WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


เปิดตำนานรถพันธุ์ลุย

จาก แว่นน้ำ ลอกเขามา
110.77.232.20
อังคารที่ , 29/3/2554
เวลา : 14:10

อ่านแล้ว = 23176 ครั้ง
 เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เปิดตำนานรถพันธุ์ลุย

ความเคลื่อนไหวของรถขับเคลื่อนสี่ล้อในประเทศญี่ปุ่น
ถ้าเริ่มมองย้อนกลับไปดูยานพาหนพที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปกายในที่เดินสายพานผลิตจำหน่ายให้ชาวบ้านชาวช่องใช้งานเป็นครั้งแรกในโลก (ที่สร้างขึ้นแต่ยังได้ออกจำหน่ายขอไม่พูดถึงนะครับ) เราก็ต้องมาเริ่มที่รถยนต์ค่าย “KARL BENZ” ที่มีออกมาวิ่งตั้งแต่ปี 1886 โดยรถคันนี้มีเพียงสามล้อและขับเคลื่อนที่ล้อหลังเท่านั้น จากนั้นมาก็มีการพัฒนาปรับปรุงจนกลายเป็นสี่ล้อและเริ่มมีระบบขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อกันในราวปี 1902 ส่วนถ้าเป็ยในประเทศญี่ปุ่น รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีออกมาวิ่งกันในปี 1935 โดยเป็นรถจากค่าย “KURUGANE” ตามมาด้วยผลงานของค่าย “ISUZU” ในปี 1939 ซึ่งในยุคแรก รถขับสี่ล้อของค่ายรถต่างๆ ยังไม่แพร่หลายเท่าไหร่นัก จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจึงได้มีบทบาทสำคัญในการกิจลาดตระเวนและการส่งกำลังต่างๆ ในราชการทหารซึ่งทำให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในวงจำกัดเนื่องจากจะมีใช้เป็นยานพาหนะในกองทัพเท่านั้นจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ค่ายรถในอเมริกาและอังกฤษจึงได้ทำออกมาวางจำหน่ายบนโชว์รูมให้ชาวบ้านชาวช่องได้ถอยลงมาใช้งานกัน
สำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อของค่ายรถญี่ปุ่นนั้น หลังสงครามโลกอาจจะเงียบหายไปบ้าง เนื่องจากต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองและเศรษฐกิจนานพอสมควร โดยทางค่ายรถต่างๆเองก็ต้องเดินสายพายผลิตออกมาและส่งไปชดใช้เป็นค่าปฏิกรณ์สงคราม ซึ่งหนึ่งในนี้ก็จะมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อรวมอยู่ด้วย ดังนั้นกว่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อจะได้ขึ้นโชว์รูมในเมืองซามูไรก็มาเริ่มที่ต้นทศวรรษที่ 1950 โดยภายหลังทางรัฐเมืองปลาดิบก็จะจัดแยกรถประเภทนี้ออกมาเป็นกลุ่มเฉพาะ เรียกว่าเป็นแบบ “Recreational Vehicles” หรือเรียกสั้นๆว่า “RV” ซึ่งปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของ “Passenger Cars” และถ้าเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่เน้นให้ใช้งานเพื่อการพาณิชย์ก็จะแยกไปเป็นส่วนหนึ่งของ “Com mercial Vehicles” ซึ่งเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้อยู่หรือที่กำลังคิดจะใช้ เราก็จะพาท่านทั้งหลายย้อนอดีตกลับไปดูว่าที่เมืองซามูไรนั้นเค้ามีจุดเริ่มต้นและการเจริญเติบโตเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ขอมาจบกันที่ปี คศ. 1996 โดยช่วงเวลาต่อไปจากนั้นท่านจะสามารถติดตามได้ใน รถอเนกประสงค์ 2001 ฉบับประจำปี 2544 ครับ
ปี คศ. 1951 TOYOTA Jeep BJ
นับว่าเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันแรกที่ชาวบ้านชาวเมืองซามูไรมีโอกาสได้ควบ โดยก่อนหน้านี้ค่าย “TOYOTA” ได้เดินสายพานผลิตตระกูล “Jeep BJ” ที่เป็นรถจี๊ปขนาดกลางสองตอน 6 ที่นั่งให้กับทางเคาบอย จากนั้นเมื่อนำมาจำหน่ายก็จะมีเครื่องยนต์เบ็นซิน 6 สูบ ขนาด 3,386 ซีซี, ตระกูล “B” เป็นขุมพลัง โดยรถขับสี่ล้อขันนี้ก็จะเป็นแม่แบบให้กับตระกูล “Land Cruiser” ที่จะแนะนำกันในมิถุนายน ปี 1954 จากนั้นปีถัดมาถึงจะนำขึ้นโชว์รูมให้ถอยลงมาใช้งานกัน
NISSAN Patrol
ในปีเดียวกันนี้ ทางค่ายรถ “NIS SAN” ก็ได้นำรถจี๊ปขนาดเล็ก 4 ที่นั่งขึ้นโชว์รูม โดยใช้ชื่อรถตระกูลนี้ว่า “Patrol” ซึ่งรุ่น “4 W 60” ก็ใช้ขุมพลังตระกูล “NT” ที่เป็นแบบ “Side Valve” แถวเรียง 6 สูบขนาด 3,670 ซีซี.
ปี คศ.1953 MITSUBISHI Jeep CJ 3 A-J 1/J2
ถอดแบบมาจาก “JEEP Willy” ของอเมริกา เนื่องจากในช่วงแรกทางค่าย “MIT SUBISHI” ต้องทำส่งเป็นปฏิกรณ์สงครามนั่นเอง จากนั้นจึงนำขึ้นโชว์รูม โดยมี 2 รุ่นด้วยกันคือ “CJ 3 A-J 1” และ “CJ 3 A-J 2” ที่และต่างก็ใช้ขุมพลังเบ็นซิน 4 สูบ ขนาด 2,199 ซีซี. เหมือนกัน
MITSUBISHI Jeep CJ 3 B-J 3
หลังจากที่ทางค่าย “MITSUBIHI” นำรถจี๊ปตระกูล “Jeep CJ 3 A” ขึ้นโชว์รูมได้ไม่นาน ปรากฏว่าราวเดือนกันยายนก็ได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ใหม่ตามเมืองเคาบอย โดยรุ่นใหม่ “CJ 3 B-J 3” นี้ใช้ขุมพลังตระกูล “F” ที่เป็นแบบเบ็นซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2,199 ซีซี.
ปี คศ. 1995 TOYOTA Land Cruiser 20 (FJ 25/BJ 25)
แม้ว่าทาง “TOYOTA” จะบอกว่าเป็นการขึ้นไมเนอร์เชนจ์ของตระกูล “Jeep BJ” แต่เราก็อาจจะนับว่าเป็นเดินสายพานผลิตรถขับเคลื่อนสี่ล้อตระกูลใหม่เลยก็ว่าได้ โดยเค้าเรียกชื่อตระกูลว่า “Land Cruiser 20” ซึ่งตัวเลขที่ห้อยท้ายจะหมายถึงรหัสตัวถัง “20 Model” ซึ่งมีความยาวฐานล้อให้เลือกขนาดคือ 2,400 มม. และ 2,285 มม. โดยในรุ่น”BJ 25” นั้นยังคงใช้ขุมพลังตระกูล “B” ที่เป็นแบบเบ็นซิน 6 สูบ ขนาด 3,386 ซีซี. แต่มาเป็นรุ่น “FJ 25” เปลี่ยนมาใช้ขุมพลังเบ็นซินตระกูล “F” ที่เป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,878 ซีซี.
MITSUBISHI Jeep CJ 3 B-J 10
รถในตระกูล “Jeep” ของค่าย “MITSUBISHI” นั้น ได้รับความนิยมสูงพอสมควร ดังนั้นทางค่ายรถนี้จึงทำรุ่นต่างๆ ออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในรุ่น “CJ 3 B-J 10” นี้เป็นการเพิ่มฐานล้อ ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งให้เป็น 6 และทาสำคัญก็คือ แรกเดิมที่ตระกูล “Jeep” เป็นรถพวงมาลัยซ้ายอย่างเดียว มาปีนี้ก็ได้เริ่มทำตัวพวงมาลัยขวาออกมาจำหน่ายอีกด้วย
ปี คศ. 1956 MITSUBISHI Jeep CJ 3 B-J 11
ตลาดเริ่มต้องการรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถโดยสารมาขึ้นเป็นลำดับ ทางค่าย “MITSUBISHI” จึงได้เพิ่มความยาวฐานล้อให้เป็นรุ่น CJ 3 B-J 11” อีก 610 มม.ซึ่งเป็นผลให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 250 กิโลกรัม โดยยังมีทั้งแบบพวงมาลัยซ้ายและขวาจำหน่ายควบคู่กัน ส่วนขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “JH 4” ที่มีขนาดความจุ 2.0 ลิตรเหมือนเดิม



TOYOTA Land Cruiser 20 (FJ 28)
ตระกูล “Land Cruiser” เองก็ได้ตอบสนองความต้องการของตลาดแบบทันควันเช่นเดียวกัน โดยออกรุ่น “FJ 28” ที่เพิ่มความยาวฐานล้อมากขึ้นคือ จากเดิม 2,400 มม. มาเป็น 2,430 มม. ส่วนขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ตระกูล “F” ที่เป็นแบบเบ็นซินแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3.9 ลิตรเหมือนเดิม
ปี คศ. 1958 MITSUBISHI Jeep JC 3/JC 10
“MITSUBISHIT” ได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับตระกูล “Jeep” อีกครั้ง และเปลี่ยนมาใช้ชื่อรุ่นว่า “JC 3” และ “JC 10” ทั้งสองรุ่นนอกจากจะเป็นรถพวงมาลัยขวาแล้วยังมีขุมพลังดีเซลแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,199 ซีซี. ตระกูล “KE 31” ให้เลือกอีกแบบด้วย
ปี คศ. 1959 TOYOTA Land cruiser 30 (FJ 35 V)
ความต้องการรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากกว่าธรรมดาของตลาดได้เพิ่มมากขึ้นทุกขนาด ตระกูล “Land Cruiser” ก็ได้เพิ่มขนาดความยาวให้มากขึ้นไปอีกเพื่อสนองความต้องการ โดยตัวถังของรุ่น “FJ 35 V” ก็เริ่มเรียกว่าเป็นแบบแวก้อน 5 ประตู ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ยังคงเป็นเครื่องเบ็นซินตระกูล “F” ซึ่งเป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว ขนาด 3,878 ซีซี.
NISSAN Patrol (4 LU 66)
ในขณะเดียวกันค่าย “NISSAN” เองก็ได้ตอบสนองความต้องการของตลาดโดยการเพิ่มจำนวนที่นั่งให้กับตระกูล “Patrol” จาก 4 ที่นั่งเป็น 6 ที่นั่ง แต่ก็ยังคงอยู่ในร่างของจี๊ปช่วงสั้นตามเดิม แล้วก็เปลี่ยนขุมพลังที่ซุกอยู่ใต้ฝากระโปรงจากบล็อกเบ็นซินตระกูล “NT” มาเป็นตระกูล “NC” ที่ทั้งสองเป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ “Side Valve” เหมือนกัน แต่ความจุจะต่างกัน (จาก 3,670 ซีซี. มาเป็น 3,956 ซีซี.)
ปี คศ. 1960 TOYOTA Land Cruiser 40 (FJ 40/43)
มาปีนี้ค่าย “TOYOTA” ก็เพิ่มอบบตังถังให้กับตระกูล “Land Cruiser” อีก 2 รุ่นคือ “FJ 40” และ “FJ 43” ซึ่งทั้งสองเป็นรถหลังคาผ้าใบที่ต่างกันตรงความยาวฐานล้อ คือ จะมีความยาวตัวรถไม่เท่ากันั้นเอง ส่วนขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์เบ็นซินแถวเรียง 6 สูบ ในตระกูล “F” ที่เป็นแบบโอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,878 ซีซี.
NISSAN Patrol 60/G 60
หลังจากที่นำ “Patrol” ขึ้นโชว์รูมมา 9 ปี ค่าย “NISSAN” ก็ได้ขึ้นเจนเนอเรชั่นออกทายาทมาสืบสกุล โดยใช้รหัสเรียกขานรุ่นต่างๆ เสียใหม่ ซึ่งก็จะมีอยู่ 3 รุ่นด้วยกันคือ 60, G 60 และ FS ซึ่งต่างกันที่ความยาวฐานล้อ ขนาด 2,200 มม., 2,500 มม. และ 2,800 มม. ตามลำดับ และทั้งหมดจะว่างเครื่องเบ็นซินตระกูล “P” ที่เป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว ขนาด 3,956 ซีซี. ไว้ใต้ฝากระโปรง

MITSUBISHI Jeep J 20
สำหรับต้นตระกูล “Jeep” ของค่าย “MITSUBISHIT” ก็มีการทำไมเนอร์เชนจ์โดยชื่อเสียงเรียงนามก็จะเปลี่ยนไปเรียกแต่ละรุ่นเป็น “J” ตามด้วยตัวเลขสองตัวที่บ่งบอกว่าเป็นตัวที่มีความยาวฐานล้อขนาดไหน โดยรุ่น “J 20” แม้ว่าจะเป็นรถจี๊ปขนาดกลาง แต่ถูกลดความยาวฐานล้อลง 200 มม. ลดความกล้างฐานล้อลง 60 มม. และผลิตแต่พวงมาลัยขวาเพียงอย่างเดียวส่วนเครื่องยนต์จะมีทั้งเครื่องเบ็นซินตระกูล “JH 4” และดีเซลตระกูล “KE 31”
MITSUBISHI Jeep J 30
จี๊ป “J 30” ก็เป็นรุ่นหนึ่งของตระกูล “Jeep” ของค่าย “MITSUBISHIT” ซึ่งได้พัฒนามาจากรุ่น “JC 11” ที่เป็นทายาทตระกูล “JC 10” โดยเครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่จะเป็นเครื่องเบ็นซินตระกูล “JH 4” ครับ
ปี คศ. 1962 MITSUBISHI Jeep J 32
ค่ายมิซูมิชิได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับ “Jeep J 20” โดยในรุ่น “Jeep 32” นี้แม้จะมีความยาวเท่าเดิม แต่ก็ได้เพิ่มให้มีจำนวน 6 ที่นั่ง ส่วนขุมพลังที่ใช้ยังคงเป็นเครื่องยนต์ตระกูล “JH 4” เหมือนเดิม นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่น “J 40” ออกมาสมทบ โดยมีรถจี๊ป 9 ที่นั่งที่ใช้ขุมพลังดีเซลตระกูล “KE 31” ที่มีให้เลือกในรุ่น “J 32” อีกด้วย
ปี คศ. 1967 TOYOTA Land cruiser FJ 55 V
เว้นไปร่วม 7 ปี ทางค่าย “TOYOTA” ก็ได้ออกรุ่นใหม่ให้กับตระกูล “Land Cruiser” โดยเป็นรุ่น “FJ 55 V” ที่เป็นแบบ 4 ประตูใช้ขุมพลังเบ็นซินตระกูล “F” ขนาด 4.0 ลิตรที่ปั่นม้าออกมาใช้งานได้ 130 ตัว
ปี คศ. 1968 HOPE START ON 360
อาจจะเป็นค่ายรถที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก แต่ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังค่าย “HOPE START” ก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เป็นค่าย “SUZUKI” นั่นเอง รถตระกูล “ON 360” นี้เป็นรถขับเคลื่อนสี่หลังคาเปิดขนาดเล็ก 2 ที่นั่งที่ใช้ขุมพลังตระกูล “ME-24” ซึ่งเป็นเครื่องเบ็นซิน 2 สูบ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 359 ซีซี.เท่านั้น
ปี คศ. 1970 MITSUBISHI Jeep J 24/J 36/J 44/J 54
ดูเหมือนว่าค่าย “MITSUBISHIT” ขยันปรับปรุงรุ่นต่างๆ ของตระกูล “Jeep ” อย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากทิ้งช่วงมาเกือบ 8 ปี เค้าก็ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับรุ่นต่างๆ ทั้งหมด ในรุ่น “J 54” ที่เป็นรถจี๊ปขนาดเล็ก ได้เพิ่มความยาวฐานล้ออีก 65 มม. จากนั้นก็มาเปลี่ยนความกว้างฐานล้อเป็น 1,300 มม. ส่วนขุมพลังต่างๆ ที่นำมาวางก็ยังคงเหมือนเดิม โดยเครื่องยนต์ดีเซลนอกจากจะมีตระกูล “KE 31” แล้วยังได้ตระกูล “4 DR 5” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว ขนาด 2,659 ซีซี. มาประจำการอีกบล็อกหนึ่งด้วย

SUSUKI Jimny 360 (LJ 10)
คงไม่แปลกใจอะไรถ้าจะบอกว่ารถตระกูลใหม่ “Jimny 360” ที่มีรหัสตัวถัง “LJ 10” ของค่าย “SUSUKI” คันนี้ก็มาจาก “HOPE START 360” นั้นเอง โดยนอกจากจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อ 2 ที่นั่งคนนี้จะมีหน้าตาของตัวเครื่องที่เปลี่ยนไปแล้ว ขุมพลังของมันก็ถูกเปลี่ยนไปใช้ตระกูล “FB” แต่ยังคงเป็นแบบเบ็นซิน 2 สูบ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 359 ซีซี. และรถคันนี้ก็มีน้ำหนักบรรทุกรวม 250 กิโลกรัม
ปี คศ. 1972 SUSUKI Jimny 360 (LJ 20)
หลังจากที่ทางค่าย “SUSUKI” เดินสายพานผลิตตระกูล “Jimny” ออกมาได้เพียง 2 ปี ปรากฏว่าประชาชนต่างก็ต้อนรับรถจี๊ปขนาดเล็กที่มีค่าตัวย่อมเยารุ่นนี้อย่างเกินคาด ดังนั้นในปีนี้เค้าจึงทำไมเนอร์เชนจ์ให้ตัวรถดูไฉไลขึ้น แต่หัวใจสำคัญก็ยังคงอยู่ที่ขุมพลังซึ่งเปลี่ยนมาใช้บล็อก “L 50” ซึ่งแม้ว่าจะเป็นแบบเบ็นซิน 2 สูบ 2 จังหวะ ขนาด 359 ซีซี.เหมือนเดิม แต่ก็เปลี่ยนจากระบายความร้อนด้วยอากาศมาระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปี คศ. 1973 MITSUBISHI Jeep J 22/J 34/J 54
ค่าย “MITSUBISHIT” ทำไมเนอร์เชนจ์ให้กับตระกูล “Jeep ” อีกครั้ง โดยรายละเอียดของตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นขุมพลังนอกจากจะมีเครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “JH 4” แล้วเค้ายังได้เพิ่มเครื่องยนต์ตระกูล “KE 47” (คนละบล็อกกับเครื่องดีเซลตระกูล “KE 31” นะครับ) ที่เป็นเบ็นซิน 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว ขนาด 2,315 ซีซี.เข้ามาอีกครั้ง
ปี คศ. 1974 MITSUBISHI Jeep J 26/J 38/J46/J 56
หลังจากขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับตระกูล “Jeep ” เพียงไม่กี่เดือนทางค่าย “MITSUBISHIT” ก็ได้ปรับเครื่องยนต์ที่ประจำการใหม่อีกครั้ง โดยได้ปลดประจำการเครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “JH 4” แต่ยังคงบล็อค “KE 47” เอาไว้ และนำเครื่องยนต์ตระกูล “Astron” ที่มีรหัส “4 G 53” มาวาง เครื่องยนต์เบ็นซินบล็อคนี้เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 2,384 ซีซี.
TOYOTA Land Cruiser 40
หลังจากที่ค่าย “TOYOTA” ได้ขึ้นเจนเนอเรชั่น “Land Cruiser 40” มาตั้งแต่ ปี คศ. 1960 ซึ่งมีรุ่น “FJ 40” และ “FJ 43” ตามด้วย “FJ 55 V” ที่ทั้งหมดใช้ขุมพลังเบ็นซินแล้ว พอมาเดือนกุมภาพันธ์ปี 1974 ก็ได้เพิ่มรุ่น “BJ 40” และ “BJ 43” ที่เครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “B” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,977 ซีซี.
DAIHATSU Taft 1000
เมื่อ “SUSUKI Jimny” ประความสำเร็จชนิดน่าพอใจ ทางค่าย “DAIHATSU” เจ้าพ่อรถเล็กอีกค่ายจึงได้เดินสายพานผลิตรถจี๊ปขับเคลื่อน 4 ล้อออกมาลุยกับเขาบ้าง โดยใช้ชื่อตระกูลว่า “Taft” ซึ่งถ้าเป็นแบบช่วงสั้น 4 ที่นั่งจะมีรหัสตัวถังว่า “F 10” และถ้าเป็นแบบช่วงยาว 6 ที่นั่งก็จะใช้รหัสตัวถังว่า “F 10/L” โดยทั้งคู่มีเครื่องยนต์เบ็นซิน 4 สูบตระกูล “EF” ขนาด 958 ซีซี. เป็นขุมพลัง
ปี คศ. 1975 TOYOTA Land Cruiser FJ 56 V
ตระกูล “Land Cruiser” ของค่ายโตโยต้าก็ได้ออกรุ่นใหม่ “FJ 56 V” ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนขุมพลังจากเครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “F” มาเป็น “2 F” ที่เป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 4,230 ซีซี. แล้วยังเปลี่ยนแปลงระบบเกียร์ส่งกำลังจากธรรมดา 3 จังหวะมาเป็น 4 จังหวะด้วย
MITSUBISHI Jeep J 58
ทางค่าย “MITSUBISHIT” ก็ได้เพิ่มรุ่นให้กับตระกูล “Jeep ” เพื่อให้คนสามารถเลือกใช้ได้มากขึ้น โดยรุ่น “J 58” ที่เพิ่มขึ้นมานี้จะใช้ขุมพลังเบ็นซินตระกูล “Astron” รหัส “4 G 52” ซึ่งเป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ แค็บเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,995 ซีซี.
ปี คศ. 1976 DAIHATSU Grand Taft 1600
ทางค่าย “DAIHATSU” ก็ได้มาเสริมกำลังให้รถจี๊ปขนาดเล็กตระกูล “Taft” ของตัวเองให้กำลังมาขึ้น โดยเพิ่มรุ่น “Grand Taft 1600” ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “12 R” ของ “TOYOTA” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,587 ซีซี.
SUSUKI Jimny 55 (SJ 10)
ค่าย “SUSUKI” ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับตระกูล “Jimny” อีกครั้งโดยตัวรถจะเปลี่ยนมาใช้รหัส “SJ 10” ส่วนขุมพลังเปลี่ยนจากตระกูล “L 50” มาเป็นตระกูล “LJ 50” ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเครื่องเบ็นซิน 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำเหมือนกันแต่เป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ ทำให้มีความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้นจาก 359 ซีซี.เป็น 539 ซีซี.
ปี คศ. 1977 SUSUKI Jimny 8 (SJ 20)
แม้ว่าทาง “SUSUKI” จะเน้นให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อตระกูล “Jimny” เป็นรถจี๊ปขนาดเล็กที่มีขุมพลังไม่ใหญ่นัก แต่เขาก็ต้องเพิ่มให้ขุมพลังมีกำลังมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นในรุ่น “Jimny 8” ที่มีตัวถังเดียวกับปีที่แล้วก็ได้ใช้ขุมพลังบล็อก “F 8 A” เครื่องยนต์เบ็นซิน 4 สูบ ( 4 จังหวะ) ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 797 ซีซี.
SUSUKI Jimny 55 (SJ 10-2)
ในช่วงเดือนกันยายนปีนี้ นอกจาก “SUSUKI” จะออก “Jimny” รุ่นใหม่คือ “Jimny 8” แล้ว ทางเค้าก็ยังเพิ่มให้รุ่น “Jimny 55” โดยได้เพิ่มความกว้างฐานล้ออีก 100 มม. และยังมีขนาดของถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้เลือกตั้งแต่ความจุ 26 ลิตรจนถึง 60 ลิตรเพื่อเพิ่มพิสัยการเดินทาง
ปี คศ. 1978 DAIHATSU Taft D 2500
เมื่อได้เพิ่มให้รถตระกูล “Taft” ของตัวเองมีขุมพลังเบ็นซินประจำการ 2 บล็อกคือ เครื่อง “2 F” 4 สูบ ขนาด 1.0 ลิตรและ “12 R” 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตรแล้ว ค่าย “DAIHATSU” ก็ได้เอาขุมพลังดีเซลมาให้เลือกใช้บ้าง โดยเป็นบล็อก “DG” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ขนาดความจุ 2,530 ซีซี.
SUSUKI Jimny 55 (SJ 10-3)
เป็นการเพิ่มแบบตัวถังจี๊ปตระกูล “Jimny” ให้หลากหลายขึ้นกว่าเดิม โดยในรุ่น “Jimny 55” นี้นอกจากจะมีฐานล้อกว้างแล้ว ยังเพิ่มประตูด้านข้างด้วย (จากเดิมใช้ประตูผ้าใบโครงเหล็กอย่างเดียว) ส่วนขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ตระกูล “F 8 A” ขนาด 800 ซีซี.เหมือนเดิม
ปี คศ. 1979 TOYOTA Land Cruiser 40
ในเดือนมีนาคมทางค่าย “TOYOTA” ก็ได้ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลที่ประจำการในตระกูล “Land Cruiser” ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานมลภาวะที่ประเทศญี่ปุ่นบังคับใช้ โดยปลดประจำการบล็อก “B” 4 สูบ ขนาด 3.0 ลิตรแล้วนำบล็อก “2 B” เครื่องดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 3,168 ซีซี.มาแทนใน “Land Cruiser” 4 รุ่นเดียวกันคือ BJ 41 V, BJ 41, BJ 44 V และ BJ 44
ISUSU Faster Rodeo 4 WD
“ISUZU” เป็นค่ายรถค่ายแรกของเมืองซามูไรที่นำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาใช้กับรถกระบะของตนเอง โดยเมื่อเดือนมิถุนายนได้นำมาเป็นหนึ่งในตระกูล “Faster” ที่จะต่อท้ายด้วย “Rodeo 4X4” ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “C 190” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 1,951 ซีซี.
TOYOTA Hilux 4x4 30/40
ห่างกันแค่สี่เดือนค่าย “TOYOTA” ก็แนะนำตัวกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อในเดือนตุลาคม ซึ่งก็คือ Hilux 4x4 ซึ่งล้อหน้าและหลังมีระบบกันกระเทือนแบบคานแข็ง-แหนบเหมือนกัน และใช้เครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “18 R” ที่เป็นเครื่อง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,986 ซีซี.
ปี คศ. 1980 TOYOTA Blizzard
อาจจะเป็นเพราะทางค่าย “TOYOTA” ได้ให้ขุมพลังไปซุกอยู่ใต้ฝากระโปรง “DAIHATSU Taft” ดังนั้นเมื่อเดือนเมษายนซึ่งโตโยต้าออกรถตระกูลใหม่ที่เป็นจี๊ปหลังคาแข็งขนาดเล็กตระกูล “Blizzard” จึงได้เอาตระกูล “Taft” มาเป็นแม่แบบ โดยขุมพลังที่ใช้ก็เป็นเครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “L” 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 2,188 ซีซี. 72 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม.
NISSAN Safasi 160
ทางค่าย “NISSAN” เริ่มเดินสายพานผลิตรถตรวจการขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นครั้งแรก โดยออกรถตระกูลใหม่เอี่ยม “Safari 160” ที่มีตัวถัง 3 แบบด้วยกัน คือ Hard Top, Hardtop Highroof และ Van 5 Doors ทั้ง 3 บอดี้ใช้ขุมพลังดีเซลรหัส “SD 23” ที่เป็นเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,246 ซีซี. 95 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 220 กก.-ม.
NISSAN Datsun 4 WD (720)
ย้อนกลับเอาชื่อเดิมของค่ายตัวเองมาเป็นรถกระบะตระกูลใหม่ “Datsun” ที่มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกใช้งาน โดยมีทั้งแบบซิงเกิ้ลแค็บและดับเบิ้ลแค็บ เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องเบ็นซินบล็อค “L 18” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด ,770 ซีซี.
TOYOTA Land Cruiser 60
ยึดรูปแบบรถจี๊ปขนาดกลางมานานพอถึงเดือนสิงหาคมค่าย “TOYOTA” ก็ได้แนะนำรูปแบบใหม่ของ “Land Cruiser” ที่ก้าวขึ้นมาเป็นรถตรวจการณ์ 5 ประตูอย่างเต็มตัว คือ “Land Cruiser 60” ซึ่งมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่น “FJ 60” ที่ใช้ขุมพลังเบ็นซินตระกูล “2 F” 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 4,230 ซีซี. และรุ่น “BJ 60” ที่ใช้ขุมพลังดีเซลตระกูล “3 B” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,431 ซีซี. 98 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 23.0 กก.-ม.
MITSUBISHI Pickup 4 WD
ค่ายมิซูมิชิทำรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อออกมาตามกระแสต้องการของตลาด โดยรถกระบะจากค่ายนี้จะใช้ขุมพลังเบ็นซินบล็อค “4 G 52” ซึ่งเป็นเครื่องแถวเรียง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,995 ซีซี. 100 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 17.0 กก.-ม. ที่วางใน “Jeep J 58” เหมือนกันนั่นเอง
ISUSU Faster Rodeo 4 WD
หลังจากที่เมื่อปีกลายได้ทำรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อออกมาเป็นค่ายแรก มาในพฤศจิกายนส่งท้ายปี 1980 “ISUZU” ก็ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้ใหม่โดยเพียงแค่แต่งหน้าทาปากนิดๆหน่อยๆ ขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล “C 190” 4 สูบ เวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 1,951 ซีซี. 62 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 12.5 กก.-ม.ตามเดิม
ปี คศ. 1981 MITSUBISHI Jeep J 57
หลังจากที่เงียบไปเพียง 5 ปี ทางค่าย “MITSUBISHIT” ก็ได้ขึ้นเจนเนอเรชั่นใหม่ให้กับตระกูล “Jeep ” ทั้งหมด โดยในรุ่น “J 57” จะมีขุมพลังให้เลือก 2 บล็อก คือ ถ้าเป็น รุ่น “J 57 110” จะเป็นเครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “4 G 53” ที่วางในรุ่น “J 56” ถ้าเป็นรุ่น “J 57 120” ก็จะวางเครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “G 54 B” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,555 ซีซี.
MITSUBISHI Jeep J 27
สำหรับรุ่น “J 27” ของตระกูล “Jeep ” นี้เป็นตัวที่มาแทน “J 20” โดยใช้ขุมพลังบล็อก “G 54 B” เช่นเดียวกับ “J 57” นะครับ
MITSUBISHI Jeep J 37
“Jeep J 37” จะเป็นแบบแวก้อน 5 ประตู ซึ่งทางค่าย “MITSUBISHIT” เน้นให้เป็นรถครอบครัว โดยทางขุมพลังที่ประจำการก็ยังเป็นบล็อก “G 54 B” เช่นเดียวกับตระกูลอื่นๆ

MITSUBISHI Jeep J 47
ส่วนรุ่น “J 59” ก็จะเป็นตัวถังอีกรูปแบบของตระกูล “Jeep ” ซึ่งทางค่าย “MITSUBISHIT” ได้ออกแบบให้มีถึง 9 ที่นั่งด้วยกัน และวางเครื่องยนต์บล็อก “G 54 B” เหมือนกัน
MITSUBISHI Jeep J 59
คราวนี้มาเน้นให้ประหยัดขึ้นกว่าเดิม โดยรุ่น “J 59” ที่มีตัวถังแบบจี๊ปขนาดเล็กจะใช้ขุมพลังเบ็นซินบล็อก “G 52 B” ที่เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,955 ซีซี. เหมือนกับรุ่น “J 58” ที่อยู่ในเจนเนอร์เรชั่นที่แล้ว
MITSUBISHI Jeep J 36 B
ถือว่าเป็นกองหนุนของรุ่น “Jeep J 37” โดยจะเป็นแบบแวก้อน 5 ประตูเหมือนกัน แต่รุ่น “J 36” จะวางเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “4 DR 5” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,659 ซีซี. 80 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 18.0 กก.-ม.
SUSUKI Jimny - SJ 30
มาที่รถจี๊ปขนาดเล็กตระกูล “Jimny” ของค่าย “SUSUKI” ก็ได้ขึ้นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ โดยทายาทที่มาแทนเมื่อเดือนพฤษภาคมจะใช้รหัสตัวรถว่า “SJ 30” โดยมีตัวถัง 4 แบบฐานล้อเดียวกัน ส่วนทางด้านขุมพลังจะใช้เครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “LJ 50” ซึ่งเป็นแบบแถวเรียง 3 สูบ 2 จังหวะ ขนาด 539 ซีซี. 28 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 5.4 กก.-ม. อันเป็นเครื่องยนต์ที่นำมาใช้ตั้งแต่ปี 1976
ISUSU Rodeo Big Horn (UBS 52)
หลังจากที่ “ISUSU” ประสบความสำเร็จในการเดินสายพานผลิตกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อตระกูล “Faster Rodeo” เค้าก็ตั้งแนวบุกตลาดรถตรวจการณ์ด้วยการออกรถตระกูลใหม่ “Rodeo Big Horn” เมื่อเดือนกันยายน โดยเป็นแบบแวก้อน 3 ประตู ใช้ขุมพลังดีเซลรหัส “C 223” ซึ่งเป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,238 ซีซี. 73 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 14.2 กก.-ม.
TOYOTA Blizzard
ค่าย “TOYOTA” เสริมกำลังให้กับตระกูล “Blizzard” ในเดือนตุลาคมด้วยการออกรุ่นใหม่มา 2 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่น “FRP” ก็จะเป็นแบบหลังคาผ้าใบที่ใช้ขุมพลังดีเซลบล็อก “L” เหมือนกับรุ่นแรก ส่วนรุ่น “Blizzard 3200” ก็จะมาใช้ขุมพลังดีเซลบล็อก “2 B” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,167 ซีซี. 93 แรงม้า
ปี คศ. 1982 TOYOTA Hilux 4 WD (30/40)
เดือนมีนาคมปีนี้ค่าย “TOYOTA” เพิ่มรุ่นให้กับตระกูลรถกระบะขับสี่ล้อในค่ายโดยทางด้านตัวรถจะมีแบบดับเบิ้ลแค็บเพิ่มขึ้นอีกแบบ ส่วนเครื่องยนต์ก็ยังมีเครื่องเบ็นซินตระกูล “L” แถวเรียง 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,188 ซีซี.มาให้เลือกอีกบล็อกด้วย
NISSAN Datsun 4 WD 720
ในช่วงเวลาเดียวกันค่าย “NISSAN” ก็จัดการเพิ่มรุ่นให้กับตระกูลรถกระบะขับสี่ล้อ “Datsun 4 WD” โดยในตัวถังที่มีตัวเก๋งธรรมดาก็จะเปลี่ยนเครื่องยนต์เบ็นซินที่จากเดิมเป็นตระกูล “L 18” มาเป็นตระกูล “Z 18” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,770 ซีซี. 90 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. จากนั้นก็ยังมีรุ่นตัวถังช่วงสั้นให้เลือก โดยจะมีแบบดับเบิ้ลแค็บที่ได้ขุมพลังดีเซลตระกูล “SD 22” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,164 ซีซี. 65 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม. ให้เลือกอีกด้วย
MITSUBISHI Pajero (L Model)
หลังจากที่ทางค่าย “MITSUBISHIT” เดินสายพานผลิตรถตระกูล “Jeep ” ที่เป็นรถจี๊ปขนาดเล็กและกลางมานาน เดือนพฤษภาคมปีนี้ก็ได้เปิดตัวรถตระกูลใหม่ที่เป็นรถตรวจการณ์ขับสี่ล้อขนาดเล็กภายใต้ชื่อว่า “Pajero” โดยตัวถังแบบ 3 ประตูจะมีสองแบบคือ แบบหลังคาผ้าใบและหลังคาแข็ง ส่วนทางด้านขุมพลังก็จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 บล็อก คือ เครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “G 63 B” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,997 ซีซี. 110 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “4 D 55” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,346 ซีซี. 75 แรงม้า และตระกูล “4 D 55 T” ที่นำระบบเทอร์โบชาร์จมาเป่าเสกเรียกกำลัง เป็น 95 แรงม้า
SUSUKI Jimny 1000 (SJ 40)
ทางค่าย “SUSUKI” ก็มีการปรับขบวนของตระกูล “Jimny” ใหม่ในเดือนสิงหาคม โดยออกตัวถังใหม่รหัส “SJ 40” ประมาณ 20 มม. โดยตัวถังจะมีความยาวและกว้างมากกว่าหน่อยหนึ่งด้วย ส่วนขุมพลังจะใช้เครื่องยนต์ตระกูล “F 10 A” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 970 ซีซี. 52 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 8.2 กก.-ม.
MITSUBISHI Delica 4 WD
มาถึงเดือนตุลาคม ค่าย “MITSUBISHIT” สร้างประวัติการณ์ที่ต้องจารึกอีกครั้ง ด้วยการนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาใช้กับรถตู้โดยสารตระกูล “Delica” (ซึ่งก็อาจจะถือว่าเป็นรถ “MPV” คันแรกของญี่ปุ่นได้ด้วย) โดยขุมพลังที่ใช้เป็นเครื่องยนต์บล็อก “G 62 B” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,795 ซีซี.
TOYOTA Land Cruiser 40
ค่าย “TOYOTA” ยังเดินสายพานผลิตรถตรวจการณ์ขนาดเล็ก “Land Cruiser 40” อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคมก็เปลี่ยนขุมพลังดีเซลจากตระกูล “2 B” มาเป็น “3 B” ซึ่งเป็นแบบ 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,431 ซีซี. 98 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 23.0 กก.-ม.



TOYOTA Land Cruiser 60
ในช่วงเวลาเดียวกันก็ก้าวขึ้นมารถตรวจการณ์ขนาดใหญ่ขึ้นคือตระกูล “Land Cruiser 60” ซึ่ง “TOYOTA” ก็ได้เปลี่ยนขุมพลังที่ประจำการในรุ่น “HJ 60 V” ที่เป็นแบบแวก้อน 5 ประตู โดยขุมพลังที่เอามาใช้เป็นเครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “2 H” แถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,980 ซีซี.
DAIHATSU Taft D 2800
มาที่รถขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดเล็ก “Taft” ของค่าย “DAIHATSU” ซึ่งได้นำเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “DG” ขนาด 2.5 ลิตรมาใช้เมื่อปี 1978 มาถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นตระกูล “DL” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,765 ซีซี.77 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 17.8 กก.-ม.
ISUSU Rodeo 4 WD
หลังจากเรียกตระกูลรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อของตัวเองว่า “Faster Rodeo 4 WD” มาจนถึงเดือนธันวาคมทางค่าย “ISUZU” ก็เปลี่ยนมาเรียกสั้นๆว่า “Rodeo 4 WD” แต่ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล “C 223” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,238 ซีซี.
MITSUBISHI Pickup 4 WD
ปิดท้ายปีด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อของค่าย “MITSUBISHIT” ที่ได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์เปลี่ยนชุดไฟหน้าใหม่โดยขุมพลังที่ใช้จะเป็นเครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “G 63 B” ” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,997 ซีซี.
ปี คศ. 1983 MITSUBISHI Pajero Metaltop
หลังจากคลอดตระกูล “Pajero” ออกมาได้ไม่ถึงปีดี เดือนมีนาคมปีนี้ค่าย “MITSUBISHIT” ก็เปลี่ยนขุมพลังที่ประจำการอยู่ในตัวถังแวก้อน 3 ประตูหลังคาแข็งที่เรียกว่า “Metaltop” โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบ็นซินตรกูล “G 63 B” ” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,997 ซีซี.145 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 22.0 กก.-ม
NISSAN Datsun 4 WD 720
สำหรับรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อของค่าย “NISSAN” ซึ่งใช้ชื่อตระกูลว่า “Datsun” นี้ในเดือนเมษายนก็ได้หัวเก๋งแบบ “King Cab” มาใช้ ส่วนเครื่องยนต์ก็เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “SD 22” มาเป็นบล็อก “SD 23” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,289 ซีซี.
SUSUKI Jimny SJ 30/40
สำหรับรถจี๊ปขนาดเล็กตระกูล “Jimny” นั้นในเดือนกรกฎาคมปีนี้ค่าย “SUSUKI” ได้ทำการปรับปรุงภายในห้องโดยสารของตัวถัง “SJ 30” และ “SJ 40” ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
NISSAN Safari 160
รถตรวจการณ์ตระกูล “Safari” ของค่าย “NISSAN” ถูกเปลี่ยนขุมพลังจากบล็อก “SD 33” ที่เป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,246 ซีซี. มาเป็นบล็อก “SD 33 T” ซึ่งนำระบบเทอร์โบชาร์จมาช่วยเรียกกำลังได้มากขึ้น
TOYOTA Hilux 4 WD
แม้ว่าเพิ่งจะนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาใช้กับรถกระบะตระกูล “Hilux” เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เดือนพฤศจิกายนปีนี้ก็จัดการขึ้นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ โดยทายาทที่มาแทนจะมีตัวเวอร์ชั่นขับเคลื่อนสี่ล้อมากขึ้น คือ ตัวรถจะมีทั้งแบบช่วงสั้น ช่วงยาวหัวเก๋งธรรมดาและดับเบิ้ลแค็บส่วนขุมพลังที่ใช้ก็เป็นเครื่องยนต์เบ็นซินบล็อค “3 Y-J” ซึ่งเป็นเครื่องแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 1,998 ซีซี. 88 แรงม้าและเครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “2 L” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,446 ซีซี.
MITSUBISHI Delica 4 WD
มาที่รถตู้โดยสารตระกูล “Delica” ของค่าย “MITSUBISHIT” ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนทางเค้าได้เปลี่ยนขุมพลังให้มีกำลังมากขึ้น คือจาบล็อคเบ็นซิน “G 62 B” ก็เปลี่ยนมาเป็น “G 63 B” ซึ่งเป็นเครื่องแถวเรียง 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,997 ซีซี. 91 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 15.4 กก.-ม
ปี คศ. 1984
ISUZU Big Horn UBS 52
ลักษณะเดียวกันกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ คือ ในตระกูลรถตรวจการณ์ “Rodeo Big Horn” นั้น เมื่อเดือนมกราคมก็เปลี่ยนมาเรียกชื่อเป็น “Big Horn” ขุมพลังที่ประจำการอยู่นอกจากจะมีเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “C 223” แล้วยังนำเครื่องยนต์เบ็นซิน “G 200” ที่เป็นแบบ 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,949 ซีซี. มาประจำการอีกบล็อกหนึ่งด้วย
MITSUBISHI Delica 4 WD
แม้ว่าทางค่าย “MITSUBISHIT” จะเพิ่งปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เบ็นซินที่วางใน “Delica” ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่พอเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เค้าก็ได้นำเครื่องยนต์มาให้เป็นตัวเลือกอีกสองบล็อก คือ “4 D 55” และ “4 D 55 T”
DAIHATSU Rugger p 35
หลังจากที่ “DAIHATSU” เอาเครื่องยนต์เบ็นซิน “12 R” ของค่ายโตโยต้ามาใช้ในตระกูล “Taft” และต่อมาค่าย “TOYOTA” ก็ได้นำรถตระกูลนี้เป็นแม่แบบให้กลับ “Blizzard” ปรากฏว่าพอถึงเดือนพฤษภาคม ทางค่าย “DAIHATSU” ได้ขึ้นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ให้กับ “Taft” โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “Rugger” และใช้ขุมพลังดัเซลตระกูล “DL” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,765 ซีซี.
TOYOTA Blizzard
อย่างพร้อมเพียงกันค่าย “TOYOTA” ก็ได้ขึ้นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ใหม่ให้กับตระกูล“Blizzard” ซึ่งตัวใหม่นี้จะเหมือนกับ “Rugger” ของค่าย “DAIHATSU” โดยเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องดีเซลบล็อก “2 L” แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,446 ซีซี.
TOYOTA Hilux Surf 60
เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในเดือนเพฤษภาคมทางค่าย “TOYOTA” ก็ได้คลอด “Hilux Surf 60” ซึ่งจะเป็นการนำรถกระบะขับสี่ล้อรุ่น “Hilue FRP” มาผสมผสานแบบแวก้อน ด้วยการเอาหลังคาไฟเบอร์มาครอบที่กระบะท้าย ขุมพลังมีให้เลือก 2 เครื่อง บล็อกแรก คือ “3 Y-J” เครื่องเบ็นซิน ขนาด 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล “2 L” ขนาด 2.5 ลิตร
MITSUBISHI Pajero Sport Turbo
เมื่อเดือนมิถุนายน “MITSUBISHIT” ได้ออกรุ่นพิเศษให้กับตระกูล “Pajero” โดยเน้นให้มีความสปอร์ตดุดันมากกว่าธรรมดาเครื่องยนต์มีให้เลือก 2 บล็อก คือ เครื่องเบ็นซิน “G 63 B” และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ “4 D 55 T”
SUSUKI Jimny SJ 30
แม้ว่ามี “Jimny” ตัวถัง “SJ 40” ที่มีขนาดเขื่องกว่าหน่อยออกจำหน่าย แต่ทางค่าย “SUSUKI” ก็ยังคงส่งจี๊ปขนาดเล็ก “SJ 30” ขึ้นโชว์รูม โดยในเดือนกรกฎาคมปีนี้ก็ได้ปรับปรุงระบบพวงมาลัยและคอนโซลกลางใหม่
DAIHATSU Rugger
แม้ว่าจะเพิ่งออกมาลุยเมื่อต้นปี แต่พอเดือนกันยายน ค่าย “DAIHATSU” ก็ได้ปรับขุมพลังให้มีกำลังมากขึ้น โดยเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “DL” ขนาด 2.8 ลิตรก็ได้ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์มาช่วยเรียกกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 94 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 23.0 กก.-ม.
TOYOTA Hilux Surf
ในเดือนเดียวกันตระกูล “Hilux Surf ” ของค่าย “TOYOTA” ก็ใช้ขุมพลังดีเซลใหม่ เป็นบล็อก “2 L-T” ซึ่งเป็นเครื่องดีเซล เทอร์โบ 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 25 ลิตร 85 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 19.2 กก.-ม
TOYOTA Land Cruiser 70
ทางค่าย “TOYOTA” ได้ฤกษ์ขึ้นเจนเนอเรชั่นใหม่ให้กับตระกูล “Land Cruiser 40” ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตระกูล “Land Cruiser 70” ที่เป็นทายาทนั้นเต้าทำออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือ “BJ 70” และ “BJ 73” ซึ่งวางครื่องดีเซลบล็อก “3 B” ที่เป็นแบบ 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,431 ซีซี.
SUSUKI Jimny JA 51
ในช่วงเดือนสิบเอ็ดเหมือนกัน ทางค่าย “SUSUKI” ออก “Jimny” ตัวใหม่ในรหัสตัวถัง “JA 51” ซึ่งถือว่าเป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ของตระกูล เครื่องยนต์ที่ใช้จะมีขนาดเขื่องขึ้น คือ เป็นเครื่องเบ็นซินบล็อค “G 13 A” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 1,324 ซีซี. 70 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม
TOYOTA Land Cruiser 60
สำหรับตระกูล “Land Cruiser 60” ที่ถือว่าเป็นรถตรวจการณ์ใหญ่สุดของค่าย “TOYOTA” ก็ได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยเครื่องยนต์ที่นำมาประจำการคือขุมพลังดีเซลบล็อก “2 H” ซึ่งเอามาใช้กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเป็นครั้งแรก
TOYOTA Land Cruiser FJ 62 V
ในรุ่น “FJ 62 V” ของตระกูล “Land Cruiser 60” ที่เป็นแบบแวก้อนก็มีการเปลี่ยนขุมพลังเบ็นซินใหม่จากบล็อก “2 F” มาเป็นแบบ “3 F” 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,955 ซีซี.
ปี คศ. 1985
MITSUBISHI Pajero
ในเดือนพฤษภาคมทางค่าย “MITSUBISHIT” ออกได้ออกรถรุ่นใหม่ให้กับตระกูล “Pajero” ในชื่อรุ่น “Metaltop” ที่ใช่เกียร์อัตโนมัติ
ISUZU Rodeo 4 WD
เดือนห้าแหมือนกันที่ “ISUZU Rodeo” ได้ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ใหม่ แต่ทางด้านขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลบล็อก “C 223” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,238 ซีซี. 82 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 18.1 กก.-ม
ISUZU Big Horn (UBS 52/12)
แม้ว่าค่าย “ISUZU” จะเพิ่งเดินสายพานผลิตตระกูล “Big Horn” ออกมาได้ประมาณ 4 ปีแต่ก็จะมีตัวถังแบบเดียวคือ แบบแวก้อน 3 ประตู และในเดือนมิถุนายนปีนี้ก็ได้ทำแบบแวก้อน 5 ประตูตามออกมาอีกโดยยังคงใช้ขุมพลังเบ็นซิน “G 200” และดีเซล “C 223” แต่ได้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะมาใช้ด้วย
NISSAN Datsun 4 WD D21
เดือนสิงหาคมปีนี้ ทางค่าย “NISSAN” ขึ้นไมเนอร์เชนจ์ให้กับรถกระบะตระกูล “Datsun” ใหม่หมด โดยทางขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “Z 18” และดีเซลตระกูล “SD 23” อยู่เหมือนเดิม
TOYOTA Hilux & Hilux Surf 4 WD
ในเดือนเดียวกัน “TOYOTA” ก็ได้เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าให้กับตระกูล “Hilux” และ “Hilux Surf ” จากแบบคานแข็ง-แหนบมาเป็นแบบปีกนก 2 ชั้น ทอชั่นบาร์
DAIHATSU Rugger
เมื่อปีที่แล้วทางค่าย “DAIHATSU” ได้ออกรถตระกูล “Rugger” ไปเมื่อต้นปีจากนั้นพอปลายปีก็ได้นำระบบเทอร์โบมาใช้กับขุมพลังของตัวเอง ซึ่งมาเดือนกันยายนนี้ ทางเค้าก็ได้ออกตัวถังใหม่แบบแวก้อน 3 ประตูที่เรียกว่า “Metaltop” มาสมบทอีกรุ่น
TOYOTA Blizzard
ในช่วงเวลาเดียวกันทางตระกูล “Blizzard” ของค่าย “TOYOTA” ที่เป็นแฝดคนละฝากับ “DAIHATSU Rugge” ก็ได้ขุมพลังใหม่คือ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์เบ็นซิน “2 L” ธรรมดามาเป็นเครื่องยนต์เบ็นซินเทอร์โบ “2 L-T” ที่สามารถเรียกม้าได้ 85 ตัวและมีแรงบิดสูงสุด 19.2 กก.-ม.
TOYOTA Land Cruiser 70
สำหรับทางตระกูล “Land Cruiser 70” ที่เพิ่งเดินสายพานผลิตไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มาในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ โดยเปลี่ยนระบบกันสะเทือนมาเป็นแบบคอยล์สปริง พร้อมกันนี้ถ้าเป็นรุ่น “LJ 71” ก็จะมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบตระกูล “2 L-T” 4 สูบ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 2,446 ซีซี. ส่วนในรุ่น “BJ 71” และ “BJ 74” จะมาใช้ขุมพลังดีเซลเทอร์โบตระกูล “13 B-T” 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,341 ซีซี.
TOYOTA Land Cruiser HJ 61 V
รุ่น “HJ 61 V” ตระกูล “Land Cruiser ” นั้นทางค่าย “TOYOTA” นำเอามาแทนรุ่น “FJ 62 V” ที่เพิ่งเปลี่ยนขุมพลังไปเมื่อปลายปี 1984 โดยรุ่นนี้จะวางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส “2H-T” ที่เป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 3,980 ซีซี. 135 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 32.0 กก.-ม.
SUSUKI Jimny JA 51
ทางค่าย “SUSUKI” ออกตัวถังแบบ “High Roof” ให้กับตัวถังรหัส “JA 51” ในตระกูล “Jimny” ซึ่งก็จะมีลักษณะคล้ายกับ “Caribian” ในบ้านเรานั่นเอง
TOYOTA Hilux Surf
หลังจากเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าไปไม่กี่เดือน ปรากฏว่าทางค่าย “TOYOTA” ก็ส่งท้ายปีให้กับ “Hilux Surf ” ด้วยการเอาขุมพลังดีเซลเทอร์โบตระกูล “2 L-T” มาใช้คู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะเป็นครั้งแรก
ปี คศ. 1986
SUSUKI Jimny JA 71
มาที่ตระกูล “Jimny” อีกครั้ง โดยในรุ่นตัวถังแบบ “SJ 30” นั้นทางเค้าก็จะใช้ขุมพลัง 3 สูบ 2 จังหวะรหัส “LT 50” พอมาในรุ่นตัวถังแบบ “JA 71” นั้นที่ออกมาขึ้นโชว์รูมในเดือนมกราคม ปรากฏว่าจะมีตัวถังเดียวกับทาง “SJ 30” แต่ทางด้านขุมพลังจะเปลี่ยนมาเป็นแบบ 3 สูบ 4 จังหวะ แค็มเดี่ยว (SOHC) ขนาด 543 ซีซี. รหัส “F 5 A” โดยปั่นม้าออกมาได้ 42 ตัวและมีแรงบิดสูงสุด 5.9 กก.-ม.
MITSUBISHI Pajero (P Model)
ย่างขึ้นเดือนเจ็ด “MITSUBISHIT” ขึ้นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ให้กับตระกูล “Delica” ซึ่งทายาทที่ออกมาแทนนี้จะมีพื้นที่ภายในห้องโดยสาใหญ่ขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนขุมพลังที่ประจำการอยู่เปลี่ยนจากขุมพลังดีเซล “4 D 55” มาเป็นเครื่องดีเซลบล็อก “4 D 56”
NISSAN Datsun 4 WD (D 21)
มาในปี คศ. 1986 นี้ ทางค่าย “NISSAN” ได้เปลี่ยนขุมพลังของกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ “Datsun” โดยเครื่องยนต์ที่นำมาประจำการเป็นเครื่องเบ็นซินบล็อค “Z 20 S” ที่เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,952 ซีซี. 88 แรงม้าที่ 5,000 รตน. และมีแรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม. ที่ 3,200 รตน.
NISSAN Terrano
เดือนสิงหาคมค่าย “NISSAN” ออกรถตรวจการณ์ใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นน้องเล็กของตระกูล “Safari” นั่นคือ “Terrano” ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลตระกูล “T 27” เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ 8 วาล์ว โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 2,663 ซีซี. 85 แรงม้าที่ 4,300 รตน. และมีแรงบิดสูงสุด 18.0 กก.-ม. ที่ 2,200 รตน. โดยระบบกันสะเทือนของรถตรวจการณ์ตระกูลนี้ด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระ ปีกนก ทอร์ชั่นบาร์ ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานแข็งคอยล์สปริง อาร์มยึด 5 จุด
TOYOTA Land Cruiser 60
ในช่วงเดือนแปด “TOYOTA” ออกรุ่นใหม่ให้กับตระกูล “Land Cruiser 60” ในชื่อรุ่น “VX” ซึ่งเน้นเรื่องความหรูหราสะดวกสบายเป็นพิเศษ ระบบส่งกำลังจะมีเกียร์อัตโนมัติให้ใช้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
TOYOTA Blizzard
ในเดือนเดียวกันนั้น ทางค่าย “TOYOTA” ก็ได้เปลี่ยนระบบถ่ายทอดกำลังให้กับรถตระกูล “Blizzard” จากเดิมที่เมื่อจะเปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อโดยกดปุ่มสวิทช์ไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนมาเป็นแบบคันโยกที่ทนทานและดูแลรักษาได้ง่ายกว่า
TOYOTA Hilux 4 WD 60
เดือนตุลาคม ค่าย “TOYOTA” เปลี่ยขุมพลังที่ประจำการอยู่ในกระบะ “Hilux 4 WD” ใหม่เป็นเครื่องยนต์เบ็นซินตระกูล “3 Y-J” แบบแถวเรียง 4 สูบ โอเวอร์เฮดวาล์ว (OHV) ขนาด 1,998 ซีซี.
MITSUBISHI Jeep J 53
แม้ว่าค่ายต่างๆ จะออกรถขับเคลื่อนสี่ล้อประเภทจี๊ปกันมากขึ้น แต่ “MITSUBISHIT” ก็ยังมีตระกูล “Jeep” เป็นตัวเอกคันหนึ่งอยู่เหมือนเดิม และในรุ่น “J 53” เค้าก็ได้เอาขุมพลังดีเซลเอทร์โบ “4 DR 6” ซึ่งเป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ (SOHC) ขนาด 2,659 ซีซี. 94แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 21.0 กก.-ม.
ISUZU Rodeo 4 WD
ส่วนรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อตระกูล “Rodeo” ก็ขึ้นไมเนอร์เชนจ์เป็นการส่งท้ายปี โดยทางค่าย “ISUZU” ก็เพียงเปลี่ยนหน้าตาให้เด่นสะดุดตาเป็นส่วนใหญ่






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่แจ้งเพื่อนำขึ้นกระทู้พิเศษ

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  

คำตอบที่ 1
       ขอร่วมทีมด้วย





หวัดดีครับ น้าsuper-A เข้าไปดูใน email ของน้าsuper-A ซิครับ
จาก : nanabhe(nanabhe) 11/4/2554 9:05:34 [124.121.167.4]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

sunsumran จาก Super-A 125.25.54.11 เสาร์, 9/4/2554 เวลา : 23:23   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 46494

คำตอบที่ 2
       ถ้ามีภาพให้ดูด้วย สุดยอดเลยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

weeknet จาก weeknet 113.53.221.91 พฤหัสบดี, 2/6/2554 เวลา : 19:57   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 47385

คำตอบที่ 3
       อยากเห็นภาพประกอบด้วยครับ ใครพอมีภาพบ้างช่วยลงให้ดูหน่อยครับ

 แก้ไขเมื่อ : 2/11/2554 7:52:52



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

suwit new จาก ซูซ่า 118.172.85.86 พุธ, 2/11/2554 เวลา : 07:48   

edit แก้ไขคำตอบ   delete ลบคำตอบ 48628

      

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  



website รองรับการใช้งานทุกระบบปฏิบัติการของ PC Tablet SmartPhone ทุกระบบสามารถโพสข้อความและรูปภาพได้โดยไม่ต้องย่อไฟล์
เพื่อความปลอดภัยในการใช้ website WeekendHobby.Com สมาชิก เท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ หรือ ตอบกระทู้ได้ครับ
Login Click ที่นี่
สมัครสมาชิก Click ที่นี่






Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net  facebook.com/WeekendHobby     วันอาทิตย์,23 กรกฎาคม 2560 (Online 1051 คน)
                                       

ประกัน รถยนต์     <||>    ประกัน รถยนต์ ที่ไหน ดี     <||>    ประกัน ชั้น 1

ประกันรถยนต์     <||>    ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1    <||>     ประกันรถยนต์ 3พลัส     <||>    ประกันเดินทาง

หา ราย ได้ พิเศษ     <||>    อาชีพ ราย ได้ ดี     <||>    งาน ขับ รถ     <||>    งาน part time