไปสนับสนุนของภาครัฐ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจแล้ว ยังมีอะไร? ที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะประโยชน์ของประชาชนที่เป็นผู้ควักกระเป๋าซื้อทั้งรถและน้ำมัน!!





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก Auto 61.90.149.126 ศุกร์, 12/9/2551 เวลา : 18:17   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 4568

คำตอบที่ 15
      



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก a 124.120.44.16 พฤหัสบดี, 25/6/2552 เวลา : 22:09   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 12639

คำตอบที่ 16
       เขียนไปเยอะมาก โดนลบไปแล้ว สงสัยลงชื่อเวปเข้า
www.Go2E85.com

ดูแต่รูปละกันเดี๋ยวคงมีคนลบอีกเหนื่อยแล้ว







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

จาก a 124.120.44.16 พฤหัสบดี, 25/6/2552 เวลา : 22:12   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 12640

      

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  




website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่
Program Date : 30 Jan 2012
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net    วันอังคาร,30 กันยายน 2557 (Online 1463 คน)