WeekendHobby.com
เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View stat by Truehits.net

Offroad Swow ยุค 2000
 (18/10/2552)

เปิดประเดิมคอลัมน์ใหม่ "OFFROAD Show" ด้วยรถขับเครื่อง4ล้อ สัญชาติอเมริกัน " Jeep Cherokee 2.5L "


Visitor   53500

มาดูกันนะครับรถคันนี้มีดีอะไร…!!!
        ไม่ใช่ใครอื่นไกลครับ Jeep Cherokee XJ 2.5L ปี1997 สีดำสนิทคันนี้ เป็นของคุณ สรวุฒิ งามคำพร้อม หรือ นายหนอน ที่เฝ้าแต่งเติมเจ้า Cherokee คันนี้อยู่นาน ทั้งลองผิดลองถูกจนลงตัวเสียที(เจ้าของแอบตั้งชื่อให้กับ Jeep คันนี้ด้วยนะว่า "เสือดำ" ) ผู้เขียนนำเสนอเพื่อให้ผู้ใช้รถประเภทนี้ มี Idea ในการตบแต่งรถของตัวเองได้ไม่มาก ก็น้อย มาดูรายละเอียดของเจ้า เสือดำคันนี้ครับ


ภายนอกที่ดูสะดุดตา
เจ้า Cherokee คันนี้ได้ทำการตกแต่งอุปกรณ์ภายนอกไว้หลายต่อหลายอย่าง เน้นการใช้งานจริง ราคาคนไทย เริ่มจาก…

กันชนด้านหน้า ที่คว้ากันชนเหล็กของร้าน TKS ท่าม่วง เมืองกาญฯ เป็นกันชนทรง ARB เหมือนของฝรั่ง แข็งแรง บึกบึน ฝีมือคนไทย100% พร้อมติดตั้ง อุปกรณ์บังคับ ของชาว Offroad ที่ต้องการ เล่นหนัก หรือ เพื่อการผ่านอุปสรรค ในทางทุรกันดาร คือ Winch เจ้าของเลือกใช้ของ WARN 9000i ขนาดแรงดึงเหลือเฟือ เมื่อเทียบกับน้ำหนัก ตัวเจ้าเสือดำคันนี้
สปอร์ไลน์ไฟส่องสว่าง ด้านหน้า 2 ดวง 4 ไส้ 120 watt x2 (ขาว) และ 100 wattx2 (เหลือง) พร้อมพัดลม ระบาย ความร้อน ของนอกจาก Japan

 



ด้านข้างตัวรถ เพื่อป้องกัน การกระแทก ที่มาจากด้านข้าง ได้ติดตั้ง ไซร์เรียว รอบคัน จากร้าน TKS เช่นเดียวกัน เพิ่มความดุดัน ได้มากทีเดียว ด้านบนติดตั้ง รูฟแร็คเต็มพื้นที่ เพื่อการขนสัมภาระ ในการเดินทาง



เพิ่มความมั่นใจในเวลาข้ามลำน้ำด้วย Snorkels(ชุดท่อหายใจ) จาก SAFARI เท่านี้ก็ทำให้ Cherokee 2.5L สะดุดตาผู้พบห็นได้.

ช่วงล่างที่ดัดแปลงอย่างลงตัว
เจ้า Cherokee 2.5L คันนี้ ยกขึ้นด้วยความสูง 5" เพื่อสะดวกในการเดินทางผ่านอุปสรรค

เริ่มจากการยกช่วงล่าง จากชุดยกมาตราฐาน ของ BLACK DIAMOND 3" และ เพิ่มความสูงอีก 2" ด้วยชุดรองสปริงอลูนิเนียมที่ด้านหน้า และ ลิ่มปรับมุมเพลาหลังอีก 2" เช่นกัน เท่านี้ก็ทำให้เจ้า Cherokee 2.5L คันนี้มีความสูงร่วม 5" แล้วครับ โช้คอัฟเลือกคบกับโช้คอัฟ น้ำมันของ BLACK DIAMOND เช่นกัน เมื่อยกขึ้นถึง 5" ทำให้มุมของเพลาต่างๆเปลี่ยนไป จึงได้ทำการเปลี่ยนแปลง อาร์มบนของชุดหน้าเป็นสตัทปรับเกลียว เพื่อให้ปรับยาว-สั้น เพื่อการตั้งองศาของเพลาหน้าได้อย่างถูกต้อง

 



พร้อมมุมเพลาหลัง ที่ต้องทำการปรับหนุน
ชุดเกียร์ TRANFERCASE
ลงมาเพื่อให้มุมเพลาหลังได้ตามองศาเช่นกัน

 



เพลาส่งกำลังด้านหน้า
เปลี่ยนใหม่ ใหญ่กว่าเดิม จากชุดแต่งของอเมริกา เพื่มความมั่นคงแข็งแรง เมื่อต้องรับบทการปีนป่ายสายน้ำมันเบรคทั้งหมด(หน้า-หลัง)ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ให้ยาวขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองรับความสูงที่เปลี่ยนไปจาก Spec เดิม



ท้ายสุดเพื่อการให้ตัวได้ดีของล้อหน้าในทางที่ต่างระดับ จึงได้ดัดแปลงติดตั้ง Sway Bar Disconnectsที่สามารถปลดล๊อค ให้ชุดเหล็กกันโคลงที่ยึดติดกับชุดช่วงล่าง เป็นอิสระต่อกันได้ ทำให้ล้อสัมผัสกับพื้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนด้านหลังเพื่อรองรับ หน้ายางที่เปลี่ยนไปทำให้ต้อง Modify ชุดหูยึดเหล็กกันโคลงหลัง มาวางไว้ในส่วนกลางของแผ่นแหนบ เพื่อหลีกเลี่ยงปลายของเหล็กกันโคลงกินยางด้านใน ยางที่เจ้าของเลือกใช้ BF Goodrich Mud Terrain ขนาด 31/10.5/15 เพียงเท่านี้ก็ทำให้เจ้า Cherokee 2.5L ไปไหนต่อไหนได้อย่างสบาย

 

เครื่องยนต์เดิมๆจากโรงงาน



Cherokee 2.5L คันนี้ไม่ได้ทำการดัดแปลงเกี่ยวกับครื่องยนต์แต่อย่างใด มีเพียงเลือกใช้ใส้กรองอากาศของ K&N เท่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนอากาศเข้าเครื่องยนต์ ปรับเปลี่ยนปั๊มคลัทช์ชุดใหม่เพื่อการ ส่งถ่ายกำลังได้ดี ยิ่งขึ้น
ภายในสภาพเดิม
คันนี้เจ้าของบอกไม่เน้น ความหรูหราภายใน เน้นอุปกรณ์เดิมที่ Jeep มีให้มา มีเพียงเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่เปลี่ยนเป็นวิทยุ SONY และ CD Changer10 แผ่นเท่านั้น
เอาไว้ผ่อนคลายเวลารถติด



เพิ่ม Land Meter อีกตัวหนึ่งที่คอลโซลหน้า ของ Nisan Treranoเพื่อเอาไว้จับมุมเอียงต่างๆของตัวรถ

 

 



พร้อมเครื่องมือช่วยนำทาง ยามที่ต้องเดินทางต่างถิ่น เจ้าของได้ติดตั้ง GPS III Plus ของ Garmin เพื่อช่วยนำทาง

 
 

ใครอยากเห็นตัวจริงของรถ และ เจ้าของรถละก็ ติดต่อได้ที่ชมรม Jeep Unity Club ได้เลยครับ เจ้าของบอกว่ายินดีให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ ไม่มีปิดบังเลยครับ…

เจ้ายักษ์ใหญ่ปาเจโร่
Visitor   35500
สอบถามหรือแสดงความคิดเห็นคลิ๊กที่นี่

หลังจากเปิดประเดิมคอลัมป์ใหม่ OFFROAD SHOW ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านกับรถสายพันธ์อเมริกัน
มาในเดือนนี้จะขอแนะนำเจ้ายักษ์ใหญ่สไตร์พี่ยุ่นกับบ้าง สำหรับเจ้ายักษ์ใหญ่คันนี้ที่เราคุ้นเคยกันดีในนามของ " PAJERO 2500 DISEL TURBO "

 

 

 


ซึ่งเจ้าของที่เฝ้าปั้นแต่งรถคันนี้ขึ้นมา เป็นหนุ่มจากเมืองใต้ แต่ผันชีวิตตัวเองมาอาศัยด้านฝั่งตะวันออก ประกอบอาชีพอิสระส่วนตัว เจ้าของคือคุณ ประภัศศร สุวรรณรัตน์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรม ที่นิยมเล่นรถ 4X4ย่านภาคตะวันออก " บูรพาออฟโรด" นั่นเอง สมญานามของเจ้าปาเจโร่คันนี้ คือ " สมเสร็จ " ตามสไตร์ของชาวบูรพาออฟโรดที่จะต้องตั้งชื่อให้กับรถคู่ใจของตัวเอง ให้เข้ากับลักษณะของรถ และ ธรรมชาติ ผู้เขียนถามหาเหตุผลว่าทำไม ต้องเป็น สมเสร็จ ก็ได้รับคำอธิบายว่าเพราะเจ้ารถคันนี้ได้นำชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของใน ของนอก ทำเอง คิดเอง สร้างเองมาประกอบกันเข้า จนเป็นรูปร่างรถที่สมบูรณ์แบบนี่แหล๊ะ เพื่อนๆเลยตั้งสมญานามให้ว่า "สมเสร็จ" ตลอดมา

 


*** ด้วยหัวใจรัก และ มีฝีมือทางด้านช่าง เรามาดูกันว่าคุณประภัศศร ได้ทำการดัดแปลงส่วนใดของรถไปบ้าง ***


ทรวดทรงภายนอก
ยังคงเก็บความเป็นปาเจโร่กล่องไม้ขีดไว้ เสริมเพิ่มความแข็งแรงด้วยกันชนหน้า และ ไซร์เรียวที่ถูกดีไซน์ออกมาจากสมองทางด้านช่างของคุณประภัศศรเอง แล้วก็เริ่มลงมือซื้อเหล็ก งอแป๊ป เชื่อมท่อ ต่อเหล็กจนออกมาเป็นรูปร่างของกันชน และ บันไดข้างที่ให้ความแข็งแรงได้ 100% เลยทีเดียว

 

หลังคาที่สำหรับบรรทุกสัมภาระ ก็ไม่ได้มาจากยี่ห้อดังที่ไหน ถูกดีไซน์ และ คัดแปลงมาจากรูปแบบ ในความคิด และ การใช้งานจริง จึงทำให้ต้องเจ้าของรถ ต้องลงมือเชื่อมต่อเองอีกครั้ง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเวลารถเกิดปัญหาต้องเปลี่ยนยาง อุปกรณ์ยกรถจึงสำคัญ สำหรับรถขนาดที่มี ขนาดสูงเกินกว่า แม่แรงยกรถ size ปกติ " Hight lift Jack " ขนาด 60" จึงถูกนำมาติดตั้ง ด้านข้างของหลังคาเพื่อไม่ให้เกิดการเกะกะ และ ใช้พื้นที่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด สำคัญมากเช่นกันสำหรับท่อหายใจ ในรถ4x4 ที่จะช่วยสร้างความ มั่นใจในยามที่จะต้องข้ามลำน้ำ คุณประภัศศรได้ทำการดัดแปลงท่อ Snorkel โดยการนำท่อสแตนเลสมาเชื่อมต่อเพื่อทำเป็นข้องอให้เข้า กับตัวรถ และ หม้อกรองอากาศ ก็สามารถ ออกมาได้ลงตัวดี แถมยังแข็งแรงอีกด้วย ส่วนด้านบนติดตั้งหม้อกรองอากาศภายนอก เป็นของรถไถ แต่โครงสร้างเป็นโลหะ ก็สามารถใช้งานได้แล้วเช่นกัน แถมด้วยการดัด แปลงท่อหนีน้ำในด้านหลัง ซึ่งก็เป็นชุดสแตนเลสเช่นกัน ถือว่าเป็นการใช้ฝีมือทางด้าน การช่างล้วนๆเลยครับ ประหยัดงบ ในการตกแต่งอีกด้วย เพียงแต่เสียเวลาในการสร้างนิดหน่อย ก็สวยแล้ว….

    

ตีนโต 33"
คุณประภัศศร เลือกใช้กระทะล้อขนาด 8ครึ่ง"x15" ออฟเซ็ทอยู่ที่ - 50 เห็นจะได้
ประกอบเข้ากับยางจากแดนเสือเหลือง(มาเลเซีย) ยี่ห้อ GT ขนาด 33x12.5 R15
เจ้าตัวบอกว่าใส่แค่นี้ก่อน เพราะว่าต้องใช้ทั้ง Onroad และ Offroad จึงไม่อยาก
จะใส่ยางตัวลุยจริงๆ..เพื่อให้สามารถใส่ยางขนาดนี้ได้คุณประภัศศร จึงต้องทำ
ทำการยกบอดดี้ขึ้นไปอีก 3 นิ้ว ติดตั้ง Free Hub Lock ของ " AISIN "

 

อุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็น
คันนี้ติดตั้ง Winch ในการช่วยเหลือ เป็นยี่ห้อท๊อปฮิตคือ WARN รุ่น M8000
ด้วยขนาดแรงฉุดลากเท่ากับ 8000 ปอนด์ ก็สามารถนำพาเจ้ายักษ์ใหญ่ คันนี้ ให้สามารถขึ้นมาจากปลักโคลนได้แล้ว ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ในการเดินทางอีกประการ คือ แสงสว่าง เจ้าของรถจึงติดตั้ง Sportlight ในด้านหน้า 2 ดวงในความสว่าง 100 วัตต์ เป็นของยี่ห้อ " Super Rally " และ เพิ่มเติมไฟส่องสว่างด้านข้างรถที่ถูกติด ตั้งอยู่ในตำแหน่งของ Snorkel อีก 1 ดวง เป็นของยี่ห้อ " ROAD BOY "

 

ช่วงล่างบึกบึน
ช่วงล่างด้านหน้าของเจ้าปาเจโร่คันนี้ ยังคงไว้ซึ่งระบบปีกนกเดิม เพียงเสริม
เติมแต่งอีกนิดหน่อย เพื่อให้รับน้ำหนักของบอดดี้ และ ยาง จึงทำการดับเบิ้ล
โช๊คอัฟ เป็น 2 ตัวในด้านหน้า โดยการสร้างเต้าโช๊คเพิ่มเติมอีก 1 ตัว ตัวโช๊คอัฟ
เลือกใช้ของนกแก่ Old man 1 คู่ และ SilverE 9000 อีก 1 คู่ ก็สามารถรับน้ำ
หนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้แล้ว ส่วนทอชั่นบาร์ด้านหน้าก็เลือกคบกับเจ้านกแก่ เช่นกัน
โดยขันขึ้น 2 step. ช่วงล่างด้านหลัง ทำการเสริมแต่งโดยการเพิ่มโตงเตงหลัง 5"
ด้วยฝีมือตัวเองเช่นเคย แล้วเลือกใช้โช๊คอัฟปรับระดับได้ของ RANCHO RS9000 เท่านี้ด้านหลังก็โลดแล่นได้แล้วครับ

เปิดกระโปรงสำรวจขุมพลัง
น้ำหนักขนาดนี้ ยางใหญ่ขนาดนี้ จะเอาแรงเครื่องยนต์ที่ไหนมาขับเคลื่อน นอกเสียจากเครื่องยนต์สุดฮิต " 1KZ TE Turbo INTER OHC 16 V " ซึ่งมีกระบอกสูบxช่วงชัก = 96x103 ที่อัดแน่นความจุมาถึง 2982 CC ให้แรงม้าสูงสุดที่ 145 แรงม้า
ที่ 3600 รอบ/นาที และแรงบิด 35/2000 ที่วางอยู่ในเจ้า TOYOTA LANDCRUISER ซึ่งมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ

 

 

 

เจ้าของทำการปล้ำกับเครื่องตัวนี้อยู่นานกว่าจะลงตัว จึงมอบหน้าที่ให้กับ Auto CAR ที่ชลบุรีเป็นผู้ชุบชีวิตเครื่องตัวนี้ แบตเตอร์รี่ที่เพิ่มมาเป็น 2 ลูก จัดวางลงในห้องเครื่องด้านขวาอย่างลงตัว เพื่อเป็นตัวป้อนจ่ายระบบไฟฟ้าให้กับเครื่องยนต์ การจุดระเบิด แสงสว่าง และ วินช์ เมื่อยามต้องใช้พร้อมๆกัน ด้านซ้ายติดตั้งปั้มลงเพิ่มเติม เพื่อเป็นแหล่งกำเนิดลม เมื่อยามต้องใช้ลมฉุกเฉิน เช่น การเติมลมยาง หรือ การเป่าล้างต่างๆ ชุดปั้มเบรคได้นำเอาฟรอย์มาห่อหุ้มเพื่อลดความร้อนภายในห้องเครื่องที่จะกระทบกับน้ำมันเบรค และ ระบบเบรคอื่นๆ

ภายในแพรวพราว

 

 

 

 

ตอนที่ก้าวเข้ามานั่งที่เบาะคนขับ นึกว่าขับเครื่องบิน เพราะจำนวนเกจวัดต่างๆมากมายไปหมด มีทั้งเกจวัดอุณหภูมิของน้ำ(Water TEMP) , วัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง(Oil TEMP) ทั้ง 2 ตัวเป็นของ Auto meter. ติดตั้ง Turbo Booter และ Turbo timer ของ Greddy รวมถึง Land meter ที่ใช้สำหรับวัดระดับของตัวรถในสถานะต่างๆ ,Oil meter และ เกจวัดอุณหภูมิต่างๆอีกมากมาย เครื่องเสียงไม่เน้นครับ เป็นวิทยุ SONY ไว้ฟังธรรมดา
แต่ที่เน้น คือ วิทยุสื่อสาร ที่เจ้าของเป็นนักวิทยุสมัคเล่น และ เป็นศูนย์รับแจ้งข่าวด้านอุบัติเหตุย่านชลบุรีเสียด้วย จะเลือกใช้ Mobile ของ ICOM รุ่น 2001 ติดรถเพื่อการสื่อสาร เบาะนั่งภายในและอุปกรณ์อื่นๆใช้ของเดิมที่มีให้มาจากโรงงาน



เห็นแล้วนะครับว่ารถคันนี้ทำไมถึงได้ชื่อว่า " สมเสร็จ " เพราะคุณประภัศศร ได้จับนู้น มาใส่นี่ ประกอบกันเข้าจนเป็นรถที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธ์ภาพในชีวิตประจำวัน และ ชีวิตที่โลดแล่นได้เลย เจ้าของเองไม่ห่วงวิชาท่าสนใจในส่วนไหนของตัวรถ หรือ ต้องการคำปรึกษาเรื่องเจ้าปาเจโร่ สามารถโทรมาคุยกันได้เลยครับที่ 01-9457663 คุณศร ฝากมา

SJ410
สอบถามหรือแสดงความคิดเห็นคลิ๊กที่นี่


เล็ก,แดง,แรง,ลุย (Suzuki-SJ410)
เงียบหายไปนานกับคอร์ลัมป์ OFFROAD SHOW หลังจากครั้งก่อนนำรถใหญ่ยักษ์ “ PAJERO 2500 DISEL TURBO “ มาฝากกัน กลับมาคราวนี้มาเอาใจแฟนๆรถเล็กกันบ้าง เริ่มปีใหม่กับรถสายพันธ์พี่ยุ่นขนาดเล็ก ที่มีตำนานเล่าขานกันมานาน แสนนาน ถึงประสิทธิภาพการบุกตลุยในหนทางทุรกันดาล ครับสำหรับฉบับนี้เรามาดูรถตัวลุย ตัวเล็ก กัน ซูซูกิ คาริเบียน (Suzuki SJ410) ซึ่งเจ้าของรถคันน้อยนี้เป็นสาวสวย ที่ชอบในการท่องเที่ยว ในแนวทางของออฟโรดเช่นกัน จึงได้ปั้นแต่งรถคันนี้ขึ้นมาเพื่อการ ท่องเที่ยวโดยเฉพาะ “ คุณคนึงจิต จินตประทีปโกวิท “ ซึ่งในวงการ ท่องเที่ยวเรียกกันว่า คุณกุ้ง รถคันโปรดคันนี้เป็นรถเล็กรหัส SJ410 หลังคาอ่อน(ผ้าใบ) ซึ่งรถคันนี้ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมที่นิยม
เล่นรถ 4X4 ย่านภาคตะวันออก เช่นกัน “ บูรพาออฟโรด”

 

 

*** ทำอะไรกันไปบ้าง ***
นับจากที่คุณกุ้งได้รถคันนี้มาแถวๆพัทยาในสภาพแทบจะดูไม่ได้ โดยซื้อต่อมาจากชาวต่างชาติในราคา 70,000 บาท ก็เริ่มทำการปั้นแต่ง ขึ้นมาเป็นลำดับ เริ่มด้วยการโยนเครื่องตัวเก่าทิ้งไปอย่างไม่ใยดี(รหัส F10A) โดยข้ามพันธุ์หันมาครบกับเครื่องของ โตโยต้า โดยเลือกเอาเจ้ารหัส 4S EFI หัวฉีดแถวเรียง ตัวแรง1800cc เป็นตระกูลขับหลังซึ่งวางอยู่ใน รถรุ่น “ คารีน่า “ (สปอร์ต2ประตูในญี่ปุ่น) โดยมอบหมายให้ ช่างอั๋น เมืองกาญฯ ป็นผู้ชุบชีวิตเจ้าตัวน้อยตัวนี้ โมดิฟลายอะไรภายใต้ฝากระโปง เมื่อมีการเลือกสรรเครื่องยนต์ ที่เป็นหัวใจ ในการขับเคลื่อนแล้ว ก็ต้องมีการต่อแขนต่อขา เพื่อให้หัวใจ และสังขาลทำงานได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ เริ่มด้วยการเพิ่มเติมชุดหยุดยั้งความเร็ว โดย การเพิ่มเติมหม้อลมเบรค โดยนำเอาหม้อลมเบรคของรถ Honda ตระกูลซีวิด มาดัดแปลงใส่ลงไปก็สามารถช่วยผ่อนแรง ในการเบรคและความมั่นใจในการหยุดรถแล้ว มาถึงชุด คลัชน์ ตัดต่อกำลังงาน ทำการรื้อของเก่าเจ้าระบบคลัชน์สายทิ้งไป เปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบคลัชน์น้ำมันแทน ทำให้การขับขี่นุ่มนวล ผ่อนแรงในการเหยียบย้ำ กรองอากาศ ดัดแปลงนำของรถรุ่นนิสสัน เทอร์ราโน่ มาใส่แทนอย่างลงตัว พร้อมใส่กรองจากค่ายดัง K&N แห่งกำเนิดไฟฟ้า แห่งจ่ายพลังได้จัดวางหม้อแบตเตอรี่จำนวน 2 ลูก(90Ax2) อย่างลงตัว เพื่อเป็นกำลังสำรอง ในการใช้งานระบบไฟต่างๆยามจำเป็น เพื่อการจ่ายไฟจุดระเบิดอย่างแม่นยำ จึงต้องนำเอาเจ้าคลอย์จุดระเบิดของรถแข่ง ยี่ห้อ ACCEL มาติดตั้งทำให้อัตราเร่ง และ ระบบการจุดระเบิดเต็มประสิทธภาพ มาถึงระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ซึ่งสำคัญ หม้อน้ำ ได้ถูกสร้างและออกแบบขึ้นมาใหม่ โดยออกแบบให้สามารถถอดออกได้ง่าย เมื่อยามเกิดเหตุฉุกเฉิน หม้อน้ำแตกภายในป่าเขา โดยการขันน๊อตที่ด้านบนออก และ ถอดปลั๊กพัดลม ที่ด้านล่างก็สามารถยกขึ้นมาซ่อมแซมได้อย่างสบาย นอกจากนั้นได้ติดตั้งพัดลม ช่วยระบายความร้อนให้กับหม้อน้ำ โดยการติดตั้งพัดลม 2 ตัว พัดลมตัวแรกด้านหน้า หม้อน้ำทำงานโดยการสั่งการของเทอร์โมสตัท ซึ่งถูกฝังไว้ในหน้าหม้อน้ำเอง โดยระบบของพัดลม ตัวหน้าหม้อน้ำนี้จะเป็นตัว เป่าจากด้านหน้า ส่วนพัดลมตัวที่2 ถูกติดตั้งไว้ทางด้านหลังของหม้อน้ำ ซึ่งจะทำการดูดลมผ่านหม้อน้ำ ทำงานโดยการเปิดสวิทช์ จากภายในรถยนต์(พัดลมไฟฟ้า) ช่วยระบายความร้อนอีกทาง รถคันนี้เลยหมดปัญหาเรื่องความร้อนของหม้อน้ำ และ เครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังทำการย้าย แผงคอนเดนเซอร์แอร์ ซึ่งเดิมทีจะอยู่หน้าเครื่องยนต์ ทำการจัดวางเสียใหม่โดยใช้สถานที่ ด้านใต้ตัวถังรถ ติดตั้งพัดลมระบาย ความร้อนจากทางด้านบน จึงหมดปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นถึงจะเป็นหลังคา ผ้าใบ ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สำหรับภายใต้ฝากระโปง คุณกุ้งยังติดตั้งระบบปั๊มลม+ถังบรรจุลม ไว้กับเจ้าตัวน้อยคันนี้ด้วย เพื่อต้องการความมั่นใจใน
ยามต้องเดินทางเข้าป่าเขา

 

 

    

 

 

ภายนอกมีอะไรที่ไม่ธรรมดา
เมื่อมองผ่านรถคันนี้ครั้งแรกก็ต้องมาสดุด กับสีสันที่สดใสเป็นอันดับแรก การให้สีรถ คันนี้ถือว่าลงตัวมาก เริ่มด้วยตัวรถเป็นสีแดง
สดใส ตัดกับหลังคาผ้าใบสีขาวจั๊ว ทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ ดูเด่นขึ้นมาถนัดตา แต่เมื่อมองลงไปถึงด้านล่างก็พบกับความดุดัน ด้วยกะทะเหล็กสีดำทมึน ที่ติดอยู่กับยางพันธุ์ดุอย่าง SIMAX ขนาด32”/9.5”/16” กะทะล้อที่เลือกใช้ในรถคันนี้ เป็นกระทะเหล็กของรถเบนท์ และนำมาผ่าเพิ่มขนาดและออฟเซจ ออกไปทำให้กลมกลืนลงตัวด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง16”

   


อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญอีกอย่างก็คือ กันชน และ ไซร์เรียว เจ้าของเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ โดยเลือกของร้าน TKS ท่าม่วง กาญจนบุรี แข็งแรงทนทานไม่แพ้ของต่างประเทศ ด้านหน้าติดตั้ง Winch ของ WARN9000 I ให้แรงดึงอย่าเหลือเฟ่ย ติดตั้งระบบแสงสว่างเพิ่มเติม ด้วยไฟสปอร์ทไลท์+ตัดหมอก 2 ดวงx4ไส้ ส่องสว่างได้อย่างมั่นใจ ในการเดินทางยามค่ำคืน มามองด้านหลังของรถคันนี้กันดูบ้าง เจ้าของ บอกว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในทางออฟโรด จึงต้องเพิ่มมุมจาก ด้านท้ายรถให้มากขึ้นจึง ดำเนินการเชือนท้ายออกโดยไม่ใยดี ทำให้ รถคันนี้มองโดยภาพรวมแล้วสั้นตุ้นน่ารักเชียว แถมยังติดตั้งที่เปิดขวดฝาจีป รุ่นเก๋าของโคคาโคล่า เอาไว้เปิดในยามที่ต้องเข้าป่า ^-^

 

 

มาถึงระบบช่วงล่าง และ ระบบส่งกำลังกันบ้างครับ คันนี้เขาทำอะไรกันไปบ้าง เรามาดูกัน เริ่มจาก การเพิ่มความสูงของตัวรถกันก่อน คันนี้โมดิฟลายเปลี่ยนแปลงโดยการ ยกแหนบมาวางไว้บนเพลา โดยการ เลื่อนเต้าแหนบ มาเป็นลักษณะย่น ไปทางด้านหลัง โดยลอกเลียนแบบมาจากรถรุ่นพี่อย่างตระกูล LN ทั้งหลาย ผนวกกับแหนบไท ยตรากระทิงแดง และ ใช้โช๊คอัฟของยี่ห้อดัง จากแดนจิงโจ้อย่าง OME โดยเลือกเบอร์ให้เหมาะ กับลักษณะการขับขี่ ของผู้ขับเอง พร้อมด้วยระบบกัน สะบัดของจี๊ปเชอโรกี ที่มีประสิทธภาพ เยี่ยม ไม่เทอะทะเกะกะในด้านล่าง โมดิฟลาย เปลี่ยนเพลาขับใหม่ ให้ใหญ่กว่าเดิมโดยใช้ของรุ่น SJ413 ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง เพื่อให้ระบบส่งกำลังมีประสิทธิภาพในทางป่า และ ทางดำ เจ้าของจึงโมดิฟลา ยโดยการเปลี่ยนแปลงอัตราทดของเฟืองท้าย และ เกียร์สโลท์ โดยเลือกให้เกียร์ฝากเป็นเกียร์1000(เกียร์2รอบครึ่ง) + กับอัตราทดเฟืองท้ายที่ 8:37 เป็นผลทำให้ในรอบต่ำรถสามารถมีแรงดึงอย่างสูง และ ในรอบสูงลื่นไหลได้อย่างใจต้องการ ไม่เพียงพอเพียงเท่านั้น ในด้านหลังยังติดตั้ง ลิมิเต็จสลิป เข้าไปอีกเพื่อให้ล้อหลังทำงานได้อย่างสัมพันธ์กัน เนื่องจากขนาด ล้อที่โตขึ้น และการยกสูง จนเกินมาตราฐาน จึงมีผลกับการออกตัวของรถทำ ให้เพลาหลังมีการกระดกขึ้น-ลง เจ้าของ จึงทำการดีไซร์ แขนดันเพลาขึ้นมา (ทอร์คอาร์ม) ยึดดึงเพลาทั้ง2ด้านเอาไว้ ทำให้หมดปัญหาเกี่ยวกับอาการเพลา พลิกขึ้น ส่วนสน๊อกเกอร์เลือกใช้ของ Airflow และ การ์ดกันกิ่งไม้ที่กระจกหน้า เสริมความเก๋ ไปอีกแบบ และยังมีอีกเล็กๆน้อยๆที่เจ้าของเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อความสวยงาม ภายนอกก็คงหมดเพียงเท่านี้

 


เรามาดูภายในกันบ้าง
เอาตำแหน่งของการวางเกียร์มาให้ดูก่อนเลยครับว่าลงตัวอย่างไร ผลพวงจากการเปลี่ยน เครื่องยนต์ที่มักจะพบปัญหา กันมากเรื่องตำแหน่งของคันเกียร์ และ เกียร์สโลท์ บ้างเครื่องก็จะ ไปติดชิดกับคอนโซลหน้า หรือไม่ก็ยื่นยาวมาเกินตำแหน่งของมือคนขับ รถคันนี้ถือได้ว่าเหมาะ สมกับสรีระของการขับขี่เป็นอย่างมาก ด้วยใช้เกียร์หลักตัวเดียวกับเครื่อง 4S ซึ่งไม่ยาวหรือสั้น
จนเกินไป คอนโซลหน้าเปลี่ยนใหม่โดยไปนำเอาของเจ้า Jimny JB31 มาใส่เพิ่มความสวยงามให้กับด้านหน้าคนขับ เบาะนั่งเปลี่ยนใหม่ให้เข้ากับตัวรถที่เปลี่ยนไป นุ่มนวลนั่งสบาย ภายในทั้งหมดเพิ่มระบบความปลอดภัยโดยการติดตั้งโรบาร์ทั้งคัน ให้ความมั่นใจในกรณีพลิกคว่ำว่าหัวคนขับไม่ยุบแน่ นอกจากนี้เจ้าของ ยังโยกย้ายหัวใจของเครื่องยนต์(กล่อง ECU) มาติดตั้งไว้บนหลังคารถด้านใน ตัดปัญหา เรื่องความชื้น หรือน้ำเข้ากล่องออก ไปได้เลย

 

   

นี่ก็คงเป็นทั้งหมดของรถ คันนี้ที่จะมาเล่าให้กับแฟนๆรถเล็ก ได้ทราบกันว่ามีการตกแต่งออกไป อีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งกระแสการนำรถ มาตกแต่งขณะนี้มีเป็นจำนวนมาก ต่างก็มีสำนักแต่งกันหลายต่อ หลายที่ สำหรับคอลัมป์ OFFROADMSHOW ฉบับนี้ก็คงต้องขอลาไปก่อนล่ะครับ ฉบับหน้ามาดูกันใหม่ว่าจะเป็นรถในตระกูลใด


สวัสดีครับ…นายหนอน
03/มีนาคม/46


หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เครื่องหมาย WeekendHobby | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหา ขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมทุก Hobby :::>>>Email:::>>> webmaster@WeekendHobby.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
Since 22, Feb 2001 hit counter View My Stats  Truehits.net  facebook.com/WeekendHobby     วันศุกร์,28 เมษายน 2560 (Online 1256 คน)