WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


ระหว่าง ไทรทัน 2.4 กับ vigo 2.7 ตอนเดียวทั้งคู่ ขอคำแนะนำหน่อยครับ
korn9999
จาก Dong Dong
58.8.104.163
พฤหัสบดีที่ , 31/3/2554
เวลา : 20:41

อ่านแล้ว = 59352 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ
ระหว่าง ไทรทัน 2.4 กับ vigo 2.7 ตอนเดียวทั้งคู่ จะออกมาวิ่งบรรทุกของ ไม่ได้วิ่งทำเวลาครับ อยากสอบถามท่านที่พอจะมีข้อมูล ไม่ทราบว่าตัวไหนน่าใช้กว่ากัน
ไทรทัน 423000 ไม่มีส่วนลด แถมไลเนอร์กันชนหลังฟิลม์ ประกันภัย
วีโก้ 512000 วีโก้ได้ส่วนลด20000และของแถมเยอะกว่า ไลเนอร์ เสริมแหนบให้ ประกันภัยและอื่นๆที่ยังไม่ได้ขอ
รวมหักส่วนต่างแค่ตัวเงิน วีโก้แพงกว่า 69000(เห็นบางท่านลดได้มากกว่านี้)

จะเอาไปติดLPG ครับ ท่านใดมีข้อมูลในด้าน การใช้งาน ความอึดของตัวรถและเครื่องยนต์ รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ
ปล.อยู่แถวหลักสี่ แจ้งวัฒนะ รามอินทราครับ ที่ไหนโปรโมชั่นดีดีบ้างครับ


ขอบคุณครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  

คำตอบที่ 1
       ผมเชียร์ Hilux ครับ เหตุผล

1. อยู่นี่คุณยังมีเพื่อนเยอะ มีอะไรยังให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือกันได้ แต่ Triton เพื่อนร่วมทางและในเวปบอร์ด 2.4 เบนซินคุณยังน้อย การรวมกลุ่มหรือการแก้ปัญหายังน้อย ยังไม่สามารถแบ่งภาคระหว่างเบนซินกับดีเซลอย่างชัดเจนขึ้นมาได้

2. เรี่ยวแรงมิตซูบิชิยังไงก็ยังด้อยกว่ามาก และยิ่ง Ford 2500 เบนซิน กำลังจะออกมากำลังก็ยังเหนือกว่า Mitsu Triton ซึ่งยังจัดว่าเป็นรถที่เรี่ยวแรงน้อยที่สุดในกลุ่ม

3. ผมยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าระยะยาวค่าซ่อมค่าเซอร์วิส Mitsu จะถูกกว่า TOYOTA ไปได้ ถึงแม้ผมจะให้ข้อมูลราคาอะไหล่ TOYOTA หลายรายการที่แพง แต่ทว่า Mitsu เองก็ไม่ได้ถูกกว่าแต่อย่างใด

4.ยังไงรถคุณต้องนำไปติด LPG เองข้างนอกอยู่แล้ว ความได้เปรียบเสียเปรียบตกเป็นของ TOYOTA อย่างช่วยไม่ได้เพราะว่าเข้าศูนย์เหมือนกัน ศูนย์ TOYOTA ก็ยังได้เปรียบกว่าศูนย์ของ Mitsu อยู่ดี

5.ถ้าคุณซื้อ CNG จากโรงงานของ MITSU ก็ว่าไปอย่างแต่ CNG ข้างนอก MITSU ก็รับประกันอยู่
แต่นี่คุณซื้อมาติด LPG อยู่แล้วยังไงก็น่าเล่น Hilux มากกว่า

6. งานเน้นบรรทุกตอนเดียวแบบนี้ผมว่าเลือก TOYOTA ดีกว่าฮับ ผมเห็นรถส่งของของ LOTUS และก็ตามบริษัทต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้ Hilux 2.7 กันเยอะแล้ว คุณก็ตามสมัยนิยมหน่อยซิ

7.ระยะยาวอะไหล่ของเครื่อง 2.7 ยังไงก็มีเยอะกว่า ของ Mitsu 2.4

8.ข้อดีของ Triton จะประหยัดกว่า Hilux 2.7 นิดหน่อย วิ่งเรื่อย ๆ เน้นประหยัด บรรทุกไม่หนักติด LPG น่าเลือกมาที่ Mitsu 2.4 ครับ


ท้ายสุดอยุ่ที่ตัวคุณเองครับ ว่าอยากเลือกอะไรแบบไหน แต่ดีกว่าใช้ดีเซลทั้งคู่อยู่แล้วครับเพราะคุณคงเน้นมาเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 พฤหัสบดี, 31/3/2554 เวลา : 21:40   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25123

คำตอบที่ 2
       วีโก้ 2.7 vvti+lpg ใช้งานมา 20 เดือน กับระยะทาง 71,xxx กม. บรรทุกหนักสุด 2 ตัน เสริมแหนบ 2 แผ่น ยาง michelin xcd. ไม่เคยมีปัญหาเลยครับ วิ่งของ 2 ตันยาวจากปทุมธานี ถึงหาดใหญ่ มาเรื่อยๆ กินแก๊สเกือบโลละ 2 บาท ถ้าใช้งานวิ่งส่งของในเมืองหาดใหญ่ ก็กินอยู่ แถวๆ 1.65 บาท/กม.ครับ เดี๋ยวนี้รถวิ่งผักต่างจังหวัดก็หันมาใช้ 2.7 ตัวนี้กันเยอะ อะไหล่ผมไม่กลัวนะเพราะเครื่องเดียวกับรถตู้ และฟอร์จูนเนอร์...



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

r_rodeo จาก r_rodeo 113.53.12.38 พฤหัสบดี, 31/3/2554 เวลา : 21:49   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25124

คำตอบที่ 3
       ผมเห็นรถส่งของตามโรงงานกลายมาเป็น Hilux 2.7 vvti ตอนเดียวกันเยอะ ไม่คิดว่ารถส่งผักจะเปลี่ยนมาเป็น 2.7 กันด้วย
สงสัยงานนี้ TOYOTA THAILAND ขายดีอีกตามเคย ไม่คิดกลับมาทำปิคอัพ HILUX 2.7 A/T กับ 2.7 vvti 4WD แล้วมั้ง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 1/4/2554 เวลา : 08:48   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25127

คำตอบที่ 4
       เสริม จขกท อีกอย่างนึง เวลาเลือกเครื่องเบนซินแบบนี้เลือกเครื่องยนต์ที่ใหญ่แรงบิดดี ๆ และแรงม้าเยอะ ๆ ไว้ก่อนดีกว่าครับ ช่วงชิงความได้เปรียบให้มากที่สุดไว้ก่อน คนอเมริกันเองพวกชาวนาชาวไร่ เกษตรกรเวลาเขาเลือกซื้อปิคอัพซัก 1 คันเอามาใช้ในฟาร์ม ทำไร่ พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยว ล่าสัตว์ เขาก็จะเลือกปิคอัพทรัค GM Ford Doge ที่ไซส์ใหญ่ ๆ มีระบบขับเคลื่อน 4WD เครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่เครื่องยนต์ก็ใหญ่กำลังมาก ๆ ถ้าติดตามบอร์ดนี้มาก่อนผมเคยให้ประวัติรถปิคอัพ TOYOTA TUNDRA ที่ขายในอเมริกาเหนือในยุคแรก ๆ ทำตลาดในอเมริกาไม่ได้เลย คนอเมริกันชาตินิยมสูงสัญลักษณ์ของคนเลือกปิคอัพของพวกเขาคือ GM Ford มีสไตล์เป็นของตัวเอง

TOYOTA ที่ขายปิคอัพในอเมริกาในยุคแรก ๆ เครื่องยนต์เล็ก ไม่เกิน 4000-4500 ซีซีเบนซิน รูปลักษณ์มีความเป็นโลกตะวันออกมากเกินไปดูไม่แข็งแกร่งบึกบึน ขายไม่ได้เลยคนอเมริกันไม่ซื้อรถแบบนี้
ต่อมาญี่ปุ่นเข้าไปสำรวจตลาดกันใหม่ไปตั้งโรงงานและเอาทีมวิจัยไปลงพื้นที่กันจริง ๆ เลยกลับมาแก้ไขรถกันใหม่ รถ Pick up TOYOTA Tundra ที่กลับไปขายใหม่ มาด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 5700 ซีซี แรงบิดและแรงม้ามากมายมหาศาลหน้าตาดูเป็นอเมริกันมาก มีอุปกรณ์เหมาะกับการใช้งานในไร่ในฟาร์มมากขึ้น ล่าสัตว์ได้ดีขึ้นเน้นขายทวีปอเมริกาเหนืออย่างเดียว ปัจจุบันนี้ขายดีจนขึ้นแท่นเบอร์ 1 -3 ของอเมริกาตลอด
รถ TOYOTA TUNDRA แบบนี้เอามาวิ่งแถวบ้านเราก็หลายคันเพราะคนทางฝั่ง ลาวเขมร ก็ข้ามมาที่นี่เที่ยวเมืองไทยก็เยอะ





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 1/4/2554 เวลา : 09:10   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25129

คำตอบที่ 5
       ถามว่าที่อธิบายข้างบนมันเกี่ยวอะไรกับเมืองไทย
คือลักษณะการเลือกเครื่องยนต์เบนซินวางในปิคอัพทรัคแบบนี้โดยมากเขานิยมเลือกเครื่องยนต์ใหญ่ ๆ เป็นหลัก ไม่นิยมเอารถที่มีซีซีต่ำ ๆ
ดูอย่างซูซูกิ แครี่เป็นต้น รถแบบนั้นมักเป็นเครื่องซีซีน้อย แต่ยังไงซีซีน้อยก็กำลังน้อยตามไปด้วย ความประหยัดก็ไม่ได้มากกว่ากัน
คนอเมริกันจึงไม่นิยมเครื่องยนต์เบนซินที่มีซีซีต่ำเพราะมันไม่ได้ช่วยเรื่องประหยัดน้ำมันเท่าไหร่

รถ Ford Mazda ที่ส่งปิคอัพไปขายในออสเตรเลีย ผมมีโอกาสวาสนาได้ขับในปีแรก ๆ เครื่องยนต์ 2600 ซีซีเบนซิน A/T กำลังเครื่องกระฉูดวิ่งกระจายแต่ยอมรับว่าหลังจากนั้นปิคอัพ Hilux 2.7 ที่ออกมาทีหลังก็มีกำลังดีกว่า ในรุ่นเกียร์ A/T เหมือนกัน
มาคราวนี้ Ford แก้มือใหม่ด้วยการส่งปิคอัพเบนซิน 2500 ซีซี แรงกว่าเดิมด้วยแรงม้า 166 แรงม้า ซึ่งดูตามสเปกแล้วแรงม้ามากว่า Hilux 2.7 แน่นอนน่าจะแรงกว่า
ผมจึงมองว่า MITSU 2.4 กำลังด้อยกว่าทั้งหมดในกลุ่ม ซึ่งต่างจาก TOYOTA FORD ที่ปิคอัพเบนซินแรงกว่าเครื่องดีเซล 2.5 ในตลาด
แต่ Mitsu แรงน้อยกว่าเครื่องดีเซล 2.5


จริงอยู่คุณไม่ได้ไปแข่งกับใครที่ไหน ไม่ต้องวิ่งทำเวลา
แต่คุณขับขับไปจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรบนถนน แล้วจะบอกว่าคิดไม่ผิดที่เลือก Hilux 2.7
แล้วจะคิดว่าดีเซลมันคืออดีตของคุณไปแล้ว






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 1/4/2554 เวลา : 09:21   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25130

คำตอบที่ 6
      
ในกลุ่ม TOYOTA 2.7 vvti เราเรา ก็ถามหาเครื่อง 1GR-FE V6 4000 cc ที่ลงในรุ่น Hilux Fortuner Landcruiser New Prado
เพราะเครื่องตัวนี้กำลังแรงมาก แรงบิด 350 NM แรงม้า 275 แรงม้า
ไม่มีใครคิดว่าเครื่องเบนซินมันใหญ่ไปอีกแล้ว ไว้คุณลองใช้งานแล้วจะรู้ซึ้งครับ
มันสะใจดี






อูยย โดนพาดพิง ยิ่งเห็นยิ่งน้ำลายไหลล
จาก : kao++(kao++) 6/4/2554 11:52:39 [110.169.175.39]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 1/4/2554 เวลา : 09:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25131

คำตอบที่ 7
       http://www.weekendhobby.com/offroad/toyota2700club/Question.asp?ID=1237

การวางถังแก๊สไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร MITSU TOYOTA เอาไปเป็นแนวทาง



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 1/4/2554 เวลา : 09:29   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25132

คำตอบที่ 8
       ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และสำหรับความรู้ครับ
ส่วนตัว ใช้สปอตไรเดอร์สองเจ ติดใจกว่า วีโก้เครื่อง3000 อีกครับแหะๆ วีโก้3000ขายไปแล้ว มาใช้ดีแมคแทน


ท่านใดแนะนำเซลล์โตต้าให้ผมได้บ้างครับผม
เซ็ง โชวรูมแถวราชภัฎพระนคร วันก่อนเข้าไปคุยบอกได้ส่วนลดสองหมื่น เสริมแหนบให้ ไลเนอร์ ประกัน ฟิมล์อยากได้ขอมาจัดให้ วันนี้โทรไปคุย ส่วนลดได้หมื่นนึง ของแถมมีประกัน ไลเนอร์ ฟิลม์ เท่านี้เลย งงจัด



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

korn9999 จาก Dong Dong 58.8.207.45 เสาร์, 2/4/2554 เวลา : 04:02   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25150

คำตอบที่ 9
       ผมเลือกวีโก้ 2.7 คับ ตอนนี้ 1ปี4เดือน เสริมแหนบ3แผ่น วิ่งตันกว่าถึง2ตันทุกวัน วิ่งส่งของเที่ยวเดียวอีกเที่ยววิ่งรถเปล่า ติด LPG ตกกม.ละประมาณ1.9 บ./กม. คับ เหตุที่เลือกวีโก้ก็เพราะ เครื่องตัวเดียวกันโตโยต้าใช้กับรถ ถึง 3รุ่น ทั้งรถตู้คอมมิวเตอร์ ฟอร์จูนเนอร์ และวีโก้ คับ ซืึ่งยังไงอะไหล่ก้น่าจะหาง่ายกว่า และผมได้หนังสือรุ่นรถจากยี่ปุ่นมา มีรถตู้ใช้เครื่องตัวนี้เยอะมาก ซึ่งอะไหล่หายห่วงคับ หลังๆก้เห็นสองแถวเปลี่ยนเปน2.7 กันเยอะมาก

ตอนที่ซื้อ ราคา 490000 สว่นลด20000 ได้กันชนวีโก้ ประกันชั้น1 รีโมท ฟิล์ม คับ แต่ตอนนี้ไม่แน่จัยเรื่องโปโมชั่นจริงๆคับ


ส่วนปัญหาที่พบคือ รถคาร์ชหมดเร็ว กินเบรคพอสมควรเพราะอาจทุกหนัก แต่คาร์ชวิ่งไป90000 กม. ก็หมดแล้วคับผมลองถามอู่ซ่อมดู เค้าบอกว่ารถรุ่นนี้เปนเครื่องเบนซิน และยิ่งบรรทุกหนัก เวลาออกตัวจะเลี้ยงคาร์ชเยอะ ส่วนเรื่องถังแก๊สแนะนำถ้ามีหลังคาสูงแนะนำใส่ด้านในคับ
เพราะรถผมใส่ข้างใต้ 58L 2ใบ เวลาถอยลงของสูงๆบางครั้งก้ติดใต้ท้องนานๆทีคับ และอีกเรือ่งสำคัญสุดคนขับรถเหยียบแหลกคับ เพราะเครื่องเงียบบวกกับออกตัวดี ปัญหานี้ปัญหาใหญ่ ไม่รู้จะแก้ยังไงดีคับ เกรงว่าเครื่องจะไปเร็วเกินเหตุ ที่เหลือก้สมบูรณ์แบบคับ

ลองตัดสินใจดูนะคับ ว่าชอบยี่ห้อไหนเพราะมิสยู ผมไม่มีข้อมูลจริงๆคับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

rap_bank จาก rap_bank 27.130.6.71 อาทิตย์, 3/4/2554 เวลา : 11:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25158

คำตอบที่ 10
       เกียร์ธรรมดา M/T ถูกเคลมการใช้งานไว้ที่ 1 แสนกิโลเมตร + - การใช้งาน 90,000 กิโลเมตรแล้วต้องยกคลัทซ์ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องช่างบอกว่าเครื่องเบนซินแรงน้อยกว่า ทำให้ออกตัวแล้วเปลืองคลัทซ์มากกว่าอันนี้ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเครื่องดีเซล 2L 3L 5L ของ TOYOTA ต้องมีปัญหาด้วยเหมือนกันหมดเพราะแรงน้อยกว่าด้อยกว่า ลากของหนักไม่สมควรอย่างยิ่ง

ตอนที่คุยกับ อ.มนัสฝ่ายเทคนิคของ TOYOTA ลูกค้ามีปัญหาเรื่องการใช้งานเกียร์ ธรรมดา M/T ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียงดังราวเกียร์ หวีคลัทซ์ออกตัวไม่ smooth ต้องใช้เกียร์ 2 ในการออกตัวผลที่ตามมา คือแผ่นคลัทซ์สึกหรอเร็วมาก เรื่องดังกล่าวเป็นในรุ่นเกียร์ธรรมดา M/T ทั้งในรุ่นดีเซลและเบนซินมีปัญหาเหมือนกัน
สาเหตุแท้จริงคือแรงบิดกับแรงม้าของเครื่องยนต์ทั้งในส่วนของเบนซินและดีเซลมีมากกว่าเครื่องรุ่นเดิม ๆ เยอะ ชุดคลัทซ์จึงมีอาการดังกล่าวข้างต้น (เพราะรองรับกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นยังไม่ได้) ถ้าไปใช้ชุดคลัทซ์ที่รองรับกำลังเยอะ ๆ ได้แบบพวกแรงม้าเยอะ ๆ แพงครับไม่เหมาะสำหรับรถตลาด เพราะอะไหล่แพงมากจริง ๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 4/4/2554 เวลา : 10:09   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25162

คำตอบที่ 11
      
ส่วนที่ อ.มนัสเสริมคือเกียร์ A/T ไม่มีปัญหาในการใช้งานสำหรับลูกค้าเลย และไม่มีรายงานการเคลมแต่อย่างใด พร้อมทั้งชี้แนะบอกอีกว่าเกียร์ A/T ออโตเมติกของ Hilux รุ่นนี้ถ้าใช้งานและเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามอายุด้วยวิธีที่เขาบอก เกียร์จะทนทานมากตลอดอายุรถ
แต่ตรงนี้ผมยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า


ส่วนความจริงที่ผมเห็นคือ เกียร์ A/T ของ Hilux รุ่นปัจจุบันวิ่งส่งของปกติทั่วไป ไม่มีใครมีรายงานมาเลยแม้แต่รายเดียวว่าเกียร์มีปัญหา เพราะที่เคยคุยกันล่าสุดนั้นวิ่งบรรทุกส่งของ2 ตันกว่า ๆ วิ่งเกือบ 3 แสนกิโลเมตรแล้วก็ยังไม่พบปัญหาว่าเกียร์เป็นอะไรเลยใช้งานดีซะอีกด้วย
แต่ว่าอายุมันจริง ๆ ตอนนี้ที่เห็นใช้งานทั่วไปวิ่ง 5 แสนกิโลเมตรเกียร์ออโตเมติก A/T ของ Hilux ก็ยังอยู่เฉย ๆ ใช้งานได้ตามปกติเพียงแค่ถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะเวลาเท่านั้นอื่น ๆ ไม่ต้องดูแลบำรุงรักษาแต่อย่างใด มีกระซิบจากคนไม่รู้จักมาอีกน่ะว่าวิ่งไป 750,000 กิโลเมตรแล้วเครื่องยนต์และเกียร์ A/T ไม่เคยยกลงมาซ่อมแม้แต่ครั้งเดียวเพียงแต่บำรุงรักษาตามปกติเท่านั้น
ซึ่งการใช้งานทั่ว ๆ ไปของ Hilux ตามที่ผมเรียนไว้ก่อนหน้านี้หลังและหลังจากเข้าไปพบกับทางฝ่ายเทคนิคของ TOYOTA ผมย้ำคำพูดเดิมที่ตรงกันว่า เวลาซื้อ Hilux เอามาใช้งานซื้อเกียร์ออโตเมติก A/T ดีกว่าครับ ใช้งานดีกว่าและทนทานกว่ากันมาก



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 4/4/2554 เวลา : 10:28   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25163

คำตอบที่ 12
       ตอนที่ผมอธิบายไปก่อนหน้านี้หลายเดือนมาแล้วเกี่ยวกับเกียร์ของบริษัท ZF ของเยอรมันวางใน รถบรรทุก รถโดยสาร บริษัทนี้เป็นบริษัทผู้ผลิตเกียร์ชื่อดังของเยอรมันให้กับรถ Truck ขนาดใหญ่ เขาเคลมอายุการใช้งานเกียร์ A/T ไว้ถึง 2 ล้านกิโลเมตร บริษัทนี้เคยเอาเกียร์เข้ามาทดสอบในเมืองไทยกับรถโดยสารของ ขสมก. ด้วยการเปรียบเทียบระหว่างเกียร์ธรรมดา M/T กับเกียร์ออโตเมติก A/T ผลปรากฎว่าเกียร์ธรรมดาพังคาเท้าที่ระยะประมาณ 2 แสนกิโลเมตรเท่านั้นเอง แต่ A/T ยังไม่เป็นไร เขาจึงสรุปว่าเกียร์ธรรมดาไม่เหมาะกับในเมืองไทย
แต่ในส่วนของ Hilux ผมพูดอยู่ในตอนเลือกซื้อเกียร์ A/T นั้นว่ามันใช้งานได้ดีกว่าเกียร์ธรรมดาผมเชียร์ให้ซื้อเกียร์ A/T มากกว่าเพราะคุ้มค่ากว่าและเคยเปรียบเทียบค่าซ่อมการ Maintenance ให้ดูไปแล้วและนอกจากนั้นเคยเปรียบเทียบเรื่องการใช้งานไปทีนึงถ้ายังจำกันได้ คือคุณต้องเหยีบคลัทซ์ประมาณ 5 ครั้ง / วันโดยเฉลี่ย ใช้งานรถ 7-8 ปี เหยียบคลัทซ์ไปอย่างน้อยก็ 10,000 กว่าครั้ง เหยียบคลัทซ์มากขนาดนี้สงสารข้อหัวเข่ากระดูกเส้นเอ็นตอนแก่ตัวไป

มาดูเรื่องการเคลมอายุชิ้นส่วนที่น่าสนใจกันบ้าง

1. เกียร์ A/T รถบรรทุกของบริษัท ZF เยอรมันเคลมอายุไว้ที่ 2 ล้านกิโลเมตร
2.เกียร์ A/T Hilux รุ่นปัจจุบัน อ.มนัสฝ่ายเทคนิค TOYOTA พูดไว้ว่าให้ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์
3.เครื่องยนต์เบนซิน 2TR-FE 2.7 vvti ของ TOYOTA เคลมการใช้งานไว้เกิน 1 ล้านกิโลเมตร ( แต่ไม่ได้บอกว่าเกินจากนั้นไปเท่าไหร่ )
4.เกียร์ A/T ของ GM เคลมการใช้งานไว้ที่ 1 - 2 แสนกิโลเมตร รวม ISUZU TROOPER ด้วยเพราะเกียร์ใช้ของ GM
5.เกียร์ A/T ของ รถยุโรป เคลมการใช้งานไว้ที่ 1 - 2 แสนกิโลเมตร

จากข้อความข้างบนสังเกตุไหมว่าต่างกัน เพราะที่พูดนั้นมันเฉพาะแบบ Hilux เท่านั้น ตอนที่ผมคุยกับ อ. มนัสฝ่ายเทคนิคของ TOYOTA นั้นท่านก็มีคำพูดประโยคนึงเป็นคำเดียวกับที่ผมเคยพูดไว้คือ ชุดเกียร์ของ Hilux เป็นชนิดงาน Heavy duty ซึ่งประโยคนี้เราต้องยอมรับว่า Part ชิ้นส่วนมันจะต้องต่างกัน เพราะมันต้องแบ่งแยกตามลักษณะประเภทงาน
1.ทำไมเครื่องยนต์เบนซิน 2TR-FE ผมแนะนำให้ใช้ ลบล้างความเชื่อเดิม ๆ ของคน อื่น ๆ เพราะแบบเครื่องยนต์ที่ใช้ Heavy duty มันจะทนทานและงานหนักได้ดีกว่าเครื่องเบนซินทั่ว ๆ ไป หรือมากกว่าดีเซลบางรุ่น
2.ทำไมเกียร์ A/T ผมแนะนำให้ใช้ ลบล้างความเชื่อเดิม ๆ ของคน อื่น ๆ เพราะแบบเกียร์ที่ใช้มันเป็น Heavy duty ทนทานและใช้งานหนักได้ดีกว่า



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 4/4/2554 เวลา : 10:50   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25164

คำตอบที่ 13
       จาก Auto

คุณอาคับ คืออาการที่ผมรู้สึกได้ตอนนั้นคือ เวลาบรรทุกของ การออกตัวเกียร์1 เหมือนท็อคของเครื่องดีเซลจะมากกว่าท็อคของเครือ่งเบนซินอารมเหมอืนถ้าออกตัวโดยไม่เลียคาร์ช อาจจะให้เครืองดับง่ายกว่า นะคับ แต่อู่ไม่ได้บอกว่าเบนซินกำลังน้อยกว่าเลยคับ
และประเด็นที่2 อู่บอกว่าคนขับอาจจะขับแบบเมามันเดิน ประมานว่าเปลี่ยนเกียร์เร็วจัดปล่อยคาร์ชไม่สุด อะไรประมาณนั้น

แต่ผมสงสัยข้อนึงคับ ทำไม พวกรถแท็กซี่ กับ พวกรถบรรทุกใหญ่ๆ เค้ายังไม่ค่อยนิยมเกียร์ออโต้กันหละคับ ในเมื่อมันทนกว่าเห็นๆอย่างที่ได้อ่านมา แต่ยังนิยมใช้เกียร์ธรรมดามากกว่า หรืออาจจะเป็นเพราะ อัตราเร่งที่ดีกว่า การขึ้นเขาลงเขาที่ดีกว่า หรือ ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าคับ ....???



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

rap_bank จาก rap_bank 14.207.73.56 อังคาร, 5/4/2554 เวลา : 11:06   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25170

คำตอบที่ 14
       torque ของพวกเครื่องดีเซลคอมมอนเรล มากกว่านั้นถูกต้องแล้วครับ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 325 NM ขึ้นไป
ถ้าเป็น 2.7 2TR-FE จะอยู่ที่ 240 NM ซึ่งน้อยกว่าดีเซลคอมมอนเรลทุกรุ่น
แต่ว่าถ้าเทียบ TORQUE กับเครื่องดีเซลรุ่นเก่าแล้วล่ะก็ เครื่องดีเซล 3.0 EFI รุ่นที่ยังไม่เป็นคอมมอนเรลของ ISUZU Torque มันจะมีพอพอกัน แต่แรงม้า 2.7 จะมากกว่า และถ้านำไปเทียบกับ 2.5 ดีเซลรุ่นเก่ากว่านี้ที่ไม่มี EFI เครื่อง 2.7 TORQUE จะมีมากกว่าดีเซลทั้งหมด จึงเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าวครับ
2.7 รอบสูงกว่าเวลาเหยียบถ้าคนขับมันส์สนุกเท้าไปมาก ๆ ถอนคลัทซ์ช้าการสึกหรอก็จะยิ่งตามมามาก รวมถึงขับรถเลียคลัทซ์ด้วย เหมือนที่คนขับรถหลายคนนิยมเอาเท้าซ้ายไปพักไว้ที่คลัทซ์ การสึกหรอจะยิ่งมากพราะรอบเครื่องยนต์มันจัดจ้านกว่าดีเซลและแรงบิดก็มากกว่าเบนซินที่ใช้ในรถเก๋ง



เรื่องนี้มันเข้าทำนองว่า
....................ทำไมรถบ้านที่เป็นรถเก๋ง เขาไม่เลือกใช้ M/T

----------------แท๊กซี่ทำไมถึงไม่เลือกใช้ A /T

1. รถบ้านถ้าเป็นรถเก๋ง
1.1 ในบ้านเราเลือกเกียร์ A/T เป็นหลักครับ จากความนิยมเกียร์ออโต A/T ขับสบายกว่า
1.2 ความนิยมดังกล่าว มันมีผลตอนซื้อขายด้วย รถเก๋งถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา M/T ขายยากถ้าเต๊นท์ซื้อกดราคามากมายและมักจะนำไปขายต่อในเต๊นท์ตามต่างจังหวัด ขายในกรุงเทพไม่ได้เลยเพราะลูกค้าไม่ซื้อเกียร์ M/T
1.3 ขนาดรถใหม่ Ford Fiesta ยังไม่กล้าเอาดีเซลเข้ามาขายเลย ส่งนอกออกยุโรปอย่างเดียวเพราะรุ่นนี้ดีเซลมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา M/T ออกมากลัวลูกค้าไม่ซื้อ ถ้าออกมาลูกค้าก็ต้องถามหาเกียร์ A/T และถ้าถามเกียร์ออโตทำไมไม่เอาเกียร์ Power shift มาลงเหมือน Ford Focus ซึ่งคุณฉัตรชัยฝ่ายการตลาด Ford ประเทศไทยกล่าวว่าถ้าเอาเกียร์ A/T Power shift มาลงใน Ford Fiesta จะทำให้ต้นทุนแพงขึ้นมากลูกค้าไม่น่าจะรับได้ เกียร์ Power shift จะมีราคาเกียร์ประมาณ 220,000 กว่าบาท
1.4ในแท๊กซี่คนขับรถยังไงก็นิยมเกียร์ธรรมดามากว่า เพราะนี่คือรถรับจ้าง
1.5 เกียร์ Corolla Altis ไม่ได้ทนเหมือนพวก Hilux นะครับเพราะ Hilux นี่วิ่งกัน 500,000-750,000 กิโลเมตร เกียร์อาจจะยังเฉย ๆ เกียร์ Corolla Altisอายุงานมากกว่าเก๋งรถยุโรป แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก ไปได้ถึง 500,000 กิโลเมตรก็เก่งเกินแล้วครับ ยิ่งเกียร์ Honda ด้วยแล้วมีแต่อารมณ์อยากกลับบ้านเก่า ไปเซียงกง
ญาติผมคนนึงขาย Corolla 3 ห่วงรุ่นเก่าไป อายุงานเกียร์ออโต A/T ตอนนั้นใช้ไป 400,000 กิโลเมตรแล้ว ก็ยังใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา ในรถบ้านถือว่าเกียร์ออโต A/T ของ TOYOTA ทนมากเรียกว่าใช้กันจนขายรถเกียร์ก็ยังไม่พัง ขายรถกันไปซะก่อน (ถ้าดูแลกันดี ๆ ใช้งานเหมือนมนุษย์มนาทั่วไป) แต่ว่าแท๊กซี่ในเมืองไทยวิ่งกัน เกิน 2 ล้านกิโลเมตรทุกคันนะครับกว่าจะปลดระวาง
ทุก 5 ปี เฉลี่ยแท๊กซี่จะวิ่งประมาณ 1 ล้านกิโลเมตร ปลดระวาง 10 ปี ก็วิ่งประมาณ 2 ล้านกิโลเมตร
เกียร์ A/T ที่วางในรถเก๋งไม่ใช่ชนิด Heavyduty นะครับ เอามาใช้ในงานแท๊กซี่มันอาจจะกลายเป็นภาระซะเปล่า ๆ
เวลาซ่อมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยหาของเซียงกงกันแล้วเวลาเป็นอะไหล่สิ้นเปลือง เพราะแท๊กวี่วิ่งเยอะใช้อะไหล่เก่าที่เป็นอะไหล่สิ้นเปลืองไม่คุ้ม เอาเกียร์เก่ามาใช้งานคงไม่ไหวแต่ถ้าเป็นรถบ้านไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นแท๊กซี่เองจึงไม่นิยมเกียร์ A/T




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 อังคาร, 5/4/2554 เวลา : 13:37   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25171

คำตอบที่ 15
       ในรถบ้านเองเลือกเกียร์ออโต A/T จะคุ้มกว่า เกียร์ธรรมดาเพราะว่ากว่าจะขายรถกันไปเกียร์ก็ยังไม่พัง เรีกยว่าใช้งานกันลืมไปเลย(ถ้าใช้งานปกติ ดูแลดี) อีกอย่างถ้าเป็นรถรับจ้างนายจ้างเถ้าแก่ส่วนใหญ่ไม่นิยมซื้อเกียร์ A/T ให้ลูกจ้างขับเพราะกลัวพัง กลัวไม่ทน และมันแพงกว่าตอนซื้อและกินน้ำมันมากกว่า อันนี้ต้องยอมรับในจุดนี้ ขนาด rap_bank เองถ้ามีรถ 2 คันให้เลือกซื้อเพื่อเอาไปให้ลูกจ้างขับวิ่งส่งของ ทำไมเลือกซื้อเกียร์ธรรมดาล่ะครับ แต่ตัวของ rap_bank ก็ใช้ Hilux เกียร์ A/T คำตอบมันมีที่นายจ้างอยู่แล้ว
อีกเรื่องนึงต้องยอมรับว่า ในตลาดปิคอัพ แทบไม่มีใครพูดถึงเกียร์ A/T เลย
ตอน Hilux 2.7 vvti ออกมาใหม่ ๆ มีแต่เกียร์ A/T ถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับบ้านเรา เพราะในตลาดปิคอัพลูกค้านิยมแต่เกียร์ธรรมดา M/T ซึ่งมาจากความเชื่อเดิมๆ ทั้งสิ้นว่าปิคอัพต้องเกียร์ธรรมดา จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ ลูกค้าไม่รู้ ลูกค้าไม่ทราบ หรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ลูกค้าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเกียร์ธรรมดาเป็นส่วนใหญ่ และบริษัทรถยนต์ทุกบริษัทเขาไม่เคยฝืนตลาดก็เอาเกียร์ธรรมดามาขายให้เต็มไปหมด

บริษัทรถยนต์เขาไม่ได้มีหน้าที่ให้ความรู้กับลูกค้านะครับว่าอะไรดีไม่ดี เพราะฉะนั้นเขาให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกเองว่าอยากได้อะไร เขาทำรถมาเพื่อขายของ ไม่ว่าบริษัทญี่ปุ่นยุโรป จีนคล้าย ๆ กันหมด พวกเขาไม่ได้มาขายเทคโนโลยีนะครับ พวกเขามาเพื่อขายรถอะไรก็ตามที่ทำแล้วมันขายได้ก็ทำรุ่นนั้นออกมา

ในยุโรปทำไมเลือกเก๋งเล็กดีเซลเกียร์ m/t ตอนนั้นผมเคยถามถามบางคนไปเหมือนกัน เพราะในยุโรปค่าแรงแพงมากมาก รวมถึงเวลาซื้อรถเกียร์ A/T M/T มีราคาต่างกันสูงมาก พวกเกียร์ในรถยุโรปทำเอาไว้ไม่ค่อยทนอายุประมาณ 1 - 3 แสนกิโลเมตรก็จะทำไว้ให้ซ่อมใหญ่ คือเหมือนจะให้ปลดระวางรถยนต์คันนั้นแล้ว พวกเขาจึงนิยมเลือกเกียร์ M/T มากกว่าแต่ในรถหรู ๆ ก็ยังเป็นเกียร์ A/T




ไม่ใช่ไม่อยากได้นะคับ แต่เพราะว่ามันไม่มี นะสิคับคุณอา
จาก : rap_bank(rap_bank) 9/4/2554 13:35:28 [183.89.165.153]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 อังคาร, 5/4/2554 เวลา : 13:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25172

คำตอบที่ 16
       ในเมื่อรู้แล้วว่าเกียร์ A/T ใน Hilux มันดีกว่าเกียร์ธรรมดาก็จงใช้ให้มันคุ้มค่า คุ้มราคาที่เราซื้อมันมา และรู้จักถนอมรักษาให้มันมีอายุยืนยาวนานใช้งานได้มีความสุข ถ้าจะไปถามหาเกียร์ A/T ใน Hilux ตอนนี้ ต้องยอมรับว่ามันสายเกินไปแล้ว เพราะ TOYOTA เขาไม่ทำออกมา ในเมื่อก่อนนี้ก็เรีกยร้องกันอยากได้แค่รถ Hilux 2.7 เกียร์ธรรมดา M/T ซึ่งจะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ที่ลูกค้าไม่ทราบ ก็จงยอมรับผลของสิ่งนั้นเนื่องจากตอนนี้รถใหม่มีแต่เกียร์ธรรมดา M/T

ทางผมก็ยืนยันตั้งแต่ต้นว่าใช้ปิคอัพ Hilux มาใช้เกียร์ A/T ดีกว่าครับ
ปิคอัพในอเมริกา ไม่ว่า Ford F series Toyota Tundra เขาเป็นเกียร์ A/T ทั้งนั้นแหละครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 อังคาร, 5/4/2554 เวลา : 14:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25175

คำตอบที่ 17
       เดี๋ยวต้องขอมี Comment เพิ่มเติม

อายุเกียร์ของ Corolla Altis จริงแล้วไปได้เกิน 5 แสนกิโลเมตร ส่วนของ Hilux วิ่งเกิน 5 แสนกิโลเมตรแน่นอน (แต่ต้องใช้งานปกติ ดูแลปกติ)
ตัว คัมรี่ CAMRY ที่เพื่อนผมขายไปก็วิ่งใช้งานเกิน 480,000 กิโลเมตร เกียร์ A/T ก็ยังใช้ได้ปกติ

แต่ มันมีแต่อยู่
คือ Corolla Altis ที่ตัวปัจจุบันเขาเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ CVT แล้ว อายุงานของเกียร์ CVT ไม่ทนทานเหมือนพวก ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ การเอารถaltis รุ่นใหม่ ๆ ไปทำแท๊กซี่ไม่ไหวแน่ เพราะ CVT มันมีข้อดีคือเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบมาก แต่เหมาะวิ่งทางยาว ๆ ไม่เหมาะในเมืองไม่งั้นสึกหรอสูง ยิ่งไปกดปุ่มเปลี่ยนเกียร์เล่นบ่อยจะพังไว โครงสร้างเกียร์ CVT ไม่เหมาะงานหนักที่สำคัญต้นทุนราคาเกียร์ CVT ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่งของเกียร์ A/T อย่างเช่นเกียร์ A/T ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ราคา 150,000 -180,000 บาท แต่เกียร์ CVT ราคาจะไม่เกิน 90,000 บาทเท่านั้น ซึ่ง TOYOTA ได้ส่วนต่างจากการขาย Corolla New Altis ตรงนี้ไปเต็ม ๆ ครั้งที่ TOYOTA เชิญไปคุยน๊อตก็ถามเหมือนกันว่า Hilux จะออกเกียร์ CVT มหรือเปล่าผมรีบโบกมือห้ามเลย เพราะเอามาใช้กันไม่ได้ พังแน่นอน
ทางอ.มนัสก็ตอบไปว่าไม่ได้เช่นกัน เพราะ โครงสร้าง CVT ต่างกันมาก



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 อังคาร, 5/4/2554 เวลา : 15:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25177

คำตอบที่ 18
       ได้ความรู้มากมายมหาศาลครับ
นี่แหละประธาน 2.7 ตัวจริง

อย่าว่ายกหางกันเองเลยนะครับ
ผมว่ามิตซูคุณหาคนตอบปัญหาไม่ได้แบบนี้หรอกครับ



เปลี่ยนจากยกหางเป็นยกย่องดีกว่ามั๊ย ^_^
ปล.ประธาน2.7 สวดยวดที่ซู๊ด!!!
จาก : ^Top^(^Top^) 6/4/2554 22:54:12 [223.206.224.58]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

kao++ จาก ~~LookplaKao+ 110.169.175.39 พุธ, 6/4/2554 เวลา : 12:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25182

คำตอบที่ 19
       สุดยอดจริงๆครับ สำหรับ ข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมครับ โตต้านั้นไม่ได้ให้ข้อมูลลูกค้าเรื่อง เกียร์ออโต้ ที่มากับวีโก้ตัวเก่า สิงห์บรรทุกบ้านเราก็คิดว่าเหมือนในรถเก๋งทราบอย่างนี้แล้ว ครา หน้า จะมีวีโก้เกียร์ออโต้ ติด4x4 มาอีกไหมน้อ

ปล. เซล์โตต้านี้ ไม่ค่อยจะง้อลูกค้าเลย ใครมีที่แนะนำบ้างครับ แถว บางเขน หลักสี่ครับ



เซลล์ขายรถขนาดอยู่ศูนย์เดียวกันยังไม่เหมือนกันเลยครับ..ถ้าจะซื้อก็ขยันไปหาข้อมูลหลายๆ ที่ครับ
จาก : longloi(nhong23) 7/4/2554 16:17:45 [125.24.128.12]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

korn9999 จาก Dong Dong 58.8.152.159 พฤหัสบดี, 7/4/2554 เวลา : 15:22   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25183

คำตอบที่ 20
       ครา หน้า จะมีวีโก้เกียร์ออโต้ ติด4x4 มาอีกไหมน้อ
ans ..........เขามีอยู่แล้วครับในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0




โตต้านั้นไม่ได้ให้ข้อมูลลูกค้าเรื่อง เกียร์ออโต้ ที่มากับวีโก้ตัวเก่า
ans............บริษัทรถยนต์ทุกทุก......บริษัทเขาก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเทคโนโลยีกับคุณหรือลูกค้าคนอื่น ๆ เช่นกันครับ เขาให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเองทั้งหมด เวลาเขาทำการตลาดเขาก็ไม่เคยบอกข้อเสียของผลิตภัณท์ให้ทราบบอกแต่ข้อดีเวลาโฆษณาขายสินค้า เขามีหน้าที่นำเสนอขายสินค้า คือขายรถยนต์.................เขาไม่ได้ขายเทคโนโลยีหรือความรู้ Know How ให้ลูกค้าน่ะครับ จึงต้องมาบอกรายละเอียดให้ลูกค้าทราบหรือมาสอนให้ลุกค้ารู้ หรือมาเปรียบเทียบรถยนต์ให้ลูกค้าทราบ

เขาจะเสนอขาย หลังจากนั้น TOYOTA ก็เอาข้อมูลการตลาดไปดำเนินการต่อว่าลูกค้าเลือกอะไร ชอบอะไร จะออกผลิตภัณท์ประเภทไหนก็จะปรับปรุงผลิตภัณท์เพื่อนำเสนอขายใหม่ ดังจะเห็นว่าตอนแรก TMT ออกเปิดตัวขายรถรุ่น Hilux เบนซิน 2.7 4x4 A/T ออกมาด้วย Hilux 2.7 2wd A/T TOYOTA ไม่เคยบอกนะครับว่าเบนซินดีกว่าดีเซล หรือ แย่กว่าดีเซล เขาแค่มีผลิตภัณท์ออกมาขาย หลังจากนั้นก็สำรวจพฤติกรรมคนซื้อว่าต้องการอะไรก็เอาไปทำแผนการตลาดกันใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
TOYOTA ไม่เคยเสนอนะครับ ว่าเกียร์ธรรมดาดีกว่าเกียร์ออโต หรือเกียร์ออโตทนทนทานกว่าเกียร์ธรรมดา
หรือไปบอกว่าลูกค้าเฮ้ยใช้งานแบบนี้ต้องเลือกซื้อรถรุ่นนี้น่ะ เหมาะสมที่สุด
ทุกอย่างเป็นไปตามชะตากรรมที่ลูกค้าเลือกทั้งนั้น

หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น ต่อมาเขายกเลิก Hilux 2.7 4x4 A/T ออกไปก่อน จากนั้นก็มายกเลิก Hilux 2.7 2wd A/T แล้วมาเพิ่มรุ่นการผลิตรุ่น E J เกียร์ธรรมดาแทน เพื่อให้สอดคล้องตามความต้องการของตลาดในขณะนั้น



บริษัทรถยนต์ที่ไหนเขาเป็นเหมือนกันหมดนั่นแหละครับ เพราะเขาขายรถยนต์นะครับไม่ใช่ขายความรู้
เขาไม่ใช่บริษัท Bosch Delphai ที่จะได้เสนอขายเทคโนโลยีให้ลูกค้า



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 พฤหัสบดี, 7/4/2554 เวลา : 21:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25189

คำตอบที่ 21
       เวลาคุณใช้งาน Hilux ไปเรื่อย ๆ คุณจะเห็นข้อดีของมัน และข้อเสียที่คุณจะต้องเจอ ไม่ว่าใครจะใช้รถรุ่นอะไรก็เจอแบบนี้ทั้งนั้น เพราะมันมาควบคุ๋กันเสมอ ระหว่างขาวกับดำ แต่โดยรวมผมกล้าบอกได้เลยว่าไม่ผิดหวัง ถ้าเทียบกับรถปิคอัพดีเซลที่คุณเคยใช้มาก่อน
อดีตคุณจะเคยได้ยินคำพูดในแง่ ลบ ของปิคอัพเบนซินมาก่อน แต่ถ้าคุณเริ่มาลองใช้ปิคอัพเบนซินแล้วเห็นข้อดีของมันคุณก็จะรู้สึกตลก ๆ ในคำพูดที่เขาเคยพูดในแง่ลบกันมา


ในช่วงปี 2007-2008 ลูกค้าต้องง้อเซลซื้อ Hilux 2.7 นะครับ มีเงินแต่ใช่จะซื้อได้เพราะรถไม่มีหายากมาก อยากซื้อคุณต้องจ่ายค่ากินเปล่า 15,000 -25,000 บาท อีกด้วย เซลต้องบอกเปลี่ยนมาเอาดีเซลไหมพยายามยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้ เพราะเขาขายรถไม่ได้ เนื่องจากไม่มีรถในมือ พอช่วงปี 2009 รถเริ่มสต๊อกเยอะอีก ได้ส่วนลด 1 แสนบาท เพราะลูกค้าเริ่มไม่สนใจซื้อ หลังจากนั้นระบายสต๊อกหมดก็เข้าแผนหยุดผลิต รุ่น G A/T ไปเลย แต่ว่าด้วย Product ที่ดีอยู่แล้วในตัวของมันเองรถมันจึงมีในตลาดมือ 2 น้อยราคาไม่ค่อยตก



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 พฤหัสบดี, 7/4/2554 เวลา : 22:06   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25190

คำตอบที่ 22
       แง่ลบแง่ร้ายปิคอัพ Hilux เบนซิน ที่คนอื่นพูดกันมาก่อนหน้านี้ เด๊ยวนี้คุณฟังแล้วจะฮา ๆ ขำขำ แต่เมื่อก่อนคนพูดกันอย่างนี้จริง ๆ
1. รถปิคอัพเบนซินแรงน้อย
2. กินน้ำมัน
3.บรรทุกของไม่ไหว
4.เกียร์ออโต พังไว
5.เกียร์ออโตไม่เหมาะสำหรับการบรรทุก
6.ไม่มีใครเขาเล่นกัน ในตลาดเขาซื้อแต่ดีเซล ในยุโรปมีแต่ดีเซล




ลองไล่ไปที่ล่ะข้อ
1. รถปิคอัพเบนซินแรงน้อย
ตอบ .... ทราบได้ยังงัยว่าแรงน้อย เปรียบกับอะไร มีหลักฐานหรือยัง รถมันแรงกว่าดีเซล 2.5 ทั้งหมดในตลาดเวลานั้นตอนนั้น แต่คนไม่รู้ยังพูดกันบอกว่าแรงน้อย

2. กินน้ำมัน ติดแก๊สแล้วเครื่องพัง
ตอบ..... กินน้ำมัน แต่มันไม่ได้มากไปกว่ารถเบนซินที่เครื่องใหญ่โดยทั่วไปเขาเป็นกัน ไม่ได้ซดจนน่าทุเรศจนรับกันไมได้ เพราะในเวลานั้นผมก็ยังเห็นหลายคนทั้ง Hilux Fortuner ventury เขาก็ใช้กันได้ไม่ได้ติดแก๊ส พอคนยอมรับการติดแก๊สมากขึ้นก็เลยหันมาติดแก๊สกันต่างหาก

3.บรรทุกของไม่ไหว
ตอบ...... แล้วที่เห็นผ่านตาผมไปบรรทุกของหนัก 2-3 ตัน มันหมายความว่าอะไร

4.เกียร์ออโต พังไว
ตอบ...... เห็นแต่เกียร์ธรรมดา 1 แสนโล + - มันไปยกคลัตท์กันแล้ว แล้วคนที่ใช้ Hilux 2.7 A/T คนที่เขาบรรทุก 1-2 ตัน วิ่งไปเกือบ 3 แสนโลตอนนั้นเขาบอกยังเฉยๆ ไม่เคยทำอะไรกับเกียร์เลยนอกจากถ่ายน้ำมันเกียร์เท่านั้น
ฝ่าย Service เขาก็บอก ว่าไอ้ที่มาเคลม ๆ กันที่ศูนย์น่ะเกียร์ธรรมดาทั้งนั้น เดี๋ยวไอ่โน่นไอ่นี้ เห็นมีแต่บ่นกันจนไม่อยากฟัง บอกว่าปกติแต่ไม่เชื่อ

5.เกียร์ A/T บรรทุกของไม่ได้
ตอบ.............อ้าวเฮ้ยถ้างั้นในอเมริกา ปิคอัพมันเป็นเกียร์ออโต อย่าง Toyota Tundra ก็ต้องพังฉิบหายแล้วซิว่ะ เพราะรถปิคอัพมันเกียร์ A/T ทั้งนั้นเลย แถมเครื่อง V8 5700 CC 300 กว่าแรงม้ามั้งนั้นน่ะ


6.ปิคอัพเบนซินไม่ค่อยมีใครเขาเล่นกัน
ตอบ ...........แล้วที่ใส่รถเทรลเลอร์ ส่งออกไปแหลมฉบังรอไปลงเรือบรรทุกส่งออกนอก มีแต่ปิคอัพเบนซิน นานนานจะเจอรถดีเซลซักคันส่งออกนอก ทุกท่านก็เห็นด้วยตาตนเองกันแล้วนี่ยังต้องถามอะไรอีก
คนที่ผมเคยช่วยเหลือให้ไปซื้อรถ Hilux 2.7 A/T 4X4 หลายคนคงเคยไปรับรถที่โกดังเก็บรถมาแล้ว มีรถ Hilux เบนซิน 2.7 4x4 จอดเพียบแต่เขาไม่ขายเราน่ะครับ ถูกคนกว้านซื้อส่งออกนอกไปหมดเลย นาน ๆ เซลจะตัดรถขายมาให้เราซักคันนึง ที่เห็นน่ะซื้อไม่ได้เลย



ถึงได้บอกว่าต่อไปคุณจะรู้สึกตลกตลกกับพุดเหล่านี้ของคนที่ผ่านมา บางคนฟังแล้วอาจเฉย ๆ ไร้สาระ หรือบางคนก็คิด ใช้ดีเซลเกียร์ธรรมดาของมันต่อไปเถอะว้า เดี๋ยวมันก็มาบ่นเรื่องค่าน้ำมัน ขึ้นอีกแล้ว




เบนซินแรงน้อย เพราะเอาไปเทียบกับดีเซล 3.0 ซ่ะงั้น
จาก : longloi(nhong23) 8/4/2554 11:58:00 [125.24.126.17]
ไม่เอา UZ เทียบ ดีเซล 3.0 มั่ง จะได้คำตอบ..........
จาก : longloi(nhong23) 8/4/2554 11:59:30 [125.24.126.17]
แต่ใส่โบว์ให้ 2.7 ก้แรงกว่า D4D เทอร์โบว์อินเตอร์ แล้วคับ 555
จาก : rap_bank(rap_bank) 9/4/2554 13:37:36 [183.89.165.153]
ใครว่าล่ะครับ เอา 2.7 ผูกโบ ให้เครื่อง 3.0 1KD-FTV เลยครับ จ้างก็ตาม 2.7 ไม่ทัน หุๆๆๆ
จาก : fongster(fongster) 9/4/2554 16:19:59 [58.9.95.223]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 พฤหัสบดี, 7/4/2554 เวลา : 22:25   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25191

คำตอบที่ 23
       คำถามในกระทู้นี้พอดีนึกคำตอบมาได้อีกอย่างนึงคือ

เช่น ตัวอย่าง
1. Hilux มี ABS กับไม่มี ABS ทุกคนรู้ทั้งนั้นแหละว่ามีระบบเบรค ABS ดีกว่าไม่มี ถ้ามีแล้วจะควบคุมรถในระหว่างการเบรคได้ดีกว่า แต่เวลาซื้อลูกค้ากลับไปถามหารถที่ไม่มีเบรค ABS มันเพราะอะไร.........?

2. Hilux รุ่น G มีถุงลมนิรภัย แต่ลูกค้าคนไทยไปถามหาอยากได้รถ Hilux เอาแค่รุ่น E J ก็เพียงพอ มันเพราะอะไร.........?
ที่จริงเรื่องถุงลมนิรภัยแปลกอยู่อย่างนึง ถ้าเป็นในซาอุดิอารเบียรถ Hilux ไม่ว่าจะรู่นที่มีราคาถูกแค่ไหนก็ตาม จะต้องมีถุงลมนิรภัยไม่งั้นลูกค้าชาวซาอุไม่ซื้อ Hilux นะครับ ถึงแม้ไม่ได้เป็นกฎหมายแต่ลูกค้าไม่ยอมรับที่จะซื้อถ้ารถคันนั้นไม่มีถุงลมมาให้ด้วย
ในออสเตรเลียก็เหมือนกัน รถกะบะ 4 ประตูต้องเป็นเครื่องเบนซินเกียร์ออโต A/T และต้องมีถุงลมคู่หน้า เป็นดีเซลลูกค้าไม่ซื้อ มีถุงลมข้างเฉพาะคนขับข้างเดียวก็ไม่ได้ลูกค้าไม่นิยม

3. Fortuner คนไทยก็ถาม 4x4 หรือ 4x2 ดีกว่ากัน ในเวป Fortuner เองก็เบื่อจะตอบกันแล้วมั้ง ที่จริงลูกค้ารู้อยู่แล้วอะไรดีไม่ดี รถ 4wd fulltime ฟิลลิ่งการขับขี่ดีกว่าอยู่แล้วแต่คนถามส่วนใหญ่ลังเลที่จะซื้อ 4x2 เลยลังเลหาแนวร่วมมาช่วยสนับสนุนไปงั้นแนะ ที่จริงรู้คำตอบอยู่แล้ว รถ Fortuner 4x4 ดีกว่า 4x2 แต่ลูกค้าก็ยังมีคนซื้อ 4x2 กันเยอะ เขาก็จัดให้ มันเพราะอะไร.........?

4.Hilux Vigo ลูกค้าซื้อ รุ่น Prerunner มากกว่ารุ่น 4wd คำตอบแบบเดียวกับด้านบนของ Fortuner คนซื้อทราบอยู่แล้ว 4wd ดีกว่าแต่เวลาซื้อ เลือก Prerunner มากกว่า มันเพราะอะไร.........?


5. Hilux รุ่นส่งนอกมี Heater มาให้ด้วย แต่ในเมืองไทยไม่มีเลย ถ้ามีลูกค้าก็คงไม่เลือกหรือไปตัดทิ้ง
ลูกค้ารู้เกือบทั้งนั้นมี Heater ดีกว่าไม่มี แต่เวลาซื้อเลือกรุ่นไม่มี Heater ไว้ก่อน มันเพราะอะไร.........?

ฮาดีไหมเล่า



ทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามกลไกทางการตลาด ซึ่งบริษัทรถยนต์ก็ทำมาตามความต้องการของตลาด เขาไม่ได้ชี้นำชี้วัด ว่าลูกค้าต้องไปเลือกอย่างนั้นอย่างนี้หรือให้ลูกค้าเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดมีคุณภาพที่สุด เขาแค่เสนอสินค้าออกมาลูกค้าก็เลือกเอาตามใจและชะตากรรมตัวเองไม่มีใครมาบังคับ หัวหน้างานผมเคยบอกว่าบริษัททำรถไปขายนะไม่ได้ทำรถไปทิ้ง ทุกอย่างเขาจะชี้วัดจากลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งลูกค้าก็ตัดสินใจเลือกเองทั้งนั้น ต่อให้เขาทำรถห่วยกว่านี้ออกมา หรืออ๊อพชั่นน้อยกว่านี้ออกมา ถ้ามันขายดีบริษัททุกบริษัทเขาทำหมดครับ ถ้าเป็นบริษัทที่ผลิต Mass product
เหตุผลสั้นสั้น เพราะลูกค้าตัดสินใจซื้อไงครับ



ผมว่าดูแค่ ฟอร์ด หรือมาสด้า ช่วงล่างดีกว่าเยอะคนยังไม่ซื้อเลย เพราะการตลาดและยี่ห้อแท้ๆ
จาก : rap_bank(rap_bank) 9/4/2554 13:36:49 [183.89.165.153]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 ศุกร์, 8/4/2554 เวลา : 07:53   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25193

คำตอบที่ 24
       ประธานเว็บนี่สุดยอดจริงๆคับ ความรู้เยอะมากมาก



ปล. ไม่กลัวคนอื่นที่เค้าไม่ได้ใช้วีโก้เบนซิน เค้าจะหมั่นไส้ แอบอิจฉา หาว่าเรายกหางตัวเองหรอคับ หิๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

rap_bank จาก rap_bank 183.89.165.153 เสาร์, 9/4/2554 เวลา : 13:41   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25204

คำตอบที่ 25
       ของเค้าดีจริง ไม่ต้องโฆษณามากหรอกครับ ว่าแล้วก็อยากได้ 2.7 ตอนเดียว CNG มาใช้แทน อีผุผุ DI ที่บ้านซักคัน แต่ติดที่คุณพ่อท่านอยากได้ Tata CNG รึ Triton CNG อีกละ หุๆๆๆ

ถามพ่อเค้าว่าทำไมเค้าบอก Triton กับ Tata เครื่องเล็ก แต่ Vigo เครื่องมันใหญ่ตั้ง 2700 CC กลัวกินเชื้อเพลิง.......ผมฟังแล้วเซ็ง เพราะเคยไปคุยกับ Triton คันข้างๆ เวลาเติมแก๊สด้วยกัน ก็กินพอๆ กันกับ Vigoเกียร์ ออโต้ นั่นล่ะ ทั้งๆ ที่ Triton เกียร์ธรรมดา เครื่อง 2400 CC แรงม้า แรงบิดน้อยกว่า แต่กินเชื้อเพลิงใกล้เคียงกัน เป็นคุณ คุณจะเลือกอะไรครับ

เรานำมาบรรทุกนะครับ เราก็ควรจะเลือกเครื่องให้แรงเข้าไว้ครับ ไม่งั้นจะเอาแรงที่ไหนมาใช้ครับ

แต่ถ้าให้ผมเลือกผมเล็งไปที่ Vigo แน่นอน



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

fongster จาก fOnGSteR 58.9.95.223 เสาร์, 9/4/2554 เวลา : 16:33   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25205

คำตอบที่ 26
       ผมเชียร์วีโก้อีกคนคับ รถผมต่อหลังคาสูง2.9m จากพื้น หม้อต้มเมจิกที พึ่งเปลี่ยนมาใหม่ วันก่อนลองเหยียบดูรถป่าวไม่ได้บรรทุก ได้140กว่าเกือบ เลยคับ จี๊ดๆๆ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

rap_bank จาก rap_bank 183.89.165.153 อาทิตย์, 10/4/2554 เวลา : 09:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25213

คำตอบที่ 27
       เมื่อวานนี้ไปงานเลี้ยง บ้านจารย์เทพ เขาก็ถามอีกในเรื่อง Mitsubishi Triton 2.4 เบนซินอยากจะให้พูดแบบขาดขาดกว่านี้หน่อยเรื่อง การใช้งานว่าจริงแล้วสามารถเล่นได้ไหมเพราะแกจะซื้อมาให้ลูกน้องวิ่งบรรทุกของ แกขอแบบพูดไม่ให้เข้าข้าง 2.7 เลยนะเอาให้เปรียบเทียบกันไปเลย

ผมพูดดังนี้ครับ


Triton 2.4 เบนซิน
มันถูกวางเอาไว้เป็นรถประหยัด ไม่ใช่ประหยัดน้ำมันนะอย่าเข้าใจผิด เพราะกินน้ำมันพอพอกับ 2.7 นั่นแหละบรรทุกแล้วยิ่งไม่ต่างกัน ที่ว่าประหยัดนี้หมายถึงมันถูกวางไว้ในคาแรกเตอร์ของรถที่ทำออกมาเพื่อเน้นบรรทุกเป็นปิคอัพจริง ๆ เครื่องยนต์มีกำลังแค่เพียงพอกับการใช้งาน ไม่ได้ให้ความรุนแรงอะไรมากมาย แต่ผมขอใช้คำว่าเพียงพอก็แล้วกัน ตัวเครื่องยนต์มันคือรหัสตระกูล 4G64 พัฒนามาจากตัวนี้ ซึ่งหมายความกันตรงตรงคือมันขุดเอาเครื่องยนต์เบนซินยุคเก่ามาใช้โดยเพิ่มเติมระบบหัวฉีด ECI Mutipoint ของมิตซูบิชิเข้าไป แล้วก็เพิ่ม ไดเร็คคอยล์เข้าไปตามแบบของเครื่องยนต์เบนซินสมัยใหม่ที่ไม่ต้องการจานจ่ายหรือคอยล์จุดระเบิดในจานจ่ายอีกต่อไป รวมถึงพัฒนาวาล์วให้มีความคงทนต่อการใช้งานมากขึ้น คือโดยสรุปข้อดีเด่น ๆ เลยของ Mitsu Triton 2.4 เบนซิน gasoline ตัวนี้เลยก็คือ
มันเป็นรถที่มีเอาไว้เติมน้ำมันวิ่งอย่างเดียว โดยไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรเลย นอกจากตรวจดูน้ำมันเครื่อง กับน้ำหม้อน้ำเฉย ๆ เท่านั้น มันเป็นรถที่ทำออกมาในคาแรกเตอร์นี้โดยเฉพาะ คือเอามาใช้งานทิ้งทิ้งขว้าง ๆ กันสบาย ตรวจดูแค่ น้ำ 2 อย่างนี้เพียงพอเหลือรับประทานแล้ว แบตเตอรี่ยังไม่ต้องตรวจด้วยซ้ำเพราะรถมันออกแบบมาให้เข็นก็ติดกันง่าย ๆ คือเอาไปใช้ทิ้งใช้ขว้างใช้กันลืม ๆ แบบไม่ต้องคิดถึงเรื่องการบำรุงรักษา Mitsu ผลิตเครื่องตัวนี้มายาวนานมากกว่า 20 ปีแล้วเอาเครื่องตัวนี้มาใช้ใหม่ จัดเป็นรถกระบะที่ไม่จุกจิกในเรื่องการซ่อม ถึงคราวซ่อมก็ซ่อมง่าย ช่างพื้นบ้านทั่วไปก็ซ่อมได้ ในทะเลทรายตะวันออกกลางก็ใช้รุ่น 2.4 เบนซินของ Mitsu Triton คือพวกเขาเติมน้ำมันวิ่งกันอย่างเดียว ใช้กันจนรถผุพังแล้วค่อยทิ้ง ไม่มีอะไรต้องดูแลเป็นพิเศษ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 9/5/2554 เวลา : 08:44   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25522

คำตอบที่ 28
       เปรียบเทียบกับรถ 3 อย่างด้วยกัน
Mitsubishi Triton 2.4 / * TOYOTA Hilux 2.7 / กระบะทั่วไปเครื่อง 2.5 ดีเซลคอมมอนเรล ไม่ใช่รุ่น VG เทอร์โบ หรือมีอินเตอร์


เปรียบเทียบในเรื่องความจุกจิกในการใช้งาน
เรียงลำดับจากดีที่สุดไปหาน้อยที่สุด

1. Mitsubishi Triton 2.4 จุกจิกน้อยที่สุดเนื่องจากรถเป็นโครงสร้างของเครื่องยนต์เบนซินยุคเก่าที่เพิ่มเติมระบบหัวฉีด ECI Mutipoint อันเลื่องชื่อของ Mitsu เท่านั้น ไม่ได้เพิ่มเติมเซนเซอร์หรือเทคโนโลยีการแปรผันวาล์วหรือใส่ระบบอะไรที่วิเศษกว่าชาวบ้านเขาไปเลย เพราะนั้นเครื่องยนต์ไม่ต้องการดูแลรักษาอะไรเพียงแค่ตรวจดูน้ำหม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง เปลี่ยนหัวเทียนตามสเปกของศูนย์บริการ ไม่ต้องไปสรรหาอะไรอย่างอื่น นั่นคือจบ เป็นรถที่ไม่จุกจิกเลยจริง ๆ แบตเตอรี่ยังไม่ต้องดูด้วยซ้ำ เพราะมันเข็นก็ติดง่าย ๆ คาแรกเตอร์รถมันเป็นอย่างนั้น รถที่ Mitsu ส่งขายในตะวันออกกลางก็มีลักษณะอย่างที่กล่าวมานี้ ถูกวางไว้ในรถปิคอัพตอนดียว 2wd กับ 4ประตู 2 wd ทั้งหมดเป็นเกียร์ธรรมดาเท่านั้น ทำออกมาให้ชาวบ้านใช้เป็นรถราคาไม่แพง ใช้กันทนไม่ต้องการดูแลรักษามากนักเพียงแค่เติมน้ำมันวิ่งอย่างเดียว


2. TOYOTA Hilux 2.7 จุกจิกเป็นรองลงมาจากรุ่น Triton 2.4 เบนซิน เหตุเพราะเครื่องยนต์แม้จะขุดเอาเครื่องเบนซินยุคเก่ามาใช้เหมือนกันแต่ว่าด้วยระบบที่ใส่เข้าไปทันสมัยกว่า รองรับแรงบิดแรงม้าได้มากกว่าถึงแม้ต้องการการดูแลรักษาที่ใกล้เคียงกันแต่ด้วยเซนเซอร์ที่มากกว่า ไวมากกว่าของมิตซูบิชิเพราะความทันสมัยกว่า อาจพบจุดเสียหรือจุดซ่อมได้มากกว่า สำหรับ 2.7

3. กระบะทั่วไปเครื่อง 2.5 ดีเซลคอมมอนเรล ไม่ใช่รุ่น VG เทอร์โบ หรือมีอินเตอร์
ความจุกจิกหรือจุดเสียมีให้ซ่อมมากว่า ต้องการการ Maintenance มากกว่าตามแบบฉบับคอมมอนเรลสไตล์นี้ จะทำแบบ Triton 2.4 เบนซินเติมน้ำมันเบนซินอะไรก็ได้วิ่งอย่างเดียวใช้ทิ้งทิ้งขว้าง ๆ รอเปลี่ยนน้ำมันเครื่องกับหัวเทียนอย่างเดียวคงไม่ได้ ภาระ Maintanance ต่างกันอยู่บ้าง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 9/5/2554 เวลา : 09:00   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25523

คำตอบที่ 29
       เปรียบเทียบในแง่ของพละกำลังในการใช้งาน
เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก

1. TOYOTA 2.7 vvti ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดในกลุ่ม ในแง่ของการใช้งานทั้งหมดจากที่เคยลองใช้งานจริงกันมาบนท้องถนนไม่ใช่แข่งควอดเตอร์ไมล์ ถ้าไม่นับรวมเครื่องคอมมอนเรล VG เทอร์โบ ในสภาพการขับที่ใกล้เคียงกัน ดีเซลคอมมอนเรลจะได้เปรียบนิดนิดตอนออกตัวแต่หลังจากนั้นสภาพตกเป็นรองเพราะว่าแรงบิด 325 NM ของดีเซลจะหายไปหลังจากออกตัวแล้วเพราะแรงบิดของดีเซลคอมมอนเรลจะมาที่รอบต่ำมากแต่ก็หายไปรวดเร็วเช่นกันในรอบสูงทั้งนี้เพื่อความประหยัดน้ำมัน จึงทำให้ตกเป็นรอง 2.7 เบนซินชัดเจนและเมื่อเปรียบเทียบกับเกียร์ A/T ออโตเมติก 2.7 กับเกียร์ธรรมดาของคอมมอนเรลด้วยแล้วคนขับด้วยกันจะเกียร์ธรรมดาจะเปลี่ยนเกียร์ช้ากว่าเกียร์ A/T ประมาณ 4-5 วินาที ทำให้ดีเซลเสียเปรียบ 2.7 ในจุดนี้ เพราะคงไม่มีชาวบ้านคนไหนเปลี่ยนเกียร์รถได้เร็ว จนทำเวลาให้ช้ากว่าเกียร์ A/T แบบ ECU ควบคุมได้ 1-3 วินาที เพราะเราเป็นแค่คนขับทั่วไปไม่ใช่นักแข่ง แรลลี่อาร์ต ยิมคานา จะเปลี่ยนเกียร์จนเวลาใกล้เคียงกับเกียร์ออโตทำไม่ได้

2. ดีเซลคอมมอนเรล 2.5 ที่ไม่ใช่ VG เทอร์โบแปรผัน กำลังจะดีกว่าเป็นรองลงมาเพราะรถให้กำลังที่ดีขึ้นกว่าดีเซลในยุคก่อน ๆ

3. กลุ่มนี้ Mitsu Trinton 2.4 เบนซินให้พละกำลังด้อยที่สุดในกลุ่ม เนื่องด้วยคาแรกเตอร์ของรถถูกวางไว้เป็นรถรุ่นประหยัดเอาไว้ให้ชาวบ้านใช้ทั่วไป ไม่ให้เกิดเรื่องจุกจิกหรือการบำรุงรักษา จึงไม่มีเทคโนโลยีอะไรซับซ้อนเป็นพิเศษเพื่อทำออกมาหวังรีดแรงม้าแรงบิดออกมาเยอะ ๆ กำลังเครื่องยนต์จึงทำออกมาให้เพียงพอกับการใช้งานเท่านั้น เรื่องพละกำลังจึงเป็นรองที่สุดในกลุ่ม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 9/5/2554 เวลา : 09:55   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25526

คำตอบที่ 30
       เปรียบเทียบในเรื่องของความคงทนในการใช้งาน

1. จุดนี้ TOYOTA Hilux 2.7 ได้เปรียบเพราะว่าตัวเครื่องยนต์ถูกเคลมการใช้งานไว้ที่ระยะ 1 ล้านกิโลเมตร สามารถวิ่งได้แบบเฉย ๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเปรียบด้วยการใช้น้ำมันด้วยกัน ยกเว้นของเราใช้แก๊สอาจต้องมีภาระในการซ่อมฝาสูบบ้าง 1- 2 ครั้ง / การใช้งาน 1 ล้านกิโลเมตร เครื่องยนต์เบนซิน 2TR-FE เป็นเครื่องขนาดใหญ่กว่าด้วยซีซีปริมาตรความจุ 2700 ซีซี การใช้งานด้วยรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำมาก ในขณะที่เราวิ่งประมาณ 100 km/h รอบเครื่องยนต์ขึ้นเพียง 2300 rpm เท่านั้น จุดนี้เองช่างติดแก๊สเข้าใจผิดกันมาเยอะแล้วถึงแม้จะติดแก๊สได้แต่ไม่เข้าใจคุณลักษณะของตัวเครื่องยนต์ ความทนทานในการใช้งานเปรียบเทียบกับภาระเครื่องยนต์ที่ได้รับแล้วข้อนี้ TOYOTA 2.7 ได้เปรียบกว่า


2. ข้อนี้กินกันไม่ลงจริง ๆ ว่าจะให้ใครเป็นที่ 2 แต่ข้อนี้ผมยกให้ Mitsu Triton 2.4 เบนซินแบบลำเอียงนิดนิด
เหตุผลด้วยคุณลักษณะของรถ Triton 2.4 เบนซิน กำลังเครื่องด้อยกว่าในกลุ่มแต่ ต้องทดเกียร์เฟืองท้ายให้ได้ Torque แรงบิดสูงสูง เพื่อเอามาใช้งานบรรทุกการใช้งานด้วยกันความทนทานยังไงก็ด้อยกว่าเพราะรอบเครื่องยนต์สูงกว่าทำงานหนักกว่า แต่ที่เด่นกว่าคือเรื่องการไม่จุกจิกไม่ต้อง Maintenance อะไรเลย นอกจากเปลี่ยนหัวเทียนของศูนย์ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดกับดูน้ำหม้อน้ำแค่นั้น การใช้งานของ Mitsu 2.4 เบนซินจึงอยู่ราว ๆ แค่ 500,000 กิโลเมตร แบบ มี + มากกว่านี้ครับคือไม่ต่ำกว่านี้แน่นอน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรเครื่อง Mitsu ก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ส่วนฝาสูบก็ตามปกติแบบฉบับเดียวกับ 2.7 ในเรื่องการซ่อม
เพิ่มเติมอัตราทดเฟืองท้าย Mitsu รุ่นปกติ 4: 636 รุ่น Plus ทดไว้ถึง 4. 875

3. ดีเซลจริงๆ แล้วถ้าให้ใครมาตอบก็ตอบดีเซลอยู่อันดับ 2 แต่ที่ผมให้อยู่อันดับ 3 ในกลุ่มนี้เพราะว่าการใช้งานในบ้านเราคนที่จะใช้ดีเซล คอมมอนเรล 2.5 VS Triton 2.4 เบนซิน คนที่จะใช้งานระยะยาวให้รถวิ่งเกิน 500,000 กิโลเมตร นั้นในอนาคต Mitsu Triton 2.4 เบนซินจะมีจำนวนหลงเหลือมากกว่าแน่นอน เพราะคนที่จะแบกภาระวิ่ง 5 แสนโลใช้รถเกิน 10 ปี สำหรับดีเซลคอมมอนเรลในปัจจุบันมักไม่ค่อยทำกันแล้ว เพราะทนภาระไม่ไหว
แต่ในขณะ Triton 2.4 เบนซินทำได้แม้ในอนาคตจะเกิดภาระเรื่องเครื่องหลวมต้องซ่อม หรือบริการฝาสูบซีลวาล์วแต่ค่าใช้จ่ายตรงนี้มันถูกมากกว่าดีเซลเยอะ เพราะเครื่องรุ่นเก่ามากสำหรับเบนซินตัวนี้อะไหล่ไม่แพง Mitsu ก็ส่งนอกด้วยเยอะด้วยเครื่องตัวนี้



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

Auto. จาก Auto 202.80.239.130 จันทร์, 9/5/2554 เวลา : 10:14   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 25527

      

ยังมีคำตอบมากกว่านี้นะครับ คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป


คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  



website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่






Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net  facebook.com/WeekendHobby     วันเสาร์,18 พฤศจิกายน 2560 (Online 1670 คน)