WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net


ขอข้อมูลไปนำตกเต่าดำ จ.กำแพงเพชร ครับ

จาก ball
202.129.8.8
จันทร์ที่ , 16/7/2544
เวลา : 00:27

อ่านแล้ว = 283 ครั้ง


       ขอข้อมูลไปน้ำตกเต่าดำ จ.กำแพงเพชร ครับ จะไปช่วง 11-13 สิงหาคม (คงโดนฝนแน่) ทางจะลำบากมากไหมครับ แกรนดิส 4WD ยาง BF M/T 31 " ไม่มีวิ๊นซ์ พอไปได้ไหม ไปอ่านจาก ทริปน้ำตกเต่าดำแล้ว เลยอยากไปบ้างครับ.



คำตอบที่ 1
       ไม่ทราบว่าไปคันเดียวหรือไปเป็นกลุ่มครับ เพราะไม่มีวินซ์ไปหน้าฝนนี่มีติดแน่นอน หน้าฝนน้ำตกเต่าดำไม่เคยมีใครเข้าถึงนอกจากจะพันโซ่เข้าไป แต่ไม่แนะนำนะครับเพราะจะทำให้ทางเสียหายมาก เอาไว้ไปหลังฝนดีไหม

พี่ณรงค์ ช่วยบรรยายเส้นทางเข้าไปหน่อยสิครับช่วงหน้าฝนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตอนที่ผมเข้าไปนั้นฝนหยุดตกไปบ้างแล้วทางไม่ค่อยมีอะไรมาก

จาก นพ nop 203.149.36.16 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 09:14   


คำตอบที่ 2
       ผมแนะนำให้ไปช่วงเดือน พฤศจิกายน ครับ ช่วงนี้ไม่มีใครใช้ทางครับ เพราะอันตรายมาก มีโอกาสตกเขา เพราะทางที่ไปจะไต่ขอบหน้าผาชัน และลื่น จนควบคุมรถไม่ได้ (หน้าผาสูงประมาณ 200 เมตร) ตกลงไปตายอย่างเดียว
ช่วงนี้ชาวบ้านจะจำศีลกันหมด ไม่ออกมาข้างนอก ยางขนาดใหญ่ก็ใช่ว่าจะเข้าไปได้ นอกจากพันโซ่แล้ว อาจจะต้อง ใช้เชือกดึงท้ายเวลาลงเขาด้วย เพราะทางหักศอกไปมา และควบคุมรถไม่ได้ แค่ทางไปบ้านโล่ะโค่ะยังยากแล้วเลยครับ จากโล่ะโค๊ะไปเต่าดำ ยากกว่าอีกหลายเท่าเลยครับ

จาก Ting webmaster 203.148.176.209 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 11:21   


คำตอบที่ 3
       นับเป็นเวลานานพอสมควรที่เรามีโอกาสได้รู้จักชื่อของ "น้ำตกเต่าดำ" สายธารอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนตัว อยู่กลางผืนป่าคลองวังเจ้า จ. กำแพงเพชร ผ่านหน้านิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่งในปี 2539 และ ในครั้งนั้นเองทำให้เราเกิดความคิดอยากเดินทางไปเยือนสักครา แต่ก็ยังไม่มีโอกาส จนวันเวลาผ่านไป เกือบครึ่งทศวรรษ

และแล้วในวันหนึ่งของต้นฤดูร้อน เราออกเดินทางท่องไปบนเส้นทางหมายเลข 1 ด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซูซูกิ แคริเบียน ผ่านพื้นที่ 4 หัวเมืองแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดเผา กว่าจะไปถึงตลาดคลองวังเจ้า เวลาก็ล่วงเข้าเกือบๆ 5 โมงเย็น

อช. คลองวังเจ้า ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ. โกสัมพี จ. กำแพงเพชร สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในเขต อุทยาน ฯ ประกอบไปด้วย "น้ำตกคลองวังเจ้า" ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการ 1.4 กม. มีความสูงประมาณ 20 เมตร "น้ำตกสมอกล้วย" เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการเพียง 1.5 กม. มีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน "จุดชมวิวผาตั้ง" ตั้งอยู่ริมเส้นทางสู่หมู่บ้านโละโคะ เหมาะเป็นจุดชม พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และป่าเปลี่ยนสีในหน้าแล้ง "เส้นทางศึกษาธรรมชาติ" มีด้วยกัน 2 แห่งคือ เส้นทางศึกษาสวนไผ่ ระยะทาง 1.5 กม. เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสภาพป่าและพันธุ์ไผ่ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด ส่วนเส้นทางที่สองเป็นเส้นทางเขาหมี ระยะทางประมาณ 2 กม. เหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติด้วย ตนเอง เพื่อการดูนกและศึกษาพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ โดยเส้นทางจะผ่านไปตามป่าหลายชนิด

นอกจากนี้แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมาก เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอช. ไม่ว่าจะเป็น "น้ำตกคลองโป่ง" เป็นน้ำตกหินชนวนมีทั้งหมด 4 ชั้น ความสูงประมาณ 100 เมตร ในฤดูที่มีความชื้นสูงจะพบกล้วยไม้ประเภทลิ้นมังกรขึ้นอยู่ทั่วไป และบนเส้น ทางเดินเท้าสู่น้ำตกแห่งนี้จะผ่าน "โป่งแกสธรรมชาติ" และ "ดงเฟิร์น" พันธุ์นาคราชใบหยาบ หรือพญา นาคราช รวมกันอยู่หนาแน่นบนพื้นที่กว้างประมาณ 1 ไร่ "เขาเย็น ยอดเขาเย็น" เป็นยอดเขาที่สูงสุด ใน อช. คลองวังเจ้า ความสูง 1,898 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีสภาพอากาศหนาวเย็น ความชื้นสูง ตลอดปี

ส่วน "น้ำตกเต่าดำ" ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราวางไว้ในการเดินทางนั้น จะอยู่ห่างจากที่ทำการอช. ไปตามเส้นทางเหนือขุนเขาประมาณ 30 กม. เส้นทางเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นช่วงฤดูมรสุม คงสร้างปัญหาให้กับเราอยู่ไม่น้อย แต่ในฤดูร้อนเช่นนี้แล้ว ไร้ซึ่งปัญหาใดๆ สำหรับรถคู่ชีพของเรา หลังจากออกจากป่าไผ่ เส้นทางก็ตัดลงสู่ที่ราบลุ่ม อุปสรรคแรกของเราเกิดขึ้นทันที เมื่อมาพบกับสะพาน ไม้เหนือลำธารสายหนึ่ง ซึ่งต่างจากที่เราเคยข้ามมาคือ เป็นสะพานที่สร้างจากต้นไม้ผ่าซีกวางพาดอยู่ เหนือลำธาร โดยวางอยู่ในตำแหน่งเท่ากับความกว้างของฐานล้อรถพิคอัพ ซึ่งชาวบ้านแถบนี้ใช้กันอยู่ พอดิบพอดี มันจึงก่อปัญหาสำหรับเจ้าตัวเล็ก ซูซูกิ แคริเบียน ที่ช่วงฐานล้อแคบกว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ ลงไปบอกไลน์ เราเจออุปสรรคลักษณะนี้ถึง 3 จุดกว่าจะถึงหมู่บ้านโละโคะ ชุมชนใหญ่ของชาวไทยภูเขา ก่อนเดินทางต่อไป ซึ่งเหลือระยะทางที่ต้องฝ่าฟันอีกประมาณ 10 กว่ากม.

เมื่อออกจากหมู่บ้านมาได้ไม่ไกล เส้นทางก็เริ่มสูงชัน และทุรกันดารกว่าที่ผ่านๆ มาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งลึกเข้าไปความชุ่มชื้นก็เริ่มปรากฏให้เห็นแทนความแห้งแล้ง ครั้นผ่านภูเขาเส้นทางก็ตัดสู่ที่ราบที่เต็มไป ด้วยไร่ข้าวโพดซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวแล้วของบ้านป่าคา บริเวณนี้เป็นทุ่งโล่งกินพื้นที่กว้างใหญ่ ออกจาก บ้านป่าคาได้ไม่เท่าไหร่ เราก็มาพบทางแยกเบื้องขวา ที่ทอดตัวสู่เขาเย็นซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆ ทำให้เราหวั่นใจว่า หากเมฆก้อนนั้นเปลี่ยนเป็นฝนและพัดมาทางเรา คงสร้างปัญหาให้กับเราอย่าง แน่นอน ถ้านำรถเข้ามา 2-3 คันยังพอทำเนา แต่นี่มาแค่คันเดียว อุปกรณ์ติดรถก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย

ขับรถมาจนเจอกับประตูไม้กั้นเส้นทาง ที่ตลอดแนวซ้ายและขวามีรั้วรอบขอบชิดเสมือนเป็นที่ส่วนบุคคล ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าคงหลงทางเสียแล้ว แต่เมื่อชำเลืองไปเห็นป้ายที่เขียนไว้ว่า "น้ำตกเต่าดำ 400 เมตร เปิดประตูแล้วกรุณาปิดด้วย" จึงทำให้ใจชื้นขึ้น เราลัดเลาะผ่านป่าที่เต็มไปด้วยพืชตระกูลปาล์ม ลงสู่หุบเบื้องล่างช้าๆ จนมาสุดทางที่ขอบหน้าผาแห่งหนึ่ง

เมื่อดับเครื่องยนต์และลงจากรถ เราก็ได้ยินเสียงกระหึ่มของน้ำตกอยู่ทางเบื้องขวา จากหน้าผาบริเวณนี้ เราสามารถมองลอดผ่านม่านของต้นไผ่เห็นสายน้ำตกอยู่ห่างออกไป พวกเราตัดสินใจรับประทานอาหาร เที่ยงกันก่อนลงไปเยือนน้ำตกเต่าดำ เพื่อเป็นการเสริมพลังให้กับร่างกาย หลังพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งเราก็ คว้าอุปกรณ์ถ่ายภาพเดินลัดเลาะลงไปยังตัวน้ำตก ตามป้ายบอกทางที่เขียนบอกระยะไว้ว่า "200 เมตร"

แต่เมื่อเรามายืนอยู่ขอบหน้าผา และมองลงไปตามเส้นทางที่เห็นรอยทางเดิน ก็เริ่มประจักษ์แจ้งเห็น จริงแล้วว่า 200 เมตรต่อไปนี้ ไม่ธรรมดาเสียแล้ว การลงไปของเราเรียกได้ว่าไม่ใช่การเดิน แต่เป็น การเอาก้นกระเถิบลงไปมากกว่า โดยผ่านไปตามป่าไผ่ที่มีลำต้นขนาดใหญ่ ครั้นลงมาถึงลำธาร เราเดิน ย้อนขึ้นไปเล็กน้อยก็ต้องตะลึงกับความใหญ่โตของสายธารกลางขุนเขาที่ชื่อว่า น้ำตกเต่าดำ

ในช่วงที่กำลังเพลิดเพลินกับสายน้ำอยู่นั้น เราก็ได้ยินเสียงฟ้าคำรามครืนๆ มาแต่ไกล เป็นสัญญาณบอกให้ เราได้รับทราบว่าเวลาในการชื่นชมสายธารแห่งนี้ใกล้หมดลงแล้ว ความกังวลเริ่มเข้ามารบกวนจิตใจ เราอีกครั้ง จึงตะโกนเรียกช่างภาพหนุ่มน้อยที่สาละวนกับการเก็บภาพมุมต่างๆ ของน้ำตกให้เร่งมือ

เราตะเกียกตะกายย้อนกลับไปทางเก่า หลังจากเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว ขาลงมานั้นแสนลำบากยังไง ขาขึ้นลำบากกว่าเป็น 3 เท่า ความชันของสันเขาที่อยู่ตรงหน้า เมื่อคำนวณจากสายตาคิดว่าประมาณ 30 องศาลงมา

พอหลุดพ้นเนินชันมาได้พวกเราก็มานอนแผ่หลา และพักผ่อนอยู่ครู่ใหญ่ จึงออกเดินทางกลับ เมื่อผ่านพ้น ประตูไม้ที่ขวางเส้นทาง สายฝนก็โปรยลงมากระทบกระจกหน้ารถ ไม่นานก็เริ่มถี่ขึ้น เส้นทางที่เคยแห้ง กลับชุ่มไปด้วยสายน้ำ ยางออลล์ เทอร์เรนที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ตลอดมา เริ่มแผลงฤทธิ์เมื่อมาเจอ กับทางลูกรังที่เหนียวลื่นพอเหมาะจับเกาะล้อจนกลายสภาพเป็นโดนัท เป็นผลให้เจ้าตัวเล็กซูซูกิ แคริ เบียน เลื่อนไปไหลมาจนยากจะควบคุมให้วิ่งตรงทางได้ บางครั้งวิ่งๆ อยู่ก็กลายเป็นจระเข้ขวางคลอง ต้องอาศัยวิ่งไปตามร่องน้ำให้บังคับล้อไปในตัว

อาการเหล่านี้ถ้าเกิดบนทางราบคงไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อผ่านบ้านป่าคาที่เป็นเส้นทางบนภูเขา ขาลงที่เป็น โค้งหักศอก เจ้าตัวเล็กของเราก็ออกอาการอีกครั้ง มันไม่ยอมเข้าไลน์ พอเหยียบคันเร่งส่งกลับปล่อย ให้ท้ายออกนำจนขวางถนนกลางเนิน เมื่อเหยียบคันเร่งหนีมันก็ไถลขวางลงเนินไปเรื่อยๆ

สนุกล่ะคราวนี้ ! อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอสำหรับการเที่ยวรูปแบบนี้ หน้าร้อนแท้ๆ กลับมีฝนเทลงมา นี่แหละหนา ที่เขาเรียกว่าความไม่แน่นอนของธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติ

พวกเราเห็นท่าไม่ดี หากปล่อยให้เป็นแบบนี้มีสิทธิพลิกคว่ำได้ จึงกระโดดลงจากรถ ลากวินช์ที่อยู่หน้า รถไปเกี่ยวกับต้นไม้เพื่อเปลี่ยนทิศทางหน้ารถให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะค่อยๆ หย่อนลงมาช้าๆ ไปยังปลาย เนิน

เราลุมาถึงที่ทำการอช. ประมาณเกือบ 3 ทุ่ม แผนการที่วางไว้ต้องเปลี่ยนไป โดยในตอนแรก เราวางแผนว่าจะเดินทางต่อไปยัง อช. น้ำตกคลองลาน และต่อด้วย อช. แม่วงศ์ทันที แต่เวลาที่ล่วง เลยมาจนป่านนี้ ทำให้ต้องพักค้างแรมที่ อช. คลองวังเจ้ากันอีกคืน

วันรุ่งขึ้นเราออกเดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 1109 ครั้นเลยบ้านหนองแดนบริเวณกม. ที่ 19-20 เลี้ยวขวาไปตามทางลูกรังผ่านบ้านไร่พิจิตร ประมาณ 10 กม. จึงมาเจอเส้นทางหมายเลข 1116 ถึงหลักกม. ที่ 17-16 เลี้ยวขวาตามเส้นทางราดยางรพช. วิ่งไปประมาณ 13 กม. เลี้ยวซ้ายขึ้น เส้นทางหมายเลข 1139 และเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 1117 ผ่าน อ. คลองลาน มาถึงกม. ที่ 46 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ อช. น้ำตกคลองลาน ซึ่งในวันที่เราเดินทางไปถึง หนาตาไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเยือนในช่วงวันหยุด ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ อช. คลองวังเจ้า ที่เราจากมา

พวกเราจึงตัดสินใจออกจากน้ำตกคลองลานด้วยความผิดหวังเล็กๆ และอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ทำไมคนเรา จึงชื่นชอบมากนักหรือกับการแก่งแย่ง ช่วงชิง ไม่เว้นแม้กระทั่งการพักผ่อน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่เราสมควร ทำตัวปล่อยวาง จะว่าไปในละแวกนี้ก็มีสถานท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคลองวังเจ้า คลองน้ำไหล แม่วงศ์ หรือว่าการใช้ชีวิตบนความแก่งแย่ง เช่นนี้มันเข้าไปอยู่ในสายเลือดมนุษย์ยุคนี้ไปแล้ว แต่สำหรับเราขอที่จะหลบเลี่ยงสมรภูมิเหล่านี้ เพราะทางชีวิตอิสระยังมีให้เราได้เดินอีกหลายเส้นทาง แม้ บางครั้งจะลำบากยากแค้นอยู่บ้าง เราก็ยินดีเผชิญกับมันตลอดไป


จาก นิตยสารโฟร์วีล 203.148.176.195 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 16:24   


คำตอบที่ 4
       เมื่อคราวที่แล้วได้มีโอกาสคุยกับชาวบ้านที่หมู่บ้านโละโค๊ะซึ่งเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงก่อนถึงน้ำตกเต่าดำ เค้าบอกว่าหน้าฝนพวกเขาจะไม่ออกไปจากป่าหรือหมู่บ้านเลยเนื่องจากเส้นทางลำบากมาก ใครที่รู้ตัวเองว่าจะต้องคลอดลูกช่วงหน้าฝน บางทีต้องออกเดินทางแล้วไปอาศัยหรือรับจ้างในเมือง ก่อน คลอดที่นั่นแล้วพอฝนหมดก็กลับเข้าหมู่บ้านเหมือนเดิม สรุปว่าหน้าฝนไม่แนะนำที่จะเข้าไปเลยครับ อันตรายจะมากกว่าความสนุก

จาก ไพลิน ไพลิน 203.151.66.43 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 17:05   


คำตอบที่ 5
       ช่ายผมเห็นด้วยครับว่าหน้าฝนไม่ควรเข้าเที่ยว เพราะขนาดผมเข้าตอนหน้าหนาวยังลำบากเลยครับ อีกอย่างถ้าไปหน้าฝนสงสาร รถชาวบ้านครับเพราะทางจะเสียเพิ่มเข้าไปอีก...เรา คงไม่อยากเที่ยวแบบให้คนอื่น หรือคนในพื้นที่ นินทาตามหลังนะครับ เอาไว้เที่ยวได้นานๆดีกว่านะคุณ Ball

จาก นายโท 203.149.7.51 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 18:18   


คำตอบที่ 6
       ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลที่ให้มา ทำให้ตัดสินใจได้ว่าเอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ฝากไว้ก่อนเถอะเต่าดำ !!

จาก ball nitisak_p 202.129.8.8 จันทร์, 16/7/2544 เวลา : 21:47   


คำตอบที่ 7
       10-13 ส.ค.นี้ GMC จัดไปน้ำตกเต่าดำกันครับ แต่งานนี้สงสัยไปแต่ Jeep ครับ ถ้ายังไงลองเปิดWeb ของ doctorjeep ดูครับ

จาก MT 203.107.240.252 อังคาร, 17/7/2544 เวลา : 16:17   


คำตอบที่ 8
       ไม่เห็นจะน่ากลัวนะครับ ศึกษาเส้นทางดี ๆ สอบถามจากเจ้าหน้าอุทธยานที่คลองวังเจ้า ว่าฝนตกหรือเปล่า ถ้าไม่ก็น่าลองดูครับ (เคยไปมาแล้วแต่ไม่เจอฝนนะครับ เลยมองว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ ถ้าฝนตกเปลี่ยนใจดีกว่า น่ากลัว)

จาก B.B. asawin_one 203.170.191.61 พุธ, 1/8/2544 เวลา : 19:29   

กระทู้ข้อมูลเก่า สำหรับอ่านได้อย่างเดียว

คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>>
1  


Program Date :6/1/2557


      




Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net      วันจันทร์,2 มีนาคม 2569 (Online 6547 คน)