อาทิตย์,12 กรกฎาคม 2563

ทริบตกปลาทะเล
250 ไมล์กับนายชนบท
แล่นเรือโต้คลื่นกับไต๋ยอช์ต
ปลากระบึกที่สีชัง
ล่องเรือชมเลคันเขกหัว
คืนพระจันทร์ยิ้มแฉ่ง
บางเสร่ยังมีลุ้น
ดอดไปฟันไอ้โฉม
วันนี้ที่รอคอย
มันแปลกดีนะ
สายันรัญจวน
ทุบไอ้สากที่สัพพะยื้อ
น้ำใจ
โฉมเอยโฉมงาม
แข่งขันตกปลาสัญจร#1
ปลายฝนต้นหนาว
แข่งขันตกปลาแสมสาร#6
ลูกหมูจอมซ่า
โต้ลมหนาว
เก่งกับเฮง
เมษาฮาวาย
ลองเรือใหม่กับไต๋โก๊ะ
หูดำที่เกาะค้างคาว
ไต๋น้องกับโฉมงาม
มหาเฮง
นักเลงโตสากดำ
ฟ้าหลังฝน
หลังมรสุมสงบ
ตามล่าปลาจัมโบ้
Accurate#1
คุณพริ้งลองของ
คลื่นตรึมเดิ้งโต
หนาวสุดขั้ว
เก๋าหน้าหวาน
ไต๋ยอช์ตพาเพลิน
สานสัมพันธ์#1
ตะวันแดง#1
บางเสร่รำลึก#4
ตะลอนไปกับไต๋เปี๊ยก
แดงจ๋าแดงจ่า
ลีลาสละ
ลูกหมูย่ำสวาท

 

เพื่อนไร้พรมหแดน
ตอน. 250 ไมล์กับนายชนบท
21 - 23 ต.ค. 2543

 

เมื่อสุริยน ยามสนธยา หมู่คนตกปลาเกิดอาการเริงร่า ระริกระรี้ ที่จะได้ออกตะลอน เดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง และในครั้งนี้เรามีนัดกับเรือน้ำใจ ไต๋ตี๋ใหญ่ จากสิ่งที่เคยได้ยิน ถึงกิติศัพท์จากผู้คน ที่ร่ำลือเล่าขานถึงพละกำลังของ ‘ผู้กล้าแห่งวารี’ หรือ ‘ลูกหมู’ ที่ทะเลตราด ทำให้ เจ้าลอยหนุ่มเมืองอุบล เกิดความกระสันอยากจะต่อกร ประลองกำลังกับปลาเก๋าลูกหมู ดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี ด้วยเพราะความอยากรู้ว่าพละกำลังของ มัน ‘จะขะไหนหนาด’ (จะขนาดไหน) เมื่อความอยากมาครอบงำ ความกระเสือกกระสนจึงบังเกิดขึ้น ทำให้ต้องดิ้นรนดั้งด้นเดินทางจากดินแดนที่ราบสูงสู่ทะเลตราด รวมทั้งดนัย เด็กหนุ่มจากนครสวรรค์และเพื่อนรัก Mr.Kane (นายคาเน่ย์) ชาวลักแซมเบริค คุณไก่เซียนตกน้ำ เจ้าเชษฐ์ หนุ่มเมืองคอน นายเดือนหนุ่มเมืองสิงห์ และเฮียเล็กคนเมืองกรุง ทั้งหมดคือสมาชิกที่ร่วมเดินทางตะลอนไปกับ ขบวนมิตรภาพไร้พรมแดน ในครั้งนี้ “ พี่ผมอยากตกลูกหมู เราจะได้ตกลูกหมูกันมั๊ยครับ ” เสียงจากเจ้าลอยหนุ่มเมืองอุบล ถามขึ้นมา ระหว่างการเดินทาง “ อยากตกลูกหมูเร๊อะ ได้สิ เดี๋ยวพี่จัดให้ ” และนี่คือความปารถนาของเด็กหนุ่ม

เช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2543 กลุ่มศรีราชา ซึ่งมีผมกับนายแต๋ง ออกเดินทางจากศรีราชา มุ่งหน้าไป จังหวัดตราด ยังจุดที่ได้นัดหมายกับกลุ่มของพี่เสือปลาขี้เมา ที่มีพี่หมู พี่ยุ้ย พี่ต้อย พี่วุธ และหมูหยอง 1 ในสมาชิก BP Angler Club จุดที่เรานัดเจอกันก็คือ ท่าเรืออรุณี อยู่ที่คลองน้ำเชียว จังหวัดตราด ผมมุ่งหน้าไปก่อนโดยจะไปเจอกับกลุ่ม ของพี่ เสือปลาขี้เมา ซึ่งจะเดินทางมาสบทบที่หลัง ผมกับนายแต๋งซดเบียร์มาตลอด เส้นทาง จากศรีราชา จนถึงตราดเลย พอเรา เข้าตัวเมืองจันทร์บุรี ฝนได้ตกลงมาเป็น ช่วงๆ นายแต๋งซึ่งทำหน้าที่ขับรถ ต้องขับอย่างระมัดระวัง จนไปถึงท่าเรืออรุณี เวลา ประมาณบ่าย 2 โมง ท้องเริ่มหิว เราขับรถตระเวณออกหาร้านอาหาร สักแห่งเพื่อที่ จะนั่งดื่มเบียร์และหาอะไรทานกันในระหว่างการรอ คณะพี่เสือปลาขี้เมา เราขับรถ ตระเวณหา ร้านอาหารจนทั่วตลาดบ้านคลองน้ำเชียว แต่ก็ไม่พบเลยสักร้าน หาของ กินยากเสียจริงๆ มีแต่ร้านขายก๊วยเตี๋ยว ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ซอยเทศบาล 2 และเป็นทางเข้า ท่าเรืออรุณี เอาก็เอาวะ.... ก๋วยเตี๋ยวก็ก๋วยเตี๋ยว แก้หิวได้...หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จ แล้ว เราก็เข้าไปในท่าเรือ พักผ่อนหลับสักตื่น เอาแรงไว้ก่อน กว่าที่กลุ่มพี่เสือปลาขี้เมา  จะเดินทางมาถึง ก็ปาเข้าไป 5 โมงเย็นกว่าเข้าไปแล้ว พวกเรากุลีกุจอช่วยกันขนสัมภาระ ลงเรือ แล้วรีบออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เกาะเหลายาทันที เพื่อจะได้ไปถึงหมายไดร์หมึก ก่อนใคร....

เรือพิชิตมัสยานำโดยไต๋วุฒิ เด็กหนุ่มแห่งลุ่มน้ำคลองน้ำเชียวนำเรือแล่นออกจาก ปากคลองน้ำเชียวมา ได้ไม่ทันไรผมก็ร้องบอกแก่เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกัน ให้ตั้งวงสุรา หาเหล้ามาดืมกินกันได้แล้ว วงเหล้าถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างล้อมวงเข้ามา จุดเริ่มต้นของมิตรภาพกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ณ. ตรงนี้ เพราะหลายคนในที่นี้ยังไม่เคย รู้จักกันเลย การแนะนำตัวได้เริ่มขึ้น ตามด้วยคำสนทนาอย่างเป็นกันเอง เป็นไปด้วย ความสนุกสนาน พี่หมู โปรโมเตอร์ของ ทริปนี้ อัธยาศัยดีมาก มิตรภาพได้เกิดขึ้นแล้ว ในวงสุรา ... เหล้ากลมแรกหมดไปเมื่อไหร่ไม่รู้เลย มันเร็วมากจริงๆ เรือแล่นยังไปยัง ไม่ถึง เกาะช้างเลยด้วยซ้ำ เหล้าหมดไปแล้ว 1 กลม โอ้ ปีศาจสุรา โดยแท้... เหล้ากลม ที่ 2 ถูกเปิด รินแจกจ่ายกันไปจนเกือบจะหมดขวด เราก็เดินทางมาถึงจุดไดร์หมึก ซึ่ง อยู่บริเวณ ด้านทิศตะวันออกของเกาะเหลายา เรามองออกไปด้านขวามือจะมองเห็น แสงไฟ ทอดยาวตามแนวหาด...ยามค่ำคืนแบบนี้ เกาะเหลายา ดูงดงามไปอีกแบบ  แสงจากโคมไฟ ทอดยาวเรียงราย ในความมืดสงบ มันต่างจากแสงสี ในผับ ในบาร์ ที่มีแต่เสียงอึกทึกคึกโครม ไปด้วยเสียงดนตรี .. เสียงตะโกน คุยกัน แข่งกับเสียงเพลง หนวกหูสิ้นดี...... แต่ที่นี้ไม่ เลย นอกจากเสียงเครื่องยนต์ ที่ผสมผสานกับเสียงคลื่น กระทบเรือ เท่านั้น

แสงสว่างจากไฟล่อหมึกสว่างไสว ไปทั่วรอบลำเรือพิชิตมัสยา ผมกับพี่เสือปลา ยังคงนั่งดื่มสุรากันต่อ จะมีก็หมูหยอง และ แต๋ง ที่ยังวุ่นกับการตกปลาหมึก อยู่หัวเรือ ส่วนคนที่เหลือ สงสัยไปนอนกันหมดแล้ว... หมูหยอง เปิดประเดิม ด้วยหมึกหลอดตัวแรก ชั่ว เวลาไม่นาน มีปลาหมึก ว่ายน้ำเล่นในห้องขังเหยื่อ แล้ว 8 ตัว จากฝีมือ ของหมูหยอง ซะเป็นส่วนใหญ่ ขณะนั้นเองผมก็มองเห็น หมึกหอม ตัวใหญ่ 2 ตัวว่ายคู่กัน มาเล่นไฟ ...ผมร้องบอกพี่เสือ ให้ดูแล้วก็คว้า คันที่ติดเหยื่อกุ้งปลอมโยซูริ สีเหลือง ออกไปหลอกล่อเจ้าหมึกหอมคู่นั้น ผมต้องใช้ความพยายาม ถึง 3 ครั้ง กว่าที่ 1 ใน 2 ตัวจะเข้ามาจับ โยซูริ มันเป็นหมึกหอมตัวผู้ ครับ จากคำบอกเล่าของพี่เสือ บอกว่าโดยทั่วไป ปลาหมึกตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียเพราะจะเกาะอยู่บนหลังตัวเมีย ยามผสมพันธุ์ ... หลังจากที่ผมเอาคู่ ของมันขึ้นมาได้ แทนทีตัวที่เหลือจะว่ายหนีไป แต่นี่ไม่เป็นเช่นนั้น ไอ้ตัวที่เหลือ มันไม่ยอมหนีไปไหน มันยังคงว่ายรอบๆ ลำเรือ อยู่อย่างนั้น หลายต่อหลายรอบ มันคงตามหา คู่ของมัน ที่เราตกขึ้นมาได้แน่เชียว ใจผมคิด.! อยากจะปล่อย มันลงสู่ทะเลให้กลับไปหา คู่ของมัน ให้มันกลับไปแพร่พันธุ์ ในท้องทะเล แต่ด้วยความ อยากได้ ตัวที่เหลือ มากกว่า ผมจึงเหวี่ยงเหยื่อตัวเดิมออกไป เพื่อหวังเอามันขึ้นมา ทำอาหาร ผมพยายามแล้วพยายามอีกที่จะให้มันเข้ามาจับ เหยื่อ โยซูริ แต่ก็ผิดหวังไป ทุกครั้งมันไม่ยอมจับเหยื่อปลอมเลย และมันก็ไม่หนีไปไหนด้วย มันชั่ง น่าแปลก ! รึว่ามันเป็นห่วงคู่ของมัน... แม้แต่สัตว์ ไร้สมองอย่างปลาหมึก มันยังรู้จักเป็นห่วงเป็นใย  คู่ชีวิตของมันเลย ...

ไต๋วุฒิ สั่งเฉอ้วน ครั้งแรกตอน 5ทุ่ม เพียงครั้งแรก เราก็ได้หมึกมากพอสมควร ประมาณ 200 กว่าตัว แต่ไต๋วุฒิ บอกว่าคงไม่พอ ขอเฉอ้วนอีก 2 ครั้ง ต้องได้เหยื่อไม่ ต่ำกว่า 400 ตัว เพราะว่าเราจะออกหมายนอกกัน ... ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเราตั้งใจกันไว้ ว่าจะไปตกปลาอินทรีย์ กันแต่พอฟังคำจากปากไต๋วุฒิ ที่บอกว่า ปลาอินทรีย์ไม่เข้าจะได้ ก็ไม่เกิน 5 ตัว มันทำให้พวกเรา ต้องเปลี่ยนแนวความตั้งใจไปเลยทันที่ เมื่อปลาอินทรีย์ ไม่มีให้ตก... ก็ออกไปตกปลาที่หมายนอก ที่ซากเรือจมกันดีกว่า และนั้นคือเราจะต้องมี เหยื่อ ขังไว้ในห้องขังไม่ต่ำกว่า 400 ตัวเป็นอย่างน้อย มันถึงจะคุ้มกับเงินที่ต้องจ่าย เพิ่มไป อีก ตั้ง 7000 บาท

 

 

เช้าวันที่ 22 ตุลาคม 43 เรือพิชิตมัสยา เดินทางมาถึงหมายแรก ห่างจากเกาะกูดไม่ เท่าไร เสียงไต๋วุฒิ ที่ตะโกนบอกให้พวกเราลงเบ็ดได้ มันปลุกโสตประสาทตอมกระสันต์ อยากตกปลาของผม ให้ตื่นจากการหลับไหล แต่โทษทีเหอะ พอหัวพ้นจากหมอนเท่านั้น ผมก็เกิดอาการ วูบ... รู้ได้ทันที ด้วยสัญชาติญาณคนขี้เมา เฮ้ยยย .. นี่กูเมาค้างนี่หว่า.... แต่ความอยาก ที่จะตกปลา มันทำให้ผม ต้องหอบสังขารเก็บอาการเมาค้าง แล้วพยุง ร่างกายออกมานั่งตกปลากับเพื่อนๆ ...

 

เพียงแค่เหยื่อตัวแรกตก ถึงพื้นเท่านั้น พี่ต้อย ก็วัด คัน ฉับ......" อยู่แล้ว อยู่แล้ว" ...ในใจผมคิด ! อะไร..มันจะกินไวปานนั้น แต่ขณะเดียว กัน พี่ต้อยก็ร้องออกมาว่า " เฮ้ย....รอกเบรกไม่อยู่..." ทั้งๆ ที่พึ่งจะซื้อมาเอง เป็นรอก Penn 60L เป็นระบบสตาร์แด๊รก เด็กเรือที่ชื่อดอน ต้องมาใช้ระบบแฮนด์แด๊รก สาวสายเอ็น เอาปลาขึ้นมา ปรากฎว่าเป็น ปลาเก๋า ขนาด 4 กิโลกรัม ไม่เป็นไร งานนี้เรามีช่าง ซ่อมรอกมาด้วย หลังจาก บูลย์ ได้แก้ไขระบบเบรกแล้ว มันก็กลับมาใช้งาน ได้ต่อไป จากนั้น เจ้าหมูหยอง ซึ่งตกที่ท้ายเรือ ก็วัดมั่ง อัดขึ้นมาโชว์ตัวเป็น เจ้าแดงเขี้ยว ขนาด 7 กิโลกรัมได้ ส่วนตัวผม ..มาวววว ฮะ...เอิ๊กกกก.. หลังจาก ที่ต้องกัดฟันทนกับอาการ เมาค้างไม่ไหว ในที่สุด ก็ต้องไปขู่ฉลาม จนได้... ฮ่า

อ๊วกซิครับแน่นอนกว่า....อยู่ไม่ได้ แล้ว..ขอบายไปนอนก่อน.ว่าแล้วก็...ไปละเว้ยยไปละวา ชนบทสามช่า..ต้องขอลา ขอตัว ไปนอนก่อน...ยามนี้ ใครที่ว่าเป๊บซี่ดีที่สุด ผมเถียงเด็ด นอนซิครับดีที่สุด ฮ่า หายเมา แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ ดีกว่า..แต่ผมก็นอนไม่หลับหรอกครับ หู ก็ยังได้ยินเสียงเพื่อนๆ ที่ร้องตะโกน เรียกหาตะขอมาเกี่ยวปลา ทั้งทางหัวเรือสลับกับทางท้ายเรือกันอุตตะหลุด พอปลาเริ่มกินห่างตัวหน่อยไต๋วุฒิ ก็สั่ง " เก็บเบ็ดย้ายหมาย " สรุป ที่หมายนี้พี่เสือปลา ของเรา และเจ้าหมูหยอง เก่งเป็นพระเอก ได้ปลากันคนละหลายตัว และส่วนใหญ่จะ เป็นปลาแดงเขี้ยว อั๊งเกย และปลาเก๋า ขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย... 


หมายที่ 2 ประจำ ทริปนี้พวกเราตกปลากันทามกลางสายฝน ที่โปรยปรายไม่ขาดสาย  ทุกคนต่างเปียกฝน มะร่อกมะเลก แต่ ปลากินดีมาก ก็เพราะมันกินดี นี่แหละ ทุกคนเลย ยอมตากฝน ทนหัวเปียก นั่งตกปลากันอยากสนุกสนาน.... ปลาที่ได้จะเป็นปลา ขนาดเล็ก กว่าปลาที่หมายกองหิน ที่พวกเราตกกันครั้งแรก แต่ปนริมาณ ที่ได้ ไม่น้อยเลย ..... พอปลาหยุดกินเหยื่อไม่ทันไร เสียงของไต๋วุฒิ ก็บอกให้เราเก็บเบ็ดเตรียมตัวย้ายหมาย คราวนี้เราไปไกลถึง น่านน้ำชุมพร เลย..... 


เรือแล่นออกสู่ทะเลชุมพร ไปยังหมายเรือแก๊ส ตามที่ไต๋วุฒิบอกแก่เรา โดยคาดหวัง ไว้ว่า แค่หมายนี้หมายเดียว เราจะได้ปลาเต็มลำเรือ..ฮะ..ฮา...ฮ่า....แต่มันกลับผิดคาด.. ปลามีไม่มาก ดังที่เราหวังเอาไว้..นี่แหละหนอ ที่เขาเรียกว่า เอาอะไรแน่ไม่ได้กับทะเล ไม่รู้ปลามันหายไปไหนหมด ...เราจำต้องย้ายหมาย กันอีกแล้วหมายที่ 4 ก็ยังไม่ได้ปลา เป็นชิ้นเป็นอัน จนมาหมายที่ 5 นี่เราได้กะมง มาเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย โดยผมอัดมาได้ 4 ตัว และนายแต๋งอีก 6 ตัวสายน้ำเริ่มไหลแรง เวลาลุล่วงเลยไป เที่ยงคืนกว่าแล้ว ผม ไปเปิด ถังน้ำแข็ง แช่ปลา โอ๊ะ...นี่เราได้ปลามาประมาณ 30 กว่าตัวเองรึนี่....ดูแล้วมัน ช่างน้อยจัง ไต๋วุฒิ สั่งเก็บเบ็ดย้ายหมายอีกแล้ว ชั่งขยันย้ายเสียจริงๆ เข้าหมายที่ 6 หมายที่ 7 และ หมายที่ 8 แห้วสนิด ไม่ได้ปลาเลยสักตัว นี่ขนาดออกซากเรือจม กันเลย นะทำไงดีไต๋วุฒิ...พวกเราเข้ามาปรึกษากับไต๋วุฒิ กันในเก๋ง ห้องคนขับเรือ.. ว่าจะเอา ยังไงกันดี ไต๋วุฒิ เสนอขึ้นว่า "เราควรเข้าไปตกหมายในดีกว่า เดินทางอีก 5 ชัวโมง ไปถึงหมายก็ประมาณ 8 โมงเช้า ยังมีเวลาให้ตกอีก 1 ชัวโมง" พวกเราตอบตกลง หมายสุดท้าย ของทริปนี้มันเป็นการเสียงดวงที่คุ้มค่า พอเรามาถึงหมาย ก็ปาเข้าไป 7 โมงกว่า ยังมีเวลาอีกชั่วโมงกว่า เราเริ่มลงเหยื่อกันทันที เพราะเวลาเริ่มเหลือน้อยลง ไป ทุกทีทุกที นายแต๋ง รับหน้าที่เป็นคนเปิดหมาย ด้วย แดงเขี้ยวขนาดไม่แพ้ ของ หมูหยองเลย... ตามด้วย อั๋งเกย ของผม ส่วนท้ายเรือ วันนี้ ไม่คึกคัก เหมือนวันแรก.... พอปลาเริ่มหยุดกิน

ไต๋วุฒิ ก็ร้องบอกว่าเก็บเบ็ดหน่อยจะขยับเรือให้ตรงหมาย...พอเรือ ขยับทิศทางได้ที่ปลาก็เริ่มฉวยเหยื่ออีก ถือว่าเป็นเทคนิคของไต๋วุฒิ ครับ สักพัก เสียง ทางท้ายเรือ ก็ เฮ ดังลั่น....เมื่อ.พี่ต้อย งัดเจ้าเก๋าใหญ่ ขนาด 18 กิโล ขึ้นมาได้ และเป็น  ปลาที่ใหญ่ที่สุดของทริปนี้ .เราได้ปลาเก๋ามาอีก 2 ตัว จากฝีมือของผม 1 ตัวไซร์ ประมาณ 7 กิโลได้ และจากทางท้ายเรืออีก 1 ตัวพอปลาหยุดฉวยไต๋วุฒิก็จะขยับเรืออีก แล้วปลาก็กินอีก ...พี่เสือซึ่งเงียบ สนิด มาตั้งแต่เมื่อคืน ผิดกลับเช้าวันแรกอย่างลิบลับ.. มาเช้าวันที่ 2 ก็ยังเงียบอีกน้องๆ เขาอัดกันขึ้นมาคนละ 2 ตัว 3 ตัว แล้ว แถม สายเอ็นของพี่เสือ ยังไปพันสายชาวบ้านเขา อีรุงตุงนัง ไปหมด .... จนพี่เสือใส่ลูกตะกั่ว เพิ่มเข้า ไปอีก 1 ลูก นั้นแหละ ครับ ปลาถึงฉวยทันตาเห็น พี่เสือวัดคันฉับ แล้วก็อัดไปสักพัก พี่ท่านก็ทำท่า หัวทิ่มตำ ตามคันเบ็ด เพราะมัวไปชะล่าใจ คิดว่าปลามันตัวเล็กปลามัน เลยมุดเข้าซอกหิน ได้สำเร็จ ต้องอาศัย แฮนด์แด๊รก ของเด็กเรือชื่อ นายดอน อีกจนได้  ใช้มือสาวสายเอ็น เย่อกับมัน คาซอกหินอยู่อย่างนั้น ได้สักพัก มันก็ยอมออกมาจากซอก หิน คราวนี้ พี่เสือไม่ยอมให้มัน หมุดหัวเข้ารูได้อีกแล้ว Penn Inter II 20TW งัดเจ้า ตัวใต้น้ำ จนต้องรีบทะยายขึ้นสู่ผิวน้ำ และก็โดน เกี่ยวขึ้นมา ทำปากพองตูดป่อง ที่ท้าย  เรือสำเร็จ เป็นปลาเก๋าใหญ่ ขนาด 10 กิโลได้ครับตัวนี้ พี่เสือบอกแก่ผมว่า น้ำข้างล่างมัน ไหลแรง มันพัดเอา ตะกั่วปลิว เหยื่อเลยตกไม่ถึงพื้นปลาก็เลยไม่กินเบ็ด พอใส่ตะกั่วเพิ่ม ไปอีก 1 ลูกให้เหยื่อตกถึงพื้นเท่านั้น ปลามันก็กินเลย .....ก่อนที่จะปิดทริปนี้ นายแต๋ง ก็ 
อัดเจ้า อั๋งเกยขึ้นมาเป็นตัวปิดเกมส์สำหรับทริปนี้....เราปิดหมายสุดท้ายได้อย่างสวย หรู่ กับปลาเก๋า 5 ตัว ปลาอั่งเกย อีกหลายตัว


บทสรุปของการเดินทางอันแสนจะยาวไกล ถึง 250 ไมล์ทะเล ถึงแม้เราจะไม่ได้ จำนวนปลามหาศาล อย่างที่ใครต่อใครเคยได้กัน จำนวนปลาที่เราได้นั้นมันเพียงพอแก่ การนำมาเป็นอาหาร เลี้ยงสมาชิกในครอบครัวเรา แล้วมันยังเหลือ พอที่จะจ่ายแจกแก่ ญาติมิตรที่เรารักอีกด้วย แค่นี้ก็เพียงพอแก่ความต้องการสำหรับเราแล้ว แต่สิ่งที่เราได้  มากกว่านั้นก็คือ เราได้ใช้ชีวิตอยู่บนเรือร่วมกัน กับเพื่อนฝูง อย่างมีความสุข ได้สนุกกับ เกมส์ ที่เรารัก ได้พูดคุยกับเพื่อนสนิท อย่างสนุกสนาน ดื่มด่ำกับ ธรรมชาติ แต่..! มีสิ่ง หนึ่งที่ผมอยากจะพูดออกมา ให้พวกเราได้รับรู้ นั้นก็คือ ท้องทะเล บ้านเรามันสกปรก  มากเหลือเกิน จุดที่เราจอดไดร์หมึกกัน อยู่ห่างจากเกาะเหลายาเพียงนิดเดียวแต่อยู่ห่าง จากพื้นแผ่นดินใหญ่มาก ผมเห็นเศษถุงพลาสติก เศษขยะลอยมาตามสายน้ำ ไม่ขาดสาย เศษขยะลอยทอด เป็นแนวยาว ลอยออกไปสู่กลางทะเล ...นี่มันอะไรกัน ! ทำไมขยะมัน ถึงมีมากมายขนาดนี้......คนที่ทิ้งมันลงสู่น้ำ จะทราบไหมหนอ ว่ามันไปทำลายทัศนียภาพ อันงดงานของท้องทะเลไป ... เศษขยะพวกนี้ จะไปทำลาย สภาพแวดล้อมทางทะเล  เขาเหล่านั้นเป็นมนุษย์พันธ์ ไหนกันนะ ผมละอยากรู้จริงๆ .... 

สำหรับทริปนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม ขอให้มีความสุขกับเกมส์ตกปลาที่คุณรัก...................

[กลับสู่เมนู]


Home | Bicycle | Offroad | Fishing | Radio Control | GPS Corner | Second hand | Member area
Copyright © 2000, www.WeekendHobby.com, All right reserved.

Contact Webmaster