อาทิตย์,12 กรกฎาคม 2563

เรื่องเล่าคนตกปลา

250 ไมล์กับนายชนบท
แล่นเรือโต้คลื่น
ปลากระบึกที่สีชัง
คืนพระจันทร์ยิ้มแฉ่ง
บางเสร่ยังมีลุ้น
ดอดไปฟันไอ้โฉม
วันนี้ที่รอคอย
มันแปลกดีนะ
สายันรัญจวน
ทุบไอ้สากที่สัพพะยื้อ
น้ำใจ
โฉมเอยโฉมงาม
แข่งขันตกปลาสัญจร#1
ปลายฝนต้นหนาว
แข่งขันตกปลาแสมสารครั้งที่#6
ลูกหมูจอมซ่าส์
โต้ลมหนาว
เก่งกับเฮง
เมษาฮาวาย
เมื่อผมไปงานแข่งฯ
ลองเรือใหม่กับไต๋โก๊ะ
หูดำที่เกาะค้างคาว
ไปลุยโฉมงามกับไต๋น้อง
มหาเฮง
นักเลงโตสากดำ
ฟ้าหลังฝน
หลังมรสุมสงบ
ตามล่าปลาจัมโบ้
บันทึกแห่งความทรงจำ
คุณพริ้งลองของ
อัดปลาโต้เดิ้ง
เพื่อนรักต่างแดน
เก๋าหน้าหวาน
ไต๋ยอช์ตพาเพลิน
สานสัมพันธ์คนตกปลา#1
หรรษาตะวันแดง
บางเสร่รำลึก#4
ตะล่อนไปกับไต๋อ้วน
ตะลอนไปกับไต๋เปี๊ยก
แดงจ๋าแดงจ่า
ลีลาสละ
ลูกหมูย่ำสวาท
ผู้กล้าแห่งวารี
ไต๋ระยอดนักสู้
สายสัมพันธ์คนตกปลา#2
มือใหม่หัดเหวี่ยง
ผู้พันอินทรี
สัตว์ประหลาด
ยุทธการหักเขี้ยวอินทรี
จิตสังหาร
ลากมาอุ้ม
ปริศนาที่เร้นลับ
ดอนตะวันแดง
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี3
ปลายักษ์ในตำนาน
ราพาร่าพรางตัว
สานสัมพันธ์คนตกปลา ครั้งที่ 4
อินทรีหลังโขด
ท่องไปกับตะวันแดง
รวมดาวกระจุย
บุกรังสีทอง
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี 4
อยากอัดไอ้หลาม
ปลอบขวัญที่กำพวน
วาฮูนักวิ่งน้ำลึก
วังสีทอง
กุเลาเกมส์พันธ์ดุ
รางวัลชีวิต
สานสัมพันธ์คนตกปลาปี5
ธิดาย่ำสวาท
กุเลาเกมส์คนวัยมันส์
เมษาพาเพลิน

ปริศนาที่ลึกลับ
ตอน. ไขปริศนาที่เร้นลับ
พม่า 23-26 ก.พ. 49

ผู้ร่วมทริพ 1.หมึก 2.พี่ชาญ 3.เฮียคิม 4.พี่ซิง 5.ไก่ ซตน. 6.ป๊อบ 7.วิทยา 8.ไก่ก่อสร้าง 9.ใหญ่เกษตร 10.ป้อ ฟิชฟรีเวอร์

ปริศนาเร้นลับที่กล่าวถึงสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง กับคำบอกเล่าถึงฝูงปลาขนาดใหญ่จำนวนมากมายมหาศาล ทำให้บรรดา หนุ่มน้อย และกระทาชายนักตกปลากลุ่มหนึ่งเกิดความอยากต้องการจะไปพิสูจน์หาความจริง “พี่ เบอร์ม่าแบลงค์ มันมีปลาตัวใหญ่เยอะ อย่างที่คนเขาพูดกัน จริงหรือเปล่าพี่” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยปากถามพี่คนหนึ่งในระหว่างที่นั่งรถกลับจาก การไปตกปลาที่ช่องแสมสาร “ผมก็ไม่รู้เหมือน ว่ามันมีปลาเยอะจริงหรือเปล่า ได้ยินแต่คนเขาคุยให้ฟังเหมือนกัน” ชายสูงวัยกล่าวต่อไปอีกว่า “มันเป็นดินแดนลึกลับที่เราต่างก็ไม่เคยไป มาก่อน มันเป็นดินแดนหวงห้าม ใครหลงผ่านเข้าไปมีสิทธิที่จะไม่ได้กลับบ้าน” ชายสูงวัยกล่าว “หา! จริงหรือพี่ แล้วเราจะทำไงดีละพี่ ชักอยากจะไปพิสูจน์เสียแล้ว ช่วยสร้างฝันผมให้เป็นจริงทีนะพี่นะ” เด็กชายตัวน้อยออดอ้อน พี่ใหญ่ “ได้สิ เราจะไปไขปริศนาที่ลึกลับนี้” ชายสูงวัยคนเดิมกล่าว ก่อนจะหันหน้ามาทางนายโย ก่อนจะพูดออกมาว่า “น้าโย รับไปจัดการด้วย นะ” แม้จะเป็นประโยคเพียงสั้นๆ แต่ก็ได้ใจความ นับจากนั้นมาไม่กี่วัน ขบวนการไขปริศนาที่เร้นลับ ก็ก่อตัวขึ้นด้วยการ ป่าวประกาศเปิดรับสมัคร ผู้ที่ใจกล้าบ้าบิ่น ที่จะอาสาไปไขปริศนาและสำรวจแหล่งที่ลึกลับมาช้านาน ให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อสายตาของเหล่านักตกปลาทั้งหลาย และมันจึงเป็นที่มาของเรื่องนี้

ครบกำหนดถึงวันเดินทาง นายโย หยิบโทรศัพท์ ขึ้นมากด เปิดรายการ เลือกหาเบอร์ของเพื่อนๆ ก่อนจะตัดสินใจ กดโทรศัพท์ติดต่อ ไปยังพี่ใหญ่เกษตร ‘ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด' เสียงสัญญาณ ติดต่อดังขึ้น สักพัก ก่อนจะตามด้วยเสียงจากผู้เรียก“อาโหล พี่ใหญ่เหรอครับ วันนี้พร้อมจะลุยหรือยังครับ” นายโยเอ่ยปากถาม คู่สนทนา “หา ไปวันนี้เหรอครับนี่ ตายห่า! แล้วตู นึกว่าไปกันพรุ่งนี้ ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย” เสียงพี่ใหญ่ตอบกลับมาแบบตกใจ ก่อนจะกล่าวต่อ อีกว่า “ผมนึกว่าเราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้เสียอีก ถ้าคุณโย ไม่โทรมา ผมไม่รู้จริงๆ นะนี่ เกือบซวย ไม่ได้ไปแล้วไหมละ” พี่ใหญ่รำพึงรำพัน บ่นอุบอิบ ก่อนจะเอ่ยปากตัดสินใจออกมาว่า “OK เย็นนี้เราไปเจอกันที่บ้านพี่ชาญ ตามแผนเดิมนะครับ” วันนั้นทั้งวัน นายโย สาระวนอยู่กับโทรศัพท์ กับเพื่อนตลอดทั้งวัน จนกระทั้งถึงเวลานัดหมาย นายไก่ก่อสร้าง ผู้อาสาเป็นสารถี ขับรถ ให้พี่ชาญ ก็เดินทางมาถึงจุดนัดพบ ก่อนเวลาที่นัดหมายเสียอีก “วันนี้ผมฟรีเดย์ ครับพี่ เลยออกมารับพี่ก่อนเวลา วันนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานหรอกพี่ ใจมันว้าวุ่น อยากไปเต็มแก่แล้ว” นายไก่ก่อสร้างกล่าวกับนายโย

ทันทีที่ได้เดินทางมาถึง “เหมือนกันแหละ วันนี้ก็พี่โทรหาคนมาลงเรือ เพิ่มทั้งวัน ไม่มีอันทำงานเหมือนกันเลย ฮะ ฮ่ะ ฮา” นายโยกล่าว ติดตลก เพราะถ้าหาใครมา ลงเรือเพิ่มไม่ได้ นั้นหมายถึง ‘ตาลนายโยจะบูด' ซึ่งพอจะแปลเป็นภาษาปกติว่า ‘ตูดนายโยจะบาน' “อ้าวพี่โยทำไมพี่เดินขาถ่างๆ อย่างนั้น อ่ะพี่” นายไก่ได้ที เปิดฉากแซวเอาฤกษ์ สะแล้ว “ก็คนมันตูดบานจะให้เดินขาหุบได้ยังไงละฟ่ะ” นายโยพูดจบ ก็ก้าวขึ้นไปนั่งในรถก่อนที่นายไก่ จะทำหน้าที่เป็นพลขับ เท้าเหยียบ คันเร่ง มือกุมพวงมาลัย บังคับรถให้มุ่งหน้าสู่บ้านพี่ซิง ซึ่งเป็นจุดรวมพล ของ นักผจญภัยที่จะไปไขปริศนา ในครั้งนี้
ณ ที่บ้านพี่ซิง พระราม 2 ซอย 20 ได้ถูกกำหนดให้เป็นจุดรวมพลในวันนี้ เสียงทักทายสมาชิกที่เดินทางมาใหม่ดังขึ้น “อ้าว สวัสดีครับ น้าโย และนายไก่ มาม่ะมากินเหล้ากันก่อน” เสียงพี่ซิง กล่าวคำ ต้อนรับแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับพี่ซิง มีใครมาถึงแล้วบ้างครับ” นายโย กล่าวคำทักทายพร้อมกับถามหาเพื่อนสมาชิกคนอื่น “ก็มีแค่นายวิทยากับนายป๊อบ ที่มาถึงแล้วน้าโยกับนายไก่ นอกนั้นยังไม่มาเลย สงสัยรถจะติดอยู่บนถนน แฮ่ะ แฮ่ะ! ” พี่ซิงตอบด้วยอารมณ์ดี “แหม...แหง ละรถมันต้องติดอยู่บนถนนอยู่แล้ว ถ้าขืนรถไปติดอยู่บนคลอง หรือ บนฟ้าคงจะเป็นเรื่องแปลกน่าดู ฮ่ะ ฮ่า!” นายโย พูดย้อนกลับ

ก่อนจะยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันอยู่ครึ่งแก้ว กระดกขึ้นซด “การดื่มเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอสมัครพรรคพวกที่กำลังเดินทางมาที่ดีที่สุด ดีกว่าการนั่งห้าวหวอดๆ แล้วรอเวลาที่เพื่อนจะมาเป็นไหนๆ ใช่เป่า น้าโย” พี่ซิง เจ้าของบ้านกล่าว พร้อมกับเสียงหัวเราะ ผ่านลำคอดัง ‘ฮึ ฮึ' วงสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง แสงไฟจากรถตู้คันหนึ่งสาดส่องเข้ามาในบ้าน วงสุราจึงต้องยุติลง “สงสัยน้าป้อจะมาถึงแล้วครับพี่ซิง” นายโย กล่าวก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปทักทาย ผู้ที่เดินทางมาถึง “เอ้า ....น้าป้อ แก้คอแห้ง สักแก้ว” น้าป้อรับแก้วน้ำอำพัน ยกขึ้นกระดก พรวดเดียวเกลี้ยง “ป่ะ รีบขนของขึ้นรถกันดีกว่า ชักช้าจะเสียเวลา เปล่าๆ” นายโย กล่าว กับสมาชิก สัมภาระที่ขนมา ถูกกระจาย เคลื่อนย้ายไปขึ้นรถตู้ และรถปิกอัพ ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมขบวน ‘ตามล่าหาฝันสู่ดินแดนที่เร้นลับ' ก็ได้ฤกษ์เคลื่อนพล ล้อรถหมุนเป็นการเริ่มต้นการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางข้างหน้า คือ จังหวัดระนอง ในกลางคืนนั้นทันทีบนถนนเพชรเกษม รถยนต์ 2 คัน ที่กำลังห่อตะบึงทะยาน ฝ่าความมืดมุ่งหน้า ลงไปทางจังหวัด เพชรบุรี “เราจะแวะพักกินข้าวต้มกันที่ไหนดีครับคุณโย” พี่ชาญกับคุณใหญ่ เอ่ยปากถามเกือบจะพร้อมกัน “คุยกับน้าป้อไว้ว่าจะแวะเติมพลัง ทานข้าวต้มที่ตลาดโต้รุ่งเพชรบุรีครับพี่” นายโยตอบ ในขณะที่รถมุ่งหน้าไป ตามเส้นทางที่มืดมิด จะมีเพียงแสงไฟจากรถยนต์ที่แล่นสวนมา และไฟท้าย ของรถบรรทุก ที่คอยเป็นเพื่อนเดินทาง ตลอดเส้นทาง จากแยกปฐมพร ไปจนถึง ระนอง ผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว บางช่วงจะปกคลุมไปด้วยหมอกควันหนาทึบ ทำให้ทัศนะวิสัย ในการมองเห็นแย่ลงไปมาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้นกว่าเดิม ความเร็วลดลง ตามสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ลง

นที่สุดขบวนคาราวาน ของคณะไขปริศนา ก็เดินทางมาถึง เขตจังหวัดระนอง ได้อย่างปลอดภัย “พึ่งจะตี 4 กว่าเอง น้าโยแวะ บ่อน้ำร้อนอาบน้ำชำระความเมื่อยล้า สักหน่อยก็ดีนะ” พี่ซิง เสนอ และในเมื่อไม่มีเสียงใครทัดทาน เพราะแต่ละคน นอนหลับ กันหมด ดังนั้นตามระบอบประชาธิปไตย เสียงข้างมากชนะ นายโย จึงต้องขับรถ เลี้ยว ป๊าบ เข้าไปแช่น้ำร้อน ก่อนที่ฟ้าจะสางทันที “ได้เอาน้ำลูบหน้า เอาเท้าแช่บ่อน้ำแร่ รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลย ” พี่ซิง กล่าว ก่อนที่เราจะเดินทาง ต่อไป ยังจุดหมาย เมื่อแสงสีทองผ่องอำไพ จากดวงอาทิตย์ เริ่มผุดขึ้นสาดส่องขอบฟ้า “โอ้ย ตายห่ะ บัตรประชาชน ลืมเอามา” พี่ซิงอุทานออกมาด้วยอาการตกใจ “หาพี่ไม่ได้เอาบัตรประชาชนมาเหรอพี่ ไม่เป็นไร งั้นพี่ซิง ก็อยู่เฝ้ารถที่นี่ก็แล้วกัน อ่ะอะอ้า...” นายเก๋ กล่าวแกมขู่ แต่แฝงด้วยอารมณ์ขัน “ แหม...ผมล้อเล่น น่า พี่มีบัตรขับขี่ หรือบัตรอะไรไหมละ” นายเก๋กล่าวถามขึ้นมาเพื่อหาทางออกที่ดีให้กับพี่ซิง “ มีแต่บัตร ทำงานที่กสท. ไม่รู้จะใช้ได้หรือเปล่า” พี่ซิงค้นหาเปิดกระเป๋าดูทุกซอกทุกหลืบ ก็พบเพียงบัตรพนักงานของ กสท. เพียงใบเดียว “เดี่ยว ลองดู ผมจะบอก คนตรวจคนเข้าเมือพม่าว่า นี่เป็น บัตรประชาชนรุ่นเก่า มันไม่รู้หรอก ฮะ ฮา ฮ่า ....” นายเก๋กล่าวพร้อมหัวเราะ ออกมาด้วยเสียงอันดัง “แต่รูปนี้พี่ซิงดูหนุ่มไปเยอะเลย มันจะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะ” นายเก๋กล่าวปิดท้าย แต่ดูสีหน้า พี่ซิง แสดงความวิตกกังวลแฝงอยู่ลึกๆ ‘แน่ ละ ก็อุตส่าห์รอคอยมาหลายเดือนนี่หนา'


แผนที่มหาสมุทรอินเดีย ถูกนำมากางออก แล้วเรียกสมาชิกให้ล้อมวงเข้ามาศึกษา เพื่อหารือและทำความเข้าใจถึงจุดหมายปลายทาง “บริเวณนี้ดอนเหนือ วันนี้เราจะไปกันที่นี่ ถ้าเราไม่เจอสิ่งที่เรากำลังตามหาอยู่เรา จะล่องลงใต้ ไปที่ดอนกลาง และดอนใต้ ตกลงตามนี้ นะ” นั้นคือข้อสรุปจุดหมายปลายทาง ก่อนที่จะเคลื่อนพลไปลงเรือ The Ocean One Ranong ที่จอดเทียบท่าอยู่ที่คลอง ในขณะที่น้ำในคลองแห้งขอด การขนถ่ายสัมภาระที่มากมาย ดูจะเป็นไปอย่าง ค่อยข้างลำบาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปีนป่ายมากขึ้นกว่าปกติ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมก็ได้ฤกษ์ เคลื่อนตัวออกจากประเทศไทยสู่ประเทศพม่ากันทันที “พร้อมแล้วไปโลดดดด เราจะไปจ๊อบเอกสาร ที่เกาะสองกันก่อน จากนี้ไปอีก ครึ่ง ชั่วโมงก็ถึงเกาะสองครับ” นายเก๋ ผู้ดูแลเรือกล่าว “อย่าเพิ่งประกอบ คันนะครับ รอให้ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองที่เกาะไปก่อน”

นายเก๋กล่าวเมื่อเห็นสมาชิกท่านหนึ่งคว้าอุปกรณ์ออกมาเตรียมประกอบ “อ้าว ถึงแล้วครับ อย่าพึ่งออกจากเรือนะครับ รอให้เจ้าหน้าที่ ตม.พม่ามาก่อนครับ” นายเก๋ กล่าวเตือน ไม่นานหลังจากเรือจอดเทียบโป๊ะสนิดแล้ว เจ้าหน้าที่พม่าก็เดินมา ตรวจเอกสาร ที่ละคน ที่ละคน ผ่านไปได้ดี จนกระทั้งมาถึงเอกสารของพี่ซิง “เฮ้ย ผ่านสะทีสิวะ พลิกดูอยู่นั้นแหละ มันจะดูหาหอก อะไรนักหนาฟ่ะ” เสียงใครคนหนึ่ง พึมพำ ออกมาด้วยใจเต้นระทึก ลุ้นเอกสารของตนเองจะผ่านเจ้าหน้าที่หมอง คนนี้หรือเปล่า “เฮ้ย เท้งไปตามเจ้าเก๋มา ทีเด่ะ สงสัยจะมีปัญหา พี่ซิงเอกสาร ไม่ผ่านสะแล้ว วะ” นายโย บอกให้เด็กเรือไปตามนายเก๋ ที่ไปอยู่ สำนักงาน ตม. มาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ และเมื่อนายเก๋มาชี้แจง และเมื่อนายเก๋ มาชี้แจงสิ่งที่กำลัง จะเลวร้ายก็ผ่อนคลายลง เจ้าหน้าที่พม่า เซ็นต์ชื่อและประทับตราเอกสาร ทุกคนผ่าน“โอเค ผ่านแล้ว ผมบอกมันไปว่า เป็นบัตรประชนรุ่นเก่า มันก็เชื่อ ฮะ ฮา ฮ่า ...ขำกลิ้ง..” นายเก๋อธิบาย ตามด้วยเสียงหัวเราะ อย่างชอบใจที่หลอก เจ้าหน้าที่หมอง ได้

“ เอ้าประกอบชุด Trolling ได้แล้วครับผ่านแนวเกาะข้างหน้าเมื่อไหร่ก็ปล่อยสายได้เลยครับ ” นายเก๋ กล่าวจบ เจ้าป๊อบก็งัดอุปกรณ์ลากสายชุดหนักที่ขนมาจากบ้าน ขึ้นมาประกอบเข้าชุด และผูกปลายสายด้วยเหยื่อ Jet สีชมพูสดใส แล้วไปหย่อนที่ท้ายเรือเพื่อหากลับข้าวเที่ยง “ ขออินทรีพม่ามาต้มยำกินตอนเที่ยงสักตัวนะนายป๊อบ เอาตัวหญ่ายๆ เลยก็ได้ ฮ่า !” พี่ชาญกล่าวติดหัวเราะ กับการรอค่อยอีก 15 ชั่วโมงกว่าเราถึงจะเดินทางถึงจุดหมาย และคง ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเสวนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตกปลา เวลาเดินผ่านไปหลายชั่วโมง ยังไม่มีตัวประหลาด หรืออะไรมางาบเหยื่อ Jet เลยสักนิด รอกตัวใหญ่ยังคงนิ่งสงบอยู่อย่างนั้น “ ครั้งที่แล้วน้าโยเชื่อม่ะ ผมลากสายจากเกาะสองไปยันถึงหมาย 15 ชั่วโมงเต็มๆ ไม่ได้มีอะไรมางาบเหยื่อสักตัว ” ป้อฟิชฟีเวอร์กล่าว “ อ้าวไหง น้าป้อพูดอย่างงี่ละ มันเป็นลางไม่ดีนะ กินแห้วตั้งแต่ออกตัวเลยรึนี่ ฮะ ฮา ! ..... ” นายโย กล่าวพร้อมหัวเราะ การเดินทางที่ยาวนานยังคนเดินหน้าต่อไป บางคนก็เดินเข้าๆ ออกๆ ห้องแอร์ ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำพร้อมกับ ดู VDO ฆ่าเวลา ระหว่างที่เดินทาง ขณะที่หลายคนกำลังเคลิ้มจะหลับ เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น “ ปี๊ดดดดดด ปี๊ดดดดดดด ” สร้างความตกใจให้กับหลายคนที่ยังไม่เคยมาลงเรือลำนี้ “ เกิดอะไรขึ้นหรือครับพี่ ” นายวิทยา เอ่ยปากถาม “ ปลากินเหยื่อที่ ลากสาย Trolling ไว้ครับไม่มีอะไรหรอก ” นายเก๋ ตอบก่อนจะคว้าตะขอ จ้ำพรวดไปเตรียมจะเกี่ยวปลาท้ายเรือ เสียงเครื่องยนต์เบาลง ความเร็วเรือก็ลดลงตาม แต่เรือยงคงเดินหน้าต่อไปอย่างช้าๆ “ พี่ชาญ เป็นไง อยู่ไหม ครับ ” พี่ซิง ที่ยืนคุมเชิง อยู่ข้างๆพี่ชาญ ที่กำลังกุมสถานการณ์ อยู่ในมือ เอ่ยปากถาม “ อยู่ครับ มือชั้นนี้แล้ว โน้นมันกระโดดตูมๆ อยู่นู้นไง เห็นเปล่า เสร็จตูละเมิ้ง ฮะ ฮา ฮ่า ปล่อยให้เรารอมานานแล้ว ” พี่ชาญกล่าวอย่างสมอารมณ์หมาย กับการรอค่อยที่นานหลายชั่วโมง ในที่สุดเราก็ได้เห็นเงาลางๆ สีเงินยวง “ ไอ้สาก ครับท่านพ่อแม่พี่น้อง ไม่ใช่อินทรี ” พี่ซิงกล่าวฟันธง ทันที่ที่เห็นเรือนร่างของมันขึ้นมาทำหัวฝัดหัวเหวี่ยงที่ท้ายเรือ “ เอ้า เก๋เกี่ยวมันขึ้นมาเลย ต้มยำปลาสากก็ยังดีวะ มื้อเที่ยงนี้มีต้มยำปลากินแล้วตู ฮะ ฮ่า ” เสียงพี่ชาญกล่าวด้วยความสะใจ ้


Home | Bicycle | Offroad | Fishing | Radio Control | GPS Corner | Second hand | Member area
Copyright © 2000, www.WeekendHobby.com, All right reserved.

Contact Webmaster