อาทิตย์,12 กรกฎาคม 2563

เรื่องเล่าคนตกปลา

250 ไมล์กับนายชนบท
แล่นเรือโต้คลื่น
ปลากระบึกที่สีชัง
คืนพระจันทร์ยิ้มแฉ่ง
บางเสร่ยังมีลุ้น
ดอดไปฟันไอ้โฉม
วันนี้ที่รอคอย
มันแปลกดีนะ
สายันรัญจวน
ทุบไอ้สากที่สัพพะยื้อ
น้ำใจ
โฉมเอยโฉมงาม
แข่งขันตกปลาสัญจร#1
ปลายฝนต้นหนาว
แข่งขันตกปลาแสมสารครั้งที่#6
ลูกหมูจอมซ่าส์
โต้ลมหนาว
เก่งกับเฮง
เมษาฮาวาย
เมื่อผมไปงานแข่งฯ
ลองเรือใหม่กับไต๋โก๊ะ
หูดำที่เกาะค้างคาว
ไปลุยโฉมงามกับไต๋น้อง
มหาเฮง
นักเลงโตสากดำ
ฟ้าหลังฝน
หลังมรสุมสงบ
ตามล่าปลาจัมโบ้
บันทึกแห่งความทรงจำ
คุณพริ้งลองของ
อัดปลาโต้เดิ้ง
เพื่อนรักต่างแดน
เก๋าหน้าหวาน
ไต๋ยอช์ตพาเพลิน
สานสัมพันธ์คนตกปลา#1
หรรษาตะวันแดง
บางเสร่รำลึก#4
ตะล่อนไปกับไต๋อ้วน
ตะลอนไปกับไต๋เปี๊ยก
แดงจ๋าแดงจ่า
ลีลาสละ
ลูกหมูย่ำสวาท
ผู้กล้าแห่งวารี
ไต๋ระยอดนักสู้
สายสัมพันธ์คนตกปลา#2
มือใหม่หัดเหวี่ยง
ผู้พันอินทรี
สัตว์ประหลาด
ยุทธการหักเขี้ยวอินทรี
จิตสังหาร
ลากมาอุ้ม
ปริศนาที่เร้นลับ
ดอนตะวันแดง
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี3
ปลายักษ์ในตำนาน
ราพาร่าพรางตัว
สานสัมพันธ์คนตกปลา ครั้งที่ 4
อินทรีหลังโขด
ท่องไปกับตะวันแดง
รวมดาวกระจุย
บุกรังสีทอง
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี 4
อยากอัดไอ้หลาม
ปลอบขวัญที่กำพวน
วาฮูนักวิ่งน้ำลึก
วังสีทอง
กุเลาเกมส์พันธ์ดุ
รางวัลชีวิต
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี5
ธิดาย่ำสวาท
กุเลาเกมส์คนวัยมันส์
เมษาพาเพลิน

มิตรภาพไร้พรมแดน
ตอน. เก๋าหน้าหวาน
ตราด 26-28 มี.ค. 47

ผู้ร่วมทริพ 1.พี่หมูอ่อนนุช 2.นายอ๋อง จันทบุรี 3.นายบอล จันทบุรี 4.นายไก่ ปะการัง 5.คุณบรรจง 6.นายหนุ่ม การบินไทย 7.นู๋เฟิร์น 8.น้องเกด

 เก๋าหน้าหวาน บนเส้นทางความฝันของคนตกปลากลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะสร้าง Trophy เพื่อเป็นรางวัลให้กับชีวิต เมื่อความฝันมากระตุ้นต่อมความอยาก จึงเกิดการดิ้นรนเสาะหาหนทาง และตะเกียดตะกาย

เพื่อที่จะนำพาไปสู่ความฝันตามที่ได้ตั้งใจไว้ "เมื่อความอยากมันไม่ปราณีใครฉันใด มนุษย์เราย่อมต้องดิ้นร่นไขว่คว้าหาหนทางที่จะไปสู่ความฝันฉันนั้น" และจึงเป็นที่มาของทริบ "เก๋าหน้าหวาน" ซึ่งผมจะขอนำมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านที่เป็น ฟ.แฟนโลกกว้างใน ฉบับนี้ วันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยก็มาถึง มันเป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส สวยสุดในรอบปี ท้องฟ้าปราศจากก้อนเมฆและพายุฝนฟ้าคะนอง มันเป็นวันที่ทำให้พวกเรา มีความสุขกันจริงๆ ขบวนคนตกปลาออกเดินทางจากบ้านใครบ้านมันมุ่งหน้าสู่ทะเลตราด แม้หนทางจะยาวไกลหลายร้อยกิโลเมตร แต่จิตใจของใครบางคนได้ไปรอคอยอยู่บนเรือเรียบร้อยแล้วก็มี กว่าสมาชิกจะมากันครบ ตะวันก็เริ่มคล้อยตัวลงต่ำเกือบจะลับทิวเขาของเกาะช้าง ก็ได้เวลาที่พวกเราจะได้ออกเดินทางไปแสวงหาความสุขจากท้องทะเล กันเสียที ผมตะโกนเรียกเจ้าโก๊ะให้รีบมาทำหน้าที่ เป็นไต๋ที่ดี "โก๊ะ .." เจ้าโก๊ะทำเสียงดัดจริตตอบกลับมาว่า "จ๋า.." หน่อยแน่ะดูเจ้าโก๊ะตอบ รึว่าเจ้าหมอนี่มันเป็นไต๋เกย์ ไปเสียแล้ว ธ่อ! ผมนึกในใจก่อนจะตวาดแว๊ด แว๊ด ออกไปว่า "ไม่ต้องมาจ๊ะ มาจ๋า เลยอ้ายไต๋เกย์ รีบมาขับเรือเลยเมิ้ง หน่อยแหนะ เดี๋ยวนี้หัดดัดจริตเพาะกาม เอ้ย! ม่ะช่าย เพาะกล้ามเชียว นะเอ็ง จะเอาไปอวดอีโฉมบนเกาะหวายรึงัย ฮ่า! " เจ้าโก๊ะทำตาปริบ ปริบ ขว้างค้อนใส่ผมดังขวับ ก่อนจะพูดกลับมาว่า "จ้า จะรีบสตาร์เครื่องออกเรือเดี๋ยวนี้แหละจ้า ...อย่าดุ ดิพี่ เดี๋ยวปั๊ด ตะ ตะ เตะไอ้ต้นโชว์ เลยนี่ " ดูดิ ครับพี่น้อง นี่ไต๋เรือคิดจะเตะเด็กเรือโชว์แขกสะแล้ว ผมจึงพูดสวนไปว่า "ไอ้นี่วอน ตาลบูด เสียแล้วมั๊ยละ ฮ่ะฮ่า !" เสียงเพื่อนๆ หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ ไต๋โก๊ะ รีบสตาร์เครื่องยนต์ ก่อนจะเร่งเครื่อง หันหัวเรือออกจากท่า อย่างรวดเร็วจนหัวเรือแหวกน้ำกระจาย พอเรือแล่นออกจากท่าได้ไม่นาน

การปรึกษาเตรียมแผนการตั้งแต่การไดน์หมึกจนกระทั้งหมายตกปลาก็เริ่มขึ้น "โก๊ะ คืนนี้เราน่าจะไปไดน์หมึกที่เกาะเพนียดนะ เผื่อว่าจะได้ลงสายตกปลาไปด้วย " ผมเสนอจุดไดน์หมึก ซึ่งไต๋โก๊ะก็เห็นดีด้วย "ตกลง ป๋า คืนนี้เราจะไปเกาะเพนียดกัน" ไต๋โก๊ะตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ด้วยเพราะ บริเวณข้างเกาะเพนียด จะมีร่องน้ำลึก จึงมักจะมีปลาสาก ปลาอินทรี และปลารัญจวน แวะเวียนว่ายเข้ามาในบริเวณนี้อยู่เสมอ เราสามารถจะลงสายลอย และสายหน้าดิน ตกปลาระหว่างที่ไดน์หมึก ได้ด้วย ถ้าจะปล่อยสายลอย ก็ให้ใส่ตะกั่วเม็ดเล็กร้อยเข้าไปในสายเอ็นเลย แล้วใช้ยางหนังสติ๊ก รัดสายเอ็นติดเข้าตะกั่ว เวลาปลาดึงหนังยางก็จะดีดหลุดไปเอง สายชิ่งให้ยาวสัก 5 เมตร แล้วผูกทุ่นห่างจากตะกั่ว สัก 6 เมตร สายหน้าควรเป็น ลีดเดอร์ลวดผูก เบ็ดขนาด 2 โอ 2 ตัว แล้วปล่อยสาย ให้น้ำพัดทุ่นไหลไปอยู่ในแนวชายแสงไฟ แต่ถ้าจะลงสายหน้าดิน ก็ควรใส่ตะกั่วเม็ดไม่ใหญ่มาก สายหน้ายาว 2-4 เมตร แล้วปล่อยสายให้น้ำพัด ไหลกะระยะให้ห่างจากเรือสัก 10 เมตร ตั้งเบรกให้แน่นพอประมาณ อย่างเช่นคืนนี้ ผมประกอบคันชุดลอยสาย แล้วนำหมึกที่ตกได้มาเกี่ยวเบ็ด ก่อนจะนำไปปล่อยสายผูกทุ่นทิ้งไว้ท้ายเรือ บางทีคืนนี้เราอาจจะโชคดีมีปลา แวะเวียนเข้ามาทักทาย จะได้ออกกำลังกายยามดึกก็เป็นได้ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปความอ่อนเพลียบวกกับความง่วงนอน ทำให้หลายคนมิอาจจะฝืนสังขาร นั่งถ่างตารอปลากินเหยื่อได้อีก สมาชิกค่อยๆ หายไปทีละคน 2 คนจนไม่เหลือใครเฝ้าคันเบ็ดเลยสักคน ขณะที่ทุกคนกำลังหลับอย่างมีความสุข ก็มีอันต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงดัง "แกร๊กกกก" สนั่นลั่นเรือ เสียงนี้มันปลุกโสตประสาท กระตุ้นจิตวิญญาณ

ของนักตกปลาดีเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกที่บ้านเสียอีก ผมดีดตัวตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะมองไปยังต้นเสียง และสิ่งที่เราได้เห็นก็คือขวดน้ำสีขาวกำลังวิ่งทวนน้ำ พร้อมกับสัญญาณเสียงจากรอก ที่ส่งเสียงดังไม่หยุด ก่อนที่รีบไปคว้าคันเบ็ดขึ้นแล้ววัดไป 1 ฉับ ปลาตัวนั้นมันกระโดดตัวลอยทันที ที่โดนกระชาก จากการวัดคันเมื่อครู่นี้ ตูมมม! "เฮ้ย ไอ้สาก" เสียงเจ้าบอลร้องดังออกมาประสานเสียงเกือบจะพร้อมกันกับเสียงของเจ้าไก่ปะการัง เมื่อปลามันกระโดดตัวลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ ลีลาการสู้เบ็ด มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับปลาสากไม่ผิดเพี้ยน แถมลำตัวที่เงาวาววับยามที่มันกระโดด แล้วต้องแสงไฟ ส่องประกายสีเงินยวงสะท้อนเข้าสู่ดวงตา มองเห็นไกลๆ แล้วใช่เลย ไอ้ปลาพรรณนี้แหละคือปลาสาก ชัวร์ป๊าบเล้ยยย หลายคนคงคิดเช่นนั้น ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จนกระทั่ง มันถูกลากเข้ามาอยู่ในระยะใกล้กาบเรือ เราจึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ปลาสาก อย่างที่คิดแต่มันเป็นปลารัญจวน "ไอ้นี่มันคือปลาอะไรกันครับ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยเห็นจักที" เสียงเจ้าบอลคนเมืองจันท์

ถามด้วยความสงสัยตามแบบฉบับสำเนียงคนเมืองจันทบุรี "ปลารัญจวนครับบอล บางคนจะเรียกมันว่า ข้าวเหนียวบูด เอ้า ไก่เอาสวิงมาช่อนมันขึ้นมาที จะได้ปลดเบ็ดและปล่อยมันลงน้ำ" เราตั้งใจจะปล่อยมันกลับคืนสู่น้ำไม่คิดจะนำตัวมันขึ้นมาเพราะว่า รสชาติของเนื้อมันไม่อร่อย แถมก้างก็เยอะมาก นายไก่ปะการังเดินไปคว้าสวิงเตรียมจ้วงตักปลาตัวนั้น แต่เพราะสวิงมันขาดเป็นรูเบ้อเริ่มปลามันเลยรอดรูโหว่ หลุดไปขณะที่นายไก่ช้อนตัวมัน ปลามันส่ายตูดโบกก้นโกยอ้าวไม่เหลียวหลังมามองหน้าคนที่ช่วยชีวิตมันเลยสักนิด "เกม OVER แล้วไปนอนต่อกันดีกว่า" ในขณะที่หลายคนกำลังหลับอย่างสบาย เสียงดังเอ๊ะอะ มะเทิ้ง ก็เกิดขึ้นท่ามกลางรติกาลที่มืดมิด "ตะขอ ครับขอตะขอหน่อยครับ อินทรีใหญ่ครับ อินทรีหญ่ายยยย " เสียงคุณบรรจง นั้นเองที่โหวกเหวกร้องหาตะขอ มาเกี่ยวปลาอินทรีต้อนรับแสงอรุณยามเช้า "มันกินหมึกตายครับ มันซัดเหยื่อผมไปตั้ง 4-5 ครั้ง สายขาดหมด ผมเลยเปลี่ยนมาเป็นลีดเดอร์ลวดลงไป มันเลยเสร็จ ผ๊ม ฮะ ฮ่ะ ฮ่า" คุณบรรจงเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี "มันงาบคามือเลยครับ กำลังหย่อนสายเพลินๆ ก็โดนมันลาก พรืด พรืด ต๊กใจหมดเลย เหอะ เหอะ เหอะ" เสียงคุณบรรจงกล่าวต่อ มันดังไปปลุกให้เพื่อนๆ ที่ยังนอนหลับ ให้สะดุ้งตื่น ลุกขึ้นมาคว้าคันเบ็ด แล้วไปเกี่ยวหมึกตายหย่อนข้างกาบเรือ เพียงไม่นานคันของนายหนุ่มการบินไทย

ก็แสดงอาการโค้งคำนับแสงตะวันที่กำลังร่ำไรส่องแสงขับไล่ความมืดยามรติกาลให้ผ่านพ้นไป นายหนุ่มรีบคว้าคันมากุมไว้แล้ววัดสวนไป 1 ฉับ ปลายคันกลับโค้งลงมากกว่าเดิม กิจกรรมออกกำลังกายตอนเช้าเริ่มขึ้นอีกบทหนึ่งแล้ว ปลามันกระโดดโชว์ลำตัวสีเงินยวง ห่างจากเรือออกไป ราว 60 เมตร ท่าทางการสู้เบ็ดแบบนี้คงไม่แคล้วเป็นปลารัญจวนแน่แล้ว ในที่สุดนายหนุ่มก็สำเร็จโทษงัดเอาปลารัญจวนมานอนเคียงคู่กับปลาอินทรี ในตะกร้าได้เป็นผลสำเร็จ ก็พอดีกับ แสงสีทองผ่องอำไพ ส่องสว่างขับไล่รติกาลให้ผ่านพ้นไป ไต๋โก๊ะ เจ้าต้นและ จุ่มโพ่บิ๊ก ก็ตื่นขึ้นมาจัดการกว้านสายสมอ เก็บคานอวนและแขนไฟ ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่ไต๋โก๊ะจะขับเรือเดินหน้ามุ่งสู่ท้องทะเล ไปตาม 'หนทางสู่ความฝัน' ดังที่ได้ตั้งใจไว้ อาหารเช้าจากฝีมือจุ่มโพ่บิ๊ก ทำให้พวกเราเจริญอาหารรู้สึกว่า พุงพวกเราดูจะโตขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะเลย หลังอาหารเช้าผ่านพ้นไป ไต๋โก๊ะ ก็ขับเรือพาพวกเรามาถึงหมายตกปลาพอดี เสียงเครื่องยนต์เบาหรี่ลง เมื่อเรือแล่นเข้าทับจุดพิกัด บนจอ GPS ไต๋โก๊ะเบาเครื่องเรือสงบนิ่งลอยลำไม่ไหวติง เพื่อจะดูทิศทางการไหลของกระแสลมกับกระแสน้ำ พอจับทิศจับทางได้แล้วไต๋โก๊ะก็เร่งเครื่องยนต์ หันหัวเรือมุ่งไปยังด้านตรงข้ามกับทิศทางที่เรือเคลื่อนตัวออกจากจุดพิกัด บนจอ GPS เพื่อไปยังจุดทิ้งสมอเรือตามระยะที่ได้คำนวณไว้ "อ้าวทิ้งหมอ..." เงียบไม่เสียงตอบใดๆ จากเด็กเรือนามว่าต้น "ไอ้เวง ต้น บอกให้ทิ้งหมอ ทิ้งหมอ ทำไมไม่ทิ้งสะที ฟ่ะ ! " เสียงไต๋โก๊ะ เอ็ด ตะโล ดังลั่น เท่านั้นแหละนายต้นที่กำลังยืนเหม่อลอย

เหมือนกับคิดถึงใครบางคนที่จำพรากจากมานานต้องสะดุ้งโหยงก่อนจะยกสมอเรือทิ้งลงน้ำ "โทษทีไต๋ มันไม่ได้ยิน แฮะ แฮะ" พอเรือไหลเข้าจุดพิกัด เสียงสัญญาณ ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ จากเครื่อง Sounder ดังถี่รัว พลอยทำให้หัวใจพวกเราเกิดอาการเต้นถี่ตามไปด้วย "อ้าว มัดหมอเลย" เสียงไต๋โก๊ะ บอกให้นายต้นจัดการมัดสายสมอเรือทันทีที่เรือเข้าสู่จุดพิกัด บัดนี้บนจอ Sounder บ่งบอกพวกเราว่า 'เบื้องล่างใต้พื้นน้ำ มีปลากำลังอ้าปากรอเหยื่อที่พวกเรากำลังจะส่งไป' ไม่มีการรั้งรอหรือคำเตือนใดๆ หลายคนแทบจะกระโจนไปคว้าสวิงมาตักเหยื่อหมึกมาเกี่ยวเบ็ดเสียเอง "หมึกตัวครับขอตัวใหญ่ๆ หน่อยนะจะเอาไปล่อไอ้เก๋ายักษ์สะหน่อย" เสียใครบางคนร้องบอกนายต้นเด็กเรือที่กำลังช้อนหมึก "เอาเก๋ายักษ์เลยเร๊อะพี่ แล้วจะเอาใส่ถังแช่น้ำแข็งยังไงละครับ" ฮ่า! จุกครับ โดนเด็กเรือย้อนเข้าให้ เสียงตะกั่วกระทบผิวน้ำดัง จ๋อม จ๋อม นำพาหมึกเป็น ดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก ทุกคนใจจดจ่ออยู่ที่ปลายคัน สองมือกุมด้ามคันอย่างมั่นคง เหมือนประหนึ่งรอรับถึงความรู้สึกว่าเมื่อใด ที่เกิดแรงดึงกระตุก กระตุก ผ่านสายเอ็นมาถึงคันเบ็ด เมื่อไหร่ 'ตูจะวัดคันให้ไส้ปลิ้นออกมานอกปากเล้ยเมิ้ง' "อ้ายต้น เอ็งอย่าชะโงกหน้าออกไปอย่างนั้น" เสียงไต๋โก๊ะ ตะโกนออกมาจากเก๋งเรือ "ทำไมละไต๋" เจ้าต้น มีอาการ งง ในคำพูดของไต๋โก๊ะ "เดี๋ยวปลามันไม่กล้ากินเหยื่อ มันนึกว่ามีงูจ้องมันอยู่ คนอะไรวะหน้าแหลมเหมือนงูเด่ะเลย ฮ่า!" เพียงไม่นานเสียงวัดคันแหวกอากาศก็ดัง 'หวืด'ทางกาบซ้ายหัวเรือ "อยู่ละ เสร็จตูละมึง ฮะ ฮา ฮ่า" สักพักก็ได้ยินเสียงดังจากทางกาบขวาของเรือว่า "ของผมก็เสร็จ จ้า อู้ยยยส์ มันส์ อ่ะ มีสู้ มันขัดขืน แล้วอ่ะจ้า" ส่วนทางท้ายเรือ เจ้าบอลหนุ่มเมืองจันท์ ก็ไม่ยอมหน้าเพื่อนแต่ด้วยความดีใจผสมกับความตื่นเต้นจึงทำอะไรไม่ถูก เจ้าบอลจึงตะโกนร้องถามมาว่า "ของป๊ม กินแล้ว ของป๊มปลากินแล้ว ทำไงดี พี่" เสียงเพื่อนสมาชิกที่นั่งตกปลาอยู่ข้างๆ ตอบเจ้าบอลไปว่า

"ปลากินเอ็งก็วัดคันสิวะ ธ่อ! ทีเรื่องอื่นไม่เห็นต้องให้บอกเลยว่าทำยังไง ก็เห็นทำจนได้ลูกมาแล้วนี่หว่า" สีหน้าเจ้าบอล ตอนนี้ เด๋อ ด๋า เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ "ตัวมันหญ่ายมากเลยนะ ให้วัดเลย นิ เอาวัดก็วัด" เสียงคันแหวกอากาศดังหวืด สายเอ็นปลิวไสวโบกสะบัดไปตามสายลม "เหวย...สายขาดเลย" เจ้าบอล รู้สึกเสียดายที่ปลาตัวนั้นขาดไป เสียงเพื่อนคนเดิมก็พูดอีกครั้งว่า "เออ! ก็วัดสะแรงโคตรอย่างนี้ ถ้าสายไม่ขาด ปากมันก็ระเบิดหลุดออกมาทั้งยวงละวะ " ขณะที่หลายคนกำลังอัดปลาอย่างเมามันส์ พี่หมูอ่อนนุช กำลังออกแรงงัดกับปลาขนาดใหญ่ อยู่ทางท้ายเรือ "อู้ย เสียวคันพี่หมู หักจังเลยพี่โย ผมหนีไปไกลๆ ก่อนดีกว่า เผื่อคันมันหักผมจะได้หลบทัน" เสียงเจ้าบอลคนเดิมกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็น คันในมือพี่หมูโค้งจนแทบจะเป็นวงกลม "ไอ้นี่ปากเสีย คนกำลังอัดปลาอยู่ เจือก พูดเป็นรางไม่ดี เดี๋ยวขึ้นฝั่งไปให้หมอผ่าหมาออกจากปากด้วยละ ฮ่า!" เสียงพี่หมูเอ็ดตะโลดังลั่น แต่ก็เป็นเพียงการหยอกเย้าน้องๆ เล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น "อุ้ย ผมไม่พูดแล้ว เดี๋ยวพี่หมูจับหมาออกจากปากผมอีก" เจ้าบอลเลยหุบปากเงียบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มองรูปการพี่หมูตอนนี้ กำลังเผชิญหน้า กับเกมหนักเสียแล้ว ลักษณะการต่อสู้ที่หนักหน่วงอย่างนี้ คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปลาเก๋าระดับลูกหมู แน่แล้ว "พี่หมู สู้ สู้ พี่หมู สู้ตาย พี่หมูไว้ลาย สู้ตายพี่หมู" เสียงเชียร์จากไต๋เรือนามว่าโก๊ะ ที่ชะโงกหน้าอันแหลมเปรี๊ยว ตะโกนร้องเชียร์ จนน่าหมั่นไส้ "ปลามันไม่ตายหรอกเฟ้ย แต่ตูนี่ดิกำลังจะตาย เอิ๊บบบ" พี่หมูพูดสวนกลับเจ้าโก๊ะ

ในขณะที่มือยังกุมคันเบ็ดออกแรงงัด เสียงดัง เอิ๊บ เอิ๊บ เล็ดรอดออกมาจากริมฝีปาก ปลามันยังไม่ยอมแพ้ โดยง่าย การดิ้นรนต่อสู้เพื่ออิสรภาพ จึงเกิดขึ้นและทวีความหนักหน่วง ขึ้นเรื่อยๆ เวลาผ่านไปหลายนาที พี่หมูก็สามารถเก็บสายเข้ามาใน Spool ได้ทีละเล็กทีละน้อย แล้วในที่สุดเกมก็จบลงชัยชนะเป็นของพี่หมู เมื่อปลาเก๋าไซส์ มหึมา ลอยพุงป่องเอาท้องชี้ฟ้าข้างกาบเรือ พวกเราส่งเสียงร้อง เฮ ด้วยความดีใจกันลั่นเรือ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องถอนสมอมุ่งหน้าเดินทางกันต่อไป คืนนี้เราตั้งใจจะไปตกปลาอังเกยไซส์จัมโบ้ ที่หมายดินดาน ซึ่งอยู่ห่างไกล อีกหลายสิบไมล์ กว่าเรือจะแล่นไปถึง ช่วงเวลาที่เรือแล่นเข้าหมายนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการพักผ่อนหลับนอนหรือตั้งวงดื่มสุรา จนแสงตะวันกำลังจะลาจากท้องฟ้า ความมืดกำลังจะคืบคลานเข้ามาแทนที่ เราก็เดินทางมาถึงจุดหมาย ไต๋โก๊ะตะโกนสั่งให้เจ้าต้นทิ้งสมอ แสงไฟบนเรือถูกเปิดสว่างอีกครั้ง สมาชิกหลายคนยังแสดงความกระปรี่กระเป่า ลุกขึ้นมาคว้าคันเบ็ดไปเกี่ยวเหยื่อ แล้วหย่อนลงน้ำ แต่ละคนก็จะเลือกทำเลนั่ง กันตามใจชอบ เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ความเงียบสงบในยามราตรีกาลยังคงครอบคลุม เรือเกรียงไกร

เหยื่อถูกสาวขึ้นมาตรวจสภาพ หมึกบางตัวก็หลุดลุ้ยบางตัวก็เหลือเพียงตัวเบ็ดที่ว่างเปล่า หมึกบางตัวเหมือนถูกสัตว์น้ำขนาดเล็กแทะเล็ม "มันโดนตัวอะไรกินละเว้ย ปลาก็ไม่ใช้ แล้วนี้ไอ้ตัวขาวๆเหมือนแมงวันนี่มันตัวอะไรครับพี่โย" นายบอลร้องถามผมเมื่อพบว่ามีตัวแปลกปลอม สีขาว เข้าไปชอนไชหมึกอยู่เต็มไปหมด "เฮ้ยนั้นมันเหาปลานี่หว่า จำไว้เลยนะ ถ้าไอ้ตัวนี้มันเกาะเหยื่อเมื่อไหร่ให้รีบย้ายหมายทันที ปลามันไม่กล้าเข้าใกล้ไอ้ตัวนี้หรอก"เราตัดสินใจย้ายหมาย"โก๊ะ ย้ายหมายดีกว่าตัวเหาเต็มพรืดไปหมด" ไต๋โก๊ะไม่รีรออีกต่อไปเพราะเข้าใจสถานการณ์เช่นนี้ดี "เอ้าเก็บเบ็ดครับเก็บเบ็ด ไอ้ต้นไปกว้านหมอ" ไต๋โก๊ะย้ายมาหมายหินดินดานอีกแห่งที่อยู่ห่างจากหมายแรกใช้เวลาวิ่งเรือ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึง เรือจอดสนิทได้ที่ เหยื่อหมึกก็ถูกหย่อนลงน้ำ เพียงไม่นาน ปลาก็เข้าฉวยเหยื่อ คันเบ็ดของนายบอล "ปลามันดึงคันผมแล้ว ผมวัดคันเลยนะพี่ " นายบอลถามเพื่อความมั่นใจ "อย่าพึ่งบอลใจเย็นๆ รอให้มันดึงยาวๆ แล้วค่อยวัด แล้วก็อย่าวัดแรงละเดี๋ยวปากปลามันจะระเบิด" ผมบอกเป็นเชิงแนะนำ "เอาละวะ มันดึงหนักแล้ว วัดละนะ โช๊ะ อยู่ หนักอึ้งเลย"เสียงเจ้าบอลดัง ออกมา เกมการต่อสู้ระหว่างคนกับปลาของค่ำคืนนี้ เริ่มต้นขึ้นแล้ว "เช็คเบรก หน่อยบอลอย่าให้เบรกตึงมากเกินไป เดี๋ยวปลาหลุด" บรรดาเทรนเนอร์ต่างเข้ามาช่วยแนะนำเจ้าบอล ในที่สุดปลาอังเกยไซส์จัมโบ้ ก็ถูกเจ้าบอลอัดขึ้นมานอนพะงาบ พะงาบ ในตะกร้าเป็นผลสำเร็จ จากนั้นเจ้าอ๋อง

เจ้าไก่ปะการังและหนุ่มบินไทยก็โดนปลาอังเกยเข้าฉวยเหยื่อไล่เรียงกันตามลำดับ ปลาที่หมายดินดาน แต่ละตัวจะมีขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น จนกระทั้งดึกสงัดเพื่อนๆ ค่อยๆ กระดึ๊บ กระดึ๊บ หาที่หลับนอนกันที่ละคน 2 คน จนเหลือเพียง เจ้าไก่ปะการังกับเจ้าบอล ที่ยังอึด อยู่เฝ้าคันตกปลากันยันเช้า เช้าวันใหม่ท้องฟ้ายังคนสดใส ไต๋โก๊ะแล่นเรือกลับเข้าฝั่ง โดยมีเป้าหมายจะแวะตกเก๋าลูกหมูอีกสัก 2-3 หมาย ระหว่างที่เรือแล่นมายังเกาะกูดนั้น เราก็เหลือบไปเห็น ฝูงปลาอีโต้มอญที่มันกระโดด โชว์ตัวอยู่ไม่ห่างจากเรือเราเท่าไรนัก ผมบอกให้ไต๋โก๊ะ หันหัวเรือแวะเข้าไปทักทายอีโต้มอญฝูงนั้นทันที "เฮ้ยยยย อีโต้ กระโดดน้ำ แวะเล่นกับมันหน่อยโก๊ะ" เจ้าโก๊ะก็ไม่รอช้า หมุนพังงา หันหัวเรือเข้าหาอีโต้มอญ ทันที คันชุดจิ้วสาย 4 ปอนด์ ถูกหยิบขึ้นมาผูกเบ็ด งานนี้ลูกหมง ลูกหมุนไม่ต้องใช้มันละ ผูกเบ็ดเข้าสายเมนจากรอกโดยตรง หมึกเป็นตัวเล็กถูกนำมาเกี่ยวเข้ากับเบ็ดเบอร์ 11 แล้วเหวี่ยงออกไปยังจุดที่ฝูงอีโต้ขึ้นเล่นน้ำ "ป๊าบบบบ เข้าให้ ติดแล้วโว้ยยย ฮะ ฮา" ตูมมม! ตูมม! เสียงอีโต้มอญโดดขึ้นเหนือน้ำสะบัดหัวฝัดหัวเหวี่ยง อยู่หลายตลบ "หน่อยแนะ มีตีลังกาม้วนตัวใส่ราวดร๊อบตีเกลียวรอบครึ่งอีกแน่ะ" ผมมองดูลีลาการสู้เบ็ดของปลาอีโต้มอญมันละมายคล้ายคลึงกับนักยิมนาสติก เหลือเกิน "โห้ยยยย ดูโน้น มันว่ายตามมาเป็นฝูงเลย" มหกรรมอีโต้ประจัญบาน ภาค 2 เริ่มขึ้นอีกครั้งบนเรือเกรียงไกร ทั้งน้องเกด และเพื่อนๆ ต่างสนุกสนานกับเกมอีโต้ประจัญบานจนเพลิน และแล้วก็ถึงเวลาอันควร เราจำเป็นจะต้องอำลาจากอีโต้มอญฝูงนี้เพื่อเข้าไปหมายตกปลาเก๋าลูกหมู ข้างเกาะรัง เวลาตะวันสายโด่ง รังสี ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ขับไล่ความหนาวเย็นให้ผ่านพ้นไป สีหน้าทุกคนยังคงสดชื่นยิ้มระรื่น กับความสุขที่สัมผัสได้ วันนี้เรายังพอมีเวลาที่จะตกปลาเก๋าอีกเกือบ 2 ชั่วโมง หมายแรกที่เราไปอยู่ไม่ไกลจากเกาะกูดเท่าไรนัก

คันเบ็ดถูกนำมาตรวจสอบความพร้อมอีกครั้งเมื่อเรือแล่นใกล้จะถึงจุดหมาย สายหน้าชุดเดิมถูกเปลี่ยนใหม่ ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น 'ใช่แล้วเรากำลังจะเผชิญกับเกมที่หนักหน่วงเหมือนที่พี่หมูอ่อนนุช ได้เผชิญหน้ากับมันมาแล้ว' หมึกหอมตัวประมาณ ครึ่ง กิโล ถูกเจ้าต้นช้อนขึ้นมาเกี่ยวเบ็ดขนาด 7 โอ ก่อนจะนำไปหย่อน ลงไปเหย้ายวนหน้าปากปลาเก๋า "อุย...หมึกผมมันดิ้นแรงจังสงสัยมันเจอปลาใหญ่เสียแล้วละ " เสียงคุณบรรจงกล่าวออกมาเหมือนกับรับรู้ถึงแรงดิ้นของปลาหมึกที่พยายามจะหนีปลาขนาดใหญ่ สักพักก็มีเสียงดัง เอ๊ะ อะ มะเทิ้ง ดังมาจากทางท้ายเรือ "เอ้าเฮ้ย ตัวอะไรมาดึงตู ละเว้ย "ทุกคนหันหน้าขวับมองไปยังต้นเสียงนั้นทันที สิ่งที่เราได้เห็นในขณะนี้ คือภาพของคนกำลังโดนปลาอัด หัวทิ่ม ออกไปนอกเรือ เกือบจะตกน้ำอยู่รอมร่อ "เฮ้ย...ไปช่วยจับไอ้บอลไว้ที มันโดนปลาดึงจะตกน้ำอยู่แล้ว" ผมปักคันลงในกระบอกปักคัน ก่อนจะรีบปรี่ไปคว้าเจ้าบอล เป็นเวลาเดียวกับที่สายเอ็นเกิดขาดผึ่งพอดี สีหน้าของคนที่ตกใจกลัวสุดขีดเป็นอย่างไร คงไม่ต่างกับสีหน้าของเจ้าบอลยามนี้เลยสักนิด "เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ผ๊มไม่เคยเจอแบบนี้ จั๊กที เกือบจะสิ้นชื่อแล้วมั๊ยเรา" เสียงเจ้าบอลบ่นพึมพำ ขณะที่เรากำลังวุ่นวายกับคนโดนปลาอัดเกือบตาย ไต๋โก๊ะก็แหกปากร้องตะโกน ออกมาว่า "คันท้ายเรือ คันท้ายเรือปลากิน" สายตาทุกคู่หันไปมองที่ท้ายเรือเป็นจุดเดียว คันเบ็ดที่ผมได้ปักไว้ในกระบอกปักคัน นั้นเอง กำลังถูกปลาดึงจนคันโก่ง โค้งงอ ผมรีบ ถลาเข้าไปดึงคันออกจากกระบอก ดัน คานโยกแดรกเข้าสู่ตำแหน่ง Strike แล้ววัดคันไป 1 ฉับ เกมที่หนักหน่วงได้เกิดขึ้นกับผมแล้ว แต่เพียงไม่นาน เกมก็จบลง เพราะสายหน้า 100 ปอนด์เกิดขาดสะบั่น GAME OVER อีกแล้ว และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับเข้าฝั่ง

ระหว่างเรือแล่นผ่านเกาะไม้ดั่ง เราก็ได้อินทรี เพิ่มมาอีกตัวจากการปล่อยเจ้า CD-14 ขาวหัวแดง มาเป็นตัวปิดทริบนี้ เก๋าหน้าหวาน ก็จบลงด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข ก็ต้องขอขอบคุณไต๋โก๊ะ ที่พาเราไปพบกับความสุขในครั้งนี้ ขอบอกว่า "เอ็งมันใจเกินร้อยและเยี่ยมสมกับที่คนเขารำลือกันจริงๆ"

[กลับเมนู]


Home | Bicycle | Offroad | Fishing | Radio Control | GPS Corner | Second hand | Member area
Copyright © 2000, www.WeekendHobby.com, All right reserved.

Contact Webmaster